Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 229 พละกำลังกว่าหมื่นจิน
ต้ากู่เดินขึ้นไปบนลานประลองและกำหมัดทั้งสองข้างของเขา เสียง
หักข้อกระดูกดังก้องไปทั่วราวกับเป็นเสียงฟ้าร้อง
เขากางขาออกและย่อตัวลงเล็กน้อย ที่เป็นท่ายืนที่มั่งคงและทำให้
แสดงพละกำลังออกมาได้เต็มประสิทธิภาพที่สุด เขาดูเหมือนหมียักษ์ที่
กำลังจะระเบิดพลังออกมา!
เหล่าผู้ชมต่างลุ้นระทึกด้วยความตื่นเต้นจนแทบจะหยุดหายใจ!
สายตาของต้ากู่จ้องมองไปที่แท่นหินทดสอบพละกำลังอย่างแน่วแน่
และมีสมาธิ
“ย่าห์!”
ปัง!
ต้ากู่คำรามและปล่อยหมัดออกไปอย่างรุนแรง แท่นหินทดสอบพลัง
และลานประลองสั่นไหวอย่างรุนแรงราวกับเกิดแผ่นดินไหว แสงจากผลึก
สีดำพุ่งขึ้นไปตามแถบวัดพลังอย่างรวดเร็ว แสงของผลึกสีดำพุ่งขึ้นไปอยู่
สูงจนน่าตกใจ
เก้าก้าวครึ่ง!
พละกำละง 9500 จิน!
ผู้ชมทุกคนเต็มไปด้วยความตกตะลึง แม้แต่นักสู้ที่มีการฝึกฝนที่
จุดสูงสุดของขั้นผสานชีพจรก็ยังมีพละกำลังแค่ 8000 จินเท่านั้น!
ต่อให้เป็นนักสู้ขั้นปราณต้นฟ้ายังมีพละกำลังทางกายภาพไม่ถึง
9000 จิน หากพวกเขาต้องการที่จะแสดงพละกำลังที่มากถึง 9000 จิน
พวกเขาก็จำเป็นต้องใช้เคล็ดบ่มเพาะและพลังปราณเข้ามาช่วย!
แม้แต่ฉินจื่อหยาที่เป็นนักสู้ที่มีการฝึกฝนที่จุดสูงสุดของขั้นปราณต้น
ฟ้าก็ยังมีพละกำลังทางกายภาพน้อยกว่าต้ากู่
ผู้ชมทุกคนมองไปที่หลินหมิงด้วยความเศร้าใจ เขาไม่มีทางที่
เอาชนะต้ากู่ได้ พละกำลังกว่า 9500 จินโดยไม่ใช้เคล็ดบ่มเพาะหรือพลัง
ปราณช่วยเป็นสิ่งที่เกินขีดจำกัดของมนุษย์ไปแล้ว หากไม่ใช่ผู้ที่เกิดมา
พร้อมพละกำลังศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่มีทางทำได้!
“ศิษย์น้องหลิน ถึงเวลาของเจ้าแล้ว!” ต้ากู่ลูบหมัดของตนเองด้วย
ความภาคภูมิใจ แม้แต่ตัวของเขาเองก็ยังตกใจในพละกำลังที่ปรากฏ
ออกมา เขาไม่คิดว่าพละกำลังของตนเองจะสูงถึงขนาดนี้
หลินหมิงทะยานขึ้นไปบนลานประลองและไปยืนอยู่หน้าแท่นหิน
ทดสอบพละกำลัง
เหล่าผู้ชมจ้องมองไปที่หลินหมิงและลุ้นระทึกไปกับเขาด้วยความ
ตื่นเต้น
หลินหมิงผ่อนคลายร่างกายและจิตใจของตนเอง เคล็ดบ่มเพาะที่เขา
ฝึกฝนคือ ‘ชีพจรปราณเทพคลั่ง’ แม้จะไม่ต้องโคจรพลังปราณหรือใช้วิชา
ใดใด ร่างกายของเขาก็ยังมีพละกำลังสูงกว่านักสู้ที่ฝึกฝนเคล็ดบ่มเพาะ
อื่นๆ
