Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 273 การโจมตีด้วยคลื่นความถี่สูง
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 273 การโจมตีด้วยคลื่นความถี่สูง
การประลองระหว่าง หลินหมิง และ ฉินหวู่ซิน นั้นทำให้เหล่าผู้ชม
ดุเดือดเลือดพล่านด้วยความตื่นเต้น
ฉินหวู่ซิน เป็นที่นิยมและรู้จักไปทั่วทั้งหุบเขาแก่นแท้ ในบรรดาศิษย์
สายตรงที่ยิ่งใหญ่นั้น มี 2 คนที่เป็นหญิง 1คือ ฉินหวู่ซินแห่งแผนกพิณ
และอีกคนคือ หวน เสี่ยวตี๋ แห่งแผนกภาพลวงตา
เทียบกับ หวน เสี่ยวตี๋ ที่ค่อนข้างบอบบางและงดงามเช่นเด็กสาว
แล้ว ฉินหวู่ซิน ก็มีความเป็นผู้ใหญ่สง่างามและที่เป็นที่เคารพนับถือ นาง
นั้นได้รับความนิยมและมีชื่อเสียงอย่างมาก ศิษย์คนอื่นๆของหุบเขาเจ็ด
แก่นแท้ล้วนแล้วแต่เก็บนางไว้ในใจและฝันถึงอยู่เสมอ
“ข้า ฉินหวู่ซิน แห่งแผนกพิณ โปรดชี้แนะด้วย”
ฉินหวู่ซิน ยืนอยู่บนเวที ชุดคลุมสีขาวของนางพริ้วไหวไปกับสายลม
มีลักษณะที่สง่างามและน่าหลงไหล เพราะว่านางได้ประสบความสำเร็จ
อย่างยิ่งใหญ่ในหัวใจแห่งพิณ นางไม่ค่อยพูดจาและยากที่จะจับต้อง นาง
ดึงเอาพิณจากด้านหลังออกมาและสบัดแขนเสื้ออย่างแผ๋วเบา และพิณ
นั้นค่อยๆลอยอยู่ในอากาศที่ด้านหน้าของนาง ราวกับว่ามันถูกบางอย่างที่
มองไม่เห็นตรึงเอาไว้
เหล่าผู้ชมต่างส่งเสียงเชียร์ให้กับ ฉินหวู่ซิน อย่างบ้าคลั่ง อย่างไรก็
ตาม ฉินหวู่ซิน ก็ยังคงเล่นพิณของนางไปอย่างเงียบๆ ยืนอยู่ตรงนั้นดั่งกับ
ว่าไม่มีสิ่งใดทำให้นางไขว้เขวได้
“ข้า หลินหมิง จากอาณาจักรลิขิตฟ้า โปรดชี้แนะด้วย”
สิ่งที่ทำให้เหล่าผู้ชมประหลาดใจเป็นอย่างแรกคือ หลินหมิง ได้ใช้
ปราณแท้สีครามครอบคลุมร่างกายไว้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มประลอง เพราะ
หลินหมิง ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับการโจมตีของแผนกพิณซักเท่าไร เช่นนั้น
ป้องกันไว้ก่อนจึงเป็นการดีที่สุด
หลังจากที่ผู้ตัดสินได้ประกาศเริ่มการแข่ง นิ้วทั้งสิบของ ฉินหวู่ซิน
ดีดลงบนพิณของนาง และท่วงทำนวงอันไพเราะดังก้องออกมาราวกับ
กลิ่นอายของฤดูใบไม้ผลิที่น่าหลงไหล ท่วงทำนองเหล่านี้นั้นเรียบง่าย แต่
หลินหมิง สัมผัสได้ถึงร่องรอยของปราณแท้ที่อยู่ในตัวโน๊ตพวกนั้นราวกับ
ว่ามันจะสะเทือนได้ทั้งสนามประลอง
ถึงแม้ว่า หลินหมิง จะมั่นใจในตนเองมาก แม้ก็ไม่อาจปล่อยให้
ฉินหวู่ซิน เล่นท่วงทำนองพิณของเล่นนั้นกับเขาได้ตามใจชอบ
