Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 262 เอาชนะคู่ต่อสู้ใน 3 กระบวนท่า
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 262 เอาชนะคู่ต่อสู้ใน 3 กระบวนท่า
“เป็นไปไม่ได้! เป็นไปไม่ได้อย่างเด็ดขาด! มันไม่มีทางที่จะทำลาย
ธวัชชัยค่ายกลสีทองของข้าได้!”
เฟิงฉี่กัดฟันและผลักดันปราณแท้แท้ให้ถึงขีดสุด พลังภายในทำให้
เส้นผมของเขาหยุ่งเหยิงและสบัดไปมาตามสายลม ใบหน้าบิดเบี้ยว
แต่มันก็ยังไม่เพียงพอ รอยแตกยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ! อักขระสีทองที่
หนุนแสงผนึกแสงสีฟ้าอยู่เริ่มระเบิดออกทีละอัน
ปังงง!
ในที่สุดอักขระสีทองทั้งหมดก็กลายเป็นผุยผง เมื่อผนึกแสงสีฟ้าไม่มี
พลังเกื้อหนุนจากอักขระสีทองอีกต่อไปมันจึงไม่อาจคงอยู่ได้เช่นกัน
ภายใต้พลังทำลายของหอกอ่อนปราณคลั่งมันจึงแตกเป็นเสี่ยงๆ!
“ย๊ากก!”
เฟิงฉี่กู่ร้องและเหวี่ยงธวัชชัยค่ายกลเข้าใส่หอกอ่อนปราณคลั่ง!
ธวัชชัยค่ายกลปะทะเข้ากับหอกเกิดเป็นคลื่นอัดอากาศที่มองไม่เห็น
จากพลังของปราณแท้ที่ระเบิดออกอย่างรุนแรงเฟิงฉี่รู้สึกเหมือนโดนภูเขา
กระแทกใส่และไม่สามารถต่อกรได้และถูกส่งกระเด็นถอยหลังไป
ธวัชชัยนี้คือสมบัติระดับสูงในการป้องกัน แต่เองหอกก็คืออาวุธใน
การทะลวงคู่ต่อสู้ เมื่อทั้งสองปะทะกันผลลัพท์คงยากที่จะคาดเดาได้!
สิ่งที่ทำให้เฟิงฉี่โล่งใจคือสามารถพลักดันให้หอกอ่อนปราณคลั่งลด
ความรุนแรงลงได้ เขาเกือบจะไม่อาจต้านการโจมตีเอาไว้ได้
ปราณแท้แท้ที่ระเบิดออกมาทำให้เฟิงฉี่กระเด็นถอยหลังไป หลังจาก
ที่ร่วงลงพื้นเขาก็ยังคงถูกดันถอยหลังไปอีกหลายก้าวและในที่สุดก็ทรงตัว
เอาไว้ได้ เขาไม่ได้กลัวที่จะเสียหน้าอีกแล้ว เพราะเขาพอแล้วกับการโจมตี
เช่นนี้
เมื่อมองไปยังธวัชชัยค่ายกลที่มือ 3 อักขระสีทองแตกเป็นเสี่ยงๆ!
