Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 261 นี่หรือที่เขาเรียกว่าความห่างชั้น
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 261 นี่หรือที่เขาเรียกว่าความห่างชั้น
หลินหมิงทำเป็นไม่ได้ยินเสียงเชียร์พวกนั้น
“ต่อให้ข้า 3 กระบวนท่า?” ดี งั้นข้าก็ขอตอบสนองข้อเสนอของเจ้า
ก็แล้วกัน ข้าอยากจะรู้เหมือนกันว่าหลังจาก 3 กระบวนท่าแล้ว เจ้าจะ
ตอบแทนข้าได้ซักกระบวนท่ามั้ย!”
“เริ่มการประลองได้!”
ผู้ตัดสินประกาศด้วยเสียงที่ลากยาวให้ผู้ชมรอฟัง หลินหมิงไม่ได้
เคลื่อนไหวเลยทันทีที่การประลองเริ่ม แต่ทำให้ปราณสีม่วงหมุนวนลงไป
ที่แขนขวาเกิดเป็นประกายสายฟ้าเกิดขึ้นในอากาศ พวกมันกระทั่งแฝงไป
ด้วยเสียงคำรามของมังกรวารี!
เฟิงฉี่ยิ้ม ใบหน้าเต็มไปด้วยความมั่นใจ เขายื่นแขนออกไปวาดลวด
ขึ้นมาและเกิดเป็นอักขระสีทองขึ้นมาในอากาศ ย้อนกลับไปเมื่อตอนรอบ
แบ่งกลุ่มที่ เฟิงฉี่ได้ปะทะกลับศิษย์จากแผนกกลั่นสกัดจ้าวเอี่ยน และใช้
อักขระเหล่านี้กลืนกินเปลวเพลิงคู่ต่อสู้ทันทีที่ถูกปลดปล่อยออกมา
เฟิงฉี่มีความมั่นใจอย่างมากกว่านอกจากสัตว์ประหลาดเช่นศิษย์สาย
ตรงด้วยกันแล้ว ไม่มีใครที่จะสามารถทำลายมันได้ มันมีมิติอิสระขนาด
เล็กอยู่ในตัวเองนอกจากนั้นยังสามารถถ่ายโอนและบรรจุการโจมตีเป็น
ลงไปได้ มีเพียงพลังโจมตีที่แข็งแกร่งอย่างมากเท่านั้นที่จะทำลายมันได้
ไม่เช่นนั้นการโจมตีใดๆก็คงไม่สามารถทำให้ เฟิงฉี่บาดเจ็บได้อย่าง
แน่นอน
เหตุผลที่ทำไมถึงอยากต่อให้ หลินหมิง 3 กระบวนท่า เพราะถ้าหาก
สามารถรับการโจมตีของหลินหมิงได้ทั้งหมด 3 กระบวนท่า หลินหมิงจะ
ยังคงมีหน้าที่จะต่อสู้อีกเช่นนั้นหรือ?
เฟิงฉี่คิดไปถึงการแสดงออกของหลินหมิงเหมือนดั่งตอนที่เขาได้
กล่าวกับ จิงฉานหยู่ว่าจะเอาชนะนางใน 5 ลมหายใจ ถึงอย่างนั้นนางก็
ยังคงแสดงออกถึงความสงบเช่นเดิม เฟิงฉี่ก็ยังจัดการทุกอย่างที่นางใช้ขัด
ขืน สำหรับเขามันช่างเป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมจริงๆ
ในหมู่ผู้ชมตอนนี้นั้น จิงฉานหยู่กุมมือตัวเองด้วยความกังวล นาง
จดจำค่ายกลอักขระเหล่านี้ได้ และกลัวว่า หลินหมิง จะต้องโดนแบบนาง
ถ้าหากมันเกิดขึ้นจริง จะทำให้ส่งผลกระทบต่อความมั่นใจและจิต
วิญญาณแห่งการต่อสู้
หลินหมิง จะสามารถทำลายค่ายกลอักขระเหล่านี้ของ เฟิงฉี่ใน 3
กระบวนท่าได้หรือไม่? อย่างน้อยก็ขอให้ เฟิงฉี่ตกตะลึงและลบสีหน้าที่ดู
ถูกของเขาไป
ในขณะที่ถืออักขระเหล่านั้นไว้ในมือ เฟิงฉี่ก็หัวเราะและกล่าว “เจ้า
ยังไม่พร้อมอีกหรือ?”
