Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 288 จุดสูงสุดของการประลองทั้งหมด
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 288 จุดสูงสุดของการประลองทั้งหมด
เหล่าผู้อาวุโสตัดสินต่างก็สนใจในการประลองระหว่างหลินหมิงและ
เจียงเป่าอวิ้นเป็นอย่างมาก พวกเขาตัดสินใจที่จะรอให้ทั้งคู่อยู่ในสภาพที่
พร้อมที่สุดก่อนจะเริ่มการประลอง การประลองจะเริ่มในอีก 3 ชั่วโมง
เมื่อเวลามื้อเที่ยงสิ้นสุดลง
ความจริงแล้วแทบจะไม่มีใครมีอารมณ์ที่จะไปรับประทานอาหารเลย
พวกเขาต่างก็นั่งที่สนามเช่นเดิม เหล่าผู้ชมต่างก็สนทนาและคาดการณ์
กันไปต่างๆนาๆถึงสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น
เหล่าศิษย์ทั่วไปของหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ไม่ค่อยรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกัน
แน่ อย่างไรก็ตาม พวกเขานั้นมีความสามารถในการจินตนาการที่เพ้อฝัน
ว่าการต่อสู้จะออกมาเช่นไรและระดมสมองกันคิดถึงการต่อสู้ระหว่าง
หลินหมิงและเจียงเป่าอวิ้น แม้แต่กระบี่ผลึกสีดำของเจียงเป่าอวิ้นมี
รูปแบบและลักษณะเฉพาะที่ผ่านการ ‘ค้นคว้า’ โดยเฉพาะศิษย์ของ
แผนกกลั่นสกัด ถึงแม้พวกเขาจะด้อยความสามารถในการต่อสู้ นี่เป็น
โอกาสที่พวกเขาจะได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถพิเศษออกมา พวกเขา
วิเคราะห์กระบี่ผลึกสีดำของเจียงเป่าอวิ้นจากหลายๆแง่มุม หากพวกเขา
ไม่สามารถบอกเกี่ยวกับมันได้ เช่นนั้นก็ไม่ต้องกล่าวถึงผู้อื่น เพราะแผนก
กลั่นสกัดได้สร้างมันขึ้นมา
อาทิตย์ยามเที่ยงของเหมันต์ฤดูมีแสงอ่อนๆ และช่วงบ่ายก็ได้ผ่านไป
การประลองคู่สุดของงานประลองชุมนุมร่วมสำนักกำลังจะเริ่มขึ้น นี่จะ
เป็นการต่อสู้ของสองยอดอัจฉริยะของหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ที่อยู่ห่างกัน
หลายแสนลี้ นี่จะเป็นการตัดสินว่าผู้ใดจะได้เป็นอันดับหนึ่งของรุ่นเยาว์นี้!
เมื่อเวลาที่รอคอยมาถึง เสียงเชียร์ทั่วทั้งสนามดังราวกับเสียงฟ้า
กระหึมสะท้อนออกไปนับร้อยลี้ ในครั้งนี้ไม่มีผู้ใดกล้าที่จะดูถูกหลินหมิ
งอีกต่อไป แม้แต่ศิษย์หุบเขาเจ็ดแก่นแท้ก็ยังไม่กล้า ทุกคนเพียงแค่
ต้องการที่จะเห็นการประลองของสองสุดยอดอัจฉริยะ เพราะนี่เป็น
โอกาสที่จะสามารถพบเห็นได้ในรอบหลายร้อยปี อาจจะกล่าวได้ว่าพวก
เขาต่างก็โชคดีมากแล้วที่มีโอกาสได้เห็น ก่อนอื่นต้องรู้ว่าถ้าหากนักสู้ไม่
สามารถก้าวเข้าสู่ขั้นปราณปลายฟ้าได้ พวกเขาจะมีอายุขัยมากสุดเพียง
แค่ 200 ปี สำหรับคนเหล่านี้มันคือโอกาสที่เกิดขึ้นครั้งเดียวในชีวิต
นั้นเอง! เพียงแค่จุดนี้จุดเดียว ก็พอที่จะทำให้พวกเขาตื่นเต้นนานเป็น
เดือนแล้ว!