สำหรับผู้ที่ฝึกฝนเคล็ดบ่มเพาะ ‘ชีพจรปราณเทพคลั่ง’ เมื่อมีการ
ฝึกฝนขั้นผสานชีพจรแล้ว ขั้นต่อไปจะไม่ใช่ขั้นปราณต้นฟ้าเหมือนกับ
เคล็ดบ่มเพาะอื่นๆ แต่จะเป็นขั้นผสานไขกระดูก และหลังจากผสานไข
กระดูกแล้วก็จะเป็นการเปิดประตูเร้นลับทั้ง 8 บานและเบิกดวงดาราแห่ง
พระตำหนักสวรรค์ทั้ง 9 ดวง เมื่อเปิดประตูเร้นลับทั้งแปดและเบิกดวง
ดาราทั้งเก้าได้แล้วละก็ เพียงแค่โบกมือเบาๆก็สามารถทำให้ภูเขาขนาด
ยักษ์ถล่มลงมาได้
แน่นอนว่าหลินหมิงยังห่างไกลกับระดับนั้นอีกมากนัก แต่เขาก็ได้รับ
พลังที่ช่วยเพิ่มพละกำลังมาจากด่านทดสอบแห่งชีวิจและความตายใน
เจดีย์แม่มด พละกำลังทางกายภาพของเขาจึงสูงส่งกว่าทักสู้ทั่วๆไปมา
ทีเดียว
เขาแทบจะรออดในรอไม่ไหวแล้ว เขารีบรวบรวมพละกำลังและ
ปล่อยหมัดไปบนแท่นหินทดสอบพละกำลังอย่างรุนแรง
ปัง!
หมัดที่มีพละกำลังกว่า 10000 จินปะทะเข้ากับแท่นหินทดสอบ
พละกำลัง แสงจากผลึกพุ่งขึ้นไปสูงกว่า 12 ก้าวในพริบตา พละกำลังของ
หลินหมิงสูงเกินกว่าที่แท่นหินทดสอบพละกำลังสามารถวัดได้!
เปล้ง!
ผลึกดีดำแตกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย!
ผู้ชมทั่วทั้งลานประลองเต็มไปด้วยความตกตะลึง พวกเขาไม่
อยากจะเชื่อสายตาของตนเอง!
“หลินหมิงทำลายผลึกได้?!”
“ผลึกวัดพละกำลังสามารถทนพละกำลังได้ถึง 13,000 จิน มันถูก
ทำลายได้อย่างไร?”
ฉินจื่อหยาตกใจเป็นอย่างมาก แม้ว่าผลึกวัดพละกำลังจะสามารถวัน
พละกำลังได้เพียง 12000 จิน แต่การจะทำลายมันต้องใช้พละกำลังมาก
ถึง 13000 จิน หลินหมิงมีพละกำลังทางกายภาพมากกว่า 13000 จินอ
ย่างนั้นหรือ?!
แม้แต่นักสู้ขั้นปราณปลายฟ้ายังมีพละกำลังทางกายภาพไม่ถึง
10000 จินเลยด้วยซ้ำ!
“ข้าไม่อยากจะเชื่อเลย เขามีพละกำลังสูงกว่า 12000 จินอีกอย่าง
นั้นหรือ?!” มู่หรงซีพึมพำ นางประหลาดใจกับความสามารถของหลินหมิง
มาหลายต่อหลายครั้งแล้ว แต่หลินหมิงก็ยังสามารถทำให้นางประหลาย
ใจต่อไปได้เรื่อยๆ
ไป๋จิ้งอวิ๋นเองก็ตกตะลึงเช่นกัน นางไม่คิดว่าจะมีใครนะอาณาจักร
แห่งนี้ที่มีพละกำลังสูงขนาดนั้น เขาต้องได้รับยาโอสถหรือพลังลึกลับ
บางอย่างที่ช่วยเพิ่มพละกำลังทางกายภาพมาอย่างแน่นอน…
แต่ไป๋จิ้งอวิ๋นก็มั่นใจกว่านี่ยังไม่ใช่ทั้งหมดของหลิงหมิง! ในความคิด
ของนางหลินหมิงเป็นคนที่มีไพ่ตายเก็บไว้เสมอ เขาไม่มีทางแสดงพลัง
ทั้งหมดของตนเองให้คนอื่นรู้อย่างแน่นอน!