เฟิงฉี่รู้สึกขมขื่น สิ่งนี้เรียกว่า ธวัชชัยค่ายกลประกายแสงสีทอง และ
เป็นอาวุธสมบัติวิเศษระดับมนุษย์ขั้นสูง ไม่เพียงแค่นั้นสิ่งที่ทำให้มันพิเศษ
กว่าคือความสามารถอันยอดเยี่ยมในการบรรจุอักษรรูนสีทองลงไปได้
เขาบรรจุอักษรรูนลงไปอย่างทะนุถนอมก่อนเริ่มการประลอง พวก
มันสามารถเพิ่มพลังให้กับค่ายกลได้อย่างมากและยังเป็นไพ่ตายของเขา
อีกด้วย เขาตั้งใจที่จะใช้มันกับพวกสัตว์ประหลาดศิษย์สายตรงอย่าง
โอวหยาง หมิง หรือเจียงเป่าอวิ้นแน่นอนว่าเฟิงฉี่รู้ดีว่าไม่อาจเอาชนะพวก
เขาได้ แต่ก็ไม่อยากจะพ่ายแพ้อย่างน่าสมเพช เพราะยังไงพวกเขาก็เป็น
ศิษย์หลัก ถ้าหากความแข็งแกร่งไม่ห่างชั้นกันเกินไป เขาก็จะไม่เสียหน้า
ทั้งหมด
แต่ตอนนี้เพื่อสู้กับหลินหมิง เขากลับต้องใช้ไปถึง 3 อักษรรูนสีทอง
นี่ทำให้เฟิงฉี่สิ้นหวังเกินกว่าที่จะร้องไห้
ในขณะที่เฟิงฉี่กำลังรู้สึกเกินกว่าจะร้องไห้ เช่นนั้นหากหลินหมิงกล่า
วออกมาไม่กี่คำ อาจทำให้เขาสำลักโลหิตได้เลยในตอนนี้
ทันใดนั้น หลินหมิงก็กล่าวออกมาว่า “ยังเหลืออีกกระบวนท่า
สุดท้าย!”
บัดสบ!
เฟิงฉี่อยากจะตบหน้าของตัวเองจริงๆที่ตนเองปากดีว่าจะต่อให้ถึง 3
กระบวนท่า!
แล้วตอนนี้เขาก็ไม่อาจกลับคำได้ด้วย ถ้าหากไม่สามารถรับการโจมตี
ที่ 3 นี้ได้ และเลือกที่จะยอมแพ้แทน เขาก็คงไม่เหลือหน้าใดๆไว้อีกแล้ว
แต่ถ้าหากว่าเขาไม่ยอมแพ้และธวัชชัยค่ายกลประกายแสงสีทองก็คง
หายไปจนหมดแน่ เช่นนั้นเขาก็คงแพ้อยู่ดีไม่ว่าอย่างไร!
เหตุใดจึงมีสัตว์ประหลาดเช่นนี้ใน 36 อาณาจักร! คนผู้นี้เป็นมนุษย์
จริงๆเช่นนั้นหรือ!?
ในบริเวณสำหรับเตรียมพร้อมของผู้เข้าประลอง เจียงหลานเจี้ยน
จ้องมองมายังหลินหมิงด้วยดวงตาที่สาดประกาย ตั้งแต่ที่ หลินหมิงได้ดึง
หอกออกมา เขาก็ได้รับรู้ถึงภัยคุกคามตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว!
ถ้าหากว่าหลินหมิงสามารถใช้ได้เพียงแค่การโจมตีทางจิตวิญญาณ
เจียงหลานเจี้ยนก็คงไม่เห็นหลินหมิงอยู่ในสายตา ปราณกระบี่ของเขา
สามารถตัดทุกสิ่งได้หรือกระทั้งสิ่งที่ไม่อาจสัมผัสได้เช่น จิตปีศาจ จิต
อาฆาต แน่นอนว่าแม้กระทั้งการโจมตีทางจิตวิญญาณ
เรียกได้ว่าหากเป็นผู้ใช้กระบี่ที่แท้จริง การโจมตีด้วยจิตวิญญาณนั้น
ล้วนไม่เป็นอันใด
แต่ว่าในตอนนี้หลินหมิงได้ดึงหอกออกมา ถึงแม้เขาจะใช้หอกออกมา
เพียงครั้งเดียว แต่หอกนั้นกลับแฝงไปด้วยพลังที่ทำให้ เจียงหลานเจี้ยน
ตื่นตระหนก!
ไม่ว่าจะเป็นหอกหรือกระบี่ พวกมันก็ต่างมีวิญญาณของตัวเอง นักสู้
ธรรมดานั้นสามารถใช้ได้เพียงร่างกายของมันเป็นอาวุธ แต่จริงๆ
ผู้เชี่ยวชาญสามารถใช้จิตวิญญาณแห่งอาวุธผสานลงไปในการโจมตีได้!
