Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 289 ขีดกำกัดของความเร็ว
ผู้อาวุโสแผนกกระบี่สายศีรษะและกล่าวว่า “หลังจากที่เป่าอวิ้น
สามารถปลุกจิตวิญญาณแห่งกระบี่ภายในร่างขึ้นมาได้ ความแข็งแกร่ง
ของเขาก็คืบหน้าขึ้นทุกๆวัน แม้แต่ข้าเองก็ยังยากที่จะรับรู้ว่าเขาได้อยู่ใน
ระดับใดแล้ว ในการท้าประลองทั้ง 4 ครั้งของเขา ข้าไปด้วยเพียง 3 ครั้ง
เขาเติบโตขึ้นทุกๆการประลองอย่างน่าเหลือเชื่อ!”
เมื่อได้ยินผู้อาวุโสสูงสุดของแผนกกระบี่กล่าวคำสรรเสริญเช่นนี้ พวก
เขาจึงรู้สึกประหลาดใจ เพราะมันไม่น่าเชื่ออย่างยิ่งว่าแม้แต่ผู้อาวุโสสูงสุด
ของแผนกกระบี่ก็ยังไม่สามารถรับรู้ขีดจำกัดความแข็งแกร่งของเจียง
เป่าอวิ้นได้ อัตราการเติบโตของเขาช่างน่าหวาดกลัว เจียงเป่าอวิ้นมักจะ
สร้างปาฏิหาริย์ขึ้นมาเสมอ เขานั้นราวกับตัวละครหลักของนิยายแฟนตา
ซีเลยทีเดียว
ดวงตาของฉีซงเทียนสาดประกายและคิดเรื่องนี้อยู่ภายในใจ ‘เจียง
เป่าอวิ้นจากแผนกกระบี่ มู่กู๋ปู่ยี่จากแผนกหุ่นเชิด ฉินหวู่ซินจากแผนกพิณ
และตอนนี้ก็ยังมีผู้ที่มากพรสวรรค์เช่นหลินหมิงเพิ่มขึ้นมาอีกคน ด้วย 4
สุดยอดอัจฉริยะมากพรสวรรค์รวมอยู่ในรุ่นเดียวกันนี้ มันคงถึงเวลาแล้วที่
หุบเขาเจ็ดแก่นแท้ของข้าจะก้าวไปสู่ความรุ่งโรจน์?’
ฉวิ้ง!
บนเวทีประลอง ประกายแสงสีฟ้าอันเยือกเย็นสาดประกายออกมา
ในขณะที่เจียงเป่าอวิ้นกวาดกระบี่ทั้งสองออกไป และปราณกระบี่ทั้งสอง
ก็หมุนวนกันและกัน เกิดเป็นออร่าที่เฉียบคมถึงขีดสุด
เมื่อกระบี่ทั้งสองรวมพลังกัน จึงทรงพลังมากกว่าที่แล้วๆมา ปราณ
กระบี่ตัดผ่านอากาศ เฉือนพื้นกระเบื้องเวทีประลองที่เสริมด้วยค่ายกล
เอาไว้แล้วราวกับหั่นเต้าหู้ ออร่าที่เฉียบคมนี้ทำให้เหล่าผู้ชมรู้สึก
หวาดเสียวสันหลัง
เผชิญหน้ากับปราณกระบี่ที่ผสานรวมพลังกันพุ่งเข้ามา หลินหมิงจึง
ได้ยกหอกขึ้นขนานกับเส้นขอบฟ้าด้วยสองมือ ปราณแท้สีครามปะทุ
ออกมาและเกิดเสียงคำรามอันน่าเกรงขามของมังกรดังออกมาพร้อมกับ
เกิดร่างเงามังกรขึ้นที่ด้านหลังของเขา นี่เป็นครั้งแรกที่หลินหมิง
ปลดปล่อยพลังแห่งมังกรที่แท้จริงหลังจากที่เขาได้เข้าสู้ขั้นผสานชีพจร
แครก!
พื้นเวทีประลองเริ่มสั่นสะเทือนพร้อมกับเกิดเสียงแตกดังออกมา ณ
บริเวณที่เท้าของหลินหมิงเหยียบอยู่ หอกของเขาได้ยื่นออกไป และ
ปราณแท้สั่นสะเทือนทั้ง 10000 เส้นก็กู่ร้องออกมา!
