Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 291 การโจมตีสุดท้าย
ในตอนนั้นเอง ปราณกระบี่ของเจียงเป่าอวิ้นทะลวงปราณแท้สีคราม
ของหลินหมิง ก่อนจะถูกแยกออกจากกันโดยปลายของหอกอ่อนปราณ
คลั่งและทะลวงเข้าไปในร่างกายของหลินหมิง!
หืม!
หลินหมิงมีอาการโซเซ ความรู้สึกแปลกประหลาดพุ่งเข้าไปในทะเล
จิตวิญญาณของเขา เขาสามารถได้ยินเสียงกระบี่บินผ่านหูของเขาไป
เสียงใสเป็นอย่างยิ่ง แต่มันน่าอึดอัดที่ได้ฟังเสียงนี้
การโจมตีด้วยพลังจิตวิญญาณ?
หลินหมิงตอบโต้กลับไปทันที แต่เสียงกระบี่ที่ได้ยินในหู บินเข้าไปใน
ทะเลจิตวิญญาณของหลินหมิงแล้ว!
ปัง!
ภายในทะเลจิตวิญญาณของหลินหมิง กระบี่มหึมาสีดำปรากฎ
ออกมาและกำลังผ่าลงมา!
“บึมมม!”
ทะเลจิตวิญญาณปั่นป่วน คลื่นน้ำอันใหญ่โตหมุนอยู่ทั่วทุกที่มังกร
วารีสีม่วงพุ่งขึ้นไปในท้องฟ้าปะทะเข้ากับกระบี่มหึมาสีดำ! ทั้งสองปะทะ
ซึ่งกันและกันและสายฟ้าก็ระเบิด รัศมีของปราณกระบี่สีดำแผ่ออกไป
ก่อให้เกิดคลื่นขนาดมหึมาปะทุไปทั่วภายในทะเลจิตวิญญาณ
หลินหมิงสั่นสะท้าน ใบหน้าซีดอย่างมาก เป็นกระบี่สีดำเรียกว่ากาย
หยาบจิตวิญญาณแห่งกระบี่? หลินหมิงเคยได้ยินสิ่งนี้มาก่อน จิตวิญญาณ
แห่งกระบี่ ดังนั้นสิ่งนี้ควรเรียกว่าจิตวิญญาณแห่งกระบี่เป็นรูปร่างของจิต
วิญญาณกระบี่อย่างแท้จริง บุคคลที่มีจิตวิญญาณแห่งกระบี่มาโดยกำเนิด
ชนิดนี้เป็นสิ่งที่หายากเป็นอย่างมาก พวกเขาสามารถหลอมรวมจิต
วิญญาณเข้าไปในเจตจำนงแห่งกระบี่และพวกศักภาพในการใช้กระบี่จะมี
มากจนน่าเชื่อเชื่อ พวกเขาสามารถฝึกกระบี่เพียงใช้เวลาครึ่งเดียวของคน
ทั่วไปกลับได้ผลออกมาเป็นสองเท่า
เห็นได้อย่างชัดเจนว่า เจียงเป่าอวิ้นได้หลอมรวมเจตจำนงแห่งกระบี่
ที่อยู่ภายในจิตวิญญาณของเขาในการโจมตีครั้งนี้ ดังนั้นเขาจึงสามารถ
สร้างพลังโจมตีทางจิตวิญญาณได้!
พลังจิตวิญญาณของเจียงเป่าอวิ้นไม่ได้ทรงพลังมากนัก แต่ด้วยการ
หลอมรวมของเจตจำนงแห่งกระบี่ มันไม่ใช่สิ่งที่นักสู้ธรรมดาจะ
เปรียบเทียบได้
“จิตวิญญาณแห่งกระบี่แข็งแกร่งอะไรเช่นนี้!”
ทะเลจิตวิญญาณของหลินหมิงได้ถูกเสริมความแข็งแกร่งด้วยพลัง
ของมังกรวารีสีม่วงสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ ความสามารถในการป้องกันพลังจิต
วิญญาณของเขาอยู่เกินจิตนาการของทุกคน แต่กลับไม่สามารถที่จะ
ป้องกันการโจมตีด้วยพลังจิตวิญญาณของจิตวิญญาณแห่งกระบี่!