เมื่อหลินหมิงได้พุ่งเข้าปะทะเมื่อตอนนั้น หอกของเขาแฝงไปด้วย
พลังของแม่น้ำและขุนเขา และมีแม้กระทั้งความน่าเกรงขามของมังกร
พลังของหอกสามารถทะลวงค่ายกลเก้าวงแหวนผนึกแสงสีฟ้าถึง 5 อัน
และทำให้เฟิงฉี่อยู่ในสถานะการที่อันตราย
โดยเฉพาะความน่าเกรงขามของมังกรที่แฝงอยู่ในหอก กระทั่งทำให้
เกิดเสียงคำรามของมังกรขึ้นมาได้! นี่ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ เจียงหลาน
เจี้ยน รู้สึกละอายเมื่อนึกถึงข้อบกพร่องของตนเอง
ดั่งคำกล่าวที่ว่า ดาบดั่งม้า กระบี่ดั่งพยัคฆ์ หอกดั่งมังกร หลินหมิง
นั้นยังเยาว์ แต่กลับเข้าถึงขอบเขตของหอกดั่งมังกรได้แล้ว! อาจจะกล่าว
ได้ว่ามันเป็นพรสวรรค์ที่ท้าทายสวรรค์!
เจียงหลานเจี้ยน ที่คิดว่าตนประสบความสำเร็จจนอยู่จุดที่สูงของ
กระบี่แล้ว แต่ตอนนี้ เมื่อเทียบกับหลินหมิงเขานั้นยังด้อยกว่านัก
เจียงเป่าอวิ้นสังเกตเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปของ เจียงหลานเจี้ยน เขา
ยิ้มและกล่าวออกมาว่า
“หลานเจี้ยน ดูเหมือนว่าจิตวิญญาณของเจ้ากำลังอ่อนลงนะ นี่มันไม่
เหมือนเจ้าเลย”
เจียงหลานเจี้ยนผงกศรีษะ “ข้านั้นถูกทำให้ตื่นตระหนกโดยหลินหมิ
งถึงเขาจะแข็งแกร่ง แต่ก็ยังไม่พอที่จะเอาชนะจิตวิญญาณของข้าได้
ทั้งหมด”
“ฮาๆ ใช่แล้ว พวกเราคือผู้ใช้กระบี่ย่อมต้องไม่ทำให้จิตวิญญาณของ
เรายอมจำนน”เจียงเป่าอวิ้นกล่าวในขณะที่ตบลงบนไหล่ของ เจียงหลาน
เจี้ยน จู่ๆเขาก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้แล้วกล่าวถามออกไป
“หลานเจี้ยน เจ้ารู้อายุของหลินหมิงหรือไม่?”
“บางทีคง 17 หรือ 18 ”
เจียงหลานเจี้ยนคาดเดาเอา เขาน่าจะ 17 หรือ 18 ไม่น่าจะเด็กกว่า
นี้
“หา! เจ้าเดาผิดแล้วหลินหมิงอายุแค่ 16 ปีเองในตอนนี้ ไม่ใช่เพียง
แค่นั้น แต่เขาเพิ่ง 16 เมื่อไม่นานนี้เอง!”
“เจ้าว่าไงนะ!”
เจียงหลานเจี้ยน ไม่อาจที่จะเยือกเย็นได้อีกต่อไป เขาตกใจและยืน
ขึ้น “เพิ่งอายุ 16!? เจ้าแน่ใจหรือ?”
“ข้าได้รับคำยืนยันมาจากผู้อาวุโสแผนกกระบี่ พวกเขาเคลื่อนไหว
อย่างลับเมื่อวันก่อนและต้องการจะดึงหลินหมิงเข้าร่วมแผนกกระบี่!
