Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 271 ขโมยเอามาจากผู้เชี่ยวชาญ
ใบหน้าของเจียงหลานเจี้ยนแสดงออกถึงด้วยความสับสนอย่างหนัก
หลินหมิงได้ใช้วิถีแห่งลมออกมาแน่นอนเมื่อตอนนั้น ไม่เพียงแค่นั้น เขายัง
รับรู้ได้ว่าวิถีแห่งลมของ หลินหมิงนั้นเหนือชั้นมากกว่าเขาซะอีก! ราวกับ
ว่าเขาได้สัมผัสกับต้นกำเนิดแห่งลมทั้งหมด!
มันจะเป็นไปได้อย่างไรกัน?
ทั่วทั้งเวทีประลองต่างกลายเป็นเงียบงันอยู่หลายลมหายใจ แต่ไม่
นานนักการสนทนาที่ดุเดือดปะทุออกมา
“หลินหมิงเขาสามารถที่จะเข้าใจถึงวิถีแห่งลมเช่นนั้นหรือ? มัน
เกิดขึ้นได้อย่างไรกัน?”
ศิษย์แผนกกระบี่ที่ได้ทำตัวเย่อหยิ่งและอธิบายในตอนนั้นถึงความ
ยากในการรู้แจ้งของวิถีแห่งลมในทุกคนโดยรอบได้รับรู้ ทันในนั้นก็เขา
รู้สึกไม่อาจที่จะยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้นได้ ในบรรดาศิษย์ทั้งหมดของหุบเขา
เจ็ดแก่นแท้ในรุ่นเยาว์ในรุ่นนี้และรุ่นก่อน ผู้ที่สามารถเข้าใจในวิถีสามารถ
นับได้เพียงหยิบมือ พวกรุ่นก่อนนั้นล้วนอายุ 19-20 ปีกันแล้ว
แต่สำหรับ หลินหมิงเขาเพิ่งอายุ 16 ปี เท่านั้นเองและยังมาจาก 36
อาณาจักรอันอ่อนด้อย มีผู้ใดที่มีสามารถสอนเขาในวิถีแห่งลมหรือ? หรือ
ว่าเขาเรียนรู้ด้วยตัวเอง?
“ฮาๆ เจ้าเคยกล่าวว่าพวกเราเป็นแค่ 36 อาณาจักรคงไม่อาจที่
เข้าใจในวิถีแห่งลมเช่นนั้นหรือ? แล้วดูตอนนี้ซิ เจ้าจะว่าอย่างไร!?” เหล่า
ศิษย์จาก 36 อาณาจักรได้ยินศิษย์แผนกกระบี่กำลังถูกเอาคืน พวกเขาจึง
พอใจเป็นอย่างมาก เพราะก่อนหน้านี้ได้โดนดูถูกไว้มากและหัวใจของ
พวกเขาต่างเดือดดาล ก่อนหน้านี้พวกเขาไม่รู้ว่าวิถีแห่งคืออันใดและไม่รู้
ว่า หลินหมิงสามารถที่จะเข้าใจมันได้ จึงทำได้เพียงแค่ทนเงียบเอาไว้
เท่านั้น
แต่ตอนนี้ พวกเขาสามารถที่จะเอาคืนได้แล้ว
“ฮาๆ วิถีแห่งลมอันอ่อนด้อยที่น่าสงสาร ถึงแม้ในหุบเขาเจ็ดเแก่น
แท้จะมีเพียงไม่ถึง 5 คนที่จะเข้าใจมันได้ แต่มันไม่ใช่สิ่งที่คนเช่น หลินห
มิงจะเข้าใจได้อย่างแน่นอน”
“บางทีหลินหมิงอาจจะไม่ได้เขาใจวิถีแห่งลมได้จริงๆ คงเลียนแบบ
จากการสังเกตวิถีแห่งลมของเจียงหลานเจี้ยนที่แสดงออกมาเท่านั้น มัน
จึงน่าจะใช้ได้เพียงแค่เพียงครึ่งชั่วธูป!”
