Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 256 เริ่มการประลองรอบชิงชนะเลิศ
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 256 เริ่มการประลองรอบชิงชนะเลิศ
“เจ้าไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่ข้ากล่าวเช่นนั้นหรือ” เฟิงฉี่ยิ้มเพราะเห็น
การแสดงออกอย่างไม่ใส่ใจของ หลินหมิง
จากทั้ง 36 อาณาจักร ข้านั้นมีคุณสมบัติที่จะติด 10 อันดับแรก ของ
งานประลองชุมนุมร่วมสำนักในครั้งนี้ ถึงแม้เจ้าจะมีพรสวรรค์ที่น่าตกใจ
แต่ระดับการบ่มเพาะยังคงอ่อนด้อย
เฟิงฉี่ผงกศีรษะและกล่าวว่า
“งั้นไว้รอจนกว่าการบ่มเพาะของเจ้าจะถึงขั้นผสานชีพจรช่วงกลาง
และฝึกฝนการต่อสู้มาให้ดี”
ถ้าเจ้าสามารถทำได้ เช่นนั้นเจ้าก็มีคุณสมบัติที่จะเป็นคู่มือของข้า
ส่วนสำหรับคนอื่นๆนั้น คุณสมบัติของเจ้ายังไม่พอ!
หลินหมิงประหลาดใจเล็กน้อย ไม่นึกว่าศิษย์สายตรงของสำนักหุบ
เขาเจ็ดแก่นแท้จะหยิ่งยโสขนาดนี้เฟิงฉี่เป็นคนที่ภูมิใจในตัวเอง แต่จากคำ
กล่าวของเขาแล้ว ดูเหมือนว่าเขาจะยังด้อยกว่าบางคนอยู่
ส่วน ‘คนอื่นๆ’ ที่เขากล่าวถึงนั้นจะต้องเป็นเหล่าคนที่แข็งแกร่งมาก
อย่างแน่นอน
เฟิงฉี่ไม่ต้องการที่จะกล่าวอะไรไปมากกว่านี้ จึงกระโดดขึ้นบนเวที
ประลองและเผชิญหน้ากับจิงฉานหยู่
“การต่อสู้ครั้งนี้ ข้าจะทำให้จบลงภายใน 5 ลมหายใจ!”
หลินหลิง ยังต้องใช้เวลาถึง 15 ลมหายใจ ในการเอาชนะจิงฉานหยู่
แต่เฟิงฉี่กลับบอกว่าจะใช้เพียง 5 ลมหายใจ นั่นมันน้อยกว่าหลินถึง3เท่า!
นี่จึงทำให้เหล่านักสู้จากทั้ง 36 อาณาจักรรู้สึกหวาดกลัวเขา
“เฟิงฉี่สามารถทำเช่นนั้นได้จริงหรือ!?”
“เอาเลย จัดการนางในเสี้ยววินาที”
เมื่อเฟิงฉี่กล่าวจบ เหล่าผู้ชมก็ส่งเสียงเชียร์กันยกใหญ่ นี่คือถิ่นของ
หุบเขาเจ็ดแก่นแท้ จึงมีศิษย์หลายคนปะปนอยู่กับเหล่าผู้ชมและพวกเขา
มีความประทับใจในศิษย์สายตรงของสำนัก เพราะเฟิงฉี่เองก็มีชื่อเสียง
อย่างมาก
เนื่องจากมีผู้ชมหลายคนที่สูญเสียเงินทองมากมายในการเดิมพันคู่
หลินหมิงและจิงฉานหยู่พวกเขาจึงต้องการที่จะระบายอารมณ์
ในตอนนี้จิงฉานหยู่ได้ใช้ผ้าคลุมหน้าอันใหม่ นางยังคงเยือกเย็น
เช่นเดิม แม้จะเจอกับเสียงเชียร์จากฝ่ายเดียว
นางยังคงใช้การป้องกันที่สมบูรณ์แบบรอบตัวเช่นเดิม แต่ครั้งนี้กลับ
หนาเป็นพิเศษ นางตั้งใจจะลบคำสบประมาทของ เฟิงฉี่
นางรู้ว่าด้อยกว่าเฟิงฉี่อย่างมาก แต่ก็จะไม่ยอมให้เขาชนะได้อย่าง
ง่ายดายภายใน 5 ลมหายใจดั่งที่เขากล่าวมา
“การประลองเริ่มได้!”