บนเวทีประลอง หลินหมิงและเจียงเป่าอวิ้นยืนอยู่ห่างกัน 200 ก้าว
เจียงเป่าอวิ้นค่อยๆเอากระบี่ออกมาจากฝัก และมันก็คือกระบี่ที่เรียวยาว
สีฟ้านั้นเอง
เมื่อกระบี่เล่มนี้อยู่ในมือของเขา ขณะที่เจียงเป่าอวิ้นกวัดแกว่งมันไป
มารอบตัว ดวงตาแฝงไปด้วยความเฉียบคมราวกับว่ามีกระบี่นับไม่ถ้วนอยู่
ภายใน และพวกมันได้แทงหัวใจของทุกคนที่เขาชำเลืองมอง
ถ้าในยามปกติ เจียงเป่าอวิ้นเป็นชายที่เต็มไปด้วยความสงบเยือกเย็น
แต่ในตอนนี้ เขาราวกับเป็นกระบี่ชั้นยอดที่เฉียบคมและเต็มไปด้วยจิต
สังหาร!
เจียงเป่าอวิ้นชี้กระบี่ไปยังหลินหมิงและกล่าวออกมาว่า “ก่อนที่งาน
ประลองร่วมสำนักครั้งนี้จะเริ่มขึ้น ท่านผู้นำแผนกเคยกล่าวเอาไว้ว่าโอวห
ยางหมิง ผู้ที่ข้าได้พ่ายแพ้ให้เมื่องานประลองชุมนุมร่วมสำนักเมื่อ 3 ปี
ก่อน และตอนนี้ยังมีระดับพลังที่จุดสูงสุดของขั้นผสานชีพจรจะเป็นคู่ต่อสู้
ที่ยิ่งใหญ่ของข้า ท่านผู้นำได้บอกให้ข้าระวังเอาไว้ แต่ข้าก็บอกท่าน
กลับไปว่าโอวหยางนั้นไม่ใช่คู่แข่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของข้า คู่แข่งที่ยิ่งใหญ่
ที่สุดของข้าก็คือตัวข้าเอง! ถ้าหากข้าไม่สามารถเอาชนะเหล่าผู้ที่มี
พรสวรรค์ของสำนักระดับ 3 ได้แล้ว เช่นนั้นแล้วข้าจะมีคุณสมบัติอะไรที่
จะกลายเป็นผู้ที่อยู่ในจุดสูงสุดของเส้นทางแห่งกระบี่”
“แต่ในตอนนี้ คำกล่าวเหล่านั้น….” เจียงเป่าอวิ้นได้สูดหายใจลึก
ดวงตาสาดประกายราวกับมันเป็นดาวตกที่สว่างไสวในยามคำคืนที่มืดมิด
“ช่วยไม่ได้ที่ข้าจะต้องยอมรับว่าพรสวรรค์ของเจ้านั้นเกินกว่าข้า
เมื่อตอนที่ข้ามีอายุเท่ากับเจ้า ข้านั้นไม่ได้แข็งแกร่งเทียบเท่ากับเจ้า
ในตอนนี้เลย ยิ่งไปกว่านั้น ข้ากลับมีแรงกระตุ้นมากขึ้น ผู้ทรงพลังอย่างไร้
ที่เปรียบนั้นจำเป็นต้องมีเวทีอันยิ่งใหญ่เพื่อเติบโต และหุบเขาเจ็ดแก่นแท้
เล็กๆแห่งนี้ก็ไม่มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะเป็นเวทีนั้น และแม้จะเป็น
วีรบุรุษอันดับหนึ่งของหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ แต่มันก็ไม่มีความหมายอะไร
สำหรับข้าเลย”
“ที่แย่ไปกว่านั้น สายตาของข้าอาจถูกบดบังด้วยชื่อเสียงเหล่านี้ และ
ข้าอาจจะกลายเป็น ผู้อ่อนแอ! เพราะฉะนั้นเมื่อข้าตระหนักถึงสิ่งเหล่านี้
ได้ เมื่อข้าอายุ 18ปี ข้าจึงเริ่มออกเดินทางเพื่อท้าประลองกับสำนักระดับ
3 สำนักอื่น แม้แต่หุบเขานกยูงข้าก็ไปมาแล้ว ตอนแรกนั้น ข้าได้พ่ายแพ้
ไปหลายครั้งและชนะเพียงไม่กี่ครั้ง แต่หลังจากนั้นข้าก็เริ่มที่จะเอาชนะได้
มากขึ้นเรื่อยๆ และพ่ายแพ้เพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้น! และในปีนี้ ข้าไปท้าทาย
เหล่าอัจฉริยะทั้ง 4 และเอาชนะได้ทั้งหมด!”
