Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 284 เพลิงเทพปีศาจปะทะมังกรวารีสีม่วงสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 284 เพลิงเทพปีศาจปะทะมังกรวารีสีม่วงสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์
ในห้องโถงหลักของหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ สีหน้าของฉีซงเทียนเปลี่ยนไป
ทันที “ด้วงสีโลหิต… ข้าไม่เคยคิดเลยว่ามู่กู่ปู่ยี่จะสามารถควบคุมด้วงสี
โลหิตได้แล้ว”
ในฐานะที่เป็นเจ้าสำนักแห่งหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ ฉีซงเทียนได้รู้จักถึง
เคล็ดวิชาบ่มเพราะหลายๆอย่างของแผนกหุ่นเชิด ด้วงสีโลหิตเป็นหุ่นเชิด
ด้านการป้องกัน และเกราะของมันแฝงไปด้วย ‘ปราณแท้สนามพลัง’ มัน
เป็นกฎ และยังเหนือกว่าวิถีแห่งลมเสียอีก!
ปราณแท้สนามพลังนั้น มันลึกซึ้งและลึกลับ หากผู้ใดไม่ใช่อัจฉริยะที่
แท้จริง ก็ไม่มีทางที่จะเข้าใจมันได้ มันเป็นมรดกลับที่สุดที่สืบทอดกันมา
ในแผนกหุ่นเชิด ทั้งปราณแท้สนามพลังและปราณบูรณะต่างก็เป็นมรดก
สืบทอดอันล้ำค่าของแผนกหุ่นเชิด
อย่างไรก็ตามมันยากอย่างมากที่จะทำความเข้าใจมัน ปราณแท้
สนามพลังยังเหนือกว่าปราณบูรณะอีกด้วย! ฉีซงเทียนไม่เคยคิดเลยว่ามู่กู๋
ปู่ยี่ ด้วยอายุเพียงเท่านี้ สามารถเข้าใจสุดยอดมรดกทั้งสองของแผนกหุ่น
เชิดได้!
“นี่คือผู้ที่เป็นอัจฉริยะของแผนกหุ่นเชิดในรอบหลายร้อยปี! เขานั้น
เหนือกว่าเจียงเป่าอวิ้นแห่งแผนกกระบี่ซะอีก!”
ฉีซงเทียนหันไปมองผู้อาวุโสสูงสุดของแผนกหุ่นเชิดที่นั่งอยู่ที่มุมของ
ห้องโถงหลัก ไม่น่าแปลกใจที่หน้ายาวๆของตาแก่ใกล้ลงโลงกำลังยิ้มแย้ม
อย่างน่าเกลียด เห็นได้ชัดว่าเขายิ่งกว่าพอใจในตัวมู่กู๋ปู่ยี่
เมื่อเห็นว่าฉีซงเทียนกำลังมองมาที่เขา ผู้อาวุโสสูงสุดของแผนกหุ่น
เชิดก็ยิ้มด้วยเสียง ‘จี๊ จี๊ จี๊’ และกล่าวว่า “ปู่ยี่นั้นเพียงแค่เข้าใจในปราณ
แท้สนามพลังเพียงเล็กน้อย สำหรับด้วงสีโลหิตนั้นเขาก็ใช้มันได้เพียงแค่
ในระดับที่ต่ำเท่านั้น แต่… จี๊ จี๊ จี๊ ถึงแม้จะเข้าใจได้น้อยนิด มันก็เพียงพอ
แล้วที่จะเอาชนะในการประลองครั้งนี้”
คำกล่าวของผู้อาวุโสสูงสุดของแผนกหุ่นเชิดเต็มไปด้วยความมั่นใจ
แน่นอนอยู่แล้วว่า มันมีเหตุผลที่ทำให้เขามั่นใจ ปราณแท้สนามพลังนั้นมี
การป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาหุ่นเชิดทั้งหมด ตราบเท่าที่เขายัง
ซ่อนอยู่ภายในเกราะด้วงสีโลหิต มู่กู๋ปู่ยี่ก็จะไร้เทียมทาน ไม่เพียงแค่นั้น
มู่กู๋ปู่ยี่ก็ยังมีหุ่นเชิดที่สร้างมาจากซากศพปรมาจารย์ที่มีระดับพลังใน
จุดสูงสุดขั้นปราณต้นฟ้า หุ่นเชิดตัวนี้เคยถูกใช้เพียงครั้งเดียวเท่านั้นเมื่อปี
ก่อน ในตอนนั้นมันก็แข็งแกร่งมากแล้ว ดังนั้นในตอนนี้ ความแข็งแกร่ง
ของมันก็คงเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
ปราณแท้สนามพลังรวมกับซากศพหุ่นเชิดปรมาจารย์ที่มีระดับพลัง
ในจุดสูงสุดขั้นปราณต้นฟ้า หากพวกมันผสานการโจมตี เช่นกันก็ไม่ต้อง
กล่าวถึงหลินหมิง แม้แต่เจียงเป่าอวิ้นก็คงจะรับมือกับมู่กู๋ปู่ยี่อย่าง
ยากลำบากแน่นอน!
