Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 237 อัจฉริยะพลังจิตวิญญาณ
หลินหมิงกล่าว “ข้าได้ยินว่านักสู้จากทั้ง 36 อาณาจักรไม่ได้อยู่ใน
สายตาของเจ้าเช่นนั้นหรือ? ข้ายืนอยู่ในสายตาของเจ้าแล้วนี่ไง เจ้ามี
ปัญญากำจัดข้าออกไปจากสายตาอย่างที่เจ้ากล่าวโอ้อวดได้หรือไม่?”
“เจ้าโง่ กล้าท้าทายข้าหรือ? ข้าจะสั่งสอนเจ้าเอง จัดการมัน!” ชายชุด
ไหมตะโกน ทันใดนั้นชายชุดดำ 4 คนก็พุ่งเข้ามาในภัตตาคาร เขาไม่คิดที่
จะเอาชนะหลินหมิงด้วยตัวคนเดียว จึงเรียกพวกมารุมจะดีกว่า
ชายชุดดำทั้ง 4 คนพุ่งเขาไปหาหลินหมิงอย่างรวดเร็ว แต่หลินหมิงก็
ไม่ได้คิดจะหลบ เขาเพียงแค่หลับตาลงเท่านั้น
ทันใดนั้นในจิตใจของชายชุดทำทั้ง 4 ก็กลายเป็นมืดมิด ร่างกายของ
พวกเขาสั่นสะท้าน พวกเขาทั้ง 4 หมดสติและล้มลงไปบนพื้นอยู่แทบเท้า
ของหลินหมิงในทันที
ฟรุป ฟรุป ฟรุป ฟรุป!
ฟองน้ำลายออกมาจากปากของพวกเขาราวกับสนัขที่โดนวางยา!
โอวหยางจื่ออวิ๋นมองดูเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความตกตะลึง เหตุใด
ชายชุดดำทั้ง 4 ถึงได้หมดสติไปทั้งอย่างนั้น เจ้าเด็กนั่นทำสิ่งใดกันแน่?
โอวหยาวจื่ออวิ๋นจับกระบี่ของตนเองเอาไว้แน่น เขามองไปที่หลินห
มิงด้วยความหวาดระแวง
เมื่อเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเหล่านักสู้ที่อยู่ในภัตตาคารก็หันมาสนใจ
หลินหมิงในทันที ทุกสายตาจับจ้องไปที่เขา ชายหนุ่มคนนี้มาจากที่ใดกัน?
เหตุใดชายชุดดำที่มีการฝึกฝนที่จุดสูงสุดของขั้นดัดกระดูกถึง 4 คนจึงได้
หมดสติไปอย่างไร้สาเหตุเช่นนี้?
“ชายหนุ่มผู้นั้นไม่ธรรมเลยจริงๆ” ชายคนหนึ่งที่กำลังจิบไวน์อยู่บน
โต๊ะอาหารพึมพำออกมา เขามีการฝึกฝนขั้นผสานชีพจร เขาไม่อยากจะ
เชื่อเลยว่าอาณาจักรลิขิตฟ้าจะมีชายหนุ่มที่มีความสามารถขนาดนี้อยู่
สำหรับนักสู้ชุดดำที่สลบอยู่บนพื้น จิตวิญญาณของพวกเขาถูกโจมตี
อย่างรุนแรง อาจจะต้องใช้เวลา 2-3 สัปดาห์หรืออาจจะเป็นเดือนเพื่อ
รักษาจิตวิญญาณที่เสียหายให้กลับมาหายดีขึ้น
ในเวลานี้โอวหยางจื่ออวิ๋นอยากจะเดินหนีออกไปไกลๆ ทว่า
ในตอนนี้ก็มีผู้คนมากมายมองดูเขาอยู่ ศิษย์จากแผนกลงทัณฑ์มักจะเป็น
คนที่หยิ่งยโส ห้ามใครทำตัวขี้ขลาดและหนีคู่ต่อสู้เป็นอันขาด การหนีคู่
ต่อสู้คือความอับอายและความอัปยศสูงสุดของศิษย์จากแผนกลงทัณฑ์
โอวหยางจื่ออวิ๋นกล่าว “อย่ามาเล่นไร้าระต่อหน้าข้า! ข้ารู้ว่าเจ้าโจมตี
พวกเขาด้วยพลังจิตวิญญาณ มันเป็นทักษะที่สามารถใช้จัดการผู้ที่อ่อนแอ
กว่าได้อย่างง่ายดาย แต่มันก็ไม่มีประโยชน์เลยเมื่อเจอกับผู้ที่แข็งแกร่ง
กว่า”
โอวหยางจื่ออวิ๋นมาจากหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ เขาเป็นคนที่มีความรู้มาก
เขาพอจะเดาได้ว่าหลินหมิงทำอะไรลงไป แต่สิ่งที่เขายังไม่รู้ก็คือ ความ
แข็งแกร่งทางด้านพลังจิตวิญญาณของหลินหมิงนั้นอยู่ระดับใด!
