Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 280 ความแข็งแกร่งที่พุ่งทะยาน
จนกระทั่งตอนนี้ โอวหยางหมิงยังไม่ได้เผชิญหน้ากับเหล่ายอดฝีมือ
จริงๆเลย เขาได้พบกับเฟิงฉี่ มู่กู๋เจี้ยหลง และหวนเสี่ยวตี๋เท่านั้น จากการ
แข่งขันทั้งสามครั้งนี้ เขาได้แสดงความเหนือชั้นโดยการชนะอย่างขาด
ลอย เขายังไม่ได้แสดงความสามารถที่แท้จริงเลย
อย่างไรก็ตาม ไม่มีใครสงสัยในความแข็งแกร่งของโอวหยางหมิง ใน
งานประลองชุมนุมร่วมสำนักในครั้งที่แล้วนั้น เขาได้มอบความพ่ายแพ้
ให้กับเจียงเป่าอวิ้นในรอบแรก เขาเคยถูกเรียกว่าเป็นหนึ่งในคนที่มีโอกาส
เป็นผู้ชนะเลิศในงานประลองชุมนุมครั้งต่อไป แต่เขาไม่เคยคิดเลยว่าเจียง
เป่าอวิ้นจะฟื้นตัวจากความพ่ายแพ้ของเขาและมีความสามารถเพิ่มขึ้น
อย่างน่ากลัว จนทำให้เขาเป็นจุดเด่นของงาน และได้บดบังรัศมีของโอวห
ยางหมิงไป
เมื่อเทียบกับโอวหยางหมิงที่ยังไม่เจออุปสรรคใดๆที่สามารถสร้าง
ความลำบากต่อเขาในการแข่งขันครั้งนี้เลย ทำให้เขาชนะมาได้อย่าง
สมบูรณ์แบบ ส่วนของหลินหมิงนั้น อาจกล่าวได้ว่าเขาชนะอุปสรรคต่างๆ
ด้วยความยากลำบาก ทำให้แม้ว่าเขาจะมีชื่อเสียง แต่ก็ยังน้อยกว่าเจียง
เป่าอวิ้นและมู่กู๋ปู่ยี่ แต่ก็ยังเท่ากับโอวหยางหมิง
ผู้ตัดสินประกาศเริ่มต้นการประลอง ในสนามประลองมีเสียงเชียร์ดัง
ขึ้นด้วยความตื่นเต้น ผู้ชมแบ่งเป็นสองฝ่าย คือฝ่ายที่เชียร์หลินหมิง และ
ฝ่ายที่เชียร์โอวหยางหมิง
ศิษย์ของแผนกลงทัณฑ์ต่างก็ส่งเสียงเชียร์เพื่อให้กำลังใจโอวหยางห
มิง เมื่อเทียบแล้วเสียงเชียร์ของหลินหมิงนั้นเบากว่ามาก นอกจากคนของ
36 อาณาจักรที่เชียร์เขาแล้วยังมีเหล่าศิษย์หญิงของแผนกพิณที่มีความ
ประทับใจที่ดีต่อเขา
ในสนามประลอง โอวหยางหมิงสวมชุดสีขาวและถือพัดพับเหล็กใน
มือ ผมสีดำยาวของเขามัดด้วยริบบิ้นผ้าไหม และเขาดูเหมือนเจ้าชายผู้
หล่อเหลา จากศีรษะไปจนถึงปลายเท้าของเขานั้น ราวกับว่าเขาเป็น
ต้นไม้หยกที่สง่างามที่ล้อมรอบไปด้วยสายลมที่อ่อนโยน
ในฐานะศิษย์แผนกลงทัณฑ์ โอวหยางหมิงมักมีเหล่าหญิงสาวอยู่
ข้างๆเสมอ ซึ่งเป็นกลุ่มภรรยาและนางสนมของเขา และยังมีเหล่าหญิง
สาวที่งดงามมากมายที่มาเสนอตัวให้เขาด้วยตัวเอง เหตุผลแรกเป็นเพราะ
โอวหยางหมิงดูโดดเด่นราวกับเจ้าชายสวรรค์ และเหตุผลที่สองเป็น
เพราะสถานะศิษย์สายตรงของโอวหยางหมิง ถ้าพวกเขาติดตามเขา พวก
เขาก็จะสามารถได้รับทรัพยากรมากขึ้น รวมทั้งมีโอกาสที่จะทะลวงเข้าสู่
ขั้นผสานชีพจรได้ง่ายขึ้น
200 ก้าวห่างจากโอวหยางหมิง หลิงหมิงยืนตัวตรงพร้อมกับถือหอก
ยาวสีเงินไว้ในมือ ท่าทางของเขามั่นคงและหนักแน่น เนื่องจากหลินหมิง
ได้ฝึกฝนเคล็ดบ่มเพาะทางกายภาพจนถึงขั้นสูงสุดตั้งแต่ 6 เดือนก่อน
ร่างกายของเขาจึงมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว ถึงแม้เขาจะอายุแค่ 16 ปี
แต่เขาไม่ได้สูงน้อยกว่าโอวหยางหมิงเลย
“เด็กหนุ่มคนนี้ ข้าไม่รู้สึกถึงขีดจำกัดความแข็งแกร่งของเขาเลย…”
ในขณะที่ โอวหยางหมิงเผชิญหน้ากับหลินหมิงนั้น เขารู้สึกเลือนลางในใจ
เขา ว่าเขาไม่สามารถเอาชนะได้ มันเป็นความรู้สึกเดียวกันกับที่เขามี
ต่อมู่กู๋ปู่ยี่
ก่อนหน้านี้ เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเขาจะถูกกดดันจากศิษย์ที่มา
จาก 36 อาณาจักร
หลินหมิงเป็นนักสู้ที่มีความสามารถรอบด้าน เขามีความสามารถทุก
อย่างในด้านการต่อสู้ บุคคลดังกล่าวเป็นสิ่งที่พบเจอได้ยากมาก อัจฉริยะ
ส่วนใหญ่จะมีความสามารถที่ได้เปรียบเฉพาะทาง แต่พวกเขาจะมีจุดอ่อน
ที่สอดคล้องกันอยู่
ตัวอย่างเช่นการโจมตีของฉินหวู่ซินที่มองไม่เห็น และไร้รูปแบบ ยาก
ต่อการหลบหลีก แต่หากสามารถเข้าประชิดนางได้ได้ พวกเขาก็จะชนะ
