Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 257 โล่ป้องกันสายฟ้า
และผู้สุดท้ายของ 20 คน แน่นอนว่าคือหลินหมิง
เทียบกับตัวตนทั้ง 19 คนเหล่านั้นแล้วหลินหมิงจึงดูธรรมดาเป็น
อย่างยิ่ง เขามาจากครอบครัวธรรมดาและยังใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย ไม่มี
ผู้ใดให้ความสนใจเท่าใดนัก
ในเวลานี้ ผู้อาวุโสของสำนักเจ็ดหุบเขาแก่นแท้ ได้บันทึกสรุปข้อมูล
ของหลินหมิงย่อๆว่า ด้วยอายุ 16ปี และศักยภาพของเขาที่แสดงออกมา
ในการประลองชุมนุมร่วมสำนัก หาได้ยากในรอบ 200ปี!
ในตอนนี้ตะวันยังไม่โผล่ขึ้นมา แต่ผู้คนก็มากันเกือบเต็มสนาม
ประลอง
เหล่าผู้อาวุโสจากสำนักเล็กๆในอาณาเขตของหุบเขาเจ็ดแก่นแท้และ
อีก 16 กลุ่มที่มาจากตระกูลนักสู้ ยังมีเหล่าผู้นำและชนชั้นสูงต่างๆจากทั้ง
36 อาณาจักร ตัวตนที่ยิ่งใหญ่ต่างมารวมตัวกัน
หลายคนต่างเป็นบุคคลสำคัญของดินแดนตัวเองที่มีอิทธิพลสูงส่ง แต่
เมื่ออยู่ที่นี่ ไม่มีแถวที่นั่งด้วยซ้ำและมีเพียงบางคนได้เข้าไปในห้องโถงหลัก
“ในการประลองชุมนุมร่วมสำนักในครั้งนี้ มีผู้มีฝีมือเป็นจำนวนมาก
ที่สุดในรอบ 300ปี!”
ในบรรดาผู้คนเหล่านั้น เจ้าสำนักหลัว จากอาณาจักรฮั่วหลัว กำลัง
จิบชาอยู่
ในฐานะที่เป็นเจ้าสำนักของอาณาจักรยิ่งใหญ่ เขาจึงได้รับการ
ต้อนรับปฎิบัติอย่างดี ด้านข้างเขา มีโต๊ะ ถ้วยชาและผลไม้ที่ถูกกัด
เล็กน้อยวางอยู่
“นี่ท่าน เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ส่งผู้สังเกตการมาที่นี่เช่นนั้นหรือ?”
พวกเขานั้นช่างให้เกียรติหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ยิ่งนัก แต่ไม่เคยมีใครที่จาก
สำนักระดับ 4 เคยให้ความสนใจกับงานประลองร่วมชุมนมสำนักเลยซัก
ครั้งนะ!”
“เกาะฟีนิกศักดิ์สิทธิ์งั้นหรือ?” เจ้าสำนักหลัววางถ้วยชาลงแล้วกล่าว
ขึ้นมา “ข้าได้ยินข่าวลือมาว่าพวกเขามายังทำอะไรที่นี่นั้น จุดประสงค์ยัง
ไม่แน่ชัด แต่ไม่น่าจะมาเพื่อดูการประลองอย่างแน่นอน”
“อืม ข้าไม่แน่ใจเช่นกัน ว่าแต่ เจ้าคิดว่าอาณาจักรฮั่วหลัว หวังมู่จะ
ได้อันดับที่เท่าไร่
“ฮึก!…” เมื่อจู่ๆโดนถามเช่นนี้ เจ้าสำนักหลัวแทบจะสำลักน้ำชา
เพราะไม่รู้จะตอบอย่างไร หวังมู่นั้นยังไม่เคยพ่ายแพ้เลยซักครั้ง และนั่น
เป็นสิ่งที่เชิดหน้าชูตาของสำนักเขา
…………………………………………..