“เข้ามาได้ทุกเมื่อที่พร้อม!” จู่ๆหลินหมิงก็ยิ้มอย่างชั่วร้าย สองขาที่
ยืนบนพื้น กระเบื้องใต้ฝ่าเท้าแตกออกและเขากลายเป็นภาพติดตาพุ่ง
ออกไป!
หมัดขวาของ หลินหมิง เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังของสายฟ้าดั่งทรราช
และยังมีพลังปราณแท้สั่นสะเทือน 5,000 เส้นไหลเวียนอยู่และหลอม
รวมเข้าด้วยกันดุจมังกรวารีพิโรธ 5,000 ตัว! อากาศรอบๆหมัดนั้นเริ่มส่ง
เสียงกู่ร้องในขณะที่สายลมถูกฉีกขาด!
แครก แครกก แครกกก แครกกกกกก!
พื้นสั่นสะเทือนคลื่นพลังแห่งความพิโรธได้กระจายไปยังพื้นเวทีด้วย
เศษเล็กๆกระดอนขึ้นมาในอากาศและแหลกละเอียดเป็นผุยผง
หมัดได้ถูกปล่อยออกไป
หมัดนี้เต็มไปด้วยไปพลังที่สะเทือนสวรรค์สะท้านปฐพี!!!
เมื่อเผชิญหน้ากับสิ่งที่ไม่มีอะไรหยุดยั้งได้นี้ แม้ เฟิงฉี่หวาดกบัวใน
จิตใจ แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเขาก็ยังคงเป็นศิษย์สายตรง ค่ายกลผันแปร
มิติของเขาคือหนึ่งในเคล็ดวิชาหลักของแผนกค่ายกล – แล้วมันจะไม่
สามารถป้องกันการโจมตีของหลินหมิงได้อย่างไร!?
เมื่อคิดได้เช่นนี้ เฟิงฉี่ก็เรียกความมั่นใจกลับคืนมาได้ เขาขยาย
อักขระสีทองเหล่านี้ออกไป เพราะเขาก็ไม่แน่ใจมากนัก จึงไม่อยากรับ
การโจมตีของ หลินหมิง ในระยะประชิด
“ย๊ากกกกก!”
หลินหมิงคำรามลั่นและหมัดขวาชกไปยังค่ายกลอักขระสีทอง
แรงสั่นสะเทือนได้ปะทุออกมา!
ครึ่นนนนน!
ด้วยเสียงระเบิด พลังที่มองไม่เห็นฉีกกระชากค่ายอักขระสีทองดั่ง
เท้าที่เหยี่ยบลงบนไข่ มันจึงแหลกละเอียดเป็นชิ้นๆ!
ไม่เพียงแค่นั้น พลังมันยังไม่ลดลงซักนิดและพุ่งไปยัง เฟิงฉี่เหมือนไม่
มีอะไรขวางกั้นอยู่ตั้งแต่แรก!
เฟิงฉี่สีหน้าเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง!
มันเป็นไปได้อย่างไร!?
เมื่อตกใจ เฟิงฉี่ได้รีบดึงเอาแผ่นผนึกค่ายกลออกมาจากแหวนมิติ
เมื่อค่ายกลนี้ปรากฎ แสงสีฟ้าได้เปล่งประกายออกมา
“ค่ายกลเก้าวงแหวนผนึกแสงสีฟ้า!”
ม่านผนึกแข็งเรืองแสงสีฟ้าปรากฎขึ้นมาด้านหน้า เฟิงฉี่เผชิญหน้า
กับพลังจากหมัดของ หลินหมิง
ปัง!
