Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 230 การเผชิญหน้ากันของผู้มีเจตจำนงนักสู้
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 230 การเผชิญหน้ากันของผู้มีเจตจำนงนักสู้
“ข้าเองก็รอวันที่จะได้ประมือกับเจ้าเช่นกัน นับตั้งแต่ที่เจ้าสามารถ
เอาชนะซางฉางได้ ข้าก็เชื่อว่าซักวันข้ากับเจ้าต้องได้ต่อสู้กันอย่างแน่นอน
ข้าแค่ก็ไม่คิดว่าวันนั้นจะมาถึงเร็วขนาดนี้!”
หลิงเซ็นเริ่มให้ความสนใจกับหลินหมิงตอนที่หลินหมิงเอาชนะซาง
ฉางได้ เขามองเห็นพรสวรรค์ในตัวของหลินหมิงและเชื่อมั่นว่าซักวันหนึ่ง
การต่อสู้ระหว่างพวกเขาต้องมาถึง
หลินหมิงนั่งลงและสมาธิโคจรพลังปราณเพื่อให้พร้อมต่อการต่อสู้
มากที่สุด
เหล่าผู้ชมต่างก็เต็มไปด้วยความตื่นเต้น พวกเขาเฝ้ารอชมการต่อสู้
ระหว่างหลินหมิงกับหลิงเซ็นมานานแล้ว นี่เป็นการต่อสู้เพื่อหาศิษย์ที่
แข็งแกร่งที่สุดในสำนักเจ็ดแก่นแท้!
นี่ไม่ใช่เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นได้บ่อยๆ ไม่แน่ว่าในช่วงชีวิตของคนๆ
หนึ่งอาจจะไม่ได้พบกับการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่และมีความสำคัญถึงขนาดนี้เลย
ก็เป็นได้ นี่เป็นการประลองที่จะถูกจารึกไว้เป็นประวัติศาสตร์แห่งสำนัก
เจ็ดแก่นแท้!
แม้ว่าหิมะจะตกหนักมาก แต่ความตื่นเต้นและความร้อนรุ่มในหัวใจ
ของเหล่าผู้ชมก็สามารถเอาชนะความหนาวเย็นจากหิมะเหล่านี้ได้
“เจ้าคิดว่าใครจะเป็นฝ่ายชนะ?”
“แล้วเจ้าล่ะ คิดว่าใครจะเป็นฝ่ายชนะ?”
“ใครกันแน่ที่จะได้เป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาเหล่าศิษย์แห่ง
สำนักเจ็ดแก่นแท้?!”
……
เหล่าผู้ชมต่างก็อยากรู้คำตอบของคำถามเหล่านั้น หลายๆคนก็
พยายามสรรหาเหตุผลต่างๆมาเพื่อคาดเดาว่าใครจะเป็นฝ่ายชนะ แต่ถึง
กระนั้นการคาดเดาเหล่านั้นก็เทียบกับผลการต่อสู้ที่กำลังจะออกมาไม่ได้
การต่อสู้ที่กำลังจะเกิดขึ้นจะแสดงให้เห็นว่าใครคือศิษย์ที่แข็งแกร่ง
ที่สุดในอาณาจักรลิขิตฟ้าแห่งนี้ แต่นี่ก็เป็นการต่อสู้ที่ไม่ค่อยเท่าเทียมซัก
เท่าไร เพราะหลินหมิงยังมีอายุเกือบ 16 ปี แต่หลิงเซ็นมีอายุ 21 ปี
ช่วงเวลา 5 ปีกว่าๆนี้เป็นช่องว่างที่มีขนาดใหญ่มาก
ระยะเวลาครึ่งชั่วโมงผ่านไปอย่างรวดเร็ว หลิงเซ็นทะยานขึ้นไปรอ
หลินหมิงบนลานประลอง เขาเต็มไปด้วยความสงบเยือกเย็นและแผ่จิต
สังหารออกมา
หลินหมิงหยิบหอกอ่อนปราณคลั่งออกมาและทะยานขึ้นไปบนลาน
ประลอง ดาบใหญ่ของหลิงเซ็นเป็นอาวุธระดับมนุษย์ ชั้นกลาง ซึ่งเท่ากับ
หอกอ่อนปราณคลั่งของเขา
“กฎในการประลองเป็นเช่นเดิม เริ่มได้!” ผู้ตัดสินประกาศ
ทว่าทั้งหลินหมิงและหลิงเซ็นต่างก็ยังยืนแน่นิ่งอยู่กับที่ พวกเขาทั้ง