ในที่สุดตะวันก็ได้โผล่ขึ้นมาแล้ว ผู้ตัดสินได้เตรียมพร้อมอยู่กลางเวที
เรียบร้อยแล้ว ชายชราผู้นี้มีระดับการฝึกฝนอยู่ที่ปราณปลายฟ้าช่วงกลาง
และเป็นหนึ่งในผู้อาวุโสระดับสูงของสำนักหุบเขาเจ็ดแก่นแท้
ข้าคงไม่จำเป็นต้องกล่าวถึงกฎกติกาอีกครั้ง มีผู้ผ่านเข้ารอบชิงมา
ทั้งสิ้น 30 คน ทุกคนจะได้ประลองอย่างน้อย 29 ครั้ง ผู้ที่มีแต้มน้อยที่สุด
เมื่อจบการประลองจะได้พบกับผู้ที่มีแต้มมากที่สุดจากการประลองใน
รอบที่ 2 ก่อนหน้านี้ หมายความว่าพวกเจ้ายังจะไม่อาจติด 30 แรกได้
อย่างแท้จริง
“ถ้างั้น ข้าขอประกาศว่าเริ่มการประลองได้!”
เสียงประกาศของผู้อาวุโสตัดสินนั้นเสียงดังและชัดเจน ก้องไปทั่วหุบ
เขา
“หลินหมิงทำให้ดีที่สุดและพยายามติด 10 อันดับแรกให้ได้ ถ้าเจอคู่
ต่อสู้ที่ไม่อาจเอาชนะได้ ก็ไม่จำเป็นต้องสู้ต่อและทำให้ตัวเองต้อง
บาดเจ็บ” ฉินจื่อหยาให้คำแนะนำหลินหมิง
ถึงแม้จะมีกฎห้ามสังหารหรือทำให้คู่ต่อสู้พิการ ถ้าเกิดคู่ต่อสู้มีพลัง
ไกล้เคียงกัน ก็ควรที่จะต่อสู้ด้วยทุกอย่างที่มี
ถึงจะกล่าวเช่นนั้น ถ้าหากว่าเกิดสถานะการณ์ที่คาดไม่ถึงและไม่อาจ
ยั้งมือได้ ก็อาจเกิดการบาดเจ็ดหนักได้อยู่ดี ระวังตัวไว้ให้มากๆล่ะ!
“ข้าเข้าใจแล้ว”
หลินหมิงมุ่งไปยังพื้นที่สำหรับเตรียมตัวนั่งบนเก้าอี้และรอเวลา ใน
ที่สุดการประลองคู่แรกก็กำลังจะเริ่มขึ้น ศิษย์หลักและผู้เข้าประลองที่ไม่
ค่อยมีชื่อก้าวขึ้นมาบนเวที
คู่นี้ดูเหมือนจะทำให้ผู้ชมผิดหวังเล็กน้อยเนื่องจากความห่างชั้น พวก
เขาอยากชมการประลองของศิษย์หลักกับศิษย์หลักมากกว่า
ในการลองที่กำลังเกิดขึ้นหลินหมิงเหลือบไปเห็นชายหนุ่มรูปงามเดิน
มาหาเขา ด้วยความสง่างามและอ่อนโยนของบุรุษ ที่มัดใจผู้คน แต่กลับ
ซ่อนไว้ด้วยความเสแสร้งภายใต้ใบหน้า
หลินหมิงพยายามนึกแต่ก็ไม่เห็นว่าเขาจะรู้จักชายผู้นี้
“เจ้าคือหลินหมิงใช่หรือไม่?”
“ใช่ ข้าเอง!”
“ข้าคือ โอวหยางสื่อเฟิงศิษย์หลักของสำนักเจ็ดแก่นแท้จากแผนกลง
ทัณฑ์”
“ข้าเดาว่า เจ้าคงไม่รู้จักข้าใช่หรือไม่?”