อย่างแน่นอน
สำหรับฮั่วเยี่ยนหลัวและฉางเอี่ยนจ้าว ทั้งสองคนนั้นมีพลังโจมตีที่น่า
เหลือเชื่อ แต่การโจมตีของพวกเขานั้นใช้พลังมาก ถ้าหลบการโจมตีได้สัก
ครั้ง พวกเขาจะพ่ายแพ้อย่างง่ายดาย แม้ว่าจะมีบางคนเช่นเจียงหลาน
เจี้ยน ผู้ที่ดูเหมือนว่าเป็นนักสู้ที่มีความสามารถรอบด้าน แต่เขายังคงมี
จุดอ่อนอยู่ นั่นก็คือตการโจมตีของเขาไม่รุนแรงพอและการป้องกันของ
เขาเปราะบางมาก
เนื่องจากมีจุดแข็งและจุดอ่อนที่แตกต่างกันในหมู่อัจฉริยะ พวกเขา
จึงมักจะสกดข่มซึ่งกันและกันได้ ตราบใดที่พวกเขามีความแข็งแกร่งและ
ความสามารถในระดับเดียวกัน ชัยชนะจะตกอยู่ในมือผู้ที่มีทักษะที่
ได้เปรียบอีกฝ่ายเท่านั้น
แต่สำหรับหลินหมิงแล้ว เขาเป็นนักสู้ที่มีความสามารถรอบด้าน
กลิ่นอายของเขาน่าเกรงขาม และหอกของเขารุนแรงและเฉียบคม การ
โจมตีของเขาแฝงไปด้วยวิถีแห่งลม ทำให้มันรวดเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ และ
ยังไม่รวมถึงเรื่องความสามารถในการป้องกันของเขา เขาสามารถรับการ
โจมตีอย่างเต็มรูปแบบของเจียงหลานเจี้ยนได้ และได้รับบาดเจ็บเพียง
เล็กน้อยเท่านั้น! ในด้านการเคลื่อนไหว เขาความคล่องตัวราวกับเทพและ
ภูติผี และเกือบที่จะไร้ซึ้งจุดอ่อน!
เผชิญหน้ากับคนที่ดูเหมือนไร้ซึ่งจุดอ่อนใดๆ โอวหวางหมิงก็ไม่รู้ว่า
เขาจะต้องทำอย่างไรถึงจะชนะ
เมื่อการประลองเริ่มขึ้น โอวหยางหมิงไม่ได้กล่าวสิ่งใดออกมาออกมา
เขาคลี่พัดเหล็กในมือของเขาออก
“เพลิงม่วงแห่งสัจธรรม”
ด้วยเสียง ‘ฟูวว ฟูวว’ เปลวไฟสีม่วงขนาดใหญ่ออกมาจากพัดเหล็ก
ของเขา เผาไหม้อากาศราวกับภูเขาไฟที่ปะทุ เปลวเพลิงสีม่วงนี้สีเข้มยิ่ง
กว่าเปลวเพลิงสีม่วงของหอกกระดูกเพลิงม่วงที่ถูกใช้โดยโอวหยางฉีเฟิง
พรึมม!
เปลวเพลิงนรกสีม่วงตรงไปทางหลินหมิง ให้ความรู้สึกหนาวสั่นไปถึง
กระดูกด้วยพลังแห่งความเย็น เปลวเพลิงเยือกแข็งเช่นนี้ช่างแปลกยิ่งนัก
ปราณแท้สีครามปะทุออกมา หลินหมิงก้าวไปข้างหน้าแล้วนำหอก
ออกมา เส้นปราณแท้ทั้ง 10,000 สั่นสะเทือนและปะทุออกมาทันที
ปัง!
เปลวเพลิงม่วงแตกสลายในทันที พวกมันถูกทำลายโดยลื่นไหลดุจ
แพรไหม
หลังจากที่เข้าสู่ขั้นผสานชีพจร และรวมกับพลังของลื่นไหลดุจแพร
ไหมแล้ว ความแข็งแกร่งในอดีตของหลินหมิง ในตอนที่ใช้วิถีแห่งการ
สั่นสะเทือนไม่สามารถเทียบกับปัจจุบันได้เลยแม้แต่น้อย
สีหน้าของโอวหยางหมิงสลดลงในทันที ถึงเขาไม่ได้หวังว่าเปลวเพลิง
สีม่วงจะสามารถจัดการกับหลินหมิงได้ แต่เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า
หลินหมิงจะทำลายเปลวเพลิงของเขาได้ง่ายเช่นนี้
“หอกกระดูกเพลิงม่วง!”
“เคียวยมฑูตแห่งความตาย!”
โอวหยางหมิงตะโกนออกมา และหอกกระดูกเพลิงม่วงก็ปรากฏที่
ข้างตัวเขา มันดูเหนือกว่าอย่างมากเมื่อเทียบกับโอวหยางฉีเฟิงแล้ว มัน
ราวกับว่าหอกกระดูกเพลิงม่วงของโอวหยางหมิงนั้นปรากฏออกมาที่
ด้านข้างของเขาในทันที และมันถูกขว้างไปข้างหน้าทันทีโดยไม่
จำเป็นต้องใช้เวลาในการควบแน่นปราณแม้แต่น้อย ไม่เพียงแค่นั้น เคียว
สีม่วงเองก็บินไปข้างหน้ามุ่งตรงไปยังศีรษะของหลินหมิง!
เมื่อเผชิญหน้ากับการโจมตีนี้ หลินหมิงยังคงแสดงท่าทีไม่แยแส เขา
ก้าวเท้าของเขาออกไปและเร่งความเร็วจนถึงขีดสุด
ร่างของหลินหมิงกลายเป็นภาพติดตา และหลินหมิงได้บุกผ่านช่อง
แคบระหว่างหอกกระดูกเพลิงม่วงกับเคียวยมทูตแห่งความตาย หอกของ
เขาปกคลุมไปด้วยประกายสายฟ้า รวมถึงวิถีแห่งลม และพลังสายฟ้าพุ่ง
ตรงไปยังด้านข้างของโอวหยางหมิง!
จิตใจของโอวหยางหมิงรู้สึกหวาดกลัวและรีบถอยกลับมา ทันใดนั้น
เขาจึงรีบโบกพัดในมือและเปลวเพลิงที่ราวเหมือนดอกไม้บานก็ปรากฏต่อ
หน้าเขา มันก่อตัวล้อมรอบร่างกายของเขา
ปัง!