กระบี่ดั่งพยัคฆ์ หอกดั่งมังกร ด้วยพลังแห่งมังกรที่แท้จริงที่อัดแน่น
แฝงอยู่ในหอก เขาจึงสามารถที่จะแสดงพลังของมันออกมาได้อย่างถึง
ที่สุด!
ปัง!
พลังงานมหาศาลของทั้งสองปะทะกันจนเกิดการระเบิดสนั่น
หวั่นไหว เกิดคลื่นปราณแท้ปั่นป่วนกระจายออกไปอย่างรุนแรง จน
สั่นสะเทือนไปทั้งสนามประลอง!
ปราณกระบี่สีฟ้าค่อยๆถูกทำลายอย่างต่อเนื่อง แต่ปราณแท้สีคราม
เองก็ค่อยๆสลายไปเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ออร่าพลังจากการปะทะที่
เหลืออยู่ถูกพัดไปทางเจียงเป่าอวิ้นอย่างแผ่วเบา มันหมายความว่าปราณ
กระบี่ของเจียงเป่าอวิ้นพ่ายแพ้ให้กับปราณแท้สีครามของหลินหมิง
นั่นเอง!
“แม้กระทั้งปราณกระบี่ทั้งสองรวมกัน เจียงเป่าอวิ้นก็ยังด้อยกว่า
หลินหมิงเช่นนั้นหรือ!”
“พลังโจมตีของหลินหมิงนั้นน่าหวาดกลัวจนเกินไป! ในด้านพลัง
โจมตี เจียงเป่าอวิ้นด้อยกว่าหลินหมิง!”
เหล่าผู้ชมต่างพากันสงสัยว่าพลังการโจมตีปราณกระบี่ของเจียงเป่าอ
วิ้นนั้นทรงพลังเพียงไร เมื่อตอนที่เจียงเป่าอวิ้นเผชิญหน้ากับโอวหยางห
มิง เขาเพียงแค่ใช้ปราณกระบี่เพียงเล็กน้อยเท่านั้นในการตัดการป้องกัน
เพลิงม่วงสัจธรรมที่โอวหยางหมิงเรียกออกมา โดยการใช้ปราณแท้
ทั้งหมดพร้อมพลังขั้นที่ 5 ของ ‘เคล็ดบ่มเพาะทัณฑ์แห่งเทพ’ แต่
ในตอนนี้เจียงเป่าอวิ้นและกายจิตวิญญาณแห่งกระบี่รวมพลังกันก็ยังด้อย
กว่าพลังโจมตีด้วยหอกของหลินหมิง!
ฟริ้วว!
คลื่นปราณแท้พุ่งออกไป เจียงเป่าอวิ้นและกายจิตวิญญาณแห่ง
กระบี่แวบหายไปในทันที ถึงแม้พลังการโจมตีของเขาจะด้อยกว่าหลินห
มิง แต่ความเร็วของเขายังคงมากกว่าอยู่ดี!
ฉวิ้ง! ฉวิ้ง!
ปราณทั้งสองพุ่งเข้าหาหลินหมิงจาก 2 ทิศทางที่ต่างกัน ความเร็ว
ของพวกมันมากจนถึงขั้นที่ยากจะมองเห็น!
อย่างไรก็ตามหลินหมิงก็ไม่ได้หันไปมอง เขาละทิ้งการรับรู้โดยปกติ
ไปแล้ว และรับรู้ผ่านทางพลังจิตวิญญาณของเขาที่ส่งออกไปทั่วทุก
ทิศทางแทน และตรวจจับการโจมตีของเจียงเป่าอวิ้นว่ามาจากทิศทางใด
“เคล็ดวิชาลื่นไหลดุจแพรไหม!” ปราณแท้สีครามได้หมุนวนและ
ปะทุขึ้นมาอีกครั้ง หลินหมิงหันหอกไปในทิศทางของปราณกระบี่ทั้งสอง
ในคราวเดียวและปราณสั่นสะเทือนทั้ง 10000 เส้นก็แยกออกเป็นข้างละ
5000 เส้นและปะทะกับปราณกระบี่!
บรึม! บรึม!
ปราณกระบี่ถูกทำลายไป ในขณะเดียวกัน พลังสายฟ้าสีม่วงก็พุ่ง
ผ่านปราณกระบี่ที่เพิ่งถูกทำลายไปในทันที และมุ่งไปยังเจียงเป่าอวิ้นราว
กับเคียวยมทูตที่คืบคลานเข้ามา!