สองจ้องตากันและเริ่มโคจรพลังปราณ
หลิงเซ็นแผ่จิตสังหารแห่งความตายอันโหดร้ายออกมา จิตสังหาร
แห่งความตายของเขาเป็นจิตสังหารของผู้ที่ได้พบกับความตายมานับครั้ง
ไม่ถ้วนจากเจตจำนงนักสู้ ‘อาชูร่า’ จิตสังหารของเขาจึงรุนแรงและน่า
สยดสยองเป็นอย่างยิ่ง หากเป็นคนที่จิตวิญญาณไม่เข้มแข็งพอก็สามารถ
ช็อคหัวใจวายตายได้ง่ายๆ แม้จะเป็นนักสู้ที่แข็งแกร่งก็ยังต้องตื่น
ตระหนกและเสียขวัญ ทำให้ไม่สามารถต่อสู้ได้เต็มประสิทธิภาพ
หลินหมิงเองก็แผ่แรงกดดันของตนเองออกมาเช่นกัน แรงกดดันของ
เขาน่าเกรงขามและดูมีชีวิตชีวาราวกับว่าเป็นต้นกำเนิดแห่งพลังชีวิต พลัง
อันชั่วร้ายใดใดในโลกต่างล้วนต้องยอมศิโรราบต่อแรงกดดันแห่งพลังชีวิต
อันยิ่งใหญ่นี้ แรงกดดันของเขาตรงข้ามกับจิตสังหารของหลิงเซ็นอย่าง
สิ้นเชิง
จิตสังหารแห่งความตายของหลิงเซ็นปะทะกับแรงกดดันแห่งพลัง
ชีวิตอันยิ่งใหญ่ของหลินหมิงอย่างดุเดือด ราวกับว่าน้ำแข็งอันหนาวเหน็บ
กำลังปะทะกับเปลวเพลิงอันร้อนระอุอยู่!
หลังจากที่ออร่าอันยิ่งใหญ่ทั้งสองปะทะกันอยู่หลายอึดใจ ในที่สุดแต่
แรงกดดันแห่งพลังชีวิตของหลินหมิงก็สยบจิตสังหารของหลิงเซ็นได้
สำเร็จ
“ข้าไม่คิดมาก่อนเลยว่าจะมีใครในอาณาจักรนี้เอาชนะจิตสังหารของ
ข้าได้ น่าเหลือเชื่อจริงๆ!” หลิงเซ็นพึมพำ
ทันใดนั้นร่างของหลิงเซ็นก็หายไปจากทุกสายตาอย่างน่าตกใจ
แม้กระทั่งแม่ทัพใหญ่ทั้งสองก็ยังมองการเคลื่อนไหวของหลิงเซ็นไม่ทัน
แม่ทัพใหญ่ทั้งสองตระหนักได้แล้วว่าพวกเขาอ่อนแอกว่าศิษย์คนหนึ่งเสีย
อีก!
พวกเขาเป็นถึงนักสู้ขั้นผสานชีพจรช่วงกลาง การที่มองตาม
เคลื่อนไหวของนักสู้ที่มีการฝึกฝนขั้นที่5ช่วงต้นคนหนึ่งไม่ทันเป็นเรื่องที่
น่าอับอายยิ่งนัก!
“รับดาบของข้าไปซะ!”
คำว่า ‘ดาบ’ ที่หลิงเซ็นพูดออกมาเต็มไปด้วยจิตสังหารอันแรงกล้า
ดาบขนาดใหญ่ยาว 5 ก้าวฟาดลงไปที่หลินหมิงอย่างรุนแรง!
เส้นทางที่ดาบของเขาฟาดผ่านกลายเป็นมิติสีดำทมิฬราวกับ
สูญญากาศ!
มังกรวารีทะยานห้วงสมุทร!
หลินหมิงถ่ายเทพลังปราณจากเส้นใยพลังปราณทั้ง 5000 เส้นเข้าไป
ในหอกอ่อนปราณคลั่งและฟาดไปข้างหน้าเพื่อกับมือกับการโจมตีของห
ลิงเซ็น!
ปัง!
พลังปราณอันแข็งแกร่งที่ปะทะกันของพวกเขาระเบิดออกไปทุกทิศ
ทุกทาง ลานประลองได้รับความเสียหายอย่างหนัก เศษหินและกระเบื้อง
ของลานประลองแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยและปลิวไปเต็มอากาศ!
โชคดีที่มีเหล่าผู้คุ้มกันหลายคนคอยดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับ
ผู้ชมอยู่ มิฉะนั้นผู้ที่มีการฝึกฝนต่ำกว่าขั้นที่ 3 จะต้องได้รับบาดเจ็บอย่าง
แน่นอน!
เพล้ง! เพล้ง! เพล้ง! เพล้ง! เพล้ง!