แต่นั่นมันเมื่อวาน เมื่อเห็นศักยภาพของหลินหมิงในวันนี้ ผู้นำแผนก
คนอื่นๆก็คงไม่นั่งเฉยเหมือนกันแน่เจียงเป่าอวิ้นนั้นเป็นศิษย์หลักเขาจึงรู้
ถึงสิ่งสำคัญสำหรับสำนัก
เจียงหลานเจี้ยน ตื่นตระหนก มันไม่สำคัญเท่าไรว่าหลินหมิงจะมีการ
บ่มเพาะอยู่ในระดับสูงสุดของขั้นดัดกระดูกหรือไม่ เขาจะยอมรับความ
จริงได้หากศักยภาพของหลินหมิงคือมีพรสวรรค์ระดับ 6
เขาคิดว่าสิ่งที่ไม่น่าเชื่อที่สุดคือหลินหมิงไม่เพียงแข็งแกร่งในการใช้
พลังโจมทางจิตวิญญาณแต่ก็ยังมีทักษะหอกอันลึกล้ำอีกด้วย
สิ่งเหล่านี้ไม่สามารถเรียนรู้ได้ในระยะเวลาสั้นๆ แต่เขากับทำได้ด้วย
อายุเพียง 16 ปี ใช้เวลาฝึกเคล็ดวิชาการต่อสู้เกือบ 4 ปีและเคล็ดวิชาบ่ม
เพาะ ทั้งยังฝึกการใช้พลังวิญญาณไปด้วยแล้วยังเป็นผู้เชี่ยวชาญหอก
หรือว่าเขายังมีอย่างอื่นอีก?
แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดของหลินหมิงคือความสามารถในการผสานกับ
พลังสายฟ้าต้นกำเนิดด้วยความสามารถในการผสานถึงระดับที่ 6 เป็น
อย่างน้อย มันเป็นสิ่งที่ไม่น่าเชื่อว่าคนนึงจะมีพรสวรรค์หลากหลายเช่นนี้
อยู่โลก
เจียงเป่าอวิ้นตบหลังของเจียงหลานเจี้ยน
“ไม่ว่าจะยังไงเจ้าก็อย่ายอมแพ้ล่ะ!”
บนเวทีประลองเฟิงฉี่ที่ได้วางการป้องกันไว้ถึง 5 ชั้น ไม่ใช่ว่าเขาไม่
อยากวางเพิ่ม แต่เขาควบคุมได้สูงสุดเพียงแค่ 5 อัน ไม่ใช่เพียงแค่นั้น แต่
เพราะปราณแท้ของเขามีขีดจำกัดและต้องเหลือพลังไว้ใช้ธวัชชัยค่ายกล
แห่งแสงสีทอง
เฟิงฉี่ที่ได้เย้ยหยันหลินหมิงและต่อให้ 3 การบวนท่า เพื่อล่อลวงให้
สูญเสียพลังไปมากที่สุด แต่ตอนนี้สถานะการณ์ได้พลิกกลับและหลินหมิง
ได้เป็นฝ่ายให้เวลาเฟิงฉี่วางค่ายกลเพื่อป้องกันแทน
ข้ายังเหลืออักษรรูนสีทองอยู่ 2 ใน 3 ถ้าใช้พวกมันทั้งหมดในครั้ง
เดียว ข้าจะต้องสามารถป้องกันการโจมตีสุดท้ายได้ เมื่อสามารถป้องกัน
ได้ หลังจากนั้นข้าก็ค่อยขอยอมแพ้ ถึงจะพ่ายแพ้ ข้าก็คงรักษาหน้าเอาไว้
ได้ส่วนนึง
เฟิง ฉี่ได้ตัดสินใจที่จะป้องกันการโจมตีของหลินหมิงด้วยพลังทั้งหมด
ไม่ว่าจะต้องจ่ายด้วยอะไรก็ตาม ยังไงซะ ธวัชชัยค่ายกลก็ได้ถูกใช้ไปแล้ว
อยู่ดี และเหลืออักษรรูนอยู่ไม่มาก จะดีกว่าถ้าใช้มันให้หมดไปแล้วในครั้ง
เดียว
ในความคิดของเฟิงฉี่ถ้าเกิดว่า 1 ใน 3 ของอักษรรูนสามารถป้องกัน
การโจมตีที่ 2 ของหลินหมิงได้ เช่นนั้น 2 ใน 3 ย่อมสามารถป้องกันการ
โจมตีที่ 3 ได้อย่างแน่นอน
หลินหมิงจับหอกอ่อนปราณคลั่งให้อยู่ในแนวเส้นขอบฟ้า ปลายแขน
จับด้ามเอาไว้ นี่คือทักษะหอก สะพานเหล็กนิรันดิ์กั้นแม่น้ำ
ด้วยท่าโจมตีนี้ แขนของเขาจะทนทานขึ้นมาก
เปรี๊ยะะะะะ!