เคล้ง!
ในช่วงเวลาที่สายฟ้าถูกป้องกันเอาไว้ ร่างของเจียงเป่าอวิ้นก็แวบ
หายไปเหลือเพียงภาพติดตาทิ้งเอาไว้ ไม่เหลือโอกาสและจังหวะให้หลินห
มิงโจมตีเลยแม้แต่น้อย
‘เขาช่างรวดเร็วยิ่งนัก! หลินหมิงตื่นตระหนก นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้
เผชิญหน้ากับผู้ที่เร็วยิ่งกว่าตนเอง’
เมื่อเขาใช้ปราณแท้และย่างก้าวแห่งกระบี่ไปพร้อมกัน ความรวดเร็ว
ของเจียงเป่าอวิ้นก็ยิ่งอยู่เหนือขีดจำกัดที่ผู้ที่อยู่ระดับขั้นผสานชีพจรจะทำ
ได้
สำหรับเคล็ดวิชาก้าวย่างวิหคทองคำถลาลมของหลินหมิง ถึงแม้มัน
จะกล่าวได้ว่าเป็นเคล็ดวิชาการเคลื่อนที่ทรงพลังที่สุดที่มีอยู่ แต่ระดับการ
บ่มเพาะของหลินหมิงยังไม่มากพอ อย่างแรก เขามีระดับพลังเพียงแค่ขั้น
ผสานชีพจร อย่างที่สอง เขาไม่ได้ฝึกฝนเคล็ดวิชาก้าวย่างวิหคทองคำถลา
ลมในระดับขั้นที่สูงพอ เคล็ดวิชาก้าวย่างวิหคทองคำถลาลมนั้นมีทั้งหมด
12 ขั้น และแม้แต่ผู้อาวุโสที่ยิ่งใหญ่จากแดนเทวะยังมีมันเพียงแค่ถึงขั้นที่
8 เท่านั้นที่อยู่ในเศษเสี้ยวความทรงจำของที่เหลืออยู่ของเขา แต่สำหรับ
หลินหมิงแล้ว เขาสำเร็จมันเพียงขั้นที่ 1 เท่านั้น
เพียงแค่ระดับเริ่มต้นของเคล็ดวิชาก้าวย่างวิหคทองคำถลาลมรวม
กับระดับการบ่มเพาะที่ต่ำของหลินหมิง จึงเป็นธรรมดาที่การเคลื่อนไหว
ของเขาจะช้ากว่าย่างก้าวแห่งกระบี่ของเจียงเป่าอวิ้น
หลินหมิงนั้นได้คิดเอาไว้แล้วว่าหลังจากงานประชุมนุมร่วมสำนักจบ
ลง เขาจะฝึกฝนเคล็ดวิชาการเคลื่อนไหวของนักสู้ธาตุจำเพาะสายฟ้า ซึ่ง
หากรวมกับพลังของมังกรวารีสีม่วงสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์แล้ว จะเพิ่ม
ความสามารถให้กับการเคลื่อนไหวของเขา อย่างไรก็ตาม นักสู้ธาตุ
จำเพาะสายฟ้ามักจะมีความเร็วในเคลื่อนไหวที่น่าตกตะลึงอยู่แล้ว
ปัง ปัง ปัง!
ปราณกระบี่อีก 3 อันถูกทำลาย!
บนเวทีประลองเกิดรอยแยกเป็นทางยาว ปราณกระบี่ของเจียงเป่าอ
วิ้นนั้นน่าหวาดกลัวเกินไป อย่างไรก็ตาม หอกของหลินหมิงก็ยังสามารถที่
จะทำลายมันได้ อาจกล่าวได้ว่าปราณแท้สีครามที่รวมพลังกับลื่นไหวดุจ
แพรไหมนั้นแข็งแกร่งเกินไปเช่นกัน
เปล้ง เปล้ง!