อย่างไรก็ตาม ความมุ่งมั่นของจิตวิญญาณแห่งกระบี่ได้กระตุ้นความ
หยิ่งยะโสของมังกรวารีสีม่วงสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์
“โฮกกกกกกกกกก!”
มังกรวารีสีม่วงสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ระเบิดเสียงคำรามที่ดังสั่นหวั่นไหว
ออกมา ร่างกายทั้งหมดของมันได้ส่องแสงออกมาด้วยแสงสีม่วงอันเจิดจ้า
กรงเล็บอันแหลมคมของมันได้แทงลงไปที่จิตวิญญาณแห่งกระบี่ ทำให้มัน
สั่นเกิดแสงรัศมีสลัวๆแผ่ออกมา
ปัง!
เจียงเป่าอวิ้นได้รับกระบี่ของเขาและดึงกลับมาา ในการโจมตีเมื่อครู่
เขารู้สึกปั่นป่วนที่ท้อง
แม้ว่าเจียงเป่าอวิ้นจะทราบว่าหลินหมิงมีพลังในการป้องกันทางจิต
วิญญาณที่น่ากลัวอย่างยิ่ง แต่เขาไม่เคยคาดคิดว่ามันจะแข็งแกร่งถึงขั้นที่
สามารถทำลายการโจมตีของเขาได้ ถ้าจิตวิญญาณของเขาไม่หลอม
รวมเข้ากับเจตจำนงแห่งกระบี่และมีพลังป้องกันมหาศาลแล้วละก็ เขา
อาจจะได้รับผลกระทบทางจิตวิญญาณอย่างรุนแรงในการโจมตีครั้งนั้น
การโจมตีทางวิญญาณของเจียงเป่าอวิ้นไม่เป็นผล และการโจมตี
ปราณประบี่ของเขาไม่ผลเช่นกัน ปราณแท้สีครามสามารถป้องกันหลินห
มิงอย่างต่อเนื่องอย่างไม่มีที่สิ้นสุด และความสามารถในการป้องกัน
ทางด้านร่างกายของหลินหมิงก็น่าตกใจ ไม่ว่าจะด้านไหนก็ทำให้เลือด
ของทุกคนเดือดพล่านไปด้วยความอิจฉา
เจียงเป่าอวิ้นสามารถทะลวงการป้องกันของหลินหมิงในการต่อสู้
ระยะประชิดเท่านั้น แต่เนื่องจากเขาเกรงกลัวมังกรวารีสีม่วงสายฟ้า
ศักดิ์สิทธิ์ เขาก็ไม่สามารถเข้าไปสู้ระยะประชิดมากเกินไป
แม้จะเป็นเจียงเป่าอวิ้น ที่รู้จักกันในเรื่องความภาคภูมิใจในการโจมตี
ที่ทรงพลังของเขา เขายังมีความรู้สึกหวาดกลัวที่จะถูกจัดการที่พลังอัน
รุนแรงของหลินหมิงจนถึงแก่ชีวิต
และนอกเหนือจากนั้น เจียงเป่าอวิ้นค้นพบว่าแม้จะมีเกิดการต่อสู้ที่
รุนแรงยาวนานจนถึงตอนนี้ หลินหมิงไม่ได้แสดงให้เห็นถึงความ
ยากลำบากในโคจรปราณแท้ของเขาเลย นี้พิสูจน์ให้เห็นว่าความอดทน
ของหลินหมิงนั้นสูงกว่าเขา!