“เพราะฉะนั้น ข้าจึงเริ่มที่จะสับสนอีกครั้ง คิดว่าข้าอาจสูญเสีย
เส้นทางของตัวเองไป แต่เจ้ากลับโผล่ออกมา! เจ้าคือคู่แข่งแห่งโชคชะตา
ของข้า หากข้าสามารถจะเอาชนะเจ้าได้ ข้าก็จะกลายเป็นวีรบุรุษแห่งโลก
ใบนี้ ยิ่งพรสวรรค์ของเจ้าสูงส่งเพียงใด จิตวิญญาณของข้าก็ยิ่งลุกโชนมาก
ขึ้นเท่านั้น!”
“หลินหมิง เจ้าอย่าทำให้ข้าผิดหวังล่ะ!”
หลินหมิงมองไปที่เจียงเป่าอวิ้นอย่างประหลาดใจ เขาไม่เคยคิดเลย
ว่าเจียงเป่าอวิ้นจะมีมุมมองที่กว้างไกลถึงเพียงนี้
ใน 1 ปี เขาได้ท้าประลองกับ 4 อัจฉริยะจากสำนักระดับ 3 สำนัก
อื่น และยังสามารถเอาชนะได้ทั้งหมด ต้องรู้ว่านี่คือความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่
อย่างมาก เพราะหุบเขาเจ็ดแก่นแท้เองก็ไม่ถูกจัดว่าเป็นสำนักชั้นนำ
ท่ามกลางสำนักระดับ 3
ไม่แปลกใจเลย ที่ถึงแม้เจียงเป่าอวิ้นจะเคยพ่ายแพ้ให้กับโอวหยางห
มิงเมื่อ 3 ปีก่อนในงานประลองชุมนุมร่วมสำนัก แต่อำนาจและชื่อเสียง
ของเขากลับมากมายมหาศาลยิ่งกว่าโอวหยางหมิง และไม่อาจจะ
สั่นคลอนได้อีกด้วย ความสำเร็จทั้งหมดนี้เขาได้มาด้วยกระบี่ของเขาเอง!
หลินหมิงก็เข้าใจแล้วว่าเหตุใดเจียงเป่าอวิ้นจึงได้เชิญเขาเข้าร่วมกับ
แผนกกระบี่ นั้นเป็นเพราะว่าเขาไม่กลัวต่อการท้าทาย กล่าวได้อีกอย่าง
ว่า เขารอคู่ต่อสู้มานานเพื่อที่จะได้ทดสอบผีมือของตนเอง การตัดสินใจที่
จะท้าทายตนเอง… มันก็คือที่หัวใจแห่งนักสู้ นี่คือหัวใจที่เหล่านักสู้
โดยทั่วไปควรมี!
หลินหมิงจึงกล่าวออกมาอย่างช้าๆว่า “จากช่วงเวลาที่ข้าได้ตัดสินใจ
เดินบนเส้นทางแห่งนักสู้ ข้ามักจะได้ยินชื่อเสียงอันยิ่งใหญ่ของหุบเขาเจ็ด
แก่นแท้ สำหรับข้าในตอนนั้น หุบเขาเจ็ดแก่นแท้นั้นราวกับขุนเขาที่สูง
เสียดฟ้าที่ข้าไม่สามารถจะปีนขึ้นไปได้ เป็นไปไม่ได้ที่นักสู้ธรรมดาจะ
มองเห็นยอดของมันด้วยซ้ำ และหลังจากที่ข้าได้เข้าสำนักเจ็ดแก่นแท้ของ
อาณาจักรลิขิตฟ้า ข้าก็ยิ่งได้รู้ถึงความแข็งแกร่งของหุบเขาเจ็ดแก่นแท้
มากขึ้น เพราะการมีอยู่ของพวกเจ้า นักสู้หลายคนเช่นข้าหรือคนอื่นๆ จึง
ได้สูญเสียโอกาสที่จะได้ฝึกฝนบนเส้นทางแห่งนักสู้ไปตลอดกาล นี่คือ
โชคชะตาที่ติดตัวพวกเขามาตั้งแต่เกิด! ดังนั้นข้าจึงหวังเอาไว้ว่าสักวัน ข้า
จะใช้หอกของข้าทะลวงโชคชะตาเหล่านี้ที่กังขังข้าเอาไว้ และควบคุม
ชะตาชีวิตของตัวข้าเอง!”