แรงสั่นสะเทือนจากปราณทั้ง 5,000 เส้นปะทะเข้ากับม่านผนึกแข็ง
สีฟ้า ชนเข้ากันทุกโครงสร้างตารางนิ้วและม่านผนึกแข็งสีฟ้าเรืองแสงได้
เปล่งรัศมีอยู่ชั่วครู่แล้วแตกเป็นเสี่ยงๆโดยทันที
ถึงอย่างนั้นมันก็ทำให้พลังหมัดของ หลินหมิง ลดลงไปเยอะหลังจาก
ที่ทำให้ม่านผนึกแข็งสีฟ้าแตกเป็นเสี่ยงๆ แต่ก็ยังคงพุ่งไปข้างหน้าต่อไป!
เฟิงฉี่ตกตะลึง เขากัดลิ้นตัวเองและใช้โลหิตชีวิตพ่นไปยังแผ่นผนึก
ค่ายกลอีกอันในทันที ม่านผนึกแข็งสีฟ้าปรากฎขึ้นอีกครั้ง เพียงแต่ครั้งนี้มี
โลหิตผสมอยู่ด้วย!
ครึ่มมม!
พลังหมัดของ หลินหมิง ที่เหลือครึ่งนึงหายไปหมด เมื่อมันปะทะเข้า
กับม่านผนึกแข็งสีฟ้าปนโลหิตนี้ ได้เกิดเสียงระเบิดดังขึ้น มันแตกออกจน
แทบจะคงสภาพไว้ไม่อยู่
ใบหน้า เฟิงฉี่กลายเป็นขาวซีด โลหิตทั่วร่างปั่นป่วน เพราะเขาได้
เรียกใช้โลหิตชีวิต เขาแทบจะสำลักโลหิตออกมา แต่โชคดีที่ฝืนใจกลืนมัน
ลงไปในวินาทีสุดท้าย หลังจากกลืนโลหิตลงไปได้ สีหน้ายิ่งสลดลงไปอีก
จนถึงขั้นน่าหวาดกลัว
หลินหมิง ดวงตาเบิกขึ้นและกล่าวว่า
“เจ้าสามารถป้องกันได้เช่นนั้นหรือ? ศิษย์สายตรงนี่ช่างมี
ความสามารถมากจริงๆ เช่นนั้นก็มาต่ออีก 2 กระบวนท่า!”
หลังจากที่ได้ยินคำกล่าวของหลินหมิง ใบหน้าของ เฟิงฉี่กลายเป็น
น่าเกลียดคล้ายกับมีคนตบหน้าแม่ของเขาต่อหน้าต่อตา เขาดันไปให้
สัญญาว่าจะต่อให้ 3 กระบวนท่า!
มีใครอยากจะรับการโจมตีประหลาดเช่นนี้บ้าง! ไม่เพียงแค่เขาต้อง
ใช้ ค่ายกลเก้าวงแหวนแห่งแสงสีฟ้า — เขายังใช้ไปตั้ง 2 ครั้ง! เพราะว่าไม่
อาจป้องกันได้ในครั้งเดียวแล้วยังต้องใช้โลหิตชีวิตเสริมความแข็งแกร่งอีก
ด้วย!
3 กระบวนท่านี้ ถ้าหากเป็นการประลองส่วนตัวละก็ เขาสามารถ
กลับคำได้ง่ายๆ แต่ตอนนี้ศิษย์ของหุบเขาแก่นแท้ทั้งหมดกำลังดูอยู่ ใน
ฐานะที่เป็นศิษย์สายตรงเขาไม่มีทางที่จะหนีได้!