ถ้าหากการต่อสู้นี้ยังดำเนินออกไปอีกเล็กน้อย เจียงเป่าอวิ้นอาจจะ
ไม่ได้รับความพ่ายแพ้ แต่ถ้ามันยังยืดเยื้อยาวนานเกินไป ปราณแท้ของ
เขาจะลดลงอย่างช้าๆ และเขาจะได้รับความพ่ายแพ้เมื่อไรก็ขึ้นอยู่กับ
เวลาเท่านั้น
เมื่อตระหนักถึงเรื่องนี้ เจียงเป่าอวิ้นชี้กระบี่ของเขาไปทางหลินหมิ
งและกล่าวว่า “หลินหมิง เจ้านั้นเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดในรุ่นเยาว์ที่ข้า
เคยพบมาในช่วงชีวิตตลอด 20 ปีของข้า ความเร็วและพลังโจมตีด้วยพลัง
จิตวิญญาณที่ข้าหลงโง่ภาคภูมิใจกลับไม่สามารถทำอะไรกับเจ้าได้
ในตอนนี้ ข้าจะทุ่มเท่ทุกสิ่งทุกอย่างลงในกระบี่สุดท้าย ถ้าเจ้าสามารถรับ
การโจมตีนี้ได้ เช่นนั้นข้าจะขอยอมแพ้”
หลินหมิงได้รับความรู้ความเข้าใจมากมายจากการโจมตีทางจิต
วิญญาณเมื่อครู่ ได้ยินสิ่งที่เจียงเป่าอวิ้นกล่าวขึ้นมาเช่นนี้ เขาตอบกลับไป
ว่า “ย่อมได้ หลังจากการต่อสู้ครั้งนี้ ไม่ว่าข้าจะชนะหรือแพ้ ข้าต้องการ
คำชี้แนะกับศิษย์พี่ใหญ่เจียงเสมอ หลังจากการต่อสู้ครั้งนี้ ข้าจะได้รับ
ประโยชน์อย่างมหาศาล”
“ฮาฮ่า ข้าก็รู้สึกเช่นเดียวกัน”
เจียงเป่าอวิ้นเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วอีกครั้ง ในช่วงเวลานั้น ราวกับ
ว่าร่างกายทั้งหมดของเขากำลังกลายเป็นกระบี่ที่เต็มไปด้วยศักยภาพและ
มีพลังมหาศาล แล้วยังเฉียบคมอย่างยิ่ง!
เพลงกระบี่ทลายฟากฟ้า!
นี่คือกระบวนท่าที่แข็งแกร่งที่สุดของเจียงเป่าอวิ้น มันจะใช้การ
หลอมรวมจิตวิญญาณแห่งกระบี่และเจตจำนงแห่งกระบี่ของเขาเพื่อเป็น
พลังในการใช้ทักษะดั่งเดิมที่เป็นมรดกตกทอดแผนกกระบี่ ด้วยระดับการ
บ่มเพาะของเจียงเป่าอวิ้นในปัจจุบัน เขาสามารถแสดงได้เพียงพื้นฐาน
ของพลังนี้ แม้จะเป็นเช่นนั้น มันยังคงมีอำนาจแห่งความน่าเกรงขามของ
เทพและปีศาจ!
ปราณกระบี่ตัดผ่านความว่างเปล่าและเกิดเสียงกระบี่สายลมหวีดห
วิ้วไปทั่วทั้งหุบเขา
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับการโจมตีครั้งสุดท้ายของเจียงเป่าอวิ้น
วิสัยทัศน์หลินหมิงมั่นคง และมือทั้งสองข้างคว้าหอกของเขาขึ้นมา จิตใจ
ของเขามุ่งเน้นไปที่หอกและพลังของมังกรแท้จริงโคจรจนถึงขีดสุด
เบื้องหลังของหลินหมิง ปรากฎร่างเงาของมังกรแท้จริงขึ้นมาอีกครั้ง
ด้วยเสียงคำรามของมังกร หอกของหลินหมิงก็ได้พุ่งออกไป!