“ใช่ ใช่แล้ว ใช่แล้วล่ะ! ไม่เช่นนั้นเหตุใด หลินหมิงจึงทำให้การต่อสู้
ยืดเยื้อมานานเช่นนี้ นั้นก็เพราะว่าเขาต้องการที่จะลอกเลียนแบบวิถีแห่ง
ลมของเจียงหลานเจี้ยนนั่นเอง!”
ศิษย์ผู้นี้จินตนาการไปไกลแต่กลับมีศิษย์หลายคนยอมรับความคิด
ของเขา เพราะว่าวิถีแห่งลมนั้นยากที่จะเข้าใจได้ มันไม่ใช่สิ่งที่จะใช้เวลา
ชั่วครู่แล้วคิดออก
ความคิดนี้ได้กระจายไปยังผู้ชมคนอื่นๆ ศิษย์แผนกกระบี่จึงได้ยิ้ม
อย่างพอใจออกมาและก็ตัดสินใจที่จะเชื่อตามความคิดนี้ว่าวิถีแห่งลมใช่
ว่าอยากเข้าใจก็เข้าใจได้!
ในห้องโถงหลักของหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ ผู้อาวุโสหลายคนรู้สึกว่ามี
บางอย่างที่ยังมิอาจยอมรับได้ ถึงแม้มันจะอยู่ตรงหน้าของพวกเขาแล้วก็
ตาม พวกเขาไม่เคยเห็นอัจฉริยะที่เก่งกาจเช่นนี้มาก่อนในชีวิต
ถ้าหากว่า หลินหมิงสามารถที่จะเข้าใจในวิถีแห่งลมได้จริงๆ เช่นนั้น
แล้วสิ่งอื่นๆล่ะ เขาก็คงจะไม่ทำได้เช่นเดียวกันหรือ!
ผู้อาวุโสสูงสุดของแผนกกระบี่ส่ายศรีษะและกล่าวว่า “หลินหมิงนั้น
ไม่เพียงแค่สามารถที่เข้าใจในวิถีแห่งลมได้เท่านั้น แต่ยังเข้าใจในระดับที่
สูงมากอีกด้วย และโชคไม่ดีที่วิถีแห่งลมของเจียงหลานเจี้ยนนั้นคือไพ่ตาย
ของเขาแล้ว แต่เขาก็ได้แสดงความสามารถอันเป็นประจักษ์แก่
ผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายแล้ว”
ฉีซงเทียน นั้นค่อนข้างเงียบเจียงหลานเจี้ยนนับว่าเป็นผู้มีพรสววรค์
สูงท่ามกลางผู้มีพรสวรรค์ด้วยกัน และวิถีแห่งลมก็เป็นไม้ตายของเขา
แต่น่าสงสารที่เขาต้องมาเผชิญหน้ากับ หลินหมิง
สำหรับมู่ฉิงหงนางมอง ยิ่งนางมองสีหน้าที่ประหลาดใจของผู้อาวุโส
เหล่านั้นก็ยิ่งทำให้นางยิ้มอย่างพอใจมากขึ้นเรื่อยๆ นางพบว่า หลินหมิง
นั้นราวกับเป็นกล่องสมบัติที่ไม่สิ้นสุดและมักจะนำความน่าทึ่งมาให้เสมอ
บางอย่างเช่น สายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ของมังกรวารีนั้นอาจเรียกได้ว่าเป็นสิ่ง
ที่ได้มาด้วยโชคชะตา และการบ่มเพราะที่ดีนั้นอาจได้มาจากการใช้โอสถ
หรือสมบัติต่างๆช่วย แต่สำหรับ หลินหมิงที่สามารถเข้าใจในวิถีแห่งลม,
ทักษะหอกและเจตจำนงแห่งการต่อสู้ สิ่งเหล่านี้ขึ้นอยู่กับจิตวิญญาณแห่ง
นักสู้และศักยภาพที่ดั่งสัตว์ประหลาดของเขาเอง ไม่มีทางที่โชคชะตาจะ
ช่วยเขาได้
‘เส้นทางแห่งผู้ใช้หอก, วิถี, เจตจำนงแห่งการต่อสู้, พลังจิตวิญญาณ’
หลินหมิงนั้นได้สร้างความตกตะลึงในทั้ง 4 ด้านนี้ ไม่เพียงแค่นั้น ระดับ
การบ่มเพาะของเขานับว่าสูงมากด้วยอายุเพียงเท่านี้และยังมี
ความสามารถผสานกับสายฟ้าต้นกำเนิดในระดับที่สูงมาก ด้วยเพียงแค่
ระดับพลังขั้นดัดกระดูกเข้าก็ยังสามารถที่จะดูดซับพลังของมังกรวารีสี
ม่วงสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์และภายในกายของเขาราวกับว่ามีสายเลือดสัตว์อสูร
โบราณไหลเวียนอยู่!!!