เพราะเขาจำได้ดีถึงตอนที่ ฉินหวู่ซิน ที่ได้ประลองกับ จิง ฉานหยู่ ใน
ตอนนั้นนางเพียงแค่ดีดนิ้วลงบนพิณไม่กี่สายก็สามารถที่จะทำลาย
ม่านพลังธาตุจำเพาะปฐพีลงได้ราวกับแก้วที่เปราะบาง ไม่เพียงแค่
นั้น ฉินหวู่ซิน ทำให้ปราณแท้ไม่สามารถที่จะหยุดจากการควบคุม
ออกไปได้ซักนิด โดยที่ จิง ฉานหยู่ ไม่รู้สึกตัวเลยด้วยซ้ำว่าโดน
โจมตี
หญิงสาวแห่งแผนกพิณผู้นี้นางไม่ได้อ่อนแอเลย อาจเป็นเพราะ
ธรรมชาติของนางที่ทำตัวลึกลับ จึงไม่มีไม่มีผู้ใดตระหนักถึงความ
แข็งแกร่งในทักษะของนางได้อย่างแท้จริงจนถึงตอนนี้
ในตอนนี้ หอกอ่อนปราณคลั่งได้ถูกดึงออกมา และ หลินหมิง ได้พุ่ง
มันตรงไปยังร่างของ ฉินหวู่ซิน
ปราณแท้สีครามส่งเสียงกู่ร้องในอากาศ และความน่าเกรงขามแห่ง
มังกรที่แท้จริงก็ปะทุออกมาและผสานเข้ากับแรงสั่นสะเทื่อนของลื่นไหล
ดุจแพรไหม ด้วยสองพลังที่แข็งแกร่งผสานเข้าด้วยกัน หอกของ หลินหมิง
จึงแทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะมีผู้ใดรับการโจมตีจากมันได้ แม้แต่ เจียงหลาน
เจี้ยน ยังต้องหลบมัน!
ฉินหวู่ซิน ยกนิ้วของนางและดีดลงไปอีกครั้ง ทันใดนั้น คลื่นเสียงที่
มองไม่เห็นพุ่งออกไปราวกับลูกศรปะทะกับหอกของ หลินหมิง ที่กำลังพุ่ง
เข้ามา!
วิ้งง—
หลินหมิง สัมผัสได้ถึงปราณแท้คลื่นช็อคความถี่สูงปะทะเข้ากับหอก
ของเขาหอกของเขา มันปะทะกันอย่างดุเดือดกับปราณแท้สีคราม
ปราณแท้ทั้งสองนี้ต่างแฝงไปด้วยแรงสั่นสะเทือนที่มหาศาล
หลังจากเข้าปะทะกัน ก็เกิดเสียงเสียดแก้วหูดังออกมาในอากาศราวกับ
เสียงมีดที่กำลังกรีดลงบนแก้ว!
ม่านพลังป้องกันเวทีดูเหมือนว่าจะกันเสียงไม่ได้ ศิษย์ผู้ที่มีระดับการ
บ่มเพาะต่ำทำได้เพียงปิดหูและวิ่งถอยออกมาด้วยสีหน้าซีด
‘หืม? โน๊ตเหล่านี้สามารถป้องกันหอกของข้าได้เช่นนั้นหรือ?’
หลิงหมิงนั้นประหลาดใจเล็กน้อย ในตอนนี้ ถึงแม้ปราณแท้สีครามที่
ครอบคลุมหอกอยู่นั้นจะไม่สลายไป แต่พลังของแรงสั่นสะเทือนนั้นสลาย
หายไป แม้จะใช้หอกสู้ต่อไป มันก็คงจะเป็นการสิ้นเปลืองพลังเปล่าๆ
เช่นเดิม
ฉินหวู่ซิน สูญเสียเพียงแค่คลื่นเสียงเดียวในโน๊ตของนางด้วยซ้ำ และ
นางยังสามารถที่จะกันการโจมตีของเขาได้อีกด้วย วิธีการรับมือกับการ
โจมตีของนางสงบเรียบง่ายยิ่งกว่า เจียงหลานเจี้ยน ซะอีก!
อย่างไรก็ตาม หลินหมิง รู้ว่าเหตุผลที่นางสามารถทำเช่นนี้ได้ไม่ใช่
เพราะนางแข็งแกร่งยิ่งกว่า เจียงหลานเจี้ยน แต่เพราะคลื่นเสียงที่แฝงไป
ด้วยแรงสั่นสะเทือนที่มีความหนาแน่นมากต่างหาก!