หลิงเซ็นโจมตีใส่หลินหมิงอย่างต่อเนื่อง ทุกๆการโจมตีของหลิงเซ็น
จะสามารถผลักดันให้หลินหมิงต้องก้าวถอยหลังไป พื้นอิฐบนลาน
ประลองแหลกละเอียดเป็นทางตามที่หลิงเซ็นไล่โจมตีหลินหมิง!
“เป็นการต่อสู้ที่รุนแรงและน่าหวาดกลัวยิ่งนัก คงไม่มีศิษย์คนใดใน
สำนักแห่งนี้เทียบพวกเขาทั้งสองได้อีกแล้ว” ขุนนางผู้มีชื่อเสียงคนหนึ่ง
กล่าว เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่านี่เป็นแค่การประลองกันของเหล่าศิษย์
ความรุนแรงที่เกิดขึ้นไม่ได้ด้อยไปกว่าการต่อสู้ของเหล่ายอดฝีมือผู้
เก่งกาจเลยแม้แต่น้อย
ไป๋จิ้งอวิ๋นมองไปที่หลินหมิงและพึมพำออกมา “หลินหมิง เจ้ายังมีไพ่
ตายอะไรเก็บเอาไว้อีก? เจ้าแข็งแกร่งขนาดไหนกันแน่?!”
การต่อสู้บนลานประลองทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่าความ
เป็นจริงแล้วพวกเขาไม่ได้คิดจะฆ่ากัน แต่การต่อสู้อันดุเดือดของพวกเขา
มันรุนแรงราวกับว่าจะฆ่ากันให้ตายไปข้างหนึ่ง
หลังจากที่ประมือกันมาหลายสิบกระบวนท่า ก็เริ่มมองเห็นว่าใคร
เป็นฝ่ายได้เปรียบและใครเป็นฝ่ายเสียเปรียบ แม้ว่าความแข็งแกร่งในการ
ต่อสู้ของพวกเขาจะสูสีและกินกันไม่ลง แต่หากดูจากสภาพร่างกาย
ในตอนนี้แล้ว หลิงเซ็นดูท่าจะเสียเปรียบหลินหมิงอยู่เล็กน้อย หลิงเซ็นดู
อ่อนแรงลงไปบ้างเล็กน้อยจากการต่อสู้อันรุนแรงที่ต่อเนื่องมายาวนาน
หลายสิบกระบวนท่า แต่หลินหมิงยังอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์และไม่ได้ดู
เหนื่อยล้าเลยแม้แต่น้อย
“มิติอาชูร่า!”
หลิงเซ็นพึมพำเบาๆ นี่เป็นการโจมตีด้วยเจตจำนงนักสู้ต่อสู้ ‘อาชูร่า’
และเป็นสิ่งที่หลิงเซ็นใช้จัดการกับเฉ่าชีเฟิงในการต่อสู้ก่อนหน้านี้!
ฟู่!
ทัศนีย์ภาพของหลินหมิงถูกความมืดมิดเข้าครอบงำ ทั้งภาพของ
เหล่าผู้ชม ทั้งภาพของท้องฟ้า ทั้งภาพของลาดประลองต่างก็ถูกความมืด
มิดกลืนกินเข้าไป สิ่งที่เขาเห็นมีเพียงแค่โลกอันมืดมิดสีดำทมิฬเท่านั้น
ทันใดนั้นตามพื้นดินก็มีโขดหินที่ดูคล้ายกับป้ายสุสานผุดขึ้นมา
มากมาย พื้นที่บริเวณรอบๆป้ายสุสานเหล่านั้นจะกลายเป็นบ่อวังวนแห่ง
ความมืดอันไร้ที่สิ้นสุด และในไม่กี่อึดใจก็มีปีศาจอาชูร่าจำนวนนับไม่ถ้วย
โผล่ปรากฏออกมาจากบ่อวังวนแห่งความมืดอันไร้ที่สิ้นสุดเหล่านั้น
เหล่าปีศาจอาชูร่าจำนวนนับไม่ถ้วนล้อมรอบหลินหมิงอยู่ทุกทิศทาง
พวกมันจ้องมองมาที่หลินหมิงด้วยสายตาอาฆาตพยาบาท แรงกดดันแห่ง
ความตายพุ่งทะลุทะลวงเข้าไปใจจิตใจของเขาจากรอบทิศทาง หากเป็น
นักสู้คนอื่นๆก็คงมีสภาพไม่ต่างอะไรกับเฉ่าชีเฟิงที่หมดสติไปอย่าง
กระทันหัน หรืออาจจะถึงขั้นหัวใจวายตายได้
อาชูร่างั้นรึ?!
นี่คงเป็นการโจมตีด้วยเจตจำนงนักสู้อาชูร่าของหลิงเซ็นอย่างนั้น
สินะ?!