ในขณะที่กรรมการกล่าวจบ นิ้วทั้งสิบของเฟิงฉี่ผสานกันเป็นรูป
แบบอย่างรวดเร็ว
มันเร็วจนเกิดเป็นภาพติดตาและเพียงแค่ลมหายใจเดียวอักขระสี
ทองนับร้อย ลอยขึ้นมาอยู่บนมือและพุ่งไปหาจิงฉานหยู่
ในลมหายใจที่สอง อักขระสีทองเข้าล้อมรอบจิงฉานหยู่อย่างสมบูรณ์
แบบ ท่ามกลางกลิ่นอายที่แสนอันตรายจิงฉานหยู่ทำได้เพียงแค่ขบฟัน
และเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับโล่ป้องกันด้วยพลังทั้งหมดที่มี
นางคือนักสู้จาก 36 อาณาจักร เมื่อต้องเผชิญหน้ากับศิษย์จากสำนัก
หุบเขาเจ็ดแก่นแท้ที่ดูถูกนาง แต่ก็ทำได้เพียงแค่เก็บความโกรธเคืองไว้
ภายในใจ
จิงฉานหยู่ คิดว่าจะไม่ยอมแพ้ง่ายๆเพื่อศักดิ์ศรีของทั้ง 36
อาณาจักร!
“รูปแบบผนึกทองคำแปดเหลี่ยม!”
เฟิงฉี่ผสานมือ จากนั้นอักขระสีทองนับร้อยที่ล้อมรอบจิงฉานหยู่ก็
เริ่มหมุนวนเป็นค่ายกลทั้ง 8 เข้าบีบรัดโล่ป้องกัน!
ครืด!
โล่ป้องกันรูปไข่ที่หนาแน่น ถูกโซ่ล่องหนบีบรัดอย่างรุนแรง!
จิงฉานหยู่ สีหน้าซีด พลังปราณได้ซึมเข้ามาในโล่ป้องกันเพียง
เล็กน้อยและไหลเข้าสู่ร่างกายของนาง ในเสี้ยววินั้นโล่ป้องกันก็เกือบ
พังทลายลง!
“หึ!”เฟิงฉี่พ่นลมหายใจเบาๆ ดูเหมือนว่าโล่ป้องกันของคู่ต่อสู่จะ
แข็งแกร่งกว่าที่เขาคิดเอาไว้
“รูปแบบกระบี่สวรรค์และปฐพี!”
เฟิงฉี่กวาดมือออกและเกิดเป็นรูปแบบ 36 กระบี่ลำแสงพุ่งเข้าใส่จิง
ฉานหยู่
กระบี่ลำแสงดูเหมือนจะกระเพื่อม อากาศได้ถูกตัดขาดโดยกระบี่
กระบี่ที่แหลมคมก็ได้เจาะเข้าไปที่โล่ป้องกันของจิงฉานหยู่!
ซี่ ซี่ ซี่ ซี่ ซี่!
ในตอนนี้ กระบี่ลำแสงเจาะทั่วทุกทิศทาง จนโล่ป้องกันจนดูเหมือน
ดั่งเม่น!
ผ่านมาถึง 3 ลมหายใจแล้ว!
จิงฉานหยู่ขบฟันของนาง และไม่คิดจะโจมตีกลับ แต่ทำทุกอย่างมุ่ง
ไปที่การป้องกันเพียงอย่างเดียว
นางเร่งพลังปราณในร่างกายขึ้นจนถึงขีดสุด! เป้าหมายของนางนั้น
ไม่ใช่การยืดเยื้อ
นางต้องการเดิมพันทั้งหมดให้สามารถทนต่อไปได้เกิน 5 ลมหายใจ!
โล่ป้องกันเปลือกไข่ได้แข็งแกร่งขึ้นมาชั่วขณะ กระบี่ยังไม่สามารถ
แทงทะลุผ่านมายังไม่ถึงตัวนางและเมื่อ 5 ลมหายใจไกล้จะผ่านไป
ทันใดนั้นพลังกระบี่ได้เพิ่มขึ้นแล้วเสียบทะลุเข้ามาถึงตัวนางทั่วทุก
ทิศทาง นางจึงไม่สามารถทำอะไรได้อีกต่อไปแล้ว
ถึงแม้โล่ป้องกันเปลือกไข่จะไม่ได้แตกออก แต่กระบี่ทั้ง 36 ก็ทะลวง
เข้าไปได้มากจนเกือบถึงตัวนาง เพียงแค่เฟิงฉี่นั้นสั่งการกระบี่เล็กน้อยจิง
ฉานหยู่คงถูกเสียบเป็นรูพรุนไปแล้ว!