ปราณแท้สั่นสะเทือนส่งเสียงกู่ร้อง พลังอันมหาศาลของมันปะทะ
เข้ากับปราณกระบี่ของเจียงเป่าอวิ้น กระเบื้องใต้เท้าของพวกเขาแตก
ออกเป็นเสี่ยงๆด้วยการโจมตีนี้ การปะทะนี้สูสีเป็นอย่างมาก
สำหรับเจียงเป่าอวิ้นที่ใช้กระบี่ปะทะกับหอกและพร้อมกับต้านพลัง
ปราณแท้สีครามที่สั่นสะเทือน 10,000 เส้นของหลินหมิงโดยไม่แม้แต่จะ
ถูกพลักถอยหลังไป พลังของเพลงกระบี่ทลายฟากฟ้าทรงพลังเหนือ
จินตนาการอย่างแท้จริง!
ในเวลานี้ กระบี่เริ่มที่จะส่งเสียงก้อง กายจิตวิญญาณแห่งกระบี่ที่
เจียงเป่าอวิ้นสร้างขึ้นก่อนหน้านี้ได้คว้ากระบี่สีฟ้าและฟันลงไปยังหลินห
มิง
“อ่า!!!”
เหล่าผู้ชมตะโกนออกมาด้วยความตื่นตระหนก ฉินจื่อหยา ฉินซิงเซ
วียน และคนอื่นรู้สึกว่าหัวใจของพวกเขากำลังหยุดเต้น พลังเพลงกระบี่
ทลายฟากฟ้านั้นไม่สามารถที่จะหยุดยั้งได้ แล้วยังมีการโจมตีของกายจิต
วิญญาณแห่งกระบี่บวกเข้าไปอีก นี้คือการโจมตีคูณสอง!
ม่านตาของหลินหมิงหดลง และปราณแท้ถูกกระตุ้นอย่างรวดเร็ว
ภายในเมล็ดพันธุ์อำนาจครอบงำวิญญาณ อาวุธที่ซ่อนอยู่ภายในร่างของ
เขา มันคือเข็มโลหะมังกรม้วนและพร้อมเสียงคำรามที่ดังออกมา!
ปังงง!
เข็มโลหะมังกรม้วนได้ปะทะกับลำแสงลำแสง พลังอันมหาศาลของ
สายฟ้าระเบิดออกมา!
เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ!
มันราวกับว่ามีดวงอาทิตย์สีม่วงสาดแสงอยู่บนเวทีการต่อสู้ กายจิต
วิญญาณกระบี่ถูกเผาทำให้หายไปเป็นความว่างเปล่าทันที และกระบี่สีฟ้า
ได้สูญเสียจิตสำนึกไป ชนกับด้านล่างและแยกสนามประลองออกเป็นสอง
ส่วน ล่วงลงมาและเสียบลงบนพื้น
ในเวลาเดียวกัน เข็มโลหะมังกรม้วนได้ยังคงสามารถพุ่งต่อไป
ข้างหน้า ถึงแม้พลังของมันจะลดลงไปเป็นจำนวนมาก มันก็ยังคงกู้ร้อง
ขณะที่พุ่งไปยังเจียงเป่าอวิ้น!
ฉึบ!
ปราณแท้ที่ป้องกันร่างกายของเจียงเป่าอวิ้นได้ฉีกขาด ทั่วร่างได้เกิด
เป็นอัมพาต เข้าได้ถูกกระแทกปริ้วออกไปพร้อมกับสำลักโลหิตออกมา!