มันทำให้เกิดผลลัพธ์เช่นเดียวกันกับ เคล็ดวิชาลื่นไหลดุจแพรไหม
แต่แตกต่างกันที่วิธีการ!
ความจริงแล้ว คลื่นเสียงนั้นสั่นสะเทือนอย่างเรียบง่ายอยู่ในอากาศ
เมื่อถ่ายเทปราณแท้ลงไปในคลื่นเสียง ปราณแท้ก็จะสั่นสะเทือนไปพร้อม
กับคลื่นเสียงและความถี่ของแรงสั่นสะเทือนสามารถเปลี่ยนแปลงไปตาม
คลื่นความถี่สูง
‘ไม่ใช่เพราะปราณแท้สีครามของข้านั้นพ่ายแพ้ แต่เป็นเพราะ ลื่น
ไหลดุจแพรไหม ของข้าพ่ายแพ้พลังสั่นสะเทือนของ ฉินหวู่ซิน!’
โน๊ตบทเพลงของ ฉินหวู่ซิน ไม่สามารถที่จะทำลายปราณแท้สีคราม
ที่ไร้ที่สิ้นสุดได้ แต่กลับสามารถปะทะกับปราณแท้สีฟ้าตรงๆ นี้คือสิ่งที่ทำ
ให้ หลินหมิง ตื่นตระหนก ยังคงมีอีกหลายส่วนของลื่นไหลดุจแพรไหมที่
หายไปจากชิ้นส่วนความทรงจำของผู้อาวุโสที่ยิ่งใหญ๋ผู้นั้น หลินหมิงทำได้
เพียงแค่อนุมานตามสิ่งที่เหลืออยู่และทำความเข้าใจ ลื่นไหลดุจแพรไหม
โดยใช้วิชาย่อย ‘หมัดสลายกระดูก’ มาอย่างยาวนานถึงครึ่งปีและความ
คืบหน้าที่จะเข้าสู่ขั้นต่อไปนั้นช้าอย่างยิ่ง
และวันในนี้ลื่นไหลดุจแพรไหมของเขาก็ได้พ่ายแพ้ให้กับบทเพลง
ฉินหวู่ซิน ที่แฝงไปด้วยพลังของการสั่นสะเทือน
เหล่าผู้ชมต่างก็เห็น ฉินหวู่ซิน สามารถต้านรับการโจมตีของ หลินห
มิง โดยใช้โน๊ตเพลงแค่ตัวเดียวและในทันใดพวกเขาต่างก็กลายเป็นบ้า
คลั่ง เหล่าผู้ที่สนับสนุนต่างก็ตะโกนจนคอแหบแห้งเพื่อเป็นกำลังใจให้
ฉินหวู่ซิน อยากให้เอาชนะ หลินหมิง อย่างขาดลอย
ฉินหวู่ซิน นั้นไม่ได้ใส่ใจเหล่าผู้ที่ส่งเสียงเชียร์ราวกับว่าไม่ได้ยินอันใด
เลย ในการปะทะกันสั้นๆนี้ แม้แต่นางเองก็ยังต้องตกใจ แรงสั่นสะเทือน
ของบทเพลงที่ออกมาจากพิณสามารถไปได้ทุกที่และทำลายการป้องกัน
ทุกอย่างได้ เมื่อ ฉินหวู่ซิน ได้ออกเดินทางเพื่อเพิ่มความรู้ความเข้าใจใน
หัวใจแห่งพิณ นางได้ประสบพบเจอกับสัตว์อสูรที่ทั้งร่างเต็มไปด้วยเกราะ
ป้องกัน และด้วยเพียงโน๊ตตัวเดียวของนางก็สามารถที่จะทำลายมันได้
อย่างง่ายๆ
แต่ว่าบัดนี้ บทเพลงพิณของนางได้ปะทะเข้ากับหอกของ หลินหมิง
แต่ก็ยังไม่สามารถทำลายปราณแท้ของเขาได้ นางแทบจะไม่สามารถตอบ
โต้การโจมตีของเขาได้ ไม่แปลกใจเลยที่ เจียงหลานเจี้ยน จะพ่ายแพ้ด้วย
น้ำมือของเขา
ฉินหวู่ซิน สบัดแขนเสื้อของนางและเกิดเสียงอันนุ่มนวลเปล่งออกมา
จากพิณ พุ่งตรงไปยัง หลินหมิง
การจู่โจมด้วยคลื่นความถี่สูงนี้ไม่อาจที่จะมองเห็นได้ เมื่อรู้สึกตัวได้
ยินเสียงอีกทีเขาก็จะถูกโจมตีไปเรียบร้อยแล้ว!