‘หรือว่าเขาจะเป็นคนสังหารโอวหยางตี๋ฮัว?!’ จู่ๆความคิดนี้ก็เกิดขึ้น
ในหัวสมองของนาง
ด้วยความแข็งแกร่งของหลินหมิงในตอนนี้ แม้กระทั่งนักสู้ที่มีการ
ฝึกฝนที่จุดสูงสุดของขั้นผสานชีพจรเขาก็สามารถเอาชนะและสังหารได้ไม่
ยาก แต่จากเหตุผลต่างๆก็ทำให้นางคิดว่าไม่มีทางเป็นเช่นนั้น ถึงแม้
หลินหมิงจะสามารถสังหารโอวหยางตี๋ฮัวได้ แต่เขาก็ไม่มีทางที่จะสังหาร
โอวหยางท่ามกลางเหล่าผู้คุ้มกันส่วนตัวได้โดยไร้ร่องรอยเช่นนี้ ผู้ที่จะทำ
ให้โอวหยางตี๋ฮัวหายไปจากโลกอย่างไร้ร่องรอยเช่นนั้นได้คงมีแต่นักสู้ขั้น
ปราณปลายฟ้าเท่านั้น
ต้ากู่มองไปเศษผลึกสีดำที่แตกละเอียด เขาถอนหายใจและยิ้มให้กับ
หลินหมิง “ข้ายอมรับความพ่ายแพ้ พละกำลังของศิษย์น้องหลินสูงกว่าข้า
มากนัก!”
หลินหมิงกล่าวว่า “ศิษย์พี่ไม่จำเป็นต้องมุ่งเน้นแต่ด้านพละกำลัง
เพียงอย่างเดียว ด้านอื่นๆก็มีความสำคัญเช่นกัน”
ในทวีปนภาลินไหลแห่งนี้ไม่มีเคล็ดบ่มเพาะที่ช่วยให้สามารถเข้าถึง
ประตูเร้นลับทั้ง 8 และดวงดาราแห่งตำหนักสวรรค์ทั้ง 9 ได้ ทำให้
พละกำลังของพวกเขามีขีดจำกัดอยู่แค่ 10000 จิน ต่อให้เป็นผู้ที่มี
พละกำลังศักดิ์สิทธิ์อย่างต้ากู่ก็คงทำได้สูงสุดแค่ 12000 จินเท่านั้น
“ข้ารู้เรื่องเหล่านั้นดี แต่ข้าเกิดมาพร้อมพละกำลังศักดิ์สิทธิ์
พละกำลังคือจุดเด่นและความภาคภูมิใจของข้า ข้าจะให้ความสำคัญกับ
พละกำลังเป็นอันดับแรก และให้ความสำคัญกับด้านอื่นๆรองลงมา”
ต้ากู่อายุ 21 ปี เขาควรจะทะลวงไปขั้นผสานชีพจรได้ตอนอายุ 23-
24 ปี นี่ถือว่าเป็นความเร็วในการฝึกฝนที่ไม่ค่อยสูงมากเมื่อเทียบกับเหล่า
อัจฉริยะที่มีพรสวรรค์สูงส่งคนอื่นๆ นิกายใหญ่ๆคงปฏิเสธที่จะรับเขาเข้า
ร่วมเป็นสมาชิก แต่ถึงกระนั้นเขาก็ได้ชื่อว่าเป็นนายทหารที่แข็งแกร่งและ
น่าเกรงขาม!
ด้วยร่างกายขนาดใหญ่กว่าคนทั่วๆไปอย่างมากของเขา เพียงแค่เขา
เป็นคนนำทัพออกไปต่อสู้ทำสงคราม ขวัญกำลังใจของกองทัพก็จะเพิ่ม
ขึ้นมาทีเดียว ในขณะเดียวกันก็จะสามารถทำให้กองทัพศัตรูเสียชวัญและ
หวาดกลัวได้!
แม้ว่าต้ากู่จะไม่สามารถเข้าร่วมกับนิกายได้ แต่ชีวิตของเขาก็ยังถูก
โชคชะตานำพาไปสู่เส้นทางอันเต็มไปด้วยเกียรติยศและชื่อเสียงในวงการ
ทหาร ในอนาคตหากเขาเข้าร่วมกับกองทัพเขาจะต้องได้เป็นแม่ทัพใหญ่ที่
มีชื่อเสียงอย่างแน่นอน เหล่าพลทหารจะปฏิบัติต่อเขาด้วยความเคารพยำ
เกรง
ชีวิตของเขาจะเต็มไปด้วยชื่อเสียงและเกียรติยศ กินอยู่อย่างสุข
สบาย ชาวเมืองให้การเคารพนับถือ มีภรรยารูปงามมากเท่าที่ต้องการ ใช้
ชีวิตอยากมีความสุขและปกป้องอาณาจักรแห่งนี้ให้สงบสุข นี่ถือเป็น
เส้นทางการดำเนิดชีวิตที่ยอดเยี่ยมมากเลยทีเดียว!