ตัวตนของ หลินหมิงได้เกินกว่าสามัญสำนึกปกติไปเรียบร้อยแล้ว
มู่ฉิงหงกำลังใช้ความคิดอย่างลับๆ “แม้แต่ เชียนหยี่ ก็ยังไม่สามารถ
เข้าใจถึงศักยภาพของ หลินหมิงได้อย่างสมบูรณ์ เขานั้นยอดเยี่ยมยิ่งกว่า
ที่นางจินตนาการเอาไว้มาก! เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ของข้าจะไม่ยอมให้ผู้มี
พรสวรรค์อันมากล้นเช่นนี้ไปเด็ดขาด!”
บนเวทีประลองเจียงหลานเจี้ยนถอนหายใจอย่างหนัก
“หลินหมิงข้าเจียงหลานเจี้ยน ไม่เคยพบเจอผู้ที่มีพรสวรรค์มากล้น
เช่นเจ้ามาก่อนในชีวิต ข้าคงจะแพ้ไปเรียบร้อยแล้วในการประลองครั้งนี้
แต่จนกว่าจะถึงที่สุด ข้าจะไม่วางกระบี่ลงอย่างแน่นอน!”
เจียงหลานเจี้ยนยกกระบี่ขึ้นมาด้านหน้าของเขาและชี้ตรงไปยัง
หลินหมิง
“ดี ข้าเองก็อยากจะสนุกไปกับท่านในการต่อสู้จนกว่าจะพอใจ
เช่นกัน” หลินหมิงหัวเราะและยิ้มเล็กน้อยไปยังเจียงหลานเจี้ยนเพราะคำ
กล่าวเช่นนี้คือสิ่งที่ หลินหมิงคาดหวัง เขาอยากที่จะต่อสู้กับเจียงหลาน
เจี้ยนต่อไปเรื่อยๆเพื่อที่จะให้เข้าใจถึงวิถีแห่งลมให้มากขึ้น
“เพลงกระบี่แห่งความปราณี”
เจียงหลานเจี้ยน ได้พุ่งกระบี่ออกไปอีกครั้ง สายลมที่แข็งแกร่งส่ง
เสียงกู่ร้องรอบตัวเขา หอกของ หลินหมิงเองก็ผสานเข้ากับสายลมและ
ด้วยวิถีแห่งลมที่อยู่ในระดับสูง หอกของเขาจึงรวดเร็วจนแหวกสายลม
เข้าไปและเกิดเป็นเสียงอันแหลมคมออกมาราวกับว่าเงามันสามารถ
ครอบคลุมทั่วผืนฟ้า!
ถ้าหากจะว่ามีจุดอ่อนในหอกของ หลินหมิงมันก็คงจะเป็นการโจมตี
ที่เชื่องช้า!