เป็นครั้งแรกที่ หลินหมิง ได้เผชิญหน้ากับการโจมตีที่มองไม่เห็น
เช่นนี้และการป้องกันด้อยประสิทธิภาพ ปราณแท้สีครามในร่างของเขา
ปั่นป่วนและไอออกมา จากนั้นล่าถอยไปหลายก้าวในขณะที่โลหิตในร่างก็
ปั่นปวนเช่นกัน
“เป็นการโจมตีที่แปลกประหลาดยิ่งนัก!”
ถ้า หลินหมิง มีเพียงปราณแท้ธรรมดาปกป้องร่างแล้วละก็ เขาอาจ
ถูกบดขยี้ไปด้วยโน๊ตเพียงตัวเดียวไปแล้วก็เป็นได้!
แต่ถึงแม้จะมีปราณแท้สีคราม แต่มันก็ยังป้องกันได้อีกเพียง 2-3
การโจมตีเหล่านั้น หากมากไปกว่านั้น ปราณแท้ของเขาจะพังทลายและ
เมื่อเวลานั้นมาถึง หลินหมิง คงต้องเผชิญหน้ากับคลื่นความถี่สูงของ
ฉินหวู่ซิน ด้วยร่างกายเปล่าของเขา
ถึงแม้ร่างกายของ หลินหมิง จะแข็งแกร่ง แต่ก็ยังไม่สูงพอที่จะเทียบ
กับสัตว์อสูรดุร้ายระดับสูง เพราะแม้แต่สัตว์อสูรดุร้ายระดับสูงก็ยังถูก
จัดการด้วยคลื่นความถี่สูงนี้ สิ่งที่จะเกิดขึ้นล้วนจินตนาการได้หาก หลินห
มิง สูญเสียการป้องกันปราณแท้ไปแล้ว
คิ้วของ ฉินหวู่ซิน ขมวดเข้าหากัน คลื่นเสียงของนางได้เข้าปะทะกับ
หลินหมิง แต่พลังป้องกันของเขาล้ำลึกยิ่งกว่าที่นางคิดเอาไว้นัก
นางพรมนิ้วทั้ง 10 ลงไปบนพิณและชุดของตัวโน๊ตก็ส่งเสียงกู่ร้อง นี่
คือการโจมที่รุนแรงมหาศาลและไม่อาจมองเห็นได้!
ท่ามกลางเหล่าผู้ชม โอวหยางหมิง ดวงตาเบิกกว้างในขณะที่กำลัง
รับชมการประลอง วิธีการโจมตีของแผนกพิณนั้นแปลกประหลาด ถึงแม้
หากเป็นเขาที่ได้เผชิญหน้ากับ ฉินหวู่ซิน บนเวทีประลอง การประลองนี้
คงทำให้เขาต้องปวดหัวอย่างแน่นอน เพราะการโจมตีที่มองไม่เห็นและไร้
รูปร่าง มันคงเป็นการยากอย่างมากที่จะทำการป้องกัน ไม่เพียงแค่นั้น
ทุกๆคลื่นเสียงต่างก็แฝงไปด้วยพลังโจมตีที่รุนแรง แม้แต่อวัยวะภายในก็
ยังถูกทำให้เสียหายได้
หลินหมิง จะทำอย่างไรกับสถานะการณ์เช่นนี้?