ในอนาคตเขาจะกลายเป็นบุคคลที่ยิ่งใหญ่เช่นเดียวกับที่จอมพลฉิน
เป็นในปัจจุบัน!
ในทางตรงกันข้าม หากต้ากู่เลือกที่จะฝึกฝนการต่อสู้ต่อไปและ
หาทางเข้าร่วมกับนิกายใหญ่ให้ได้เพื่อแสวงหาความแข็งแกร่งและช่วง
อายุที่มากขึ้นจากการฝึกฝนที่สูงขึ้นตามวิถีแห่งนักสู้ ชีวิตเขาจะเต็มไป
ด้วยความทุกข์ทรมานและความยากลำบาก แม้ว่าเขาจะเกิดมาพร้อม
พละกำลังศักดิ์สิทธิ์ แต่มันก็ไม่สามารถเทียบกับนักสู้ที่มีพรสวรรค์สูงส่ง
และมีการฝึกฝนที่ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วได้
หลินหมิงเดินลงมาจากลานประลอง เฉ่าชีเฟิงและเจียงบิ๋นที่พึ่งจะ
ฟื้นคืนสติกลับมาได้ไม่นาน พวกเขาจ้องมองไปที่หลินหมิงด้วยความ
หวาดกลัว
หลินหมิงแสดงพละกำลังที่สูงกว่า 12000 จินออกมาและทำลาย
ผลึกวัดพละกำลังจนแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ภาพลักษณ์ของเขาถือว่าน่า
เกรงขามมากทีเดียว คงไม่มีใครในอาณาจักรนี้กล้าเป็นศัตรูกับเขาอีกแล้ว
เขายังมนุษย์อยู่หรือไม่? ตั้งแต่สำนักแห่งนี้ถูกก่อตั้งขึ้นมายังไม่เคยมี
ใครสามารถทำลายผลึกวัดพละกำลังได้มาก่อน!
“หลินหมิง เจ้าควรจะไปพักซักครึ่งชั่วโมงเพื่อให้สภาพร่างกายของ
เจ้ากลับมาอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์เและพร้อมที่จะต่อสู้อีกครั้ง” ผู้ตัดสิน
กล่าว
หลินหมิงส่ายหัว “ไม่จำเป็น ร่างกายของข้าในตอนนี้ยังอยู่ในสภาพที่
สมบูรณ์ดี ข้าสามารถต่อสู้ในรอบต่อไปได้โดยไม่ต้องพัก”
“เชื่อที่ท่านผู้อาวุโสพูดเถอะ!” หลิงเซ็นกล่าว “ข้าต้องการสู้กับเจ้าใน
สภาพที่สมบูรณ์ที่สุด!”
หลินมิงยิ้มและกล่าว “งั้นก็ได้ หากศิษย์พี่พูดเช่นนั้นข้าก็จะไปพัก
ก่อน ข้าเฝ้ารอคอยที่จะได้ประมือกับศิษย์พี่ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้พบศิษย์พี่
แล้ว”
ครั้งแรกที่หลินหมิงได้พบหลิงเซ็นก็คือตอนที่เขามาสมัครเข้าสำนัก
เจ็ดแก่นแท้ ในวันนั้นหลิงเซ็นได้แสดงวิธีทดสอบพละกำลังด้วยแท่นหิน
ทดสอบพละกำลังให้เหล่าผู้สมัครดูเป็นตัวอย่าง ตั้งแต่วันนั้นมาหลินหมิง
ก็นับถือหลิงเซ็นเป็นอย่างมากและฝึกฝนการต่อสู้ด้วยความมุ่งมั่นมา
ตลอด เขาหวังว่าซักวันหนึ่งเขาจะได้เป็นนักสู้ที่แข็งแกร่งเช่นเดียวกับหลิง
เซ็นและได้ต่อสู้กับหลิงเซ็นอย่างสมเกียรติ!