การเคลื่อนไหวของเจียงเป่าอวิ้นและหลินหมิงในกระปะทะกันนั้น
รวดเร็วเป็นอย่างยิ่ง มองเห็นเห็นเพียงแค่แสงกระบี่และแสงปราณแท้สี
ครามที่พล่าเลือน เมื่อพวกเขาปะทะกันที่ใดก็มักจะเกิดประกายแสงขึ้น
ถึงแม้การเคลื่อนไหวของหลินหมิงจะด้อยกว่าเจียงเป่าอวิ้น แต่หรับ
ผู้ชมทั่วไปแล้ว การเคลื่อนของพวกเขานั้นรวดเร็วจนมองตามไม่ทัน
มีเพียงตอนที่หลินหมิงพุ่งหอกออกไปเท่านั้นถึงจะช้าลง แต่สำหรับ
เหล่าผู้ชมแล้ว ก็แทบจะมองไม่เห็นอยู่ดีเพราะมันเกิดขึ้นชั่วพริบตา
เพราะหากภาพติดตายังคงอยู่ในสายตา ทุกการเคลื่อนจะเห็นราวกับเงา
เหล่านี้เป็นภูติผี
ในชั่วลมหายใจเดียว หลินหมิงก็ได้พุ่งหอกออกไปนับสิบๆครั้ง
หลินหมิงไม่ได้พุ่งออกไปอย่างมั่วซั่ว หนึ่งหอกสามารถทำลายปราณ
กระบี่ที่เจียงเป่าอวิ้นได้ปล่อยออกมาได้ถึง 3-4 สาย กล่าวได้อีกอย่างว่า
เจียงเป่าอวิ้นและกายจิตวิญญาณกระบี่ของเขาได้ร่วมกันฟันออกไปนับ
ร้อยครั้ง!
เมื่อไม่กี่วันก่อน ม่านพลังป้องกันของเวทีที่ได้ถูกสร้างขึ้นใหม่ แต่
ในตอนนี้ พวกมันเริ่มที่จะสั่นสะเทือนอีกครั้ง ทั่วทั้งสนามประลองราวกับ
โดนพายุทอร์นาโด และชิ้นส่วนกระเบื้องบนเวทีประลองก็กระเด็นขึ้นมา
และแตกกระจายปลิวไปตามสายลม เศษชิ้นส่วนที่แตกเหล่านั้นราวกับ
เป็นหัวลูกศรที่พุ่งออกไปทั่วทุกทิศทาง!
เหล่าผู้ชมมึนงง พวกเขาสามารถมองเห็นเศษชิ้นส่วนเหล่านี้มีจำนวน
มากขึ้นและรวดเร็วขึ้นเรื่อยๆ เหตุใดพวกเขาจึงได้เห็นสิ่งที่รวดเร็วถึงเพียง
นี้? นี่ใช่การประลองระหว่างผู้ที่อยู่ในขั้นผสานชีพจรแน่หรือ? แม้แต่ผู้ที่
อยู่ในขึ้นปราณต้นฟ้าก็ยังไม่สามารถทำเช่นนี้ได้!
“พวกเขาทั้งคู่นั้นรวดเร็วเกินกว่าขอบเขตระดับการบ่มเพาะที่ตนอยู่
ไปแล้ว แม้แต่ศิษย์พี่ใหญ่หวนที่ประกาศตัวเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านความเร็ว
ก็ยังเร็วได้ไม่ถึงครึ่งของพวกเขาเลย”
ศิษย์หญิงของแผนกพิณพึมพำกับตนเอง หวนเสี่ยวตี๋นั้นเป็นศิษย์สาย
ตรงที่มีความสามารถด้านความเร็วมากที่สุด อย่างไรก็ตาม สิ่งที่นางถนัด
ที่สุดกลับไม่สามารถเทียบได้กับเจียงเป่าอวิ้นและหลินหมิงเลยแม้แต่น้อย
และไม่ต้องกล่าวถึงการเปรียบเทียบในด้านอื่นๆเลย
ในทุกปีนั้น ศิษย์สายตรงแผนกภาพลวงตาจะด้อยกว่าศิษย์แผนก
กระบี่ อย่างไรก็ตาม ความห่างชั้นนี้โดยปกติจะไม่มากมายเท่าไร อย่าง
มากก็เท่ากับช่องว่างระหว่างหวนเสี่ยวตี๋กับเจียงหลายเจี้ยน
อาจพูดได้เพียงแค่ว่า เจียงเป่าอวิ้นนั้นผิดปกติจนเกินไป!
แต่ถึงแม้เจียงเป่าอวิ้นจะผิดปกติเกินไป แล้วหลินหมิงล่ะ เขาเป็นนัก
สู้ที่มาจาก 36 อาณาจักร มีพรสวรรค์มหึมาราวกับสัตว์ประหลาด? มี
ระดับพลังเพียงแค่ขั้นต้นของขั้นผสานชีพจร เขาก็ยังสามารถต่อสู้กับเจียง
เป่าอวิ้นได้อย่างสูสี!