เจียงเป่าอวิ้นได้กระแทกเข้ากับม่านป้องกันของเวทีและร่วงลงบน
พื้น เพราะม่านพลังได้ถูกเสริมความแข็งแกร่งเข้าไปมากกว่าเดิม ตอนนี้
มันสามารถป้องกันการโจมตีเต็มกำลังของผู้ที่มีระดับพลังขั้นปราณปลาย
ฟ้าช่วงต้นได้ทั้งหมด นั้นคือเหตุผลที่การต่อสู้ที่รุนแรงของเจียงเป่าอวิ้น
และหลินหมิง ยังคงไม่สามารถทำลายม่านพลังป้องกันเวทีได้เหมือน
เมื่อก่อน
เหล่าผู้ชมทั้งหมดเงียบราวกับคนตาย ความจริงแล้วการพ่ายแพ้ของ
เจียงเป่าอวิ้นไม่ได้เหนือความการณ์ของทุกคน ถ้าจะกล่าวให้ถูกต้องคือ
ไม่มีใครรู้ว่าผู้ใดจะได้รับชัยชนะและผู้ใดจะได้รับความพ่ายแพ้ ซึ่งเห็นได้
จากอัตราต่อรองของโต๊ะพนันที่ออกมาก่อนการประลองเริ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม ในขณะที่เหล่าผู้ชมเห็นความจริงที่ว่าเจียงเป่าอวิ้น
นอนนิ่งอยู่บนเวทีประลองและบาดเจ็บสาหัส พวกเขาทั้งหมดรู้สึกราวกับ
ว่าพวกเขากำลังอยู่ในโลกแห่งความฝัน
สำหรับพวกเขา เจียงเป่าอวิ้นคือผู้สูงส่ง ในเวลาเพียงหนึ่งปี เขาได้
มอบความพ่ายแพ้ให้กับศิษย์สายตรงของสำนักระดับ 3 รวมทั้งสำนักชั้น
นำในระดับ 3 อย่างหุบเขานกยูงอีกด้วย
ชัยชนะในครั้งนั้นรู้สึกราวกับทุกคนได้ทำสำเร็จร่วมกับเขาไปด้วย
ภายในหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ เจียงเป่าอวิ้นถูกพิจารณาว่าไม่มีวันพ่ายแพ้
ให้กับคนในเดียวกันอย่างแน่นอน แม้ว่ามันจะเป็นโอวหยางหมิงที่ได้รับ
อันดับที่สูงในงานประลองชุมนุมประลองสำนักในครั้งที่ผ่านมา แต่ก็ไม่มี
ใครสักคนเชื่อว่าเขาปราบเจียงเป่าอวิ้นลงได้
แต่ตอนนี้ ตำนานที่รู้จักกันในนามของเจียงเป่าอวิ้นผู้ที่มีพรสวรรค์สูง
ที่สุดในแผนกกระบี่ที่หาได้ยากในรอบหลายร้อยปี กลับได้รับความพ่าย
แพ้โดยศิษย์จาก 36 อาณาจักร ไม่เพียงเท่านั้น แต่การบ่มเพาะพลังของ
ศิษย์คนนี้อยู่เพียงขั้นผสานชีพจรระช่วงต้น…
นี่มันไม่แตกต่างจากความฝันเลย
ในห้องโถงหลัก ฉีซงเทียนหายใจอย่างหนักหน่วง ในการประลอง
รอบสุดท้ายนี้ เขาพอใจกับชัยชนะของหลินหมิงจริงๆ แต่หลังจากดูการ
ต่อสู้ทั้งหมด เขาตกตะลึงเป็นอย่างมาก – มันเป็นเพราะเข็มโลหะมังกร
ม้วน!
ครั้งที่สองที่เข็มโลหะมังกรม้วนปรากฎออกมา ถึงฉีซงเทียนจะมี
ความรู้สึกเลือนลางว่ามันคือสิ่งใด แต่เขาไม่กล้าที่จะยืนยันการคาดการณ์
นี้ หรืออาจจะกล่าวให้ถูกต้องคือ เขาไม่กล้าที่จะเชื่อต่างหาก!
ในการแข่งขันครั้งนี้ หลินหมิงได้ซ่อนเข็มโลหะมังกรม้วนเอาไว้
ภายในร่างกายของเขา ใช้มันเพื่อต้านเจียงเป่าอวิ้นและร่างจิตวิญญาณ
กระบี่ของเขาในการโจมตีระยะประชิดเพื่อชดเชยความเสียเปรียบในด้าน
ความเร็ว
เพื่อที่จะสามารถใช้เข็มโลหะม้วนมังกรให้ถึงระดับนี้ เป็นไปได้
หรือไม่ว่ามันเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำลายและถูกสร้างขึ้นมาโดยปรา
จารย์ผู้นึง?