“…ไม่เป็นไร แค่ข้ารู้จักเจ้าก็เพียงพอแล้ว เป็นเพราะเจ้าน้องชายของ
ข้าจึงพลาดโอกาสที่จะเข้าร่วมงานประลองร่วมชุมนุมสำนัก”
เมื่อชายหนุ่มรูปงามกล่าวเรื่องนี้ออกมาหลินหมิงก็จำบางอย่างได้
เมื่อตอนอยู่ในห้องโถงดอกไม้ทะเลทรายขณะกำลังจะทานมื้อค่ำกับ ฉิน
ซิงเซวียน ได้เกิดการต่อสู้ขึ้นมา ในท้ายที่สุด เขาได้ใช้เจตจำนงแห่งนักสู้
วัฎสงสาร จัดการศิษย์จากแผนกลงทัณฑ์ ที่มีแซ่ โอวหยาง ตอนนี้เขา
เข้าใจแล้วว่าคือน้องชายของคนๆนี้นี่เอง
อย่างไรก็ตาม ตอนนั้นหลินหมิงเบามือให้กับเขาแล้ว เหตุผลที่ โอวห
ยางจื่ออวิ๋น ได้รับบาดเจ็บสาหัสเป็นเพราะเขาไม่สามารถควบคุมพลังของ
ตัวเองที่พังทลายจึงได้รับบาดเจ็บเอง
เมื่อสัมผัสได้ถึงเจตนาร้ายและเกลียดชังหลินหมิงกล่าวอย่างเย็นชา
ว่า “เหตุผลที่น้องชายของเจ้าบาดเจ็บอย่างน่าสมเพชเพราะพยายามใช้
พลังที่ตัวเองไม่อาจควบคุมได้จึงทำให้บาดเจ็บ ไม่เกี่ยวอะไรกับข้า”
“หืม!! ไม่เกี่ยวอะไรกับเจ้า? ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้าโจมตีเขา น้องชายของ
ข้าจะเสียการควบคุมได้อย่างไร?”
“งั้นเจ้าคิดว่าข้าคงต้องยืนเป็นกระสอบทรายให้น้องชายของเจ้า
โจมตีตามที่ต้องการเช่นนั้นหรือ?
ถ้าหากข้าไม่แข็งแกร่งพอก็คงไม่อาจรับมือได้และบาดเจ็บสาหัสไป
แล้ว!”
“ข้านั้นไม่ได้เป็นคนไปหาเรื่องเขาก่อน แต่เขาก็ยังมาโจมตีเพื่อหวัง
จะสังหารข้า เจ้าคิดว่าเขาสมควรถูกสั่งสอนแค่บาดเจ็บหนักเพียงเดือน
สองเดือนเช่นนั้นหรือ?”
“แต่ถ้าเกิดข้าได้สังหารจริงเขา เช่นนั้นข้าจะก็ยอมรับผิด ศิษย์สำนัก
หุบเขาเจ็ดแก่นแท้คิดว่าตัวสูงส่งและหยิ่งยโสได้ตามใจชอบ?”
โอวหยางสื่อเฟิงหัวเราะอย่างชั่วร้ายแล้วกล่าว “โลกนี้ผู้แข็งแกร่ง
กำหนดทุกสิ่ง! และผู้ที่แข็งแกร่งเป็นผู้ตั้งกฎ!
ข้าแข็งแกร่งกว่าเจ้า เช่นนั้นข้าจึงเป็นผู้ตั้งกฎ!”
“เจ้าคิดว่าเจ้าแข็งแกร่งกว่าข้า?”
“อีกไม่นานเจ้าก็จะรู้ ในคู่ที่ 4 การต่อสู้ของเราจะเริ่มในอีกไม่นาน!”
โอวหยางสื่อเฟิงกล่าวและหันหลังเดินจากไป เขาได้ดูรายการจับคู่
ประลองมาเรียบร้อยแล้ว และรู้ว่าจะได้เจอกับหลินหมิงในคู่ที่ 4 ในรอบ
แรกของการประลองรอบชิง
ในขณะที่ โอวหยางสื่อเฟิงจากไป ผลประลองบนเวทีก็ได้ตัดสินแล้ว
“คู่ที่ 2 ฉาง เอี่ยนจ้าว ปะทะ เหยี่ยน หยานตง!”
หลังจากได้ยินเสียงประกาศออกมา เหล่าผู้ชมที่มาจาก 16 ตระกูล
นักสู้ตะโกนเสียงเชียร์สนั่น ฉางเอี่ยนจ้าว เป็นตัวแทนจากทั้ง 36 ตระกูล
นักสู้ที่ติด 20อันดับแรกได้และเขาอาจมีโอกาศที่จะติด 10อันดันแรกได้!
คู่ต่อสู้ของเขา เหยี่ยน หยานตง เคยพ่ายแพ้ไปแล้ว 2 ครั้งในการ
ประลองก่อนรอบชิง ต้องมาเจอ ฉาง เอี่ยนจ้าว ที่ไม่เคยพ่ายแพ้ ผลการ
ประลองคงสามารถคาดเดาได้ไม่ยาก
ฉิงงง!