เจตจำนงนักสู้ไม่เพียงแค่ช่วยเพิ่มความสามารถของนักสู้ที่เข้าถึงมัน
ได้เท่านั้น แต่มันยังสามารถใช้โจมตีศัตรูได้อีกด้วย ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับ
ประเภทของเจตจำนงนักสู้และความเข้าใจอันลึกซึ้งของผู้ที่เข้าถึง
เจตจำนงนักสู้
หากเปรียบเทียบกันแล้ว เจตจำนงนักสู้ ‘อาชูร่า’ ของหลิงเซ็นมี
ประโยชน์ในการต่อสู้มากว่าเจตจำนงนักสู้ ‘จิตบริสุทธิ์’ ของเขาเสียอีก
เจตจำนงนักสู้ ‘อาชูร่า’ ของหลิงเซ็นช่วยขัดเกลาสัญชาตญาตในการ
ต่อสู้ให้เฉียบคม ความแข็งแกร่งและความเร็วของเขาเองก็เพิ่มขึ้นด้วย
เช่นกัน ทั้งยังทำให้ผู้ใช้ได้เผชิญหน้ากับความตายจนกลายเป็นเรื่อง
ธรรมดา หลิงเซ็นจึงมีจิตสังหารคุกคามที่รุนแรงถึงขนาดนี้
แต่เจตจำนงนักสู้ ‘จิตบริสุทธิ์’ ของเขาเพียงแค่ทำให้มีสมาธิในระดับ
สูงสุด ส่งผลให้การนั่งสมาธิโคจรพลังปราณมีประสิทธิภาพมากขึ้นและทำ
ให้การฝึกฝนก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว รวมถึงลดความผิดพลาดในการ
จารึกด้วย หากเทียบกันในด้านการต่อสู้แล้วเจตจำนงของหลิงเซ็นถือว่า
ได้เปรียบกว่ามาก
แต่ถึงกระนั้นเขาก็ไม่ได้เข้าถึงแค่เจตจำนงนักสู้ ‘จิตบริสุทธิ์’ เพียง
เจตจำนงนักสู้เดียว!
หลินหมิงเบิกตากว้าง ดาวตาทั้งสองข้างของเขากลายไปวังวลไร้ก้น
บึ้งสีดำทมิฬ!
อ๊ากกก! อ๊ากก! อ๊ากกกก!
เหล่าปีศาจอาชูร่ากรีดร้องโหยหวนด้วยความทุกข์ทรมานออกมา
ก่อนจะแหลกสลายไป!
โขดหินที่เป็นป้ายหลุมศพแตกกระกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย บ่อวังวล
แห่งความมืดอันไร้ที่สิ้นสุดมลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย
ในเวลานี้ทุกๆอย่างที่เจตจำนงนักสู้ ‘อาชูร่า’ ของหลิงเซ็นสร้าง
ขึ้นมาถูกเจตจำนงนักสู้ ‘วัฏสงสาร’ ของหลินหมิงทำให้แตกสลายเข้าไป
หมดแล้ว หลงเหลือไว้เพียงแต่โลกอันว่าเปล่าสีดำเท่านั้น
“เป็นแค่ปีศาจอาชูร่าแห่งความมืดมิด คิดจะเทียบชั้นกับโลกคู่ขนาด
แห่งความเป็นและความตายทั้ง 100 วัฏสงสารของข้าอย่างนั้นหรือ?!”
เพล้ง!
โลกสีดำอันมืดมิดแตกสลายไป เผยให้เห็นภาพแห่งความจริงที่มี
เหล่าผู้ชมปรากฏจ้องมองมาที่เขาด้วยความตื่นเต้นอีกครั้ง!
หลินหมิงก้าวข้ามผ่านโลกคู่ขนาดของตนเองมากว่า 100 วัฏสงสาร
เขาเข้าใจเจตจำนงนักสู้ ‘วัฏสงสาร’ อย่างลึกซึ้ง แทบไม่มีทางที่ใครจะใช้
ภาพมายาเอาโจมตีจิตวิญญาณของเขาได้!
หลิงเซ็นทรุดตัวลงไปบนพื้น เขาพยายามประคองร่างของตนเอง
เอาไว้ด้วยดาบของเขา ใบหน้าของเขาดูซีดเป็นอย่างมาก
ในสายตาของเหล่าผู้ชม พวกเขาเห็นหลินหมิงกับหลิงเซ็นกำลังต่อสู้
กันอย่างดุเดือด แล้วจู่ๆหลิงเซ็นก็ทรุดลงตัวไปบนพื้น ทั้งๆที่หลินหมิงยัง
ไม่ทันได้โจมตีหรือแตะต้องหลิงเซ็นเลยแม้แต่น้อย พวกเขาเต็มไปด้วย
ความสงสัยกับเหตุการที่เกิดขึ้นตรงหน้า
เกิดอะไรขึ้นกันแน่?!