ด้วยเหตุนี้ ฉีซงเทียนสามารถยืนยันการคาดการณ์ในใจของเขาได้ว่า
อาวุธชิ้นนี้ถูกสร้างขึ้นจากบีบอัดจิตวิญญาณสายฟ้าแต่ไม่ใช่จิตวิญญาณ
สายฟ้าระดับต่ำแต่อย่างใด อย่างน้อยมันจะเป็นจิตวิญญาณสายฟ้าระดับ
มนุษย์ขั้นสูง หรืออาจจะเป็นแม้กระทั้งจิตวิญญาณสายฟ้าระดับปฐพี!
นี้เป็นความคิดที่ไร้สาระและไร้เหตุผลเป็นอย่างมาก จิตวิญญาณ
สายฟ้าระดับมนุษย์ขั้นสูงสามารถดูดซับได้โดยผู้ที่มีระดับพลังขั้นปราณ
ปลายฟ้าเป็นอย่างน้อยเท่านั้น
สำหรับจิตวิญญาณสายฟ้าระดับปฐพี แม้กระทั้งระดับปราณปลาย
ฟ้าขั้นกลางที่มีคุณสมบัติจำเพาะธาตุสายฟ้าก็ต้องระวังอย่างมากในการ
ดูดซับมัน!
เป็นไปได้อย่างไรที่หลินหมิงสามารถประสบความสำเร็จเช่นนี้?
ฉีซงเทียนเหลือบไปมองที่อาวุโสคนที่อยู่ข้างๆ และเขาเห็นผู้นำของ
แผนกกลั่นสกัดและผู้นำแผนกค่ายกลมีอาการตกตะลึงด้วยความไม่อยาก
เชื่อ สำหรับผู้อาวุโสคนอื่นๆ การแสดงออกของพวกเขาก็ไม่ต่างจากเดิม
แน่นอน ไม่สามารถตำหนิพวกเขาได้ที่ไม่ตระหนักถึงเข็มโลหะมังกรม้วน
อย่างถ่องแท้ แต่เดิม จิตวิญญาณายฟ้าเป็นสิ่งที่หายากเป็นอย่างมากและ
การดำรงอยู่ของมันมีอยู่น้อยมาก และแม้กระทั้งสำนักหุบเขาเจ็ดแก่นแท้
ก็ไม่มีปรมาจารย์ธาตุจำเพาะสายฟ้า ดังนั้นพวกเขาจึงไม่คุ้นเคยกับมัน ไม่
เพียงแค่นั้น แต่จิตวิญญาณสายฟ้าที่อยู่ในฝ่ามือของหลินหมิงยังคงเปลี่ยน
รูปร่างไปอยู่ในรูปร่างเข็ม
เฉพาะผู้ที่มาจากแผนกกลั่นสกัดและแผนกค่ายกลที่สงสัยเกี่ยวกับ
เรื่องนี้ นี้เป็นเพราะว่าพวกเขามักจะจัดการเรื่องเกี่ยวกับคลื่นแห่งเจ็ด
สวรรค์และพลังต้นกำเนิดโลกจากโลหะ ไม้ น้ำ อัคคี ปฐพี ลมและสายฟ้า
แน่นอน นี้เป็นเพียงข้อสงสัย พวกเขาไม่มีความมั่นใจและไม่ยากที่จะเชื่อ
มันเช่นกัน
ฉีซงเทียนช่วยไม่ได้ที่จะชำเลืองมองไปยังมู่ฉิงหง เห็นได้ชัดว่านาง
ไม่ได้แสดงอาการใดๆออกมาเลย หัวใจของเขารู้สึกแปลกๆ
ผู้หญิงคนนี้! หรือว่านางอาจรู้อยู่แล้วก็เป็นได้!