ในตอนนี้เองบนเวทีประลอง แม้แต่เจียงเป่าอวิ้นก็ยังตื่นตระหนก
การเคลื่อนไหวและความเร็วหอกของหลินหมิงนั้นด้อยกว่าเขา แต่เมื่อตัว
เขาและกายจิตวิญญาณแห่งกระบี่ฟันออกไป 5 ครั้ง หลินหมิงจะสามารถ
หลบได้ 2 และป้องกันได้ 3 ปราณแท้สีครามที่ครอบคลุมหอกอยู่นั้น
แข็งแกร่งจนเกินไป มันไร้ที่สิ้นสุด และยังแฝงไปด้วยพลังสั่นสะเทือนที่
แปลกประหลาด
ถึงความเร็วของหลินหมิงจะด้อยกว่า แต่ด้วยการโจมตีที่ทรงพลัง
และพลังป้องกันที่แข็งแกร่งจึงทำให้เขาไม่ได้เสียเปรียบเลยแม้แต่น้อย!
เส้นปราณแท้สีครามสั่นสะเทือนทั้ง 10000 เส้นหมุนวนรอบหลินหมิ
งคอยปกป้องร่างกายของเขาไว้ ปราณกระบี่ของเจียงเป่าอวิ้นสามารถ
เจาะมันได้ก็จริง แต่มันก็สลายไปอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าเขาจะพยายามแค่
ไหน ก็ไม่สามารถจะทำอะไรหลินหมิงได้ ปราณแท้สีครามส่วนที่โดนโจมตี
และถูกทำลายก็ได้เติมเต็มขึ้นมาใหม่ในทันที
‘หลินหมิงเป็นนักสู้ที่มีพรสวรรค์รอบด้านอย่างแท้จริง แม้เขาจะ
เสียเปรียบในด้านความเร็ว แต่ข้าก็ยังไม่สามารถเอาชนะเขาได้!’ เจียง
เป่าอวิ้นยังคงจำได้ เมื่อตอนที่เจียงหลานเจี้ยนต่อสู้กับหลินหมิง และ
หลินหมิงได้ใช้วิถีแห่งลมออกมาเป็นครั้งแรก สถานการณ์ในตอนนี้เป็น
ดังเช่นตอนนั้นเลย เจียงหลานเจี้ยนได้พุ่งกระบี่สายลมและปราณกระบี่
ออกไป แต่ก็ยังไม่สามารถที่จะทำอะไรหลินหมิงได้ ในที่สุดเขาก็เข้าไป
ต่อสู้ระยะประชิด ซึ่งก็ต้องเจอกับหลินหมิงโดยตรงเท่านั้น!
จิตวิญญาณของผู้ใช้กระบี่ที่ใช้ปราณแท้และปราณกระบี่ที่เฉียบคม
ซึ่งเป็นสิ่งที่แสดงถึงศักยภาพในยามเมื่อพวกเขาใช้กระบี่ โดยปกติแล้ว
พลังโจมตีระยะไกลของปราณกระบี่นั้นจะด้อยกว่าการโจมตีด้วยกระบี่
โดยตรง
“ย่างก้าวแห่งกระบี่เจ็ดดารา!”
ดวงตาของเจียงเป่าอวิ้นสาดประกายและกายจิตวิญญาณแห่งกระบี่
ของเขาเองก็ใช้ย่างก้าวแห่งกระบี่เจ็ดดาราออกมาเช่นกัน มนุษย์และ
กระบี่รวมเป็นหนึ่ง ทั้งสองกลายเป็นสำแสงกระบี่ และโผล่มาปรากฏที่
ด้านหน้าของหลินหมิงในทันที
ความเร็วอันยิ่งยวดนี้เร็วจนไม่มีผู้ใดจะตอบสนองได้ทัน!
ฉวิ้ง ฉวิ้ง!
กระบี่ลำแสงสีฟ้าทั้งสองแทงไปยังร่างของหลินหมิงราวกับสายฟ้า
สองสาย ทั้งสองกระบี่นี้เต็มไปด้วยศักยภาพในด้านกระบี่ของเจียงเป่าอ
วิ้น และพลังการโจมตีนี้ก็ได้ก้าวข้ามขีดจำกัดของเขาไปแล้ว!