ฉางเอี่ยนจ้าวดึงดาบที่หลังของเขาออกมา เหยี่ยน หยานตง ก็ดึงธวัช
ชัยค่ายกลขนาดเล็กออกมาเช่นกัน แล้วโบกสบัด อักขระสีทองนับร้อย
ลอยออกมาในอากาศ
“ค่ายกลผนึกปีศาจ!”
อักขระสีทองพุ่งไปยัง ฉางเอี่ยนจ้าว ดั่งฝูงตั๊กแตน ฉางเอี่ยนจ้าว ก้าว
ข้างหน้าและทั่วทั้งร่างปะทุพลังออกมา
“พิฆาตพยัคมังกร!”
เขากวาดดาบออกไป รูปร่างดั่งพยัคฆ์และมังกรผสานกับปราณแท้
ถูกส่งออกไปด้วยกัน กลายเป็นดั่งพายุแห่งการทำลายล้างและปะทะกับ
อักขระที่กำลังพุ่งมาในอากาศ อักขระสีทองได้ร่วงหล่นและแตกเป็นชิ้นๆ
จากนั้นสลายหายไปโดยทันที!
ปัง!
การโจมตีด้วยกระบี่แรกทำลายค่ายกล เหยี่ยน หยานตง และกระบี่
ที่สอง ทำลายโล่ป้องกันปราณแท้ จากนั้น เหยี่ยน หยานตง ถูกโจมตีจน
กระเด็นไป
โล่ป้องกันปราณแท้ของ เหยี่ยน หยานตง ถูกทำลายแตกเป็นเสี่ยงๆ
แต่เขาไม่ได้บาดเจ็บ ความจริงคือความสามารถในการควบคุมพลังของ
ฉาง เอี่ยนจ้าว นั้นลึกล้ำอย่างยิ่ง
ความแตกต่างของพลังช่างห่างไกลเกินไป
“ฉางเอี่ยนจ้าว นั้นเป็นสัตว์ประหลาดอย่างแท้จริง!”
“ข้าคิดว่าตัวแทนของ 16 ตระกูลนักสู้เช่น ฉางเอี่ยนจ้าว นั้นไม่ได้
ด้อยไปกว่าศิษย์สายตรงของหุบเจ็ดแก่นแท้เลย!”
ผู้ที่กำลังกล่าวอยู่นั้น คือศิษย์ของเหล่า 16 ตระกูลนักสู้ หลังจากที่
กล่าวเสร็จ ศิษย์ของสำนักหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ที่นั่งอยู่ฝั่งข้างๆก็ยิ้มอย่าง
เย้ยหยันและกล่าวว่า นั่นเป็นเพราะว่าพวกเจ้ายังไม่เคยเห็นความ
แข็งแกร่งของศิษย์สายตรงสำนักเราด้วยตาของตัวเองต่างหาก ถ้า จาง
เอี่ยนจ้าว เจอกับ โอวหยางหมิง หรือ เจียงเป่าอวิ้น เขาก็คงพายแพ้ใน 5
กระบวนท่า!
“5 กระบวนท่า?
ข้าอยากจะขำจริงๆ! พวกสำนักหุบเขาเจ็ดแก่นแท้แสนโอ้อวดไม่รู้
แม้กระทั่งว่าตนเองกำลังกล่าวสิ่งใดอยู่
“เช่นนั้นก็รอดูด้วยตาพวกเจ้าเองเถอะ แล้วอย่าร้องไห้ที่หลังแล้ว
กัน!”
ศิษย์สำนักหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ยกมุมปากขึ้นและไม่กล่าวสิ่งใดต่อ
การประลองคู่ที่ 3 ไม่มีคนสำคัญ
การประลองคู่ที่ 4หลินหมิงปะทะ โอวหยางสื่อเฟิง!