“ในตอนนี้ สิ่งที่ข้าจะกล่าวก็คือหากเจ้าต้องการที่จะเอาข้าไปเป็นคู่
แข็งแห่งโชคชะตาของเจ้า เช่นนั้นข้าก็จะบอกเอาไว้ว่าเจ้าจะไม่ผิดหวัง
อย่างแน่นอน แต่ไม่ว่าเจ้าจะก้าวตามรอยเท้าของข้าทันหรือไม่ มันก็
ขึ้นอยู่กับตัวเจ้าเอง!”
เมื่อหลินหมิงกล่าวคำเหล่านี้ออกมา เหล่าผู้ชมต่างก็ตื่นตระหนก
นี่ช่างเป็นคำกล่าวที่บ้าบิ่นยิ่งนัก การที่นักสู้จาก 36 อาณาจักรกล่าว
คำเช่นนี้ออกมา หากเป็นเมื่อไม่กี่วันก่อน เหล่าศิษย์หุบเขาเจ็ดแก่นแท้คง
จะหัวเราะจนท้องแข็ง แต่ในตอนนี้ ไม่มีผู้ใดกล้าที่จะหัวเราะเลย นั่นเป็น
เพราะว่า หลินหมิงมีคุณสมบัติที่จะกล่าวเช่นนั้น!
“ดี!” เจียงเป่าอวิ้นหัวเราะ “หลินหมิง เอาหอกของเจ้าออกมาซะ!”
คำกล่าวนี้เต็มไปด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ที่ทรงพลังราวกับมี
สายฟ้าผ่าลงมายังหุบเขาเจ็ดแก่นแท้
“เอาหอกของเจ้าออกมา!”
“เอาหอกของเจ้าออกมา!”
“เอาหอกของเจ้าออกมา!”
เสียงดังก้องพุ่งสูงถึงฟากฟ้า ก้องกังวานไปทั่วทั้งสวรรค์และปฐพี!
ในตอนนี้เองที่บรรยากาศทั่วทั้งสนามประลองต่างกลายเป็นดุเดือด
เลือดพล่าน แต่ในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นการเชียร์หลินหมิงหรือเจียงเป่าอวิ้น แต่
เป็นเสียงเชียร์ที่เกิดจากความต้องการที่จะได้เห็นผู้ที่จะกลายเป็นอันดับ
หนึ่งของเหล่ารุ่นเยาว์นี้!
หลินหมิงสะบัดมือเล็กน้อยและหอกอ่อนปราณคลั่งก็ปรากฏออกมา
ในมือของเขา ออร่าของเขาก็ปะทุออกมาในทันใด ราวกับขุนเขาที่ไม่
สามารถสั่นคลอนได้!
ในตอนนี้เจียงเป่าอวิ้นเองก็เคลื่อนไหวเช่นกัน เขาเริ่มก้าวเดินไป
ข้างหน้าเข้าหาหลินหมิงอย่างช้าๆ อย่างไรก็ตาม ย่างก้าวของเขาเต็มไป
ด้วยความรู้สึกที่น่าเกรงขาม ราวกับกำลังย่างก้าวไปบนเมฆหมอก หลัง
ผ่านไปไม่กี่ก้าว บางอย่างที่ไม่น่าเชื่อก็เกิดขึ้น เกิดเงามืดที่มีรูปร่าง
เหมือนกับเขาขึ้นด้านหลัง!
เงามืดนี้สวมชุดสีดำและกำลังถือกระบี่ฟ้าอยู่ในมือ มันเกือบจะ
เหมือนกับเจียงเป่าอวิ้นเลยทีเดียว จนยากที่จะแยกออกได้
เงามืด?
หลินหมิงขมวดคิ้วและส่งพลังจิตวิญญาณออกไปตรวจสอบ เขา
สามารถสัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่ออกมาจากร่างเงามืดนี้ได้!
มันราวกับไม่ใช่เพียงแค่ภูติผี เพราะร่างเงามืดนี้มันสามารถโจมตีได้
พลังในการโจมตีของมันนั้นไม่ด้อยไปกว่าเจียงเป่าอวิ้นตัวจริงเลย!
หลินหมิงถอนหายใจอย่างหนักหน่วง ยังมีเคล็ดบ่มเพาะที่ลึกลับและ
แปลกประหลาดเช่นนี้ในโลกด้วยหรือ?