ไม่เพียงแค่ โอวหยางหมิง เท่านั้นที่อยากรู้เรื่องนี้ แม้แต่ผู้อาวุโสของ
หุบเขาเจ็บแก่นแท้หลายคนที่กำลังมองดู หลินหมิง จากห้องโถงหลักหลัก
อยู่ก็เช่นกัน พวกเขาอยากจะรู้ว่า หลินหมิง จะรับมืออย่างไร เห็นได้ชัดว่า
นี้เป็นการเผชิญหน้ากับแผนกพิณครั้งแรก เพราะไม่เช่นนั้นเมื่อกี้เขาคงไม่
ยืนเฉยๆและโดนโจมตีอย่างแน่นอน
ในห้องโถงหลัก หญิงชราผู้นึงกำลังยิ้ม รอยยิ้มของนางฉีกกว้างเป็น
อย่างมาก นางคือผู้นำของแผนกพิณและยังเป็นอาจารย์ของ ฉินหวู่ซิน
อีกด้วย ในปีที่ผ่านมาความโดดเด่นนั้นตกเป็นของ เจียง เป่าอวิ้น กลบ
ชื่อเสียงของศิษย์สายตรงคนอื่นไปหมด ไม่ผิดที่จะเรียก เจียง เป่าอวิ้น
แห่งแผนกกระบี่ว่าเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์ยากที่จะพบเห็นในรอบหลายร้อยปี
เพราะความสามารถของเขาแสดงออกมันเป็นตัวพิสูจน์อยู่แล้ว
แต่สำหรับ ฉินหวู่ซิน นางเองก็เป็นอัจฉริยะที่หายากของแผนกพิณ
เช่นเดียวกัน แต่เพราะนางใช้เวลาไปกับการผจญภัยในหุบเขาลึกเพื่อเติม
เต็มหัวใจแห่งพิณของนางจึงไม่ค่อยมีผู้ได้เห็นความสามารถที่แท้จริงของ
นาง ด้วยอายุเพียง 18 ปี แต่กลับสามารถที่จะประสบความสำเร็จแห่ง
พิณอย่างยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของแผนกพิณอีกด้วย!
ติง ติง ติง!
คลื่นเสียงที่ชัดเจนดั่งลูกปักที่หล่นลงบนจานกระจานหยก หลินหมิง
ได้ประสบการณ์จากคลื่นความถี่สูงมาแล้ว เขาจะไม่ยอมยืนเฉยเฉกเช่น
ตัวโง่งมและเจ็บตัวอีกแล้ว
พลังจิตวิญญาณที่แข็งแกร่งของพุ่งออกไปในอากาศ
เปิดการใช้งาน ‘วิถีแห่งลม’!
คลื่นเสียงโจมตีไร้เสียง และทุกท่วงทำนองของพิณจะถูกส่งผ่าน
อากาศที่สั่นสะเทือนมา
หลินหมิง สามารถรับด้วยสิ่งต่างด้วยสายลมด้วยสัมผัสแห่งสายลม
ด้วย เขาสามารถที่จะรับรู้ถึงอันตรายรอบๆโดยสายลม
ในทันใดที่คลื่นความถี่สูงพุ่งเขามาโจมตีเขา หลินหมิง ถอยหลัง
ออกมา
ทักษะหอก บุปผาท่ามกลางวายุ!
เมื่อวิถีแห่งลมได้ผสานเข้ากับหอก ความเร็วของมันได้เพิ่มหลายเท่า
จากเมื่อก่อน! ตัวโน๊ตเหล่านั้นต่างถูกทำลายอันแล้วเล่าโดยหลินหมิง
“หืม?”
แววตาของเหล่าผู้อาวุโสหลายคนต่างจับจ้องไปที่เวทีลองด้วยความ
ไม่ยากจะเชื่อในสิ่งที่พวกเขาได้เห็นในตอนนี้ คลื่นเสียงนั้นไม่อาจมองเห็น
และไร้รูปร่าง หากเป็นนักสู้ส่วนใหญ่เมื่อได้เผชิญหน้ากับคลื่นความถี่สูงนี้
พวกเขาคงพยายามทำทุกอย่างที่จะเข้าใกล้คู่ต่อสู้ให้ได้ ถ้าหากเข้าถึงตัวคู่
ต่อสู้ได้ เช่นนั้นพวกเขาย่อมชนะ อย่างไรก็ตาม คลื่นเสียงเพียงนี้ต่างเป็น
การโจมตีระยะประชิดจึงไม่อาจทำเช่นนั้นได้
ถ้ามีบางคนที่ใช้หอกเช่น หลินหมิง ในการป้องกันคลื่นเสียงนี้ พวก
เขาคงทำได้เพียงรอความพ่ายแพ้เท่านั้น เพราะมันยากที่จะรับรู้ถึง
รูปแบบและทิศทางนั้นเอง!