เส้นปราณแท้สีครามสั่นสะเทือนทั้ง 10,000 เส้น แล้วออกมา
อาละวาดทันที งูสีม่วงสายฟ้ามีลักษณะขนาดใหญ่บิดตัวไปมาด้วยความ
บ้าคลั่ง กำแพงเปลวเพลิงสีม่วงต้านได้เพียงเสี้ยววิเท่านั้น ก่อนที่จะถูกฉีก
กระชากโดยหอกของหลินหมิง
เมื่อเห็นหอกมุ่งมาทางเขา ม่านตาของโอวหยางหมิงหดตัวทันที เขา
ไม่เคยคิดเลยว่าการแท่งหอกอย่างสบายๆของหลินหมิงจะมีความ
แข็งแกร่งถึงเพียงนี้ มันกระทั่งสามารถทะลุผ่านโล่เปลวเพลิงม่วงสามชั้น
ของเขาได้!
เขาตระหนักได้ว่าถ้าเขาโดนโจมตีโดยหอกนี้แม้แต่ครั้งเดียว เขาจะ
พ่ายแพ้อย่างไม่ต้องสงสัย เมื่อหลินหมิงได้เผชิญหน้ากับเฟิงฉี่ หอกหนึ่ง
หอกของเขาสามารถทำลายห้าในเก้าวงแหวนผนึกแสงสีฟ้า โอวหยางหมิง
มั่นใจว่า ร่างกายของเขาคงไม่แข็งแกร่งกว่าห้าในเก้าวงแหวนผนึกแสงสี
ฟ้า
หลินหมิงคนนี้… พลังโจมตีของเขานั้นมากมายมหาศาลเกินไปแล้ว
“ผีเสื้อเริงระบำท่ามกลางร้อยบุปผา!”
โอวหยางหมิงกลายเป็นเงา หลบการโจมตีของหอก
“ทักษะการเคลื่อนไหว?”
หลินหมิงจ้องมองโอวหยางหมิงที่โผบินไปมารอบๆ ราวกับผีเสื้อโฉบ
ผ่านดอกไม้ จากดอกหนึ่งสู่อีกดอกหนึ่ง นี่จึงแสดงให้เห็นว่าทักษะการ
เคลื่อนไหวนี้งดงามและยอดเยี่ยมแค่ไหน มันมีจำนวนนับสิบๆของร่าง
เสมือนจริงในเวลาเดียวกัน มันเป็นไปไม่ได้เลยสำหรับนักสู้ทั่วไปที่จะ
แยกแยะได้ว่าโอวหยางหมิงคือร่างใด มันจึงไร้ประโยชน์ที่จะโจมตี จึงทำ
ได้เพียงแค่อยู่เฉยๆ รอโอวหยางหมิงมาลอบโจมตี ซึ่งก็ไม่รู้ว่าโอวหยางห
มิงจะโจมตีมาจากตำแหน่งไหนเช่นกัน
อย่างไรก็ตามสำหรับหลินหมิงแล้ว มันไม่ได้เป็นปัญหาอะไรเลย เขา
แค่หลับตาและปล่อยพลังวิญญาณรวมเข้ากับวีถีแห่งลม ทันใดนั้นร่างของ
หลินหมิงก็กลายเป็นภาพติดตา!
“หอกทะลายล้างพันกองทัพ!”
หลินหมิงใช้ทักษะหอกกวาดฝ่าอากาศออกไปโดยรอบ ในขณะที่
หลินหมิงกำลังกวาดหอกไปราวกับรู้ว่าร่างจริงของโอวหยางหมิงอยู่ที่ใด
โอวหยางหมิงหน้าซีดทันที ผีเสื้อเริงระบำท่ามกลางร้อยบุปผาของ
เขาถูกมองออกหลังจากใช้แค่ครั้งเดียว!!??
ในเวลานี้โอวหยางหมิงไม่สามารถหลบหนีจากการปะทะได้แล้ว เขา
จึงต้องโจมตีเท่านั้น!
หวูบบ!
พัดเหล็กเปิดออก และโอวหยางหมิงผลักดันพลังทั้งหมดในร่างกาย
เขาจนถึงขีดสุด เปลวเพลิงปีศาจสีม่วงออกมาจากพัดเหล็กพุ่งตรงไปยัง
หอก
ปัง!
เปลวเพลิงปีศาจสีม่วงปะทะสายฟ้าสีม่วง ทันใดนั้นพลังของสายฟ้าก็
ระเบิดออก!
ขณะที่พัดเหล็กกำลังโจมตีไปที่หอก โอวหยางหมิงรู้สึกราวกับว่าเขา
กำลังเผชิญหน้ากับภูเขาทั้งลูก เส้นปราณแท้สั่นสะเทือนทั้ง 10,000
สั่นสะเทือนไปยังมือของโอวหยางหมิง ทำให้แขนขวาของเขาด้านชาจนไร้
ซึ่งความรู้สึกไปในทันที
“นี่มัน…”
โอวหยางหมิงรู้สึกราวกับว่าหน้าอกของเขาถูกทุบด้วยค้อนขนาด
ใหญ่ โอวหยางหมิงสำลักโลหิตออกมา ในขณะที่ปลิวไปกระแทกกับม่าน
พลังที่ขอบเวทีประลอง
เมื่อผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิดนี้ปรากฏออกมา ทำให้ผู้ชมราวกับถูกแช่แข็ง
ถึงแม้เจียงหลานเจี้ยนที่เชื่อว่าหลินหมิงจะสามารถชนะได้ แต่เมื่อ
มองเห็นฉากนี้ ก็ยังรู้สึกตกตะลึง
โอวหยางหมิงที่ได้อันดับสามในงานประลองชุมนุมร่วมสำนักครั้งที่
แล้ว เหตุใดจึงพ่ายแพ้อย่างง่ายดายเช่นนี้?
ความจริงแล้ว เจียงหลานเจี้ยนคิดว่าหลินหมิงจะชนะไดก้โดยทั้งสอง
จะต่อสู้กันอย่างดุเดือดแล้วต่างก็ใช้ไพ่ลับที่ซ่อนไว้ และในที่สุดหลินหมิงก็
ชนะแบบฉิวเฉียด เขาไม่คิดเลยว่าหลินหมิงจะชนะโดยการใช้ไม่ถึง 20
กระบวนท่า
“โอวหยางหมิงแพ้อย่างง่ายดายได้อย่างไรกัน? เขาไม่มีไพ่ลับที่ซ่อน
ไว้หรอกหรือ?” เจียงหลานเจี้ยนไม่อยากจะเชื่อ เขาเคยพ่ายแพ้แก่โอวห
ยางหมิงในการงานประลองชุมนุมร่วมสำนักครั้งที่แล้ว และตอนนี้เขาก็ไม่
มั่นใจว่าเขาจะสามารถเอาชนะโอวหยางหมิงได้ แต่คงไม่เท่ากับหลินหมิง
ที่สามารถเอาชนะโอวหยางหมิงได้อย่างง่ายดาย!