ไม่แปลกใจเลยที่มู่กู๋ปู่ยี่จะหยิ่งยโสถึงเพียงนี้ เพราะเขามีคุณสมบัติ
พอที่จะพูดเช่นนั้น
ฉีซงเทียนค่อยๆชำเลืองมองไปยังผู้อาวุโสแผนกกระบี่ และ
ประหลาดใจที่เห็นเขายังคงสงบเยือกเย็นอยู่ ความจริงแล้วเขากังวลอย่าง
มากกับการประลองระหว่างเจียงเป่าอวิ้นและมู่กู๋ปู่ยี่
บนเวทีประลอง หุ่นเชิดมัมมี่นั้นได้ถูกทำลายโดยหลินหมิง มู่กู๋ปู่ยี่ที่
อยู่ภายในเกราะด้วงสีโลหิตได้ปลดปล่อยหุ่นเชิดออกมาอีกตัว หุ่นเชิดตัว
นี้ก็ดูคล้ายมัมมี่อีกเช่นกัน ทั่วทั้งร่างปกคลุมไปด้วยเกราะสีแดงเข้ม และ
ทั้งตัวมีเปลวไฟลุกท่วม ออร่าของมันองอาจและน่าอัศจรรย์ ราวกับว่า
เป็นเปลวเพลิงแห่งเทพสงคราม!
ซู่วว ซู่วว!
เมื่อหุ่นเชิดตัวนี้ก้าวเท้าไปหนึ่งก้าว พื้นกระเบื้องก็ละลายในทันที!
ทั่วทั่งร่างของมันถูกปกคลุมไปด้วยพลังปราณแท้ มันมีพลังมากกว่าหุ่น
เชิดมัมมี่ตัวก่อนมากมายหลายเท่านัก!
“นี่มันเพลิงเทพปีศาจ! หลังจากที่แผนกหุ่นเชิดกำจัดลัทธิหนึ่งใน
อาณาจักรจิงฉาน พวกเขาก็ได้ใช้ซากศพของผู้นำลัทธิมาสร้างเป็นหุ่นเชิด
ซึ่งผู้ก่อตั้งนี้มีระดับพลังที่จุดสูงสุดขั้นปราณต้นฟ้า!”
“เพลิงเทพปีศาจทรงพลังกว่าหลายปีก่อนนั้นอย่างมาก ในครั้งก่อน
เกราะป้องกันร่างของมันไม่สามารถทนความร้อนระดับนี้ได้”
ช่วยไม่ได้ที่เหล่าผู้ชมช่วยจะตะโกนโห่ร้องออกมาด้วยความตื่น
ตระหนก เมื่อเปรียบเทียบกับปราณแท้สนามพลังแล้ว หุ่นเชิดปรมาจารย์
ที่ระดับพลังอยู่ในจุดสูงสุดขั้นปราณต้นฟ้า มันยังน่าหวาดกลัวยิ่งกว่า
แล้วหลินหมิงจะสู้กับมู่กู๋ปู่ยี่ได้อย่างไรกัน?