“ถ้าเจ้าสามารถรับมือการโจมตีครั้งนี้ของข้าได้ ข้าก็จะยอมรับความ
พ่ายแพ้แต่โดยดี”
หลังจากโอวหยางจื่ออวิ๋นกล่าวจบ เปลวเพลิงสีม่วงก็ลุกโหมทั่วร่าง
ของเขา เปลวเพลิงสีม่วงนั่นไม่ได้ร้อนเหมือนเปลวเพลิงทั่วไป แต่มันกลับ
แผ่ความหนาวเย็นอย่างสุดขั้วออกมา ทั้งพื้นและโต๊ะที่อยู่ใกล้เปลวเพลิงสี
ม่วงกลายเป็นน้ำแข็ง
นี่เป็นวิชาอันทรงพลังของนักสู้ที่สำเร็จ ‘เคล็ดบ่มเพาะทัณฑ์สวรรค์
ศักดิ์สิทธิ์’ ขั้นที่ 4 – วิชาหอกกระดูกเพลิงม่วง
นี่เป็นวิชาที่ทรงพลังที่สุดของเขา เดิมทีเขาตั้งใจจะใช้มันในรอบ
ท้ายๆของการประลองชุมนุมร่วมสำนัก แต่เมื่อต้องมาเจอกับหลินหมิง
ทำให้เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะใช้วิชานี้
เปลวเพลิงสีม่วงที่ลุกท่วมร่างกายของเขาไหลมารวมตัวที่มือข้างขวา
และก่อตัวเป็นหอกสีม่วง ความน่าหวากกลัวและความเยือกเย็นแผ่
ออกมาหอกสีม่วงนั้นอย่างรุนแรงเป็นอย่างยิ่ง
ใบหน้าของโอวหยางจื่ออวิ๋นกลายเป็นซีดขาว ‘เคล็ดบ่มเพาะทัณฑ์
สวรรค์ศักดิ์สิทธิ์’ นั้นจำเป็นต้องใช้พลังปราณแท้จำนวนมาก และยังต้อง
ใช้พลังหยินซึ่งมีแห่งกำเนิดมาจากการดูดซับจากผู้หญิง
การที่เขาใช้วิชา ‘หอกกระดูกเพลิงม่วง’ ทำให้เขาต้องฝืนขีดจำกัด
ของร่างกายเป็นอย่างมาก เขารู้สึกเหนื่อยล้าและอ่อนเพลียจนแทบจะไม่
สามารถควบคุมและพุ่งหอกระดูกเพลิงม่วงออกไปอย่างแม่นย่ำได้
หลินหมิงส่ายหัวและกล่าว “ข้ารอเจ้าจนอาหารที่กำลังร้อนๆเย็น
หมดแล้ว เจ้าคิดว่าจะมีปัญญาโจมตีข้าด้วยสภาพร่างกายที่แทบจะยืนไม่
ไหวแบบนั้นหรือ?”