เจียงเป่าอวิ้นกล่าวอย่างช้าๆว่า “โอวหยางหมิงได้ใช้ไพ่ที่ซ่อนไว้
หมดแล้ว และเขาใช้ขั้นที่ 5 ของ ‘เคล็ดบ่มเพาะทัณฑ์สวรรค์ศักดิ์สิทธิ์’
เปลวเพลิงม่วงแห่งสัจธรรมและเคียวยมทูตแห่งความตาย รวมทั้งทักษะ
การเคลื่อนไหวที่ได้มาจากขั้นที่ 5 ของ ‘เคล็ดบ่มเพาะทัณฑ์สวรรค์
ศักดิ์สิทธิ์’ พวกมันโดนทำลายโดยหลินหมิงอย่างง่ายดาย
เหล่าผู้ชมมองไม่เห็นความแข็งแกร่งในการโจมตีของโอวหยางหมิง…
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าโอวหยางหมิงอ่อนแอ แต่เป็นเพราะหลินหมิงนั้น
แข็งแกร่งเกินไปต่างหาก หลังจากทะลวงผ่านขั้นผสานชีพจร ความ
แข็งแกร่งของเขาเพิ่มอย่างมาก”
เจียงเป่าอวิ้นสูดหายใจเข้าอย่างหนักหน่วง โดยปกติแล้วเมื่อนักสู้ขั้น
ดัดกระดูกทะลวงเข้าสู่ขั้นผสานชีพจร ความแข็งแกร่งของเขาจะไม่เพิ่ม
มากขนาดนี้
อย่างไรก็ตามหลินหมิงไม่ได้เป็นนักสู้ทั่วไป วิธีที่เขาทะลวงเข้าสู่ขั้น
ผสานชีพจรของเขาสมบูรณ์แบบ และพื้นฐานของเขาแข็งแกร่งอย่างมาก
ไม่เพียงเท่านั้นแต่วิธีการบ่มเพาะพลังของเขา ‘เคล็ดวิชาชีพจรปราณเทพ
คลั่ง’ หลังจากทะลวงไปแต่ละขั้น พลังปราณของเขาจะหนาแน่นและ
บริสุทธิ์กว่านักสู้ทั่วไปอย่างมาก
นอกจากนี้หลินหมิงยังมีปราณแท้สีคราม ลื่นไหลดุจแพรไหม และ
มังกรวารีสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์สีม่วง ซึ่งมีความสามารถไม่ธรรมดาอย่างมาก
ถ้าเขาใช้ปราณแท้สีครามความแข็งแกร่งจะเพิ่มเป็นสองเท่า แล้วถ้าเขา
โจมตีพลังจะเพิ่มเป็น 3 เท่า 4 เท่า และ 5 เท่าหรือมากกว่านั้น!
ดังนั้นจากขั้นดัดกระดูกสู่ขั้นผสานชีพจรของหลินหมิง จึงมีความ
แข็งแกร่งเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด!
“โอวหยางหมิงได้พ่ายแพ้แล้ว! ตอนนี้เหลือเพียงสามคนเท่านั้นที่
ยังคงสถิติไร้พ่าย!”
“นอกจากมู่กู๋ปู่ยี่และเจียงเป่าอวิ้น หลินหมิงได้ต่อสู้กับคนอื่นๆ
หมดแล้ว ยกเว้นหวนเสี่ยวตี๋และมู่กู๋เจี้ยหลง อย่างไรก็ตามสองคนนี้ไม่
สามารถสู้กับเขาได้ หากหลินหมิงพ่ายแพ้ให้กับมู่กู๋ปู่ยี่และเจียงเป่าอวิ้น
เขาก็ยังคงได้อันดับ 3 อยู่ดี!”
ผู้ชมต่างกล่าวถึงสถานการณ์และผลลัพธ์ที่เป็นไปได้ในการแข่งขัน
ม้ามืดที่รู้จักในนามหลินหมิงนี้เป็นยิ่งกว่าม้ามืดเสียอีก ทั้งเป็นคนจาก 36
อาณาจักร แถมเพิ่งเข้าร่วมงานประลองชุมนุมร่วมสำนักเป็นครั้งแรก
แล้วยังได้ถึงอันดับ 3 นอกจากนี้เขายังอายุเพียงแค่ 16 ปีเท่านั้น แค่นี้ก็
เป็นเรื่องเกินสามัญสำนึกของผู้คนแล้ว
หลังจากหลินหมิงเดินลงมาจากเวทีประลอง เขาเห็นมู่กู๋ปู่ยี่จ้องมอง
มาทางเขา ใบหน้าที่ดูเหมือนมัมมี่ของเขาประดับไปด้วยรอยยิ้มที่ดูเป็น
มิตร เมื่อเขามองไปในตาของหลินหมิง ในดวงตาของเขาไม่เหลือความ
เหยียดหยามและดูถูกอยู่เลย แต่แทนที่ด้วยความเคร่งขรึมและความรู้สึก
เป็นเกียรติ
เห็นได้อย่างชัดเจนว่า มู่กู๋ปู่ยี่รู้สึกถูกคุกคามโดยหลินหมิง
คอนที่ 281 เข้าสู่สามอันดับแรก
ขณะที่การประลองดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง เหล่าอัจฉริยะชั้นยอด
ต่างก็ได้ปะทะกัน
ในรอบที่ 20 เจียงหลานเจี้ยน ปะทะ ฉินหวู่ซิน
รูปแบบการต่อสู้ของฉินหวู่ซินและเจียงหลานเจี้ยนนั้นแพ้ทางกัน
และกัน ฉินหวู่ซินนั้นช้าและเสียเปรียบในการต่อสู้ระยะประชิด ซึ่งตรงกัน
ข้ามกับเจียงหลานเจี้ยน เขาเคลื่อนไหวได้รวดเร็วและได้เปรียบในการ
ต่อสู้ระยะประชิด ขณะที่การโจมตีของฉินหวู่ซินนั้นรุนแรงและมองไม่เห็น
ส่วนเจียนหลานเจี้ยนมีพลังป้องกันที่เปราะบาง