โอวหยางสื่อเฟิงศิษย์ลำดับสามจากแผนกลงทัณฑ์และเขายังไม่เคย
พ่ายแพ้ในกลุ่มของเขาเลย
หลินหมิงก็ยังไม่เคยพ่ายแพ้เช่นกัน แต่ในความคิดของบรรดาผู้ชม
นั้นหลินหมิงแน่นอนว่าเป็นอัจฉริยะ แต่ความแตกต่างระหว่างพวกเขามี
มากเกินไป ถึงเขาจะเคยเอาชนะจิงฉานหยู่ได้ใน 2 กระบวนท่า ก็ไม่ได้
เพิ่มความมั่นใจและเปลี่ยนความคิดของผู้ชมเท่าใดนัก เนื่องจากความ
แข็งแกร่งของจิงฉานหยู่ไม่มีโอกาสที่จะติด 20 อันดับแรก เช่นนั้นเอาชนะ
จิงฉานหยู่จึงไม่มีความหมายมากนัก
แต่เหล่าผู้อาวุโสของสำนักหุบเขาเจ็ดแก่นแท้นั้นที่ชมการประลอง
อย่างตั้งใจ ดวงตาจับจ้องไม่วาง โดยเฉพาะจับจ้องไปยังหลินหมิงเพราะ
เขายังเด็กมากนัก!
ความจริงแล้ว เจ้าสำนักหลักแห่งหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ฉีซงเทียน ได้สั่ง
การให้ตรวจสอบย้อนไปยังต้นตระกูลของหลินหมิงถึง 3 รุ่น
หลังจากได้รับรายงานกลับมา ฉีซงเทียนรู้สึกประหลาดใจเพราะ
หลินหมิงนั้นมาจากครอบครัวธรรมดาและมีเพียงพรสวรรค์การต่อสู้ระดับ
ธรรมดา
นี่มันช่างน่าประหลาดจนเกิน แล้วเหตุใดเขาจึงมีความแข็งแกร่งได้
ถึงเพียงนี้!
หลังจากที่ โอวหยางสื่อเฟิงเดินขึ้นมาบนเวที ศิษย์หลายคนต่าง
ตะโกนส่งเสียงเชียร์ โดยเฉพาะเหล่าศิษย์หญิงที่ไม่ค่อยมีพรสวรรค์ในการ
ต่อสู้ พวกนางตระโกนจนเสียงแหบแห้งและไม่มีพลังตะโกนอีกต่อไป
พวกนางได้ฝันไว้ว่าจะได้แต่งงานกับศิษย์หลัก อย่างไรก็ตามศิษย์จาก
แผนกกระบี่และแผนกกลั่นสกัด ได้ให้หัวใจทั้งหมดไปกับเส้นทางแห่งการ
ต่อสู้ย่อมไม่ถูกล่อลวงโดยสิ่งใดง่ายๆ มันไม่มีโอกาสที่หญิงสาวเหล่านั้นจะ
เข้าหาพวกเขาได้ ตรงข้ามกลับศิษย์แผนกลงทัณฑ์อย่างสิ้นเชิง
เมื่อเปรียบเสียงเชียร์กัน ฝั่งหลินหมิงนั้นช่างน้อยยิ่งนัก เหตุผล
ส่วนนึงก็คือไม่ค่อยมีศิษย์จากทั้ง 36 อาณาจักรมาชมการประลองรอบ
ของเขา
โอวหยางสื่อเฟิงและหลินหมิงทั้งสองยืนห่างกัน 100 ก้าว
โอวหยางสื่อเฟิงทำเสียงไม่พอใจและกล่าว “ข้าได้ยินมาว่าเจ้ามีพลัง
ในการควบคุมสายฟ้า” ข้าขอแนะนำว่าอย่าซ่อนฝีมือเอาไว้และใช้ทุก
อย่างที่เจ้ามี ไม่เช่นนั้นเจ้าจะไม่มีโอกาสได้ใช้มันเลย!”
“ข้าไม่เคยตั้งใจที่จะซ่อนสิ่งใดไว้ แต่ข้าจะใช้มันเมื่อจำเป็นเท่านั้น!”
“ฮาๆ เจ้ามันหยิ่งยโสเกินกว่าที่ข้าคิดไว้ซะอีก! ตั้งแต่ประลองมายัง
ไม่มีผู้ใดกดดันให้ข้าใช้กระบี่ออกมาจากฝักได้เลย ข้าสงสัยนักว่าเจ้าจะมี
คุณสมบัติพอที่จะทำเช่นนั้นหรือไม่?”
ในขณะที่กล่าวเขาก็ดึงกระบี่ด้ามสีฟ้ายาว ที่ยังอยู่ในฝักออกมาจาก
แหวนมิติ มันทำมาจากหนังงูที่ดูธรรมดา แต่มันก็เปล่งแสงของปราณแท้
บางๆออกมา ฝักดาบนี้จึงไม่น่าจะใช่สมบัติธรรมดา
หลินหมินยิ้มเล็กน้อย กดดันให้เจ้าใช้กระบี่ออกมาเช่นนั้นหรือ? งั้น
มาดูกันว่าเจ้าจะกดดันให้ข้าจนใช้หอกได้หรือไม่เช่นกัน!