“เฟิงฉี่เป็นฝ่ายชนะ!”
หลังจากที่ผู้ตัดสินประกาศเริ่มการประลอง มันเพิ่งผ่านมาเพียง 5
ลมหายใจเท่านั้น!
“ฮาๆ สมแล้วที่เป็นศิษย์สายตรงของแผนกค่ายกล ศิษย์พี่เฟิง นั้น
ยอดเยี่ยมยิ่งนัก!”
ผู้ชมตะโกนส่งเสียงเชียร์อย่างบ้าคลั่ง โดยเฉพาะศิษย์จากแผนกค่าย
กล ศิษย์หญิงหลายคนไม่อาจระงับอารมณ์ไว้ได้จึงส่งเสียงกรี๊ดลั่น เพราะ
จริงๆพวกนางก็แอบชอบเฟิงฉี่มานาน
ความจริงก็คือศิษย์สายตรงส่วนมากแห่งสำนักหุบเขาเจ็ดแก่นแท้
นอกจากความแข็งแกร่งแล้วก็ยังเป็นที่นิยมในหมู่ศิษย์หญิงอีกด้วย
แม้แต่ โอวหยางหมิง จากแผนกลงทัณฑ์ที่แสนเจ้าชู้ ก็มีหญิงสาว
หลายคนฝันว่าจะได้แต่งงานกับเขา แม้กระทั่งเป็นนางบำเรอก็ไม่เลวและ
คงได้ทรัพยากรมหาศาลเป็นสิ่งตอบแทน
จิงฉานหยู่สลายการป้องกันของนางและเดินลงจากเวทีไป ภายใต้
เสียงตะโกนโห่ไล่จากฝูงชน นางรู้สึกหดหู่จนไม่อาจจะอธิบายได้
ในฐานะที่เป็นหญิงสาวที่เติบโตมาด้วยการถูกสรรเสริญว่าเป็น
อัจฉริยะ นางมีชื่อเสียงไปทั่วทั้ง 36 อาณาจักร แล้วผลการประลองที่
ออกมากลับกลายเป็นเช่นนี้…คู่ต่อสู้กล่าวว่าจะจบการต่อสู้ภายใน 5 ลม
หายใจ ในท้ายที่สุดก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ
ไม่ว่านางจะพยายามมากแค่ไหน ก็ยังไม่สามารถทำอะไรได้ คู่ต่อสู้ยัง
ไม่แม้กระทั่งใช้ความแข็งแกร่งที่แท้จริง
พลังมันช่างห่างไกลกันเช่นนี้เลยหรือ?
เมื่อกำลังเหมอลอย ก็เหลือบไปเห็นหลินหมิงยืนมือไขว้หลังอยู่
ด้านข้าง ด้วยใบหน้าไม่แสดงอารมณ์ใดๆ
หลินหมิง…
หลังจากที่ได้เขาเห็นพลังของเฟิงฉี่ด้วย ตาของตัวเอง ทำไมเขายังคง
สงบเยือกเย็นอยู่ได้เช่นนี้? ยังมีพลังอื่นใดที่เขายังเก็บซ่อนไว้อยู่? หรือว่า
เขาสามารถเอาชนะเฟิงฉี่ได้?
จิงฉานหยู่ นั้นไม่อยากจะเชื่อว่าเป็นไปได้ หรือเขาอาจตั้งใจที่จะขอ
ยอมแพ้ แต่เขาก็คงได้ติดอันดับต้นๆอยู่ดี แต่ถ้าไม่ก็คงต้องเจอกับความ
แข็งแกร่งของศิษย์สายตรงของสำนักหุบเขาเจ็ดแก่นแท้!
“เจ้าเป็นอะไรหรือไม่?” หลินหมิงไม่รู้ว่าจิงฉานหยู่รู้สึกเช่นไรในเวลา
นี้ นางได้ทุ่มเททุกอย่าง แล้วยังต้องพ่ายแพ้อย่างย่อยยับเช่นนี้ หญิงสาวผู้
แสนภาคภูมิจากอาณาจักรอันเป็นที่เคารพ ไม่สามารถจินตนาการได้เลย
ถึงความเจ็บปวดที่สูญเสียความเคารพของนางได้เลย
จิงฉานหยู่ ส่ายศีรษะ
หลินหมิงยิ้มแล้วหันหลังกลับ เขามาเพื่อดูและแสดงความเห็นใจกับ
คนที่ครั้งนึงเคยเป็นคู่ต่อสู้เขา
ในขณะนั้นเอง จู่ๆจิงฉานหยู่ก็กล่าวถามออกไป
“หลินหมิง!”