มันเป็นเรื่องยากที่จะบอกได้ว่าใครจะเป็นผู้ชนะในการประลองครั้งนี้
บนเวทีการต่อสู้ เสื้อคลุมสีขาวของฉินหวู่ซินโบกสะบัดไปตามสาย
ลม เจียง หลานเจี้ยนนั้นสวมชุดคลุมสีเขียวพร้อมกับกระชับกระบี่ในมือ
แน่น และยืนอยู่อย่างสงบ
พวกเขาอยู่ห่างกัน 200 ก้าว ถ้าเจียงหลานเจี้ยนเข้าไปประชิดตัวได้
เขาก็จะชนะอย่างแน่นอน แต่ถ้าเขาไม่สามารถทำได้ เขาก็จะพ่ายแพ้
อย่างไม่ต้องสงสัย
หลังจากการแข่งขันเริ่มต้นขึ้น ผู้เข้าแข่งขันทั้งคู่ต่างก็ใช้ทุกสิ่งที่พวก
เขามี ฉินหวู่ซินเริ่มใช้เคล็ดวิชาปราณวายุแห่งท่วงทำนองทั้งแปด และ
เจียงหลานเจี้ยนก็ผสานวีถีแห่งลมเข้าไปในกระบี่ของเขา นี่เป็นครั้งแรกที่
เจียงหลานเจี้ยนได้ใช้วิถีแห่งลมตั้งแต่พ่ายแพ้แก่หลินหมิง ไม่เพียงเท่านั้น
เขายังใช้ทันทีตั้งแต่เริ่มการประลอง เจียงหลานเจี้ยนตระหนักได้ว่าถ้าเขา
ไม่ใช้ตอนนี้ เขาจะไม่มีโอกาสได้ใช้มันอีกในภายหลัง
คลื่นเสียงของพิณเป็นการโจมตีที่มองไม่เห็นและไร้รูป จิตวิญญาณ
ของเจียง หลานเจี้ยนเพิ่มจนถึงขีดสุด แต่เขาก็ไม่สามารถรับรู้ได้ถึงพวก
มัน เขาจึงใช้กระบี่เลือนมาป้องกันร่างตนเองเอาไว้ ด้วยการสนับสนุนของ
วิถีของลม กระบี่ของเจียง หลานเจี้ยนได้สร้างกระแสกระบี่สายลม กระบี่
สายลมนับสิบพุ่งออกไปทั่วทุกทิศทาง ปะทะเข้ากับเจตจำนงแห่งการฆ่า
ฟันที่หลบซ่อนตัวในความว่างเปล่า
ติ้ง ติ้ง ติ้ง!
เสียงที่ชัดเจนและดังสนั่นอยู่ในอากาศ ราวกับสายของพิณขาดออก
จากกัน เจียง หลานเจี้ยนได้ทำลายคลื่นเสียงของพิณ แต่กระบี่แสงของ
เขาก็เริ่มที่จะแหว่งเช่นกัน เคล็ดวิชาปราณวายุแห่งท่วงทำนองทั้งแปด
ของฉินหวู่ซินเป็นเคล็ดวิชาที่แปลกประหลาด เสียงของพิณมีพลังของการ
สั่นสะเทือนที่น่ากลัว เพียงเสียงเดียวก็สามารถทำให้กระบี่กระเลือนแตก
สลายไปหลายอัน!
เจียงหลานเจี้ยน ถูกไล่ต้อนอยู่เรื่อยและจนมุมโดยท่วงทำนองของ
พิณ จึงไม่สามารถเข้าไปใกล้ฉินหวู่ซินได้ อย่างไรก็ตาม ฉินหวู่ซิน ไม่กล้า
ที่จะหยิ่งผยองและประมาทศัตรูของนาง ตราบใดที่นางให้โอกาสเขา
แม้แต่นิดเดียว เจียงหลานเจี้ยนก็จะสามารถเข้ามาใกล้ทันที
ฉินหวู่ซินนั้นไม่ได้รวดเร็ว แต่นางสามารถเคลื่อนที่ได้ทั้งที่มีพิณลอย
อยู่ด้านหน้า โดยไม่ขัดจังหวะท่วงทำนองของนาง ซึ่งทำให้เจียงหลาน
เจี้ยนไม่สามารถเข้าประชิดตัวนางได้
ท่วงทำนองธรรมดาก็ได้ถูกผสานเข้ากับท่วงทำนองของพิณ เคล็ด
วิชาปราณวายุแห่งท่วงทำนองทั้งแปด มันเหมือนกับสายน้ำที่เต็มไปด้วย
อันตราย เจียงหลานเจี้ยนถูกล้อมไปด้วยท่วงทำนองของพิณราวกับเขาตก
เข้าไปในบ่อโคลน และวิถีแห่งลมถูกทำลายอย่างต่อเนื่องจนสลายหายไป
เจียงหลานเจี้ยนรู้ว่าถ้าเขาเอาแต่ป้องกันและไม่โจมตีเลย เขาจะต้อง
พ่ายแพ้ไม่ช้าก็เร็ว ถ้าเขาพลาดโดนโจมตีด้วยท่วงทำนองแม้แต่ครั้งเดียว
เขาจะตกอยู่ในอันตรายทันที
“เพลงกระบี่แห่งความเมตตา!”
เจียงหลานเจี้ยน ขบฟันของเขาและยกเลิกการป้องกันของกระบี่
เลือนรอบๆเขาออกไปและกระตุ้นปราณแท้ทั้งหมดของเขาออกมาเพิ่ม
พลังป้องกันให้กับร่างกายของเขา และพุ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูงสุด
กระบี่ของเขาพุ่งตรงไปยังคอของฉินหวู่ซิน
ด้วยความเร็วสุดความสามารถของเขา เขาพุ่งออกไป 200-300 ก้าว
ถ้าเขาไม่โดนเข้ากับท่วงทำนองของพิณ เขาจะสามารถเข้าประชิดนางได้
ในพริบตา!
วืบบ!
เมื่อคลื่นเสียงของพิณปะทะเข้ากับร่างกายที่เต็มไปด้วยปราณแท้
ของเจียงหลานเจี้ยน พลังของการสั่นสะเทือนก็ปะทุออกมา!