ปราณแท้สีครามไม่อาจที่จะป้องกันการโจมตีที่รุนแรงและทรงพลังนี้
ได้อย่างแน่นอน จะต้องป้องกันมันด้วยหอกอ่อนปราณคลั่งเท่านั้น!
แต่ปัญหาก็คือ ด้วยการโจมตีที่รวดเร็วเกินขีดจำกัดเช่นนี้ หลินหมิง
จะมีเวลาได้ใช้หอกเช่นนั้นหรือ?
ในช่วงเสี้ยววินาทีนี้ ดวงตาของหลินหมิงสาดประกายด้วยแสง
สายฟ้าที่แท้จริงออกมา!
มังกรวารีสีม่วงสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์!
ปราณแท้ไหลเข้าไปในเมล็ดพันธุ์อำนาจครอบงำวิญญาณ จิต
วิญญาณสายฟ้าพร้อมที่จะระเบิดพลังออกมาแล้ว!
เปี๊ยะ!
งูสายฟ้าขนาดใหญ่ปรากฏออกมาจากร่างของหลินหมิง และหมุนวน
ไปทั่วร่างของเขา ทันใดนั้นเอง ร่างของหลินหมิงก็เปล่งแสงสีม่วงสาด
กระจายออกมา ดูราวกับเทพเจ้าสายฟ้าที่ลงมาจุติบนโลกมนุษย์!
เนื่องด้วยมันเกิดขึ้นในระยะใกล้และเพียงชั่วพริบตา ไม่ว่าเจียงเป่าอ
วิ้นจะมีความรวดเร็วเพียงใด ก็ไม่มีทางที่เขาจะหลบได้!
สายฟ้าพุ่งเข้าไปในร่างของเจียงเป่าอวิ้นและทั่วทั่งร่างของเขาก็เกิด
อาการชา พลังของสายฟ้ายังพุ่งไปยังตันเถียนของเขาอีกด้วย ทำลายทุก
อย่างที่ขวางหน้า กระบี่ที่เต็มไปด้วยศักยภาพของเขาเกือบครึ่งถูกทำลาย
และที่เหลือก็ยังพุ่งตรงไปยังหลินหมิง!
การเผชิญหน้ากับกระบี่ของเจียงเป่าอวิ้น เขาไม่มีทางที่จะหลบได้
ในเมื่อเขาไม่สามารถหลบมัน เขาก็จะไม่หลบมัน เขาได้ตัดสินใจตั้งแต่
แรกแล้วว่าจะเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้แบบตาต่อตาฟันต่อฟัน เขาจึงโคจร
ปราณแท้ในร่างจนหนาแน่นจนถึงขีดสุดและเตรียมพร้อมที่จะรับมือกับ
การโจมตีตรงๆ
ฉึบ ฉึบ!
เสียงเบาๆสองเสียงดังขึ้น กระบี่ได้เสียบทะลุการป้องกันด้วยปราณ
แท้ของหลินหมิงเข้าไป และเสียบเข้ากับร่างกายของเขา จนโลหิตสอง
สายพุ่งออกมา
แม้จะมีโลหิตพุ่งออกมา หลินหมิงก็ไม่ได้สนใจ เขาตะโกนออกมา
“หมัดสลายกระดูก!”
ปัง ปัง!
เขาปล่อยหอกออกจากมือ สองหมัดพุ่งออกไปปะทะโดยตรงกับเจียง
เป่าอวิ้นและกายจิตวิญญาณแห่งกระบี่!
ด้วยระยะการโจมตีที่ใกล้อย่างยิ่ง หมัดของเขาจึงเร็วยิ่งกว่าหอกเสีย
อีก!
หากเป็นสถานการณ์ปกติแล้ว เจียงเป่าอวิ้นคงสามารถจะใช้
ความเร็วอันยิ่งยวดของเขาเพื่อหลบการโจมตีด้วยหมัดของหลินหมิงได้
อย่างไรก็ตาม ร่างกายของเจียงเป่าอวิ้นยังคงมีอาการชาจากพลังของ
สายฟ้าอยู่ และการโจมตีอย่างฉับพลันของหลินหมิงนี้ทำให้เขาประหลาด
ใจ จนไม่อาจจะตั้งตัวได้ทัน!