เมื่อเจียงเป่าอวิ้นทั้งสองปรากฏออกมา เหล่าผู้ชมต่างก็ตกตะลึง
เจียงเป่าอวิ้นกล่าวออกมาว่า “จากสีหน้าของเจ้า ดูเหมือนเจ้าจะรู้
แล้วสินะ เจ้าคิดถูกแล้ว เงามืดที่อยู่ด้านหลังข้านี้ไม่ใช่เพียงแค่ภูผีธรรมดา
มันมีทั้งพลังและความรวดเร็วเทียบเท่ากับข้า มันคือกายจิตวิญญาณแห่ง
กระบี่ของข้า ในตอนนี้อาจจะกล่าวได้ว่าเจ้ากำลังสู้กับข้าถึง 2 คน”
“อะไรกัน? ราวกับว่าต้องสู้กับเจียงเป่าอวิ้นถึง 2 คนเลยหรือ!?”
หลายคนต่างกลืนน้ำลาย เจียงเป่าอวิ้นคนเดียวก็ราวกับสัตว์
ประหลาดแล้ว และทักษะกระบี่ของเขายังอยู่ในระดับที่สูงอย่างมากอีก
ด้วย การโจมตีของเขาเฉียบคม รวดเร็ว และรุนแรงเป็นอย่างยิ่ง แต่
ในตอนนี้หลินหมิงกลับต้องเผชิญหน้ากับเขาถึง 2 คนในคราวเดียวกัน นี่
มันเรื่องบ้าอะไรกัน?
ทุกคนย่อมรู้ว่าเจียงเป่าอวิ้นนั้นแข็งแกร่งเพียงใด เพียงปีเดียว เขาได้
ท้าทายอัจฉริยะทั้ง 4 จากสำนักระดับ 3 สำนักอื่น และยังสามารถ
เอาชนะพวกเขาได้ทั้งหมด แต่เป็นเพราะเจียงเป่าอวิ้นออกไปต่อสู้ใน
ดินแดนที่ห่างไกล จึงไม่มีผู้ใดเคยเห็นความแข็งแกร่งของเขาด้วยตาจริงๆ
ว่าแข็งแกร่งถึงเพียงใด
ท่ามกล่างเหล่าผู้ชม ฉินซิงเซวียนกังวลอย่างมากขณะที่กุมมือของ
นางเอาไว้แน่น หลินหมิงจะสามารถรับมือได้หรือไม่? และเจียงเป่าอวิ้นก็
ยังไม่ได้ใช้กระบี่ผลึกที่ดำออกมาเลย!
“กายจิตวิญญาณแห่งกระบี่?”
นี่เป็นการเปิดโลกทัศน์ของหลินหมิง เคล็ดวิชาของนักสู้นั้นมี
มากมายหลากหลายนับไม่ถ้วน และมีจำนวนมากที่ไม่อาจเข้าใจได้ บาง
ประเภทก็ไม่เคยได้ยิน และเช่นที่ปรากฏตรงหน้าของหลินหมิง ก็เป็น
ประเภทที่เขาไม่เคยคิดว่าจะมีอยู่จริงเลยด้วยซ้ำ
เกือบทั้งหมดของเคล็ดวิชาเหล่านี้ต่างก็มีระดับปานกลางหรือนอกรีต
เพราะว่าพวกมันมีมากเกินไป จึงมีบางเคล็ดการบ่มเพาะที่ถูกจัดว่าเป็น
สมบัติที่ยอดเยี่ยมแม้แต่ในแดนเทวะอยู่ รอให้เขาไปค้นหามัน
“เพลงกระบี่แห่งความเมตตา”
เจียงเป่าอวิ้นตะโกนลั่น และมีประกายแสงที่ฟ้าที่รวดเร็วราวกับแสง
ปรากฏขึ้นด้านหน้าของหลินหมิง!
ม่านตาของหลินหมิงหดเล็กลง
ย่างก้าววิหคทองคำถลาลม!
หวืดดด!
กระบี่แสงตัดผ่านร่างของหลินหมิง เจียงเป่าอวิ้นและกระบี่ของเขา
พุ่งผ่านร่างของหลินหมิง แต่มันเป็นเพียงภาพติดตาของหลินหมิงที่เหลือ
ทิ้งไว้เท่านั้น!
เจียงเป่าอวิ้นไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง กายจิตวิญญาณกระบี่ของ
เขาก็กวาดฟันออกไปด้วยความเร็วและพลังที่เท่าเดิม ไม่อาจจะหยุดยั้ง
ได้!