มันเป็นเพียงแค่เสียง แต่เสื้อผ้าทั้งหมดของเจียงหลานเจี้ยนฉีกขาด
ราวกับเขาโดนระเบิดครั้งใหญ่มา และความเร็วสูงสุดของเขาก็หยุดชะงัก
ในทันที
ณ จุดนี้ ฉินหวู่ซินสามารถคลายความตึงเครียดไปได้แล้ว เพราะนี่คือ
โอกาสที่นางรอคอยมาตลอด นางจะพลาดโอกาสที่ยอดเยี่ยมนี้ได้
อย่างไร?
นิ้วมือของนางสะบัดไปมาและคลื่นเสียงของพิณได้ปะทะกับเจียง
หลานเจี้ยน ร่างกายที่มีปราณแท้ป้องกันอยู่แตกสลาย และเจียงหลาน
เจี้ยนก็ถูกส่งกระเด็นออกไป
“ฉินหวู่ซินเป็นฝ่ายชนะ”
พร้อมกับการประกาศของผู้ตัดสิน ฉินหวู่ซินได้ถอนหายใจออกมา
อย่างแผ่วเบา มันเป็นเรื่องยากสำหรับนางในการชนะการแข่งขันครั้งนี้
ความแข็งแกร่งของนางและเจียงหลานเจี้ยนนั้นใกล้เคียงกัน และเหตุผลที่
นางสามารถเอาชนะในการแข็งขันครั้งนี้ได้อาจเป็นเพราะนางโชคดี เมื่อ
เจียงหลานเจี้ยนได้เดิมพันทุกอย่างไว้ในกระบวนท่าสุดท้ายของเขาและใช้
เพลงกระบี่แห่งความเมตตา ถ้าคลื่นเสียงของพิณไม่โดนเขากลางอากาศ
ผู้ที่พ่ายแพ้นั้นคงจะต้องเป็นนางเป็นแน่
ด้วยชัยชนะของฉินหวู่ซิน เหล่าศิษย์หญิงในแผนกพิณนั้นส่งเสียง
เชียร์อย่างดีใจ ด้วยชัยชนะนี้ แม้ว่าฉินหวู่ซินจะพ่ายแพ้ให้แก่โอวหยางห
มิง มู่กู๋ปู่ยี่และคนอื่นๆ นางก็ยังได้อยู่ในห้าอันดับแรก
รอบที่ 21 หลินหมิง ปะทะ มู่กู๋เจี้ยหลง
มู่กู๋เจี้ยหลงไม่ได้ต่อสู้กับหลินหมิง เขาขอยอมแพ้ตั้งแต่แรก ไม่มีอะไร
ที่เขาสามารถทำได้ นักเชิดหุ่นถึงแม้จะทรงพลัง แต่พวกเขามีจุดอ่อน
ร้ายแรง นั้นคือเมื่อหุ่นของพวกเขาถูกทำลาย พวกเขาจะไม่เหลืออะไรเลย
มู่กู๋เจี้ยหลงมีหุ่นเชิดเหลือทั้งหมด 3 ตัว แต่พลังโจมตีของหลินหมิง
นั้นผิดปกติเกินไป มันจะไม่แปลกถ้าเขาเสียหุ่นเชิดไปสัก 1 หรือ 2 ตัว
สำหรับมู่กู๋เจี้ยหลงแล้ว มันเป็นสิ่งที่โศกเศร้าและความสิ้นหวังเกินกว่าจะ
ร้องไห้ได้ เขาหวังว่าจะได้ติด 10 อันดับแรก
รอบที่ 22 หลินหมิง ปะทะ หวนเสี่ยวตี๋
การแข่งขันรอบนี้ไม่ได้รับความสนใจจากผู้ชมเลยแม้แต่น้อย แม้กระ
ทั้งเหล่าศิษย์หนุ่มสาวของแผนกภาพมายา ก็ยังไม่เชื่อว่าศิษย์พี่หวนจะมี
โอกาสชนะได้
เมื่อเริ่มต้นการแข่งขัน หวนเสี่ยวตี๋ได้สร้างปีศาจทั้ง 108 ตนของนาง
ขึ้นมา อย่างไรก็ตาม หลินหมิงก็ใช้ลื่นไหลดุจแพรไหมและเส้นใยปราณ
แท้ทั้ง 10,000 เส้นสั่นสะเทือนทำลายปีศาจไปทั้งหมด
หลังจากนั้น หวนเสี่ยวตี๋ก็ยังวางสัญลักษณ์การต่อสู้และปล่อยภาพ
มายาบางส่วน แต่มันก็ถูกทำลายโดยหลินหมิงอย่างง่ายดาย
ด้วยคำพูดของโอวหยางหมิง หลินหมิงนั้นเป็นอัจฉริยะรอบด้านที่
เพียงแค่ในแง่ของความสามารถในการป้องกัน พลังป้องกันของร่างกาย
ของหลินหมิงนั้นผิดปกติ และการป้องกันทางจิตวิญญาณประหลาดยิ่ง
กว่า มังกรวารีสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์สีม่วงได้ผสานเข้าไปในทะเลจิตวิญญาณ
ของเขา ดังนั้นหลินหมิงสามารถยืนเฉยๆแล้วให้หวนเสี่ยวตี๋โจมตีเขาด้วย
ภาพมายาตามที่ต้องการ
หลินหมิงรู้สึกได้ว่าหวนเสี่ยวตี๋ไม่ได้พยายามอย่างเต็มที่ และเพียงแค่
แสดงสัญลักษณ์ท่าทางบางอย่างออกมาเพื่อที่จะไม่เสียหน้าเท่านั้น เมื่อ
เป็นเช่นนี้แล้ว เป็นธรรมดาที่หลินหมิงจะไม่ทำให้ผู้หญิงเสียหน้า
หลังจากผ่านไปหลายกระบวนท่า หวนเสี่ยวตี๋ยิ้มและกล่าวออกมาว่า
“ความแข็งแกร่งของศิษย์น้องหลินนั้นน่าทึ่งเป็นอย่างมาก ข้าขอยอมรับ
ความพ่ายแพ้”
หลังจากนางกล่าวเสร็จ นางก็หันหลังและเดินออกจากเวทีประลอง
หลินหมิงเหมือนจะนึกบางอย่างได้และกล่าวออกมาว่า “ศิษย์พี่หวน
ได้โปรดรอก่อน”
“หืม?” หวนเสี่ยวตี๋หันกลับมา ดวงตาที่กระจ่างใส่ของนางจ้องมอง
มาที่เขา “ศิษย์น้องหลิน มีเรื่องอะไรเช่นนั้นหรือ?”