‘เช่นนั้นนี่ก็คือหุ่นเชิดปรมาจารย์ที่ระดับพลังอยู่ในจุดสูงสุดขั้น
ปราณต้นฟ้า…’ หลินหมิงหรี่ตาลง หุ่นเชิดที่มู่กู๋ปู่ยี่สร้างมาจากซากศพ
ของปรมาจารย์ที่อยู่ในจุดสูงสุดขั้นปราณต้นฟ้าย่อมไม่ใช่หุ่นเชิดธรรมดา
อย่างแน่นอน และคงไม่ได้ใช้วัสดุธรรมดาในการสร้าง หุ่นเชิดตัวนี้ย่อมมี
พลังพอๆกับฉินจื่อหยาที่เป็นปรมาจารย์ระดับหัวกะทิที่อยู่ในจุดสูงสุด
ของปราณต้นฟ้า หรืออาจจะเหนือยิ่งกว่าฉินจื่อหยาด้วยซ้ำ มันไม่ใช่สิ่งที่
นักสู้ขั้นปราณต้นฟ้าจาก 36 อาณาจักรจะสามารถเปรียบเทียบได้
หลังจากที่ถูกสร้างเป็นหุ่นเชิด ความแข็งแกร่งของมันก็ลดลงอย่าง
มากเพราะระดับการบ่มเพาะของมู่กู๋ปู่ยี่ยังไม่สูงพอ แต่ก็ยังยากที่จะรับมือ
รวมกับความจริงที่ว่ามู่กู๋ปู่ยี่ที่ยังซ่อนอยู่ในเกราะด้วงสีโลหิตที่มีปราณ
สนามพลังป้องกันไว้อยู่ แล้วยังมีหุ่นเชิดแมงมุมและหุ่นเชิดจระเข้ยักษ์ที่มี
พลังในการดึงดูดอีก เมื่อทั้ง 4 รวมเป็นหนึ่งก็จะเป็นทั้งการโจมตีและการ
ป้องกันที่สมบูรณ์แบบไร้ซึ่งจุดอ่อน พวกมันสามารถโจมตีในจุดบอดได้ทุก
ทิศทางทั้ง 360 องศา!
แม้แต่เจียงเป้าอวิ้นก็ยังดูไม่ค่อยสบายใจในขณะที่เขาจ้องมองไป
ยังมู่กู๋ปู่ยี่บนเวทีประลอง ใน 3 ปีที่ผ่านมา ไม่เพียงแค่ความแข็งแกร่งของ
เจียงเป้าอวิ้นเพิ่มขึ้นอย่างมาก มู่กู๋ปู่ยี่เองก็เช่นกัน เจียงเป้าอวิ้นมี
ความสามารถพิเศษของตน และมู่กู๋ปู่ยี่เองก็เช่นเดียวกัน!
“เขาสามารถเข้าใจได้ถึงมรดกอันยิ่งใหญ่ของแผนกหุ่นเชิดที่สืบทอด
กันมา เมื่อหลายปีก่อนเขาก็สามารถสร้างชื่อเสียงให้กับตนเองด้วยเพลิง
ปีศาจแล้ว และในตอนนี้เขายังแข็งแกร่งขึ้นกว่าเมื่อก่อนอย่างมาก หลินห
มิง ข้าอยากจะเห็นจริงๆว่าเจ้าจะทำเช่นไร…”
ตาของเจียงเป่าอวิ้นสาดประกายในขณะที่จ้องไปยังหลินหมิง ใน
สถานการณ์นี้ ผู้ชมหลายคนได้ตัดความหวังว่าหลินหมิงจะสามารถ
เอาชนะได้ไปแล้ว ครั้งแล้วครั้งเล่าที่มู่กู๋ปู่ยี่ได้เปิดเผยความแข็งแกร่ง
ออกมาเหนือกว่าที่เหล่าผู้ชมได้จินตนาการไว้ หากจะเรียกเขาว่าเป็นผู้ที่มี
พรสวรรค์ที่สุดของแผนกหุ่นเชิดที่หายากยิ่งในรอบ 600 ปี ก็ไม่มากไป
เลย!
หลินหมิงจ้องมองไปยังเพลิงเทพปีศาจอย่างเงียบงัน
ปราณแท้ถูกส่งเข้าไปในเมล็ดพันธุ์อำนาจครอบงำวิญญาณและมี
เสียงแตกเบาๆดังออกมา เข็มโลหะสีม่วงปรากฏออกมาบนมือของหลินห
มิง เข็มโลหะนี้ยาวเพียง 2 นิ้วและมีภาพสลักของมังกรวารีสีม่วง มังกร
วารีสีม่วงม้วนเป็น 9 วงรอบตัวเข็ม กรงเล็บแผ่ออกเหมือนกำลังขู่คำราม!
วิญญาณสายฟ้าของมังกรวารีสีม่วงสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ ได้ปรากฏ
ออกมาอีกครั้ง หลังจากที่หลับอยู่ในเมล็ดพันธุ์อำนาจครอบงำวิญญาณ
นานนับเดือน!