“เจ้า…!” โอวหยางจื่ออวิ๋นโมโหอย่างมากเมื่อได้ยินคำเยาะเย้ยจาก
หลินหมิง ในความเป็นจริงแล้วเขาพึ่งจะสำเร็จ ‘เคล็ดบ่มเพาะทัณฑ์
สวรรค์ศักดิ์สิทธิ์’ ได้ไม่นาน การใช้งานและควบคุมหอกกระดูกเพลิงม่วง
จึงเป็นเรื่องยากอย่างยิ่งสำหรับเขา
แม้เขาจะรู้ดีว่ายังไม่สามารถควบคุมมันได้ แต่ด้วยความหยิ่งทะนง
ของเขา ทำให้เขาจำเป็นต้องใช้ทุกอย่างที่มีเพื่อเอาชนะหลินหมิงให้จนได้
“แน่จริง… เจ้าก็อย่าหลบ!” โอวหยางจื่ออวิ๋นกล่าวออกมาอย่างอยาก
ลำบาก เขาดูอ่อนเพลียและซีดราวกับซากศพ เพียงแค่การจะกล่าวสิ่งใด
ออกมาก็ยังเป็นเรื่องยาก
หลินหมิงหัวเราะเยาะและกล่าว “มีเหตุผลอะไรที่ทำให้ข้าต้องหลบ
ด้วยเล่า?”
ทันใดนั้นท่านตาของหลินหมิงก็กลางเป็นวังวนสีดำ ความมืดมิด
เข้าปกคลุมจิตใจขิงโอวหยางจื่ออวิ๋น
ปัง!
ราวกับว่าเกิดระเบิดขึ้นในหัวสมองของโอวหยางจื่ออวิ๋น เขากำลัง
เผชิญกับการจู่โจมทางจิตวิญญาณที่รุนแรงอย่างยิ่ง ร่างกายของเขาทรุด
ลงไปบนพื้น
ในเวลานี้เขาไม่สามารถควบคุมพลังของหอกกระดูกเพลิงม่วงที่อยู่ใน
มือของเขาได้อีกต่อไป หอกกระดูกเพลิงม่วงระเบิดพลังเย็นยะเยือก
ออกไปทั่วทุกทิศทาง!
ความรุนแรงของมันมากพอที่จะทำให้ภัตตาคารขนาดใหญ่ทั้งหลัง
แห่งนี้กลายเป็นเศษสะเก็ดหิมะได้อย่างง่ายดาย
ทันใดนั้นชายชุดคลุมสีดำคนหนึ่งก็พุ่งลงมาจากชั้นสอง ชายคนนั้น
สะบัดมืออย่างรวดเร็ว เกิดพายุขึ้นตรงหน้าของโอวหยางจื่ออวิ๋น พายุลูก
นั้นดูดพลังเยือกแข็งที่ระเบิดออกมาจากหอกกระดูกเพลิงม่วงทั้งหมดเข้า
ไป จากนั้นพายุนั่นก็สลายหายไป
หากชายคนนี้ไม่ปรากฏตัวออกมาละก็ โอวหยางจื่ออวิ๋นคงจะถูก
หอกกระดูกเพลิงม่วงของตนเองที่ระเบิดออกมาฆ่าตนเองตายไปแล้ว
ชายคนนั้นคงจะเป็นผู้รักษาความปลอดภัยหรือไม่ก็เจ้าของภัตตาคารแห่ง
นี้
ชายชุดคลุมสีดำคนนั้นมองมาที่หลินหมิง เขามีระดับการบ่มเพาะที่
สูงสุดของขั้นปราณต้นฟ้า ความแข็งแกร่งของเขาพอๆกับฉินจื่อหยาเลย
ทีเดียว
“เจ้าหนู ช่างลงมือรุนแรงยิ่งนัก หากข้ามาไม่ทันเวลา ภัตตาคารแห่ง
นี้คงกลายเป็นจุลไปแล้ว เจ้ารู้หรือไม่ว่าการที่เจ้าทำลายภัตตาคารแห่งนี้
เจ้าจะพบกับปัญญาใหญ่เพียงใด?”