ต้องเจอถึง 3 กระบวนท่า เขาต้องทุ่มเททั้งหมดเพื่อป้องกัน
ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่มีหน้าที่จะอยู่ในหุบเขาเจ็ดแก่นแท้อีกต่อไป
เจ้า หลินหมิง คงได้ใช้ท่าไม้ตายของมาแล้วจะต้องสูญเสียพลังไป
อย่างมากแน่นอน บางทีการโจมตีต่อไปของเขาอาจจะอ่อนลงอย่างมากก็
ได้ ไม่ใช่เพียงแค่นั้น แต่เพราะข้ารีบใช้การป้องกันเกินไป ประสิทธิภาพ
ของมันจึงไม่ค่อยดีนัก ถ้าหากข้าเตรียมตัวเป็นอย่างดีก็คงไม่เป็นเช่นนี้ ถ้า
เกิดสถานะการณ์ไม่ดีขึ้นมาอีก ข้าค่อยใช้ไพ่ตายก็ย่อมได้…
เมื่อเฟิงฉี่ปลอบใจตนเองได้เช่นนี้ จิตใจจึงกลับมาสงบลงได้เล็กน้อย
ทั่วทั้งสนามประลองต่างก็ค่อนข้างประหลาดใจไปตามๆกัน พวก
ศิษย์ที่ใช้ค่ายกลส่งเสียงเชียร์ตอนนี้ได้เงียบเป็นเป่าสาก พวกเขาคิดว่า
เฟิงฉี่จะต้องรับการโจมตีได้อย่างง่ายดาย แต่ไม่นึกว่าผลจะออกมาเป็น
เช่นนี้
ถึงแม้ เฟิงฉี่จะกลืนโลหิตที่เกิดปั่นปวนลงไปได้โดยไม่เสียหน้า แต่
เหล่าผู้ชมไม่ได้โง่ พวกเขาสังเกตเห็น เฟิงฉี่กลืนโลหิตลงไป
“บ้าจริง บ้าจริงพวกเจ้าทั้งหมด! ทำไมถึงไม่เชียร์ต่อไป? พวกเรา
จะต้องสนับสนุนศิษย์พี่!
เชียร์ต่อไป!”
“ใช่แล้ว ครั้งนี้พวกเราจะต้องเชียร์ให้มากกว่านี้ เจ้า หลินหมิง มัน
จะต้องใช้วิชาลับเพื่อเพิ่มพลังของมันอย่างแน่นอน มันไม่มีทางทำเช่นนั้น
ได้อีก! ศิษย์พี่ เฟิง จะต้องชนะแม้ผ่านไปทั้ง 3 กระบวนท่าแล้ว!”
“ใช่! ต้องเป็นเช่นนั้น! ศิษย์พี่เฟิง จะแพ้ได้อย่างไร?”
ศิษย์ของแผนกค่ายกลปลุกเร้าพลังใจ และเตรียมตัวที่จะเชียร์อีกครั้ง
และจู่ๆเสียงก็ต้องค้างอยู่ที่ลำคอ บางคนหยุดไม่ทันเปล่งออกไปแล้วได้แต่
หยุดครึ่งทาง พวกเขาเหมือนไก่ที่จู่ๆถูกจับหักคอ มันจึงกลายเป็นเสียงที่
แปลกประหลาดอย่างยิ่ง
เหตุผลนั้นเป็นเพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนเวที พวกเขามองเห็น
หลินหมิง โบกแหวนมิติและเกิดเป็นประกายแสงรูปร่างยาวเปล่งแสงสี
เงินออกมาปรากฎเป็นหอกในมือเขา!
หอกอ่อนปราณคลั่ง ได้ปรากฎออกมา!
“อาวุธ? เขาเป็นผู้ใช้อาวุธด้วยเช่นนั้นหรือ?”
“ไม่ใช่ว่า หลินหมิง เป็นนักต่อสู้ด้วยมือเปล่า?”
“ทำไมถึงได้ใช้อาวุธ!?”
ศิษย์จากแผนกค่ายกลกำลังมึนงงกันอยู่ มีนักสู้จำนวนไม่มากในทวีป
นภารินไหลที่ไม่ใช้อาวุธ ถึงอย่างไรมันก็ไม่ได้ยากที่จะเห็น ในขณะนั้น จิง
ฉานหยู่และ จิงฉานอวี่ที่มาจากอาณาจักรจิงฉานใช้เพียงแค่ฝ่ามือและนิ้ว
มือเงาได้เท่านั้น
พวกเขาเองก็คิดว่า หลินหมิง เป็นนักสู้มือเปล่าเช่นเดียวกัน ถึงแม้
ระยะการโจมตีจะสั้น แต่มันก็มีความยืดหยุ่นสูงทั้งความเร็วและความ
แม่นย่ำ ถ้าหากฝึกได้ดีและได้รับทักษะวิชาต่อสู้มือเปล่าระดับสูงละก็ มัน
ก็ไม่ด้อยไปกว่าการใช้ดาบหรือกระบี่เลย
แต่นักสู้ที่ใช้อาวุธมักจะใช้เวลาในการฝึกฝนทักษะอาวุธไปมากกว่า
การฝึกฝนทักษะการต่อสู้ด้วยมือเปล่า
ขนาดมือเปล่ายังทรงพลังขนาดนั้น?