แสงสีฟ้าแวบขึ้นพุ่งตรงไปยังคอของหลินหมิง ในตอนนี้หลินหมิง
กำลังอยู่กลางอากาศ เขาคงไม่อาจที่จะหลบได้!
“อ๊า!” เหล่าผู้ชมต่างไม่มีเวลาที่จะตะโกนออกอย่างตื่นตระหนก
ดวงตาของหลินหมิงสาดประกายด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้
“วิธีแห่งลม!”
ภาพติดตาอีกอันถูกตัดขาด หลินหมิงกลับลงมาบนพื้นพร้อมหอกใน
มือ แต่ชุดของเขามีรอยขาด
“รวดเร็วยิ่งนัก”
หลินหมิงตกตะลึง ความจริงคือความเร็วของหลินหมิงไม่ได้ช้าเลย
วิถีแห่งลมได้ผสานเข้ากับการโจมตีและการเคลื่อนไหวของเขา ไม่ว่าจะ
เป็นการโจมตีหรือการเคลื่อนไหวของเขาก็เกินกว่าที่นักสู้ระดับเดียวกับ
จะมีได้!
อย่างไรก็ตามเขาไม่สามารถที่จะตามทันความเร็วของเจียงเป่าอวิ้น
อาจจะกล่าวได้ว่าความเร็วของเจียงเป่าอวิ้นนั้นแปลกประหลาดเกินไป!
มันเป็นไปได้อย่างไรกัน?
หลินหมิงพบว่ามันน่าเหลือเชื่ออย่างมาก นักสู้ที่อยู่ในขั้นผสานชีพจร
จะสามารถมีความเร็วได้ถึงเพียงนี้เลยอย่างนั้นหรือ?
‘เป็นเช่นนี้เอง… เจียงเป่าอวิ้นสามารถทำความเข้าใจถึงย่างก้าวแห่ง
กระบี่ของเขาเองได้แล้วซินะ’
ในห้องโถงหลักของหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ ฉีซงเทียนกำลังจ้องไปที่เจียง
เป่าอวิ้น และอดที่จะตื่นเต้นไม่ได้ สิ่งที่เรียกว่าย่างก้าวแห่งกระบี่นี้ก็คือ
การที่สามารถผสานการเคลื่อนไหวเข้ากับเจตจำนงแห่งกระบี่ได้ เมื่อการ
เคลื่อนไหวของคนไปถึงในระดับที่พวกเขาสามารถเป็นหนึ่งเดียวกับกระบี่
และกระบี่จะเคลื่อนไหวตามผู้ใช้ ผู้ใช้เคลื่อนไหวตามกระบี่ เพราะเป็น
เช่นนี้ เจียงเป่าอวิ้นจึงสามารถเข้าถึงความเร็วที่น่าหวาดกลัวอย่างแท้จริง
เมื่อจะเดินบนเส้นทางแห่งผู้ใช้กระบี่ ไม่เพียงแค่ต้องมีระดับการบ่ม
เพาะที่สูงเท่านั้น แต่ยังต้องมีศักยภาพที่สูงอีกด้วย เจียงเป่าอวิ้นที่
สามารถเข้าสู่ขอบเขตของย่างก้าวแห่งกระบี่ได้ก็เพราะศักยภาพและ
พรสวรรค์ที่สูงส่งของเขานั้นเอง!
ไม่ใช่เพียงแค่ฉีซงเทียน เหล่าผู้อาวุโสคนอื่นๆก็ตื่นตระหนกเช่นกัน
ความเร็วของหลินหมิงนั้นก็ว่ารวดเร็วแล้ว แต่ความเร็วของเจียงเป่าอวิ้นก
ลับยิ่งกว่าเสียอีก! เขาเกิดมาพร้อมกับจิตวิญญาณแห่งกระบี่อย่างแท้จริง
และเขาสามารถเข้าสู่ขอบเขตของย่างก้าวแห่งกระบี่ได้ตั้งแต่อายุ 19 ปี
เขาเป็นผู้ใช่กระบี่ที่หาได้ยากในรอบพันปีของทั่วทั้งหุบเขาเจ็ดแท้!
ผู้นำแผนกกลั่นสกัด ฮั่วซวน อดที่จะถามไม่ได้ว่า “ผู้อาวุโสเจียง
แท้จริงแล้วขอบเขตใดกันที่เจียงเป่าอวิ้นได้ไปถึง? ผ่านมาแค่ปีเดียวที่ข้า
ได้เห็นฝีมือของเขา แต่มันเทียบกับเขาในตอนนี้ไม่ได้เลย”