“เจตจำนงแห่งนักสู้ วัฎสงสาร!”
ในดวงตาของหลินหมิงจู่ๆก็กลายเป็นวังวนมืดมืด เขาพยายามจะ
เข้าใจถึงเจตจำนงแห่งการต่อสู้วัฎสงสารให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ถึงจะไม่ได้
คาดหวังว่ามันจะเอาชนะคู่ต่อสู้ได้
โอวหยางสื่อเฟิงคาดเอาไว้แล้วว่าหลินหมิงจะใช้การโจมตีทางจิต
วิญญาณ เขาทำเสียงเยาะเย้ยในขณะที่ฝักกระบี่ในมือเริ่มสั่นไหวอย่าง
รุนแรงและเกิดเป็นเสียงภูติผีร้องโหยหวนออกมา
จู่ๆภูติผีสีเขียวจำนวนมากก็ปรากฎขึ้นมาจากฝักกระบี่ที่เปล่งเสียง
และโผล่ขึ้นมาป้องกัน โอวหยางสื่อเฟิงเอาไว้ ภูติผีเหล่านั้นดูเหมือนจะทำ
ให้อากาศรอบๆกลายเป็นเหน็บหนาวได้ดั่งกับว่าจะแช่แข็งจิตวิญญาณ
ของผู้คนได้
การโจมตีด้วยจิตวิญญาณของหลินหมิงชะงัก มันถูกป้องกันโดยภูติผี
เหล่านั้น
ปัง ปัง ปัง!
ภูผีเหล่านั้นที่ปะทะกับการโจมตีด้วยพลังจิตวิญญาณมันแตกออกดั่ง
ลูกโป่ง เมื่อภูติผีสลายไปตัวใหม่ก็เกิดขึ้นมาแทนหลินหมิงทำลายมันไป
มากกว่า 10ตัว ในการโจมตีครั้งแรก แต่มันก็ไม่ทำให้ โอวหยางสื่อเฟิงตื่น
ตระหนกเลย
หืม! ถึงพลังจิตวิญญาณของข้าจะด้อยกว่าของเจ้า แต่การโจมตีของ
เจ้าก็ยังไร้ประโยชน์! ภูติผีเหล่านี้คือปราณหยินที่กลั่นมาจากร่างกายของ
ข้า มันสามารถสร้างภูติผีขึ้นมาแทนที่ได้อย่างไร้ขีดจำกัด!
“ถ้าหากใช้ได้เพียงการโจมตีด้วยพลังจิตวิญญาณ เช่นนั้นเจ้าก็ทำให้
ข้าผิดหวังอย่างมาก”
หลังจากที่ โอวหยางสื่อเฟิงกล่าวออกมา เพลิงสีม่วงก็ปะทุออกมา
ครอบคลุมทั่วร่างรุนแรงดั่งภูเขาไฟ เพลิงลุกท่วมสูงกว่า 12 ก้าว และ
โอวหยางสื่อเฟิงก็ถูกครอบคลุมไว้โดยสมบูรณ์
เพลิงที่แข็งแกร่งขนาดนั้นไม่ร้อนเช่นนั้นหรือ?
ความจริงคือกระดูกของเขาเปล่งความเย็นออกมาและพื้นบริเวณที่
ยืนอยู่ของ โอวหยางสื่อเฟิงปกคลุมด้วยน้ำแข็ง
“นั่นมันหอกกระดูกเพลิงม่วง”หลินหมิงจำมันได้ทันที ย้อนกลับไปที่
ห้องโถงดอกไม้ทะเลทราย มันก็วิชาคือที่ โอวหยาง จื่ออวิ้น ใช้โจมตีเขา
และทำให้ตัวเองบาดเจ็บสาหัส
“น้องชายข้าใช้หอกกระดูกเพลิงม่วงแล้วพ่ายแพ้แก่เจ้า แต่วันนี้ข้า
จะให้เจ้าได้เห็นความน่าเกรงขามของหอกกระดูกเพลิงม่วงที่แท้จริง!”