หลินหมิงยิ้มและกล่าว “อย่างงั้นหรือ? ข้าสัมผัสได้ว่าท่านมารออยู่
นานแล้ว หากศิษย์จากแผนกลงทัณฑ์เสียชีวิตในภัตตาคารแห่งนี้ ปัญหา
ของท่านจะใหญ่กว่าปัญหาของข้าเสียอีก”
ชายชุดคลุมสีดำตกตะลึงเป็นอย่างมาก สิ่งที่หลินหมิงพูดเป็นความ
จริง เขาซ่อนตัวรออยู่นานแล้ว เขาไม่คิดเลยว่าหลินหมิงจะสัมผัสถึงเขา
ได้และรอให้เขาออกมาแก้ไขสถานการณ์เช่นนี้
‘ถ้าชายหนุ่มคนนั้นสามารถสัมผัสถึงข้าได้ พลังจิตวิญญาณของเขาก็
ต้องสูงส่งจนน่าเหลือเชื่อ เขาจะต้องมีพรสวรรค์ด้านพลังจิตวิญญาณ
ระดับ 5 หรือ 6 อย่างแน่นอน’ ชายชุดคลุมสีดำครุ่นคิด เขามีระดับการ
บ่มเพาะอยู่สูงสุดของขั้นปราณต้นฟ้า และเขายังรู้จักวิธีควบคลุมลม
หายใจให้สงบนิ่งและปกปิดตัวตน แต่ถึงกระนั้นหลินหมิงก็สามารถสัมผัส
ถึงตัวตนของเขาได้อยู่ดี
ในเวลานี้ชายชุดดำทั้ง 4 เริ่มได้สติขึ้นมาแล้ว ชายชุดไหมที่มากับ
โอวหยางจื่ออวิ๋นจึงสั่งให้พวกเขาช่วยกันแบกร่างของโอวหยางจื่ออวิ๋นก
ลับไป พวกเขาทั้งหมดออกจากภัตตาคารด้วยความอับอาย
เหล่านักสู้ที่อยู่ในภัตตาคารต่างประทับใจและชื่นชมในความสามารถ
ของหลินหมิงเป็นอย่างมาก
“ข้าไม่คิดเลยว่าจะมีนักสู้ที่มีพลังจิตวิญญาณสูงส่งขนาดนี้ที่มาจาก
36 อาณาจักร” ชายคนหนึ่งกล่าว
“เขาสามารถจัดการนักสู้จุดสูงสุดขั้นดัดกระดูทั้ง 4 คนได้ในพริบตา
พรสวรรค์ด้านพลังจิตวิญญาณของเขายอดเยี่ยมเป็นอย่างยิ่งเป็นอย่างยิ่ง
เขาคงจะมีพรสวรรค์ด้านพลังจิตวิญญาณระดับ 6 แม้แต่นักสู้ขั้นผสานชีพ
จรก็คงไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา”
“ชายหนุ่มคนนั้นคงจะได้เป็น 150 อันดับแรกในการประลองชุมนุม
ร่วมสำนักอย่างแน่นอน เขาเป็นพวกที่มีความแข็งแกร่งมากกว่าระดับการ
บ่มเพาะของตนเอง!”
นักสู้ที่อยู่ในภัตตาคารพูดคุยกันอย่างเมามัน บางคนก็ถึงกับตั้งฉายา
ขึ้นมาให้หลินหมิงเลยทีเดียว
ในเวลานี้บนห้องโถงชั้นสอง ชายชุดคลุมสีม่วงคนหนึ่งกำลังนั่งจิบ
ไวน์อย่างสบายอารมณ์ เขาพึมพำออกมา “เป็นเด็กหนุ่มที่น่าสนใจไม่
เบา”
ชายชุดคลุมสีม่วงคนนี้มีการบ่มเพาะขั้นผสานชีพจรช่วงกลาง เขามี
กระบี่ยาว 4 ก้าวสะพายอยู่ด้านหลัง สำหรับนักสู้ผู้ใช้กระบี่บางคน แม้
พวกเขาจะมีแหวนมิติ แต่พวกเขาก็ต้องการเก็บกระบี่ของพวกเขาไว้บน
หลัง เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่กระบี่!