ถึงแม้เข็มโลหะนี้จะเต็มไปด้วยพลังทำลายล้างที่รุนแรงของพลัง
สายฟ้า แต่ถ้าดูจากภายนอกนั้น มันไม่สามารถสังเกตเห็นถึงสิ่งผิดปกติได้
พลังของสายฟ้านั้นอยู่ในเข็มโลหะนี้ไม่เล็ดรอดออกมาภายนอกเลยแม้แต่
นิดเดียว
มันยากมากแม้กระทั่งสำหรับปรมาจารย์ขั้นปราณปลายฟ้าที่จะ
ตระหนักได้ถึงสิ่งที่อยู่ในเข็มของหลินหมิงที่ไร้ซึ่งพลังเล็ดรอดออกมา พวก
เขาคงคิดว่ามันเป็นเพียงแค่เข็มโลหะเท่านั้น
นี่คือสัญลักษณ์ของสายฟ้าระดับสูง – ประกาศิตแห่งสายฟ้า!
พลังงานและมวลที่มาจากแหล่งกำเนิดเดียวกัน เมื่อมวลถูกกระตุ้น
มันก็จะเปลี่ยนเป็นพลังงาน และเมื่อพลังงานถูกบีบอัดอย่างสูง มันก็จะ
วิวัฒนาการไปเรื่อยๆตามคุณภาพของแหล่งพลัง
นี่คือสิ่งที่เรียกว่า ‘ปราณแท้ประกาศิต’ ประกาศิตแห่งสายฟ้าเองก็
เช่นเดียวกัน!
ทั้งหมดที่เกิดขึ้น ไม่มีผู้ใดตระหนักถึงเข็มโลหะที่ปรากฏอยู่ในมือของ
หลินหมิงเลย นอกจากมู่ฉิงหง แม้แต่ฉีซงเทียนก็ไม่อาจที่จะตระหนักถึง
มันได้ ถ้าหากฉีซงเทียนเพ่งพลังจิตวิญญาณไปตรวจสอบมันโดยตรง บาง
ทีเขาอาจจะพบว่ามีอะไรบางอย่างที่ผิดปกติอยู่ในเข็มโลหะนี้ แต่ถึงจะ
เป็นเช่นนั้น เขาก็คงไม่คิดว่าภายในของเข็มนี้จะมีพลังที่สามารถ
สั่นสะเทือนปฐพีซ่อนอยู่
“ในที่สุดเขาก็ได้ใช้ไพ่ตายสุดท้ายออกมา มันก็คือวิญญาณสายฟ้า
แห่งมังกรวารีสีม่วงสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์! หากไม่ใช่เพราะข้อมูลที่เชียนหยี่ได้
บอกกับข้าเอาไว้ในตอนนั้น เช่นนั้นข้าก็คงยากที่จะตระหนักถึงมันที่เป็น
วัตถุขนาดเล็กเช่นนี้”
เมื่อมู่ฉิงหงมองไปยังมังกรที่ม้วนม้วนรอบเข็มโลหะ นางก็รู้สึกใจสั่น
ด้วยความตื่นตระหนก พลังของสายฟ้านี้ได้ถูกบีบอัดในระดับที่สูงจนน่า
หวาดกลัว มันยากที่จะจินตนาการว่านี่คือวิญญาณสายฟ้าระดับปฐพีขั้น
ต่ำ
ในตอนนี้บนเวทีประลอง มู่กู๋ปู่ยี่ปลดปล่อยพลังเพลิงทั้งหมดออกมา
พร้อมทั้งเสียงหัวเราะ ‘จี๊ จี๊ จี๊’ เขากล่าวว่า “หลินหมิง จะควรจะภูมิใจได้
เลยที่สามารถทำให้ข้าใช้ความแข็งแกร่งทั้งหมดที่มีออกมาได้ และก็รับ
การโจมตีเต็มกำลังของข้าซะ เพลิงนรก!”
ฟู่วว ฟู่วว!
หุ่นเชิดแมงมุมพ่นใยออกมา และหุ่นเชิดจระเข้ยักษ์ก็อ้าปากของมัน
เพื่อปลดปล่อยพลังดึงดูด ในทันใด พลังดึงดูดก็ตรึงทั้งร่างของหลินหมิง
เอาไว้ ป้องกันไม่ให้เขาใช้การเคลื่อนไหวที่รวดเร็วของเขาได้
ในขณะเดียวกัน เพลิงเทพปีศาจดึงเอาดาบยักษ์เพลิงที่ลุกโหม
กระหน่ำออกมา เมื่อดาบยักษ์เพลิงปรากฏออกมา ความร้อนของเปลว
เพลิงก็แผ่ออกมาดั่งน้ำหลาก ราวกับออกซิเจนในอากาศทั้งหมดมา
รวมอยู่ที่เปลวเพลิงนี้
ภายใต้คลื่นความร้อนที่น่าหวาดกลัวเช่นนี้ ม่านพลังที่ป้องกันเวที
ประลองเริ่มจะสั่นสะท้าน และนี่เป็นเพียงแค่การปลดปล่อยพลังเท่านั้น
เห็นได้ชัดว่าหากเป็นการโจมตีจะรุนแรงเพียงใด!