ประกายสายฟ้าที่หนาแน่นเริ่มหมุนเวียนไปตามหอกอ่อนปราณคลั่ง
แววตาของ หลิน หมิง สาดประกายด้วยแสงสีม่วง มันคือสีของมังกรวารีสี
ม่วงสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์
ในการโจมตี 2 ครั้งก่อนหน้านั้นหลินหมิงได้เริ่มรวบรวมพลังไว้มา
ตลอด ตอนนี้หลินหมิงเหมือนดั่งหอกที่พร้อมจะโจมตีได้ทุกเมื่อ อากาศ
รอบตัวเขาส่งเสียงอื้ออึงเพราะพลังงานมาหาศาลที่ถูกปลดปล่อยออกมา
จากร่าง
ครึ่น ครึ่น ครึ่น!
เฟิงฉี่ได้ยินชั้นป้องกันแรกของเขาสั่นสะท้านเพราะออร่าอันน่า
หวาดกลัวที่หลินหมิงได้แผ่ออกมามันถึงขนาดที่ทำให้ผนึกแสงสีฟ้าสั่นจน
เกิดเสียงขึ้นมาได้
เฟิงฉี่กลายเป็นหน้าซีดไร้รอยเลือดหลินหมิงยังไม่ได้ปลดปล่อยพลัง
มาโจมตรงๆก็ยังทรงพลังขนาดนี้แล้ว! ถ้าเกิดถูกการโจมตีนั้นเข้าไปจะ
เกิดอะไรขึ้น!?
โดยไม่ลังเลอีกต่อไปเฟิงฉี่ได้ใช้อักษรรูนที่เหลือผสานกับค่ายกลเก้า
วงแหวนผนึกแสงสีฟ้าและถอนหายใจอย่างเยือกเย็น “ข้าไม่เชื่อว่าหอก
ของเจ้าจะทำลาย 2 ใน 3 อักษรรูนที่เหลือของธวัชชัยค่ายกลแสงสีทอง
ของข้าได้!”
เมื่อหลินหมิงได้รวบรวมพลังได้ถึงจุดสูงสุด ในทันใดนั้นเองรูม่านตา
ของเขาก็ได้เบิกกว้างขึ้น
ก้าวย่างวิหคทองคำถลาลม!
หอกอ่อนปราณคลั่งได้พุ่งออกไปดั่งอุกาบาตและเต็มไปด้วยพลัง
สายฟ้า หอกเสียดสีอากาศจนลุกไหม้
ลึกลงไปในพลังจิตวิญญาณของหลินหมิง เมล็ดพันธุ์แห่งเทพทรราช
ภายในกายเขาเริ่มที่จะส่งร้องด้วยความตื่นเต้น!
เปิดใช้งาน ‘อำนาจปราณเทพทรราชคลั่ง’!
ครึ่นนนน!
หลังจากบีบอัดปราณแท้อย่างหนาแน่นและปลดปล่อยออกมาจาก
เมล็ดพันธุ์แห่งเทพทรราช ร่างเงาของมังกรปรากฎขึ้นอีกครั้งที่ด้านหลัง
ของหลินหมิง แต่ในครั้งนี้ มันดูมีชีวิตชีวาอย่างมากมองเห็นได้แม้กระทั่ง
เกล็ดมังกร! เสียงคำรามของมังกรดั่งกึกก้องทั่วท้องฟ้ากวาดหมู่เมฆ
ออกไป!
หอกมังกรศักดิ์สิทธิ์ทะยานฟ้า!
ปังงงง!
ชั้นป้องกันแรกของค่ายกลเก้าวงแหวนผนึกแสงสีฟ้าแตกออกก่อนที่
หอกจะทันได้สัมผัสกับมันด้วยพลังของหอกที่ปลดปล่อยออกมารอบๆ!