มันเป็นไปได้อย่างไร!??
ไม่มีทาง!
“มันคงกำลังหลอกเราอยู่!”
ผู้นำเหลาศิษย์ของแผนกค่ายกลปฎิเสธที่จะเชื่อว่าเป็นเรื่องจริงอย่าง
เด็ดขาด แต่ดูเหมือนว่าไม่มีศิษย์คนไหนอยากที่จะเชื่อเขาเลย ทุกคนสี
หน้ากลายเป็นน่าเกลียด ดูเหมือนว่า เฟิงฉี่ศิษย์สายตรงของพวกเขา…จะ
งานเข้าอย่างหนักแล้วในตอนนี้
บริเวณเวทีพื้นที่เตรียมตัวของผู้เข้าประลอง โอวหยางสื่อเฟิงจ้อง
มองไปยังหอกสีเงินในมือของหลินหมิง ดวงตาและปากกลายเป็นบิดเบี้ยว
“เมื่อตอนที่ข้าสู้กับเขา ข้าไม่อาจกดดันให้เขาใช้อาวุธเช่นนั้นหรือ?”
เมื่อคิดกลับไปตอนที่เขาได้เย้ยหยันหลินหมิง ว่าสามารถที่จะกดดัน
ให้เขาใช้กระบี่ได้หรือไม่ ในตอนนี้เขาทำได้เพียงแค่ยิ้มอย่างหดหู่
เพราะหลินหมิงเป็นนักสู้ที่มาจาก 36 อาณาจักรและทุกคนจึงได้ดูถูก
เขา
บนเวทีเฟิงฉี่ใบหน้ากลายเป็นแดงก่ำ เขาปฏิเสธที่จะคิดว่านักสู้ที่มา
จาก 36 อาณาจักรเหตุใดจึงเป็นสัตว์ประหลาดเช่นนี้ โดยที่ไม่ห่วงเกียรติ
และศักดิ์ศรีอีกต่อไปเขาได้ใช้ 5 ค่ายกลเก้าวงแหวนแห่งผนึกสีฟ้า
ล้อมรอบตัวเขาเอาไว้
ครั้งก่อนเพราะว่าเขารีบใช้ค่ายกลเก้าวงแหวนผนึกแสงสีฟ้าและใน
ตอนนั้นและยังใช้โลหิตชีวิตไปด้วย เขาจึงจะไม่อาจประมาทเช่นเดิมได้อีก
ต่อไป เขาจึงเตรียมค่ายกลเก้าวงแหวนผนึกแสงสีฟ้าไว้แต่เนิ่นๆ
แผนกค่ายกลนั้นทักษะเป็นเรื่องสำคัญที่สุด เพราะทักษะหลักโจมตี
นั้นอ่อนด้อยกว่าแผนกอื่นๆ แต่ในทักษะการป้องนั้นแข็งแกร่งกว่าแผนก
อื่นๆ
ความแข็งแกร่งของค่ายกลนั้นมากกว่าชุดเกาะป้องกันสมบัติใดๆ
เมื่อมองดูที่โล่ป้องกันค่ายกลที่เรืองแสงสีฟ้าด้านหน้าเขา เฟิงฉี่รู้สึกมี
ความกล้าขึ้นมาเล็กน้อย
“เจ้าแข็งแกร่งมาก แต่หอกของเจ้าจะสามารถทะลวงการป้องกัน
ของ รูปแบบค่ายกลทั้ง 5 ข้าได้หรือไม่?”