แต่ในความเป็นจริง มันเป็นเรื่องที่ปกติ หอกนั้นเป็นอาวุธหนักที่ใช้
ปะทะคู่ต่อสู้ มันต้องใช้ร่างกายทุกส่วนเพื่อให้เกิดการโจมตีที่แข็งแกร่ง
มันจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะโจมตีด้วยหอกให้รวดเร็วดังเช่นกระบี่ได้
ฉะนั้นเมื่อ หลินหมิงที่ต้องเผชิญหน้ากับกระบี่เลือนของเจียงหลาน
เจี้ยนที่ราวกับว่าอยู่ทั่วทุกที่ เข้าจึงทำได้เพียงอาศัยปราณแท้สั่นสะเทือน
ที่ปัดป้องการโจมตี
แต่ในตอนนี้ ด้วยวิถีแห่งลมที่เสริมพลังเข้าไป หอกของเขาจึงไม่ได้ช้า
ไปกว่ากระบี่ของเจียงหลานเจี้ยนอีกต่อไป!
เปล้ง เปล้ง เปล้ง เปล้ง เปล้ง เปล้ง เปล้ง!
ในไม่กี่ลมหายใจ ไม่รู้ว่าหอกของ หลินหมิงและกระบี่ของเจียงหลาน
เจี้ยนปะทะกันกี่ครั้ง ความเร็วของ หลินหมิงไม่ได้ตกลงเลยซักนิด!
แม้แต่สายลมโดยรอบก็เริ่มถูกควบคุมโดย หลินหมิงกลายเป็นใบมีด
ที่แหลมคมและเข้าโจมตีเจียงหลานเจี้ยน!
เหล่าผู้อาวุโสของหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ในห้องโถงยิ่งรับชมการประลอง
มากเท่าใดก็ยิ่งตกตะลึงมากขึ้นเรื่อยๆ พวกเขาคิดว่าความเข้าใจในวิถีแห่ง
ลมของ หลินหมิงไม่ได้อยู่ในระดับที่สูง แต่พวกเขาก็ตระหนักได้ว่าตนได้
เข้าใจผิดไป
ในขณที่การประลองยังคงดำเนินต่อไป หลินหมิงก็ยิ่งใช้วิถีแห่งลมได้
คล่องแคล่วขึ้นและมันเป็นระดับที่เจียงหลานเจี้ยนไม่อาจหวังว่าจะ
สามารถเทียบได้
“ข้าจินตนาการไม่ออกเลยว่าเขาสามารถเข้าใจและทำมันได้
อย่างไร!”
ผู้อาวุโสแผนกกระบี่ถอนหายใจที่เต็มไปด้วยอารมณ์ เพื่อที่จะทำให้
หอกหนัก 1,200 จิน ตามทันความเร็วของกระบี่ได้ ความเข้าใจในวิถีแห่ง
ลมของ หลินหมิงช่างเหลือเชื่อเป็นอย่างยิ่ง!
“ข้ารู้สึกเหมือนกับว่า… หลินหมิงยืดเยื้อการต่อสู้ออกไปเพื่อที่จะ
เรียนรู้การเคลื่อนไหวของเจียงหลานเจี้ยน!”
“เจ้าว่าอย่างไรนะ!?”
ในขณะที่ผู้อาวุโสคนนึงกล่าวในสิ่งที่เขากำลังคิดอกมา ผู้อาวุโส
ตระหนักได้ถึงบางอย่างจึงได้ตกตะลึง!
เพลงกระบี่แห่งความปราณีของเจียงหลานเจี้ยนสามารถที่จะซ่อน
เร้นอยู่ในสายลมได้ และหลินหมิงเองก็ได้ทำให้หอกซ่อนเร้นอยู่ในสายลม
เช่นเดียวกัน!
เมื่อเจียงหลานเจี้ยนควบคุมใบมีดสายลมเพื่อโจมตี หลินหมิงเองก็ได้
ทำเช่นเดียวกันอีก!