แต่ตอนนี้พวกเขาได้เห็นหลินหมิงที่อยู่บนเวที สามารถที่รับรู้ถึงมัน
ได้อย่างแม่นยำและทำลายโน๊ตเหล่านั้นด้วยหอกของเขาโดยไม่พลาดเลย
ซักอัน เช่นนี้จึงทำให้ผู้คนตื่นตระหนกและมึนงง
ในตอนแรกศิษย์หญิงของแผนกพิณต่างก็คิดว่ามันเป็นเรื่องโง่เขลาที่
ทำเช่นนั้น ในตอนนี้พวกนางแทบคลั่งเมื่อได้เห็นความแข็งแกร่งของ
ฉินหวู่ซิน แน่นอนว่า หลินหมิง นั้นมิได้อ่อนแอแต่อย่างใด ถ้าหาก หลินห
มิง สามารถที่จะเข้าใกล้และเอาชนะนางได้ พวกเขาก็จะไม่แปลกใจ แต่
หลินหมิง ไม่แม้แต่จะเข้าใกล้แต่กลับปะทะกับการโจมตีของ ฉินหวู่ซิน ได้
อีกต่างหาก
พวกนางนั้นอยู่ในแผนกพิณมาหลายปีและยังไม่เคยเห็นผู้ต่อสู้กับ
ศิษย์แผนกพิณได้เช่นนี้
เจ้า หลินหมิง นี่เป็นตัวอะไรกันแน่? หรือว่าเขาเป็นค้างคาว?
“มิใช่ว่าคลื่นเสียงนั้นมองไม่เห็นและไร้รูปร่างหรือ? เหตุใด หลินหมิง
จึงรับรู้ถึงการโจมตีได้กัน?” เหล่าผู้อาวุโสต่างตั้งคำถามกัน
“วิถีแห่งลม!” ฉีซงเทียนได้กล่าวออกมา “เพราะว่าคลื่นเสียง
เหล่านั้นจะต้องเดินทางผ่านสายลมยังไงล่ะ หลินหมิง สามารถที่จะรับรู้ได้
ทุกสิ่งผ่านวิถีแห่งลมจึงตอบสนองได้ทันการ แต่การจะทำเช่นนี้ได้จำต้อง
มีพลังจิตวิญญาณที่แข็งแกร่งและมหาศาล ในบรรดาศิษย์คนทั้งหมด มี
เพียง หลินหมิง ที่สามารถทำเช่นนี้ได้”
ฉีซงเทียนนั้นกล่าวได้ถูกต้อง แม้แต่ เจียงหลานเจี้ยน ก็ไม่มี
ความสามารถที่จะทำเช่นนี้ได้ ถึงแม้เขาจะมีความเข้าใจในวิถีแห่งลม
เช่นเดียวกันก็ตามที พลังจิตวิญญาณของเขาก็ยังไม่เพียงพอที่จะใช้ได้ เขา
ไม่มีพลังจิตวิญญาณมหาศาลและความสามารถที่จะตระหนักรู้ที่ฉับไว
ผ่านสายลมเพื่อคาดการณ์สถานะการณ์เช่น หลินหมิง
“อืม แต่ข้ายังคงสับสน ข้าสงสัยว่า หลินหมิง กำลังคิดอะไรอยู่ ใน
เมื่อเขาสามารถที่จะต้านการโจมตีของคลื่นเสียงความถี่สูงได้ เหตุใดจึงไม่
รีบเข้าประชิด ฉินหวู่ซิน?” ผู้อาวุโสหลายคนผงกศรีษะเห็นด้วย พวกเขา
คิดว่าในเมื่อ หลินหมิง ได้เผชิญหน้ากับนักสู้แผนกพิณเป็นครั้งแรก เขาคง
จะไม่มีประสบการณ์และไม่อาจหาวิธีออกมาเช่นนี้ได้
ฉีซงเทียนเงียบดังเดิม เขารู้ว่าหลินหมิงนั้นยังเยาว์ ไม่ผิดที่ทุกคนคง
คิดว่าเขาจะขาดประสบการณ์ในการต่อสู้ เพราะอยู่ๆ หลินหมิง ก็
สามารถจะคิดแผนรับมือได้ ด้วยการใช้วิถีแห่งลมกับพลังจิตวิญญาณ
แสดงให้เห็นถึงความคิดอ่านและการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์
ถ้าหาก หลินหมิง ตัดสินใจที่จะไม่รีบเข้าประชิด แสดงว่าเขามีแผน
อื่นรองรับ เพียงแต่ว่ามันคือแผนอะไรกันล่ะ?