“อืม มีอะไรเช่นนั้นหรือ?”หลินหมิงหันมาด้วยความแปลกใจหลินห
มิงรับรู้ได้ถึงน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความตื่นเต้นเล็กน้อย
จิงฉานหยู่ ลังเล จากนั้นจึงกัดริมฝีปากแล้วกล่าวถามออกไปว่า
“เจ้า…สามารถชนะได้หรือไม่?”
หลินหมิงประหลาดใจเล็กน้อย แต่จู่ๆก็ยิ้มอย่างเบิกบานและผงก
ศีรษะแล้วกล่าวว่า
“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ”
หลินหมิงไม่ได้ถามเลยแม้กระทั่งว่าใครที่จะเป็นคู่ต่อสู้ของเขา
“ที่ข้าถามหมายถึงคือ เจ้ามีโอกาศที่จะชนะเฟิงฉี่ได้บ้างหรือไม่?”
“มันก็เหมือนๆกัน!”
จิงฉานหยู่ รู้สึกช็อคจนไร้คำกล่าว นางคาดว่าคงไม่มีใครฟังการ
สนทนาของพวกเขา ถึงจะมีศิษย์ของสำนักหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ได้ยิน เขาก็
คงคิดว่าไร้สาระและหัวเราะจนเกือบลุกไม่ขึ้นเลยก็เป็นได้
นางถามหลินหมิงว่าพอจะมีโอกาศชนะได้บ้างหรือไม่? ไม่ใช่ชนะเฟิง
ฉี่ได้มั้ย?
แต่หลินหมิงกลับไม่ได้ถามอะไร ถึงแม้นางได้เจาะจงไปยังเฟิงฉี่ตรงๆ
เขาก็ยังตอบกลับว่า “มันก็เหมือนๆกัน!”
คำตอบที่ได้ เต็มไปด้วยความมั่นใจอย่างสมบูรณ์แบบ มันแสดงให้
เห็นว่าแม้เฟิงฉี่จะเป็นคู่ต่อสู้ ก็ยังต้องพ่ายแพ้ให้กับเขา และเขาจะก็ไม่คิด
จะตั้งเป้าหมายไว้เพียงแค่นั้น!
อะไรคือสิ่งที่หลินหมิงต้องการกันแน่? เขาไม่ได้ต้องการติด 5 อันดับ
แรก แต่เป็น 3 อันดับแรกเช่นนั้นหรือ?
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้จิงฉานหยู่ก็ยังตกใจไม่หาย นางไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด
แต่นางก็ยังเชื่อคำกล่าวของหลินหมิงบางทีอาจเป็นเพราะความมั่นใจที่
เขาแสดงออกมา หรือเพราะเชื่อในสัญชาติญาณของตัวนางเอง แต่ไม่ว่า
จะด้วยเหตุผลอันใด ตอนนี้หลินหมิงเป็นผู้ที่ยังไม่เคยพ่ายแพ้
อาณาจักรจิงฉาน คงมาได้เพียงเท่านี้จิงฉานหยู่และ ศิษย์พี่ของนาง
พ่ายแพ้
จิงฉานหยู่ เดาว่านางและศิษย์พี่คงได้ติดลำดับระหว่าง 20 และ 40
มีเพียงคนเดียวที่สามารถเป็นตัวแทนของทั้ง 36 อาณาจักร นั่นก็คือ
หลินหมิง!
“หลินหมิงเจ้า..ต้อง..ชนะ..ให้ได้!”จิงฉานหยู่กล่าวออกมาอย่างช้าๆ
และโดยเน้นทุกคำกล่าว
“อืม อย่างน้อย ข้าก็จะต้องชนะเฟิงฉี่ให้ได้”
หลินหมิงไม่ใช่พวกคนตาบอดที่หยิ่งยโสหรือโง่เง่า เพราะแม้แต่เฟิงฉี่
ก็ยังยอมรับว่าคนเหล่านั้นว่าเหนือกว่าเขา นั่นหมายความว่าความ
แข็งแกร่งระหว่างเฟิงฉี่และคนเหล่านั้นมีมากอย่างแน่นอน
หากได้เผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้เช่นนั้น เกรงว่าการประลองของเขาคง
ไม่ใช่ง่ายๆ!