ชั้นป้องกันที่ 2 เมื่อปลายหอกสัมผัสทันทีมันก็แหลกละเอียด เมื่อ
เทียบกับชั้นที่ 1 ที่ไม่โดนหอกตรงๆ ชั้นป้องกันที่ 2 มันจึงยับเยินยิ่งกว่า
หอกที่เต็มไปด้วยพลังของปราณสั่นสะเทือนและพลังของมังกรสีม่วง
สายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ ค่ายกลป้องกันเหล่านี้ก็ไม่ต่างไปจากกระดาษ!
ปัง ปัง!
ชั้นป้องกันที่ 3 และ 4 ได้แตกออกเฟิงฉี่ไร้ซึ่งทางหนี เขาจึงใช้อักษร
รูนสีทองส่งพลังทั้งหมดไปยังค่ายกลเก้าวงแหวนผนึกแสงสีฟ้าอันสุดท้าย
ทั่วทั่งรูปแบบป้องกันจึงกลายเป็นสีทองสว่าง!
ปัง!
หอกอ่อนปราณคลั่งพุ่งทะลวงไปปะทะกับการป้องกันชั้นสุดท้าย
เกิดเป็นคลื่นอัดปราณแท้มหาศาลอย่างรุนแรงกระจายออกโดยรอบพื้น
กระเบื้องบนเวทีแตกขยายออกรอบทิศทาง แม้กระทั้งม่านพลังป้องกัน
ค่ายกลของเวทีก็ยังสั่นสะเทือน
เมื่อปราณเทพทรราชคลั่งที่บีบอัดได้ปลดปล่อยพลังออกมา ปราณ
แท้สั่นสะเทือนที่รุนแรงผสานเข้ากับความแข็งแกร่งของมังกรวารีสายฟ้า
ศักดิ์สิทธิ์สีม่วง ทำให้มันแทบจะเป็นพลังโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุดของ หลินห
มิง!
แครก แครกก แครกกก!
ชั้นสุดท้ายของค่ายกลเก้าวงแหวนผนึกแสงสีฟ้าทนพลังโจมตีอยู่ได้
เพียงชั่วครู่ ทันใดก็เกิดรอยแตกปรากฎบนม่านผนึกสีทองสว่างและขยาย
ขึ้นเรื่อยๆ!
“เป็น…เป็นไปได้อย่างไร!?!?!?”
นี่มันตั้ง 2 ใน 3 ของอักษรรูน!
เฟิงฉี่ไม่มีเวลาคิดอะไรได้อีกแล้ว พลังหอกที่หยุดไม่อยู่นี้ ได้เจาะ
ทะลุค่ายกลเก้าวงแหวนผนึกแสงสีฟ้าและพุ่งมาชนร่างของเขา!
ปัง!
อักษรรูนแตกเป็นเสี่ยงๆ การป้องกันสุดท้ายถูกทำลายจนเกิดเสียง
ดัง ร่างกายของเฟิงฉี่เหมือนดังกระสอบทรายที่ถูกโยนขึ้นไปบนอากาศ
สำลักโลหิตเป็นทาง
จัดการคู่ต่อสู้ใน 3 กระบวนท่า!
เฟิงฉี่กระเด็นไปกระแทกกับเกราะป้องกันของเวทีร่วงลงพื้นดั่งสนั่น
และหมดสติไปอย่างรวดเร็ว
ในตอนนี้ผู้ชมทั้งหมดต่างเงียบกริบ
สองมือเล็กๆของจิงฉานหยู่บีบแน่น นางจ้องมองหลินหมิงด้วย
ดวงตาที่เบิกกว้าง เต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกที่หลากหลาย
นางเคยถามหลินหมิงและเขาบอกกับนางว่าสามารถชนะได้อย่าง
แน่นอนและในตอนนี้เขาก็ได้ทวงคืนความยุติธรรมให้ทุกคน
นางหวังว่าเขาจะพยายามให้ดีที่สุด แต่ในใจของนางนั้นไม่คิดว่า
หลินหมิงจะสามารถทำได้สำเร็จจริงๆ
แต่ตอนนี้เขาชนะแล้ว ไม่เพียงแค่นั้น เขายังชนะอย่างขาดลอย!