“ข้าขอถามศิษย์พี่หวน แผนกภาพมายามีทักษะบางอย่างที่ใช้เปลี่ยน
ลักษณะและทำให้คนอื่นๆไม่สามารถมองเห็นระดับการบ่มเพาะพลังได้
หากระดับการบ่มเพาะไม่ห่างไกลกันเกินไปหรือไม่?”
หวนเสี่ยวตี๋กล่าวว่า “มีอยู่ ศิษย์น้องหลินสนใจอย่างนั้นหรือ?”
หลินหมิงพยักหน้า ตั้งแต่ที่เขาได้ติดกับดักของไป๋หลัว เขาจึงได้สนใจ
เกี่ยวกับทักษะประเภทนี้อย่างมาก ทักษะนี้จำเป็นสำหรับคนที่ชอบ
ตระเวนไปทำความชั่วทั่วทุกที่ เช่นฆาตกรและนักวางเพลิง
ถ้าเขามีความสามารถนี้ มันจะง่ายและสะดวกในการปกปิดตัวตน
ของเขา
หวนเสี่ยวตี๋หัวเราะอย่างเจ้าเล่ห์ และยิ้มอย่างมีเลศนัยขณะที่นาง
กล่าวว่า “ทักษะนี้ไม่ถือว่าเป็นทักษะหลักอะไรในแผนกภาพมายา ถ้า
ศิษย์ของแผนกอื่นๆต้องการที่จะเรียนรู้มัน ก็เพียงแค่จ่ายหินลมปราณแท้
ในจำนวนที่เพียงพอ แต่ถ้าศิษย์น้องหลิน สนใจและไม่ต้องการที่จะจ่าย
หินแก่นแท้ ข้าสามารถ… สอนให้เจ้า… เป็นการส่วนตัวได้นะ~~~~~”
ประโยคสุดท้ายของหวนเสี่ยวตี๋ น่าหลงไหลและน่าดึงดูดอย่างมาก
ทำให้หัวใจของทุกคนที่ได้ยินเต้นเร็วขึ้นเล็กน้อย
หลินหมิงพยักหน้าอย่างไม่รู้ตัวและกล่าวว่า “ข้าขอขอบคุณศิษย์พี่
หวน”
ณ ตอนนั้นเอง หลินหมิงพึ่งตระหนักได้ว่า แม้ว่าฉินหวู่ซินและหวน
เสี่ยวตี๋จะได้รับการขนานามว่า ฝาแฝดแห่งความภาคภูมิใจของเหล่ารุ่น
เยาว์ทุกคนในหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ สุดท้ายแล้วความแข็งแกร่งของพวกนาง
ทั้งคู่ก็ยังห่างไกลกัน
โดยทั้งสองคน คนหนึ่งเดินบนเส้นทางแห่งการต่อสู้ และเต็มไปด้วย
ความบริสุทธิ์และความเด็ดเดี่ยวในหัวใจ นางนั้นบ่มเพาะในเส้นทางแห่ง
พิณ จนในที่สุดนางก็ประสบความสำเร็จในหัวใจแห่งพิณของนาง ขณะที่
อีกคนหนึ่ง นางใช้เวลาส่วนใหญ่ในการเล่นสนุก เพลิดเพลินกับตนเอง
และยิ้มให้กับโลก นางดูเหมือนจะไม่แยแสกับทักษะการต่อสู้มายาด้วยซ้ำ
ความแข็งแกร่งของพวกนางจะมากขึ้นเรื่อยๆตามกาลเวลา
แน่นอนว่าหลินหมิงไม่ได้สนใจเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้เลย เนื่องด้วยได้
หวนเสี่ยวตี๋ สอนเป็นการส่วนตัวให้เขา นี่จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะเรียนรู้
หลินหมิงปรารถนาที่จะเข้าใจกับทักษะการเปลี่ยนลักษณะพวกนี้มาก
………………
รอบที่ 22 คู่ที่ 5 โอวหยางหมิง ปะทะ ฉินหวู่ซิน!
ถึงแม้ว่าโอวหยางหมิงจะมีพลังมากว่า ฉินหวู่ซินก็ไม่ยอมแพ้ นี้จะ
ไม่ใช่การโจมตีอยู่ฝ่ายเดียว
คำถามคือ โอวหยางหมิงจะมีวิธีป้องกันการโจมตีที่มองไม่เห็นของ
เสียงดนตรีของพิณหรือไม่?
ตั้งแต่เริ่มการประลอง โอวหยางหมิงก็ใช้เคล็ดบ่มเพาะทัณฑ์สวรรค์
ศักดิ์สิทธิ์ขั้นที่ 5 ร่างกายทั้งหมดของเขาถูกปกคลุมไปด้วยเปลวเพลิงสี
ม่วง ภายใต้การควบคุมของเขา เปลวเพลิงสีม่วงกลายเป็นหมอกหมุน
วนรอบร่างกายของเขา รวมตัวกลายเป็นโล่เปลวเพลิงสีม่วง เหล่าผู้ชมไม่
แปลกใจกับเกราะแห่งไฟนี้ เมื่อโอวหยางหมิงเผชิญหน้ากับหลินหมิง เขา
ก็ได้ใช้โล่เปลวเพลิงสีม่วงของเขา แต่ผลปรากฏว่าโล่เปลวเพลิงสีม่วงทั้ง
สามชั้นของเขาถูกเจาะโดยหอกของหลินหมิง
หลังจากนั้น โอวหยางหมิงก็ถูกบังคับให้ใช้โล่เปลวเพลิงสีม่วงและใช้
ผีเสื้อเริงระบำท่ามกลางร้อยบุปผาเพื่อหลบหลีก อย่างไรก็ตามเขาหลบได้
เพียงช่วงเวลาสั้นๆเท่านั้น ท้ายที่สุดเขาก็ถูกจัดการโดยหอกของหลินหมิง
ด้วยเหตุนี้ทำให้ผู้ชมต่างไม่รู้สึกว่าโล่เปลวเพลิงสีม่วงนั้นเป็นทักษะที่
ดี อย่างไรก็ตาม ขณะที่ฉินหวู่ซินใช้ปราณวายุแห่งท่วงทำนองทั้งแปด
การโจมตีที่มองไม่เห็นของเสียงถูกป้องกันโดยโล่เปลวเพลิงสีม่วง ไม่
สามารถที่ทำลายมันได้
พลังแห่งการสั่นสะเทือนสามารถทำลายโล่เปลวเพลิงม่วงได้ 2-3 ชั้น
แต่หลังจากนั้น พลังเพลิงใหม่ก็ถูกเพิ่มเข้ามาไปในเปลวเพลิงอย่าง
ต่อเนื่อง เติมเต็มในส่วนที่ถูกทำลายไป
หลังจากบรรลุขั้นที่ 5 ของเคล็ดบ่มเพาะทัณฑ์สวรรค์ศักดิ์สิทธิ์
ปราณแท้ของ โอวหยางหมิงมีความหนาแน่นขึ้นกลายเป็นที่น่ากลัว
สำหรับคนอื่น หากไม่มีผู้ใดที่ทำลายมันได้เช่นหลินหมิงแล้ว โอวหยางห
มิงก็สามารถฟื้นฟูมันได้อย่างต่อเนื่องโดยปราณแท้ของเขา
พรึบบ!