เพื่อไม่ประมาท เฟิงฉี่จึงต้องป้องกันไว้ก่อนและดึงเอาธวัชชัยค่ายกล
ขนาดเล็ก ออกมาจากแหวนมิติและผสานปราณแท้เข้าไปไว้ล่วงหน้า
เพื่อที่จะได้เรียกใช้อย่างสะดวก ธวัชชัยค่ายกลขนาดเล็กผืนนี้คือสุดยอด
ทักษะวิชาของ เฟิงฉี่ถึงแม้พลังในการป้องกันของมันจะสูง แต่มันก็มี
จุดอ่อนคือเวลาในการเปิดใช้งานจึงต้องเตรียมการล่วงหน้า
หลังจากวางค่ายกลหลายชั้นเสร็จ เฟิงฉี่ก็ได้สูญเสียพลังปราณไป
มากและยังใช้อักขระพิเศษที่เสริมด้วยปราณแท้
ในด้านการป้องกันเขาคิดว่าคงไม่มีใครเหนือกว่าเขาได้อีกแล้ว
ในตอนนั้นเอง หลินหมิงได้ใช้หอกพุ่งออกไป!
ทักษะหอก กระบวนท่าแรก มังกรวารีทะยานสู่ห้วงสมุทร!!!
“โฮกกก!!!”
เสียงของมังกรวารีคำรามที่พุ่งทะยานถึงท้องฟ้า ด้านหลังของ หลินห
มิง เกิดเป็นร่างเงาของมังกรวารีสีม่วง หลังจาก หลินหมิง ได้ดูดซับมังกร
วารีสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์สีม่วง เคล็ดวิชามังกรวารีทะยานสู่ห้วงสมุทร ได้
ยกระดับขึ้นอย่างเทียบไม่ติดกับเมื่อก่อน ยามเมื่อหอกได้พุ่งออกไป มันได้
เต็มไปด้วยความน่าเกรงขามแห่งมังกร!
เสริมด้วยพลังสายฟ้าและปราณแท้สั่นสะเทือน 5,000 เส้น
เหมือนกับจะสามารถทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้าได้ทั้งหมด! งูสายฟ้าสี
ม่วงที่หนาแน่นสองตัวไหลเวียนอยู่บนตัวหอก หอกของหลินหมิงเต็มไป
ด้วยพลังของแม่น้ำและขุนเขาที่ราวกับว่ามันสามารถที่จะฉีกกระชากมิติ
ได้
ปัง ปัง ปัง!
เมื่ออยู่ต่อหน้าพลังของหอกที่ไม่อาจจะหยุดยั้ง 3 ค่ายกลได้ถูก
ทะลวงอย่างง่ายดายราวกับเจาะกระดาษ!
เฟิงฉี่สีหน้าเปลี่ยนไปอย่างมาก เขาจึงโบกสบัดธวัชชัยค่ายกลในมือ
ปัง!
ค่ายกลผนึกแสงสีฟ้าอันที่ 4 แตกเป็นเสี่ยงๆหอกอ่อนปราณคลั่ง
ยังคงมุ่งหน้าต่อไป!
เพล้ง!
เมื่อหอกกำลังปะทะกับค่ายกลเก้าวงแหวนผนึกแสงสีฟ้าอันที่ 5 และ
ธวัชชัยค่ายกลขนาดเล็กของ เฟิงฉี่ก็ได้ระเบิดแสงสีทองออกมาและอักษร
รูนจำนวนมากพุ่งออกมาจากธวัชชัยค่ายกลผสานเข้ากับค่ายกลเก้าวง
แหวนผนึกแสงสีฟ้าอันสุดท้าย!
เป็นไปได้อย่างไรกัน!?
เฟิงฉี่จ้องมองไปยังค่ายกลเก้าวงแหวนผนึกแสงสีฟ้าอันสุดท้ายอย่าง
ช่วยไม่ได้ แม้แต่ถูกเสริมพลังด้วยธวัชชัยค่ายกลก็คงเริ่มเกิดรอยแตกขึ้น
เรื่อยๆ! รอยแตกขนาดเล็กขยายขึ้นราวกับว่าเป็นรอยยิ้มของปีศาจที่
กำลังฉีกกว้างขึ้นเรื่อยๆ!