ดวงตาของเหล่าผู้ชมต่างเบิกกว้างและหายใจอย่างแผ่วเบา ฉินซิงเซ
วียนรู้สึกว่าหัวใจของนางแทบจะหยุดเต้น สองมือของนางกุมแน่นจนซีด
ขาว
หลินหมิงจะสามารถหยุดยั้งการโจมตีที่ทรงพลังเช่นนี้ได้อย่างไร? มู่กู๋
ปู่ยี่เป็นผู้ที่โหดร้ายป่าเถื่อนที่สุดในบรรดารุ่นเยาว์ ยกตัวอย่างเช่นที่เขา
กระทำกับเจียงหลานเจี้ยน ถึงแม้ในงานประลองชุมนุมร่วมสำนักจะไม่
อนุญาตให้ฆ่ากัน แต่หากเกิดอุบัติเหตุขึ้นล่ะ? หรือไม่ถ้าได้รับบาดเจ็บ
สาหัสจนพิการไปทั้งชีวิตล่ะ?
เมื่อนึกถึงความเป็นไปได้เหล่านั้น มือของฉินซิงเซวียนก็เต็มไปด้วย
เหงื่อ
ในตอนนี้เอง ที่เพลิงเทพปีศาจได้เคลื่อนไหว มันกระชับดาบยักษ์ใน
มือและฟันลงมายังหลินหมิง ราวกับว่ามิติได้ถูกฉีกกระชากและเหลือ
เพียงเปลวเพลิงที่โหมกระหน่ำลุกท่วมท้องฟ้า!
ขณะเดียวกัน แม้แต่ผู้ตัดสินก็ยังต้องโคจรปราณแท้ให้ปกคุมทั่วร่าง
มากถึง 120% เขาเตรียมพร้อมที่จะช่วยเหลือหลินหมิงตลอดเวลา เพราะ
ถ้าหากปล่อยให้อัจฉริยะหายากเช่นนี้ถูกทำลายไปในการประลอง เช่นนั้น
มันก็จะเป็นการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่อย่างมาก
ครืนน ครืนน ครืนน!
อากาศสั่นสะเทื่อน ดาบยักษ์กู่ร้องและส่งเสียงคำรามราวกับภูเขาไฟ
ที่ปะทุพุ่งขึ้นไปสวรรค์! สำหรับหลินหมิงที่อยู่ภายใต้เปลวเพลิง เขา
หลับตาลงและทำให้จิตใจเข้าสู่สภาวะสมาธิระดับสูง
พลังจิตวิญญาณของเขาได้แทรกซึมลงไปในเปลวเพลิง ควบคุมเปลว
เพลิงเหล่านี้ และส่งมันให้ไหลเข้าไปในหัวใจของเขา
‘พลังของเพลิงนี้นั้นแข็งแกร่งยิ่งกว่าเพลิงโลกันต์ และไม่ต้องใช้
ปราณแท้ในการควบคุมมันอีกด้วย ความจริงแล้ว มันถูกสนับสนุนโดย
เพลิงเทียมทั้งเก้า นี้เป็นวิธีการที่ลึกลับเสียจริง ทำให้ร่างกายเดียว
สามารถรองรับเพลิงเทียมทั้งเก้าได้ แล้วยังไม่ขัดแย้งกันอีกด้วย นี่เป็น
ความสามารถที่มีเพียงแผนกหุ่นเชิดเท่านั้นที่จะมีได้เช่นนั้นหรือ?’
พลังของเพลิงนี้ไม่ได้รับการสนับสนุนด้วยเพลิงอมตะ เพราะเหตุนี้
มันจึงถูกควบคุมได้อย่างง่ายดายโดยเมล็ดพันธุ์อำนาจครอบงำวิญญาณ
หลินหมิงจึงไม่จำเป็นต้องกลัวการโจมตีของมันเลยแม้แต่น้อย ปราณทั่ว
ร่างของเขาถ่ายเทลงไปในเข็มโลหะม้วนมังกร
หลินหมิงสะบัดนิ้ว!