เมื่อเจียงหลานเจี้ยนผสานปราณกระบี่เข้ากับสายลม สายลมจึงไม่
กระจายตัวออกไปและปราณกระบี่ก็ไม่กระจายตัวออกไปเช่นกัน และ
หลินหมิงก็ได้ทำเช่นเดียวกันทั้งหมดนั้น!
“เขากำลังเรียนรู้รูปแบบจากเจียงหลานเจี้ยน”
“สวรรค์… หรือว่าเขาไม่ได้เข้าใจในวิถีแห่งลมมาก่อน แต่อยู่ๆกลับ
สามารถที่จะเข้าใจและใช้มันต่อสู้กับเจียงหลานเจี้ยนหรือนี่?”
ผู้อาวุโสคนนึงได้กล่าวคัดค้าน “นี่มันเป็นไปไม่ได้ ไม่น่าจะเป็นไปได้
ที่จะมีพรสวรรค์ขนาดนี้ เข้าจะต้องเคยเข้าใจในวิถีแห่งลมมานานมาก
แล้ว แต่ไม่มีผู้ใดสอนเขาได้ เขาเพียงแค่พึ่งพาพรสวรรค์ที่ท้าทายสวรรค์
แต่ไม่รู้วิธีที่จะใช้มันโจมตี แต่ตอนนี้เขามีโอกาสได้เรียนรู้จากเจียงหลาน
เจี้ยนและเขาก็จะต้องมีความเข้าใจในวิถีแห่งลมมากกว่าเจียงหลาน
เจี้ยนหลายระดับจึงจะทำเช่นนี้ได้ เจ้าหนุ่มคนนี้ช่างน่าหวาดกลัวอย่าง
แท้จริง!!”
บนเวทีประลอง ผลลัพท์นั้นเป็นที่ชัดเจนแล้ว พลังสายลมมากกว่า
90% ถูกควบคุมโดย หลินหมิงสำหรับเจียงหลานเจี้ยนใช้พลังสายลมได้
น้อยกว่า 10 % ซะอีก
ปัง!
เจียงหลานเจี้ยน ปะทะกับ หลินหมิงและเขาถูกกระแทกถอยไป
หลายก้าวเจียงหลานเจี้ยนเช็ดโลหิตที่มุมปากและเก็บกระบี่เข้าไปและ
กล่าวออกมาว่า
“ข้าขอยอมแพ้”
“ขอบคุณท่านมาก”
หลินหมิงผสานมือคารวะ เขาไม่ได้กล่าวคำที่ไร้มารยาทเช่น ‘เป็น
การต่อสู้ที่ไม่เลว’ แต่กลับกล่าวขอบคุณเขาเจียงหลานเจี้ยนได้ช่วยสอน
เขาอย่างมากในการใช้วิถีแห่งลมเพื่อโจมตี
ความทรงจำที่เหลืออยู่ของผู้อาวุโสของแดนเทวะนั้น เป็นชิ้นส่วน
กระจัดกระจาย มีเพียงส่วนน้อยที่สมบูรณ์ แต่หลินหลิงก็ยังสามารถที่
ศึกษามันจนเข้าใจในวิถีแห่งลมได้ ส่วนวิธีการใช้นั้นสูญหายไป หากไม่ได้
เจียงหลานเจี้ยนช่วยชี้แนะ คงอีกนานที่เขาจะรู้จักวิธีการใช้วิถีแห่งลมใน
รูปแบบอื่นๆ
“หลินหมิงเป็นฝ่ายชนะ!”
ผู้ตัดสินอาวุโสได้ประกาศผลการประลองออกมา ศิษย์ของหุบเขา
เจ็ดแก่นแท้หลายคนต่างตกตะลึงไปตามๆกัน
แม้แต่เจียงหลานเจี้ยนก็ยังต้องพ่ายแพ้ให้กับเขา!