ฉีซงเทียนลังเลอยู่ครู่หนึ่งและไม่ได้กล่าวอะไรออกไป เรื่องพวกนี้เป็น
เรื่องที่น่าตกตะลึง ถ้ามันแพร่กระจายออกไปแล้ว มันจะสร้างปัญหาอย่าง
ใหญ่หลวงที่ไม่จำเป็นขึ้นมา
มู่ฉิงหงเม้มริมฝีปากของเธอขณะที่เธอนั่งใกล้กับฉีซงเทียน ดวงตา
ของเธอสว่างสดใส่ขึ้นขณะที่เธอมองไปที่หลินหมิง ‘ถ้าเขาเติบโตขึ้นอย่าง
ต่อเนื่องได้ถึงเพียงนี้ เช่นนั้นหลินหมิงจะสามารถทะลวงเข้าสู่ขั้นหลอม
รวมแก่นแท้ได้อย่างแน่นอน ไม่เพียงแค่นั้น แต่เขาจะเป็นนักสู้ขั้นหลอม
รวมแก่นแท้ที่มีสามารถต่อสู้กับผู้ที่มีการบ่มเพาะพลังที่เหนือกว่าเขาได้!’
ในเส้นทางแห่งนักสู้ ยิ่งก้าวเดินไปมากแค่ไหน มันยิ่งยากมากที่จะ
ต่อสู้ก้าวข้ามระดับขั้นที่เหนือกว่า มันเป็นเพราะช่องว่างระหว่างขั้นมีมาก
เกินไป ยิ่งระดับขั้นสูงเท่าใด ช่องว่างระหว่างขั้นก็จะมากขึ้นเท่านั้น เมื่อ
พวกเขายังเยาว์ เช่นเมื่อพวกเขาอยู่ในขั้นผสานชีพจร เหมือนกับเจียง
เป่าอวิ้นและมู่กู๋ปู่ยี่ อัจฉริยะที่สามารถต่อสู้ข้ามระดับกับคนที่มีการบ่ม
เพาะสูงกว่าได้ แต่การต่อสู้ข้ามขั้นของอัจริยะด้วยกันนั้นแม้จะเป็น
อัจฉริยะมันก็ยังยากราวกับปีนสวรรค์!
ดังนั้นผู้ที่อยู่ในขั้นหลอมรวมแก่นแท้ที่มีพลังในการต่อสู้ข้ามระดับขั้น
นั้นล้วนเป็นบุคคลสำคัญในทั่วทั้งขอบเขตของดินแดนทางใต้!
‘ดูเหมือนว่าแม้กระทั้งเชียนหยี่ยังประเมินเขาต่ำเกินไป เขาเป็น
มังกรแท้จริงที่อาศัยอยู่ภายในสระลึก ไม่ช้าก็เร็ว เขาจะต้องบินอยู่เหนือ
ท้องฟ้า มันเป็นเรื่องดียิ่งนักที่ข้าเดินทางมาร่วมงานในครั้งนี้ ไม่สิ ข้าควร
จะให้เชียนหยี่มาที่นี่เป็นการส่วนตัวมากกว่า!’
มู่ฉิงหงมีลางสังหรณ์ที่ว่าในอนาคต หลินหมิงจะต้องกลายมาเป็น
ตัวตนที่ยิ่งใหญ่ที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของทวีปนภาไหลริน ทิ้งชื่อเสียงของ
เขาไว้กับทุกคนใด้จดจำไปชั่วนิรันดร์!
ผู้ที่ทรงพลังดังกล่าวจะกลายเป็นบุคคลสำคัญที่เป็นผู้ก่อตั้งดินแดน
ศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขาเองและทะลวงเข้าสู่ระดับขั้นแห่งเหล่าทวยเทพ!
แต่ตัวตนที่ยิ่งใหญ่ดังกล่าวได้หายไปจากดินแดนทางใต้มาเป็นพันๆปี
แล้ว มันอาจจะกล่าวได้ว่าบุคคลเหล่านี้ไม่ได้มีตัวตนต่อไปอีกแล้ว
ขณะที่มู่ฉิงหงกำลังคิดเรื่องนี้อยู่ นางได้ส่งคลื่นเสียงกระแสปราณแท้
ไปยังสาวใช้ที่อยู่ด้านหลัง “แจ้งไปยังน้องหญิงเชียนหยี่และให้นางมาที่นี่
เป็นการส่วนตัว”