หลังจากที่แยกทางกันกับจิงฉานหยู่มันก็ได้เวลามื้อเที่ยงพอดี กลุ่ม
ต่างๆผลลัพท์ออกมาแล้วว่าใครที่จะได้เป็นตัวแทนของทั้ง 36 อาณาจักร
โดยคู่ ระหว่างหลินหมิงและจิงฉานหยู่
สำหรับ หลิงเซ็น ในการประลอง 8 ครั้ง เขาชนะ 2 แพ้ 6 เขาได้เข้า
เพียงรอบที่ 3
นอกจาก หลิงเซ็น แล้ว หวังมู่ จากอาณาจักรฮั่วหลัวและ จ้าวเอี่ยน
จากอาณาอาทิตย์ตะวันออกก็ได้เข้าเพียงรอบที่ 3
ทั้ง 36 อาณาจักร 6 ในนั้น สามารถติด 100 อันดับแรกของการ
ประลองชุมนมร่วมสำนักครั้งนี้ได้
อาณาจักรลิขิตฟ้าเข้าร่วม 2 คน และหลินหมิงเป็นอันดับหนึ่ง จาก
ทั้ง 36 อาณาจักร
เรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ของอาณาจักรลิขิตฟ้ามาก่อน
ฉินซิงเซวียนก็ตื่นเต้นที่ได้รับ หินลมปราณแท้ถึง 120 ก้อน เป็น
รางวัลที่นางได้มาจากการลงเดิมพัน 20 หินลมปราณแท้ ในการ
ประลองของหลินหมิงเมื่อตอนที่ แต้มต่อเป็น 1:6 เมื่อหลินหมิงชนะ
นางได้กำไรตั้ง 100 และ 100 หินลมปราณแท้นั้นเทียบได้กับ
100,000 เหรียญทอง! นี่เป็นจำนวนเงินมหาศาลแม้แต่กับคนอย่าง
ฉินซิงเซวียน
……………………….
รอบที่2 ของการประลองได้จบสิ้นลงแล้วในตอนบ่าย ในเวลานี้
ผู้เข้าร่วมประลองต่างแยกย้ายกันไปพักผ่อน เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับ
รอบชิงที่จะเริ่มขึ้นในวันพรุ่งนี้!
รอบชิงนั้นมี 30 คน ใน 20 คนนั้น ต่างยังไม่เคยพ่ายแพ้ให้กับผู้ใด 7
ใน 20 คนนั้นเป็นศิษย์สายตรง ไม่อาจพบเจอได้ก่อนการประลอง
นอกจากศิษย์สายตรง ยังมี 3-4 คนที่เป็นศิษย์หลักอันดับต้นๆ ที่
แข็งแกร่งรองลงมาจากศิษย์สายตรง
เจียงหลานเจี้ยน เองก็เป็นหนึ่งในนั้น มีศิษย์ของสำนักหุบเขาเจ็ด
แก่นแท้หลายคน ที่คิดว่า เจียงหลานเจี้ยน เทียบได้กับศิษย์สายตรงของ
เจ้าสำนักรองทั้ง 7 ของสำนักหุบเขาเจ็ดแก่นแท้
ส่วนคนอื่นๆก็ล้วนเป็นตัวตนที่ยิ่งใหญ่เช่นกัน ตราบเท่าที่พวกเขามี
ทรัพยากรเพียงพอ วันนึงพวกเขาอาจจะทะลวงระดับไปถึงขั้นปราณ
ปลายฟ้า!
เมื่อรวม 7 ศิษย์สายตรงและศิษย์หลักอันดับต้นๆ 4 คน และศิษย์
หลักคนอื่นๆ ทั้งหมด18คน
คนที่ 19 คือ ฉางเอี่ยนจ้าวเขามาจากตระกูลฉาง 1 ใน 16 ตระกูล
นักสู้
ตระกูลฉาง ถ้าย้อนกลับไปเมื่อ 3,000 ปีก่อน บรรพบุรุษผู้ก่อตั้งเป็น
ผู้สร้างเคล็ดวิชาต่างๆของตระกูลขึ้นมาด้วยมือของเขาและยังเป็น
ผู้เชี่ยวชาญผู้มีระดับพลังขั้นหลอมรวมแก่นแท้อีกด้วย!
ตระกูลฉาง รุ่งเรืองเป็นอย่างมากในยุคนั้น จนถึงตอนนี้พวกเขาก็
ยังคงครอบครองมรดกและเคล็ดวิชาเหล่านั้น
ตอนนี้พวกเขามี 2 ผู้เชี่ยวชาญขั้นปราณปลายฟ้าในตระกูล
แม้กระทั่งสำนักหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ก็ยังต้องให้ความเคารพนับถือบ้าง