ทั้ง ฉินหวู่ซิน ผู้ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในหัวใจแห่งพิณ
และฮั่วหยานหลัวที่สามารถควบคุมปราณอัคคี พวกเขาจะสามารถหยุด
สถิติไร้พ่ายของ หลินหมิงได้หรือไม่?
หลินหมิงหันกลับไปไปยังเจียงเป่าอวิ้นที่กำลังมองดูเขาอยู่ท่ามกลาง
ฝูงชน สายตาของเจียงเป่าอวิ้นที่จับจ้องมา คมดั่งกระบี่คู่ จึงยากที่จะไม่
รับรู้
เจียงเป่าอวิ้นยิ้มเล็กน้อยและ หลินหมิงเองก็ยิ้มตอบกลับ
เช่นเดียวกัน แต่หัวใจของรู้สึกถึงบรรยกาศที่ค่อนข้างเยือกเย็น
ถึงแม้ หลินหมิงจะสามารถเอาชนะเจียงหลานเจี้ยนได้ แต่เขาก็ไม่ได้
รู้สึกผ่อนคลายเลยซักนิด นอกจากไพ่ตายของเขา เพลิงสายฟ้าแห่งการ
ทำลายล้างและมังกรวารีสีม่วงสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์แล้ว เขาก็ได้ใช้ทุกอย่างที่
มี
“สิ่งข้าที่ใช้ออกไปแล้วมี ปราณแท้สีคราม, วิถีแห่งลม, ปราณเทพ
ทรราชคลั่งและก็ลื่นไหลดุจแพรไหม”
ใช้พลังเหล่านั้นไปทั้งหมดแล้ว แต่ข้าก็ยังคงบาดเจ็บ!
ใบมีดสายลมกระหน่ำสังหารของเจียงหลานเจี้ยนนั้นแข็งแกร่ง
จนเกินไป ไม่ใช่ว่า หลินหมิงไม่อยากจะหลบ แต่เพราะไม่อาจหลบได้
ต่างหาก
อาจกล่าวได้ว่า ถ้าหาก หลินหมิงไม่ได้ ‘ขโมย’ วิธีการใช้วิถีแห่งลม
มาจากเจียงหลานเจี้ยนที่เกือบจะควบคุมสายลมได้ทั้งหมด เช่นนั้นเขาก็
คงต้องพบสถานะการณ์ที่ยากลำบากกว่านี้ในการประลองครั้งนี้อย่าง
แน่นอน
เมื่อได้เห็นรอยยิ้มของเจียงเป่าอวิ้นในตอนนี้ เขาก็นึกขึ้นมาได้ว่า
ตั้งแต่ต้นจนจบเขาไม่เคยเห็นสีหน้าที่แสดงออกถึงความประหลาดใจและ
ตกใจหรือความสงสัยจากเจียงเป่าอวิ้นเลยซักครั้ง
บางทีอาจเป็นเพราะเจียงเป่าอวิ้นได้ประสบความสำเร็จในหัวใจแห่ง
กระบี่ที่สูงมากๆ แต่ส่วนใหญ่คงเพราะเขามั่นใจในความสามารถตนเอง
อย่างยิ่ง!
ยังไม่ต้องพูดถึงการเผชิญหน้ากับมู่กู๋ปู่ยี่ที่สามารถใช้ปราณบูรณะได้
หลินหมิงยังได้ใช้หนึ่งในไพ่ตายออกเขาออกไปแล้ว หรือแม้แต่ฮั่ว
หยานหลัวที่สามารถใช้ปราณอัคคีได้อย่างน่าตกใจ
เจียงเป่าอวิ้นที่กำลังขบคิดสิ่งต่างๆด้วยสีหน้าที่สงบ รู้สึกดั่งกับว่าทุก
อย่างได้อยู่ในกำมือของเขา
เช่นนั้น…เจียงเป่าอวิ้นมีไพ่ตายอะไรซ่อนไว้? สิ่งใดที่ทำให้เขาดูมั่นใจ
ขนาดนี้?