เพลิงม่วงบนแขนของ โอวหยางสื่อเฟิงก่อร่างเป็นหอกกระดูกเพลิง
ม่วงมันมีเสียงภูติผีปีศาจที่ร้องโหยหวนและทรมารดังออกมาและด้วย
ระดับพลังของ โอวหยางสื่อเฟิงเขาจึงสามารถที่จะแสดงพลังของหอก
กระดูกเพลิงม่วงออกมาได้มากยิ่งกว่า
“ตายซะ!”
ฟรุป–!
หอกกระดูกพุ่งออกไปรวดเร็วดั่งสายฟ้า! เกิดเป็นภาพติดตาของ
เพลิงม่วงยาวเป็นทางไป! เสียงปะทุแหวกอากาศดังสนั่นพร้อมด้วยเสียง
ร้องโหยหวนของภูติผีจนเกือบทำให้แก้วหูพัง
ซู่วว!
หลินหมิงกำลังถูกหอกกระดูกพุ่งมาหา!
เหล่าผู้ชมตั้งตัวไม่ทัน โอวหยางยิ้มอย่างชั่วร้าย เจ้าคิดว่าจะหลบได้
รึ? ฝันไปเถอะ!
หอกแทงไปที่หลินหมิงแต่กลับเป็นเพียงภาพติดตาของเขา
ขณะเดียวกันเมื่อพลาดเป้า หอกก็ได้เปลี่ยนทิศทางตามร่างจริงของหลินห
มิงไปทันที!
“แยกออก!”
โอวหยางสื่อเฟิงตะโกนลั่น ทันใดนั้นหอกกระดูกก็ได้แยกออกเป็น
12 เล่ม หอกกระดูกขนาดย่อมทั้ง 12 เล่ม พุ่งเข้าหาหลินหมิงจากทั่วทุก
ทิศทาง — ไม่มีทางให้หลบหนี!
อ่า!!! บรรดานักสู้จากที่มา 36 อาณาจักร ร้องออกมาด้วยความตื่น
ตระหนก ฉินจื่อหยานั้นตื่นตระหนกยิ่งกว่า สองมือกำหมัดแน่นจนซีดขาว
ในการประลองที่ระดับสูงขึ้น ก้าวพลาดเพียงครั้งเดียวก็อาจบาดเจ็บ
สาหัสหรือกระทั่งพิการได้!
ปัง ปัง ปัง ปัง!
หอกขนาดย่อมทั้ง 12 ปะทะเข้ากับหลินหมิงเพลิงม่วงลุกโชนท่วม
ท้องฟ้า เหมือนดั่งกุหลาบสีม่วงที่กำลังเบ่งบาน!
โอวหยางสื่อเฟิงยกมุมปากขึ้นและยิ้มอย่างชั่วร้าย บรรดานักสู้ที่มา
จากทั้ง 36 อาณาจักร กังวลอย่างมากและจ้องมองอย่างใจจดใจจ่อ
ฉินซิงเซวียนมือเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ เพราะนางเองก็ไม่รู้ว่าหลินหมิง
มีขีดจำกัดพลังและแข็งแกร่งเท่าใด
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เพลิงม่วงค่อยๆจางหายไป รอยยิ้มของ
โอวหยางสื่อเฟิงก็หายไปเช่นกัน
หลินหมิงยังคงยืนอยู่ได้อย่างสบายๆ ไม่มีแม้กระทั่งรอยไหมบน
เสื้อผ้าเลยซักนิด งูสายฟ้าสีม่วงจำนวนมากวิ่งไปมาผสานกันปกคลุมทั่ว
ทั้งร่างอย่างสมบูรณ์
โอวหยางสื่อเฟิงใบหน้าหม่นหมองลง
เขาสามารถใช้พลังของสายฟ้าเป็นโล่ป้องกันได้!?
ถ้าหากหลินหมิงที่สามารถใช้โล่ป้องกันสายฟ้าเพื่อกันการโจมตีจาก
หอกกระดูกเพลิงม่วงได้
แสดงว่าความสามารถในการผสานกับพลังต้นกำเนิดสายฟ้าของเขา
จะต้องเข้าสู่ระดับที่สูงมากอย่างแน่นอน มันเพียงพอที่จะทำลายปราณห
ยินและคุกคามโอวหยางสื่อเฟิงได้!