โอวหยางหมิงหันพัดเหล็กในมือของเขาออก และส่งเคียวยมทูตแห่ง
ความตายไปยังฉินหวู่ซิน!
ฉินหวู่ซินกัดฟันของนางแน่น มือขวาของนางกำลังบรรเลงสายของ
พิณและใช้ “ปราณวายุแห่งท่วงทำนองทั้งแปดอีกครั้ง!”
ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง!
คลื่นเสียงทั้งแปดปะทะเข้ากับเคียวยมทูตแห่งความตาย เคียวเปลว
เพลิงม่วงแตกสลายทันที
อย่างไรก็ตาม โอวหยางหมิงได้ใช้โอกาสนี้พุ่งออกไปจนกระทั้งเหลือ
ระยะห่างไม่ถึง 100 ก้าว “ศิษย์น้องฉิน การโจมตีด้วยพิณของเจ้านั้น
รุนแรงอย่างแท้จริง แต่น่าเสียดายที่… การโจมตีของเจ้าเป็นเอกเทศ
เกินไป มันง่ายที่จะคาดเดาได้”
ฟูวว!
โล่เปลวเพลิงม่วงปะทุออกเพื่อไปขัดขวางการโจมตีรอบที่ 2 ของ
ฉินหวู่ซิน โดยที่ฉินหวู่ซินได้ใช้โอกาสนี้ในการทิ้งระยะห่างออกไป แต่
โอวหยางหมิงก็พยายามไล่ตามเธออย่างเร่งรีบ
ตัวโน๊ตของพิณถูกส่งออกไป แม้ว่าโอวหยางหมิงจะเจออุปสรรค
ขวางกั้นทางข้างหน้า เขาก็ยังคงสามารถเข้าปะชิดฉินหวู่ซินได้มากขึ้น
เรื่อยๆ เพราะฉินหวู่ซินใช้ปราณวายุแห่งท่วงทำนองทั้งแปดออกไปอย่าง
บ้าคลั่ง นางได้มาถึงขีดจำกัดในการใช้ปราณแท้เรียบร้อยแล้ว แต่สำหรับ
โอวหยางหมิงแล้ว ปราณแท้ของเขายังคงหนาแน่นและไม่ได้ถูกใช้ไปมาก
เท่าใดนัก
พรึบบ!
พัดเหล็กเปิดอีกครั้ง ห่างจากคอที่เรียบเนียนราวกับหยกของฉินหวู่ซิ
นเพียงแค่ 3 ก้าวเท่านั้น!
เมื่อการต่อสู้มาถึงจุดนี้ ผลลัพธ์ก็ปรากฏขึ้นแล้ว ฉินหวู่ซินเป็นฝ่าย
พ่ายแพ้
เหล่าผู้ชมตกตะลึง ในท้ายที่สุด โอวหยางหมิงที่ไม่ค่อยได้พบคู่
ประลองที่แข็งแกร่ง และเอาชนะอีกฝ่ายอย่างง่ายดาย จนเขาได้มา
เผชิญหน้ากับหลินหมิงและพ่ายแพ้อย่างราบคาบ หลายคนจึงรู้สึกว่า
โอวหยางหมิงนั้นไม่ได้แข็งแกร่งมาก จนกระทั้งพวกเขาได้เห็นการ
ประลองในครั้งนี้
นี่ทำให้ทุกคนตระหนักความจริงที่ว่าโอวหยางหมิงที่ได้อันดับที่ 3 ใน
การประลองชุมนุมร่วมสำนักครั้งที่แล้ว มันเป็นเพราะความแข็งแกร่งของ
เขาอย่างไม่ต้องสงสัย
เหตุผลที่โอวหยางหมิงได้พ่ายแพ้ให้กับหลินหมิงนั้น มันเป็นเพราะ
หลินหมิงนั้นแข็งแกร่งมากนั่นเอง
“หลินหมิงติดสามอันดับแรกแล้วอย่างแน่นอน เหลือเพียงแค่เจียง
เป่าอวิ้นและมู่กู๋ปู่ยี่เท่านั้น ข้าจะรอดูการแข่งขันของพวกเขา”
“ถ้าหลินหมิงสามารถชนะการแข่งขันครั้งต่อไปได้ เขาจะได้อันดับที่
2 ถ้าเขาสามารถเอาชนะทั้งสองการแข่งขันที่เหลือได้ เขาก็จะกลายเป็นผู้
ชนะเลิศ!”
“ผู้ชนะเลิศ? เขาจะสามารถเป็นผู้ชนะเลิศได้อย่างไร? เจียงเป่าอวิ้น
นั้นเป็นสัตว์ประหลาดอย่างแท้จริง เมื่อเขาต่อสู้กับฉินหวู่ซิน เขาไม่ได้ใช้
แม้กระทั่งกระบี่ของเขา แม้กระทั้งหลินหมิงก็ไม่ได้แข็งแกร่งขนาดนั้น เขา
คงไม่ใช่คู่มือของเจียงเป่าอวิ้น เขาอาจจะเป็นคู่มือของมู่กู๋ปู่ยี่ได้ แต่แม้
กระทั้งมู่กู๋ปู่ยี่เอง ก็ยังไม่ได้เปิดเผยความแข็งแกร่งที่แท้จริงของตัวเอง”
ขณะที่เหล่าผู้คนกำลังถกเถียงกัน การประลองคู่ใหญ่ก็กำลังจะเริ่ม
ขึ้น
มู่กู๋ปู่ยี่ ปะทะ เจียงหลานเจี้ยน!