ถ้าหากว่าเจียงหลานเจี้ยนที่เป็นเพียงอันดับ 2 ยังแข็งแกร่งถึงเพียงนี้
เช่นนั้นความแข็งแก่งของศิษย์สายตรงเช่นเจียงเป่าอวิ้นจะมีมากขนาด
ไหน?
หลินหมิงถอนหายใจยาว เขาตระหนักได้ว่าโอกาสที่จะเอาชนะเจียง
เป่าอวิ้นมีไม่มากเลย!
พลังของมังกรวารีสีม่วงสายฟ้าศักดิ์นั่นไม่ต้องสงสัยเลยว่าจะมีพลังที่
แข็งแกร่งแค่ไหน ในการต่อสู้เพียงพลังโจมตีที่แข็งแกร่งก็ไม่ใช่ว่าจะชนะ
ได้เสมอไป แต่อยู่ที่ใครจะชนะ
ในด้านของพลังโจมตีที่แข็งแกร่งเจียงหลานเจี้ยนนั้นยังด้อยกว่าฉาง
เอี่ยนจ้าว
“แต่ฉางเอี่ยนจ้าวก็ยังไม่อาจเอาชนะเจียงหลานเจี้ยนได้หากต้อง
เผชิญหน้ากัน!”
นั้นเพราะว่าเขาคงแพ้ไปเรียบร้อยแล้วก่อนที่จะได้ใช้ท่าไม้ตาย
ออกมา!
เมื่อเป็นเช่นนี้ หลินหมิงจะสามารถที่เอาชนะเจียงเป่าอวิ้นด้วยพลัง
ของมังกรวารีสีม่วงสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ได้หรือไม่?
พลังของมังกรวารีสีม่วงสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์แน่นอนว่าแข็งแกร่งมาก แต่
หากไม่สามารถโจมตีโดนเจียงเป่าอวิ้นมันก็ไร้ประโยชน์
แล้วถ้ากระบี่ของเจียงเป่าอวิ้นได้เกิดช้าลงจนไม่อาจที่จะหลบการ
โจมตีด้วยพลังของมังกรวารีสีม่วงสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ได้ล่ะ?
หลินหมิงกำลังคิดถึงความเป็นไปได้ในการต่อสู้ในอนาคตและ
ตระหนักได้ว่าหากกระบี่ของเจียงหลานเจี้ยนมีความเร็วที่สูงเกินระดับ
และหากเขามีความเข้าใจในวิถีอย่างอื่นด้วย เช่นนั้นเขาก็คงต้องแพ้อย่าง
แน่นอน!
นอกจากพลังมังกรวารีสีม่วงสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ หลินหมิงยังคงมี เพลิง
สายฟ้าแห่งการทำลายล้าง แต่ปราณอัคคีของเขากลับอ่อนแอเกินไปและ
ทำให้ไม่เสถียรกับพลังสายฟ้า จึงทำให้พลังของมันไม่แข็งแกร่งดั่งที่ควร
เป็น ไม่เพียงแค่นั้น วิชานี้ยังกินพลังไปมากขึ้นด้วยและหากใช้ไปแล้วยัง
ต้องใช้เวลานานในการฟื้นฟู การใช้พลังของมังกรวารีสีม่วงสายฟ้า
ศักดิ์สิทธิ์น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด
‘ดูเหมือนว่าข้าจะประเมินศิษย์สายตรงของหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ผิดไป
ด้วยพรสวรรค์ของเจียงเป่าอวิ้นเขาก็ยังโดดเด่นแม้จะนำไปเปรียบเทียบ
กับสำนักชั้น 4 ไม่เพียงแค่นั้น เขาอายุมากกว่าข้าเพียงแค่ 3 ปีเท่า
นั้นเอง!’