ฟริ้วว!
ลำแสงสีม่วงทั้งสามพุ่งตรงไปด้วยความรวดเร็วและรุนแรง ราวกับว่า
สวรรค์ทั้งเก้าส่งสายฟ้าลงทัณฑ์ฟาดลงมาบนโลกนี้ พลังที่ถูกบีบอัดอย่าง
รุนแรงและมหาศาลของสายฟ้าปะทุออกมาจากมังกรวารีสีม่วงสายฟ้า
ศักดิ์สิทธิ์! ส่งเสียงดังกระหึ่ม อสรพิษสายฟ้าขนาดใหญ่พุ่งตรงไป!
และเมื่อพลังสายฟ้าและพลังเพลิงได้พบกัน พวกมันกลับหมุนเวียน
ไปด้วยกัน ถึงจะปราศจากการควบคุมของหลินหมิงก็ตาม พลังทั้งสอง
สายนี้มีความผันผวนเป็นอย่างมาก และพลังที่อันตรายนี้ได้หลอมรวมเข้า
ด้วยกัน ซึ่งคล้ายกับเพลิงสายฟ้าแห่งการทำลายล้าง พวกมันพร้อมจะ
ระเบิดออกมาด้วยพลังทำลายที่มหาศาล!
บรึมมมมมมมม!
พลังอันน่าหวาดกลัวของสายฟ้าเกิดเป็นคลื่นกระแทกสีม่วงแผ่
กระจายไปทั่วทุกทิศทาง และได้กระแทกเข้ากับม่านพลังค่ายกลป้องกัน
ของเวทีประลอง
เนื่องด้วยพลังการทำลายล้างที่รุนแรงเช่นนี้เกิดขึ้นในพื้นที่ปิด ม่าน
พลังค่ายกลป้องกันของเวทีจึงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงและต่อมาก็เกิดเกิด
เสียง ‘แครก แครกก แครกกก’ ดังออกมาจากม่านพลังป้องกัน รอยแตก
ปรากฏออกมามากขึ้นเรื่อยๆ
และในที่สุด ม่านพลังป้องกันเวทีก็ไม่สามารถทนได้อีกต่อไป และ
พังทลายลง!
หลินหมิงคาดเอาไว้แล้วว่ามันจะต้องเป็นเช่นนี้ เขาขยับเท้าและใช้
เคล็ดวิชาย่างก้าววิหคทองคำถลาลมออกมาในทันที เพื่อล่าถ่อยออกมา
เร็วที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ และด้วยการสนับสนุนของปราณเทพทรราช
คลั่ง เขาจึงบีบอัดปราณแท้ให้หนาแน่นอย่างมากเพื่อครอบคลุมทั่วทั้งร่าง
เอาไว้
แต่สำหรับหุ่นเชิดเพลิงเทพปีศาจที่มีพลังในจุดสูงสุดของขั้นปราณ
ต้นฟ้า มันจะสามารถหลบหนีทันทีอย่างหลินหมิงได้อย่างไร? และมันอยู่
ใกล้กับจุดศูนย์กลางมากที่สุดอีกด้วย ภายใต้พลังการระเบิดที่รุนแรง
มหาศาลนี้ เกราะทั่วร่างของมันจึงถูกทำลาย และปรากฏรอยแยกลึกบน
ตัวมัน!
“อะไรกัน!?”
“มันเป็นไปได้อย่างไร!?”
ไม่เพียงแค่เหล่าผู้ชม แม้แต่เหล่าผู้อาวุโสในห้องโถงหลัก เจียงเป่าอ
วิ้น เจียงหลานเจี้ยน หรือใครก็ตาม ต่างก็ตกตะลึงเป็นอย่างมากที่เห็น
เพลิงเทพปีศาจถูกทำลาย พวกเขาต่างก็คิดว่าเมื่อมู่กู๋ปู่ยี่ได้เอา ‘เพลิงเทพ
ปีศาจ’ ซึ่งเป็นหุ่นเชิดที่แข็งแกร่งที่สุดของเขาออกมา และสร้างการโจมตี
ที่สมบูรณ์แบบขึ้นมา เขาก็จะเป็นฝ่ายชนะ ไม่มีผู้ใดคิดว่าเพียงการโจมตี
เดียวของหลินหมิง จะสามารถทำลายเพลิงปีศาจที่แสนทรงพลังพังทลาย
ลงได้ในทันที!