Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 31 ช่วงแห่งความผิดพลาด
ใจอย่างเด็ดเดี่ยวและเริ่มพูดอย่างโกรธเกรี้ยว “นี่เป็นคำตัดสินของ
ทางการ! มันไม่เกี่ยวว่าแกจะยอมรับหรือไม่ จับมันมัดเอาไว้! ”
เมื่อเขาออกคำสั่ง เชือกก็ถูกมันไว้รอบคอของหลินหมิง แม้ว่าหลินห
มิงจะมีความสามารถในการต่อสู้ แต่เฉ่าหมิงซานมีการฝึกฝนถึงขั้นที่สี่
ดังนั้นในตอนนี้เขายากที่จะขัดขืน
ในขณะนี้เสียงที่คุ้นเคยก็คำรามกึกก้องกังวานไปทั่ว “หลีกทางให้ข้า!!
หลินหมิงเงยหน้าขึ้นอย่างประหลาดใจ เขาเห็นเด็กหนุ่มตัวอ้วนวิ่งฝ่า
ฝูงชนเข้ามา ในมือของเขาเต็มไปด้วยของกิน เขาคือหลินเสี่ยวตง เมื่อ
หลินหมิงคิดถึงเรื่องก่อนหน้านี้ หลินเสี่ยวตงปลีกตัวไปหาของกินและเพิ่ง
จะได้รับรู้ถึงความวุ่นวายที่เกิดขึ้น
ทันทีที่หลินเสี่ยวตงเห็นหลินหมิงถูกมัดคอไว้ หัวใจของเขาก็ปวดร้าว
อย่างกระทันหัน “ไม่จริง! ทำไมพี่ถึงถูกจับกุมตัว?! ”
เฉาหมิงซานไม่รู้ว่าเด็กอ้วนนี้เป็นใครมาจากไหน เขากำลังจะโบกมือ
ออกคำสั่งให้โยนมันออกไป ทันใดนั้นสายตาของเขาเหลือบสายตาไปเห็น
แสงประกายเล็กๆ ประกายแสงนั้นเกิดขึ้นในฝ่ามือหลินหมิง
ยันต์สื่อสาร?
แววตาของเฉาหมิงซานเบิกกว้าง ยันต์นั้นสามารถเก็บบันทึกเสียง
และถ่ายโอนออกไป มันถูกนำมาใช้ในการสื่อสาร เด็กนี้ต้องการเก็บ
บันทึกการสนทนาและส่งออกไป!
ไอ้หนุ่มคนนี้!
เฉาหมิงซานรู้สึกถึงลางร้ายและมองไปที่ชายหนุ่ม วันนี้มันต้องโกรธ
เคืองเขามาก หลังจากนั้นมัน ต้องหากทางมาแก้แค้นเขา จริงๆเขาไม่ควร
ต้องทนทำตามแผนการงี่เง่าของหวังยี่เกาและรีบฆ่ามันเสียจะเป็นการดี
เพื่อมิให้เกิดปัญหาตามมาในอนาคต
แต่ … มันกำลังใช้ยันต์ส่งเสียงไปถึงใคร?
หลินหมิงได้ส่งเสียงยันต์สื่อสารไปยังมู่อี้ เพราะก่อนหน้านี้มู่อี้และ
หลินหมิงได้แลกเปลี่ยนเคล็ดลับการจารึกซึ่งกันและกัน เขาได้กลายเป็น
เพื่อนที่ดีของมู่อี้ มู่อี้ได้ย้ำกับเขาว่าตราบใดที่ยังอยู่ในเมืองลิขิตฟ้าเขา
รับประกันความปลอดภัยของหลินหมิงได้อย่างแน่นอน หากมีปัญหาใดๆ
ให้ใช้ยันต์สื่อสารเพื่อแจ้งเขา
แม้ว่าหลินหมิงจะเป็นผู้กล้าหาญ แต่เขาก็ไม่ได้เป็นคนใจร้อนที่จะ
ผลีผลามกระทำสิ่งที่อุกอาจโดยมิได้คำนึงถึงผลกระทบที่ตามมา ก่อนที่
เขาจะเล่นตามแผนของหวังยี่เกา เขาซ้อนแผนเอาไว้แล้ว สำหรับ
สถานการณ์เช่นนี้ เขาเป็นคนที่จะไม่ปล่อยให้เป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆเช่นนี้
มาหยุดเขาได้
แม้ว่ามู่อี้จะเป็นคนใหญ่คนโตและมีหน้าที่สำคัญที่ต้องรับผิดชอบ แต่
ในหัวใจของเขา เขาก็ยังเป็นคนหนึ่งบนโลกที่มีนับถือศรัทธาในมิตรภาพ
เหนือสิ่งอื่นใด มู่อี้ไม่ใช่คนที่จะตกลงรับปากอะไรลอยๆ เมื่อเขาได้ตกลง
เป็นเพื่อนกับหลินหมิง เขาทำมันด้วยความเชื่อมั่นในหัวใจของเขา
เมื่อได้ยินเสียงที่บันทึกจากยันต์ส่งเสียง มู่อี้มีความเข้าใจสถานการณ์
ขึ้นมาทันที เขาถอนหายใจออกมา เขาเองก็เคยเบื่อหน่ายเจ้าหน้าที่แย่ๆที่
ทำตัวต่ำช้าเช่นนี้กับคนไร้อำนาจ ไม่ต้องพูดถึงหลินหมิง หลินหมิงเป็นถึง
เพื่อนสนิทที่แลกเปลี่ยนความรู้ความเข้าใจอันลึกซึ้งกันมา แม้ว่าเขาจะ
ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เขาก็ยังจะเข้าไปช่วย
มันเป็นเอกลักษณ์ของยันต์สีม่วงที่จะส่งเสียงไปยังคฤหาสน์จอมพล!!
ข้อความนี้จะต้องมาจากผู้ที่มีความเกี่ยวข้องกับกษัตริย์หรือเหล่า
จอมพล!
หลังจากที่เขาได้รู้ถึงชนิดและปลายทางของยันต์สื่อสาร เขารู้สึกราว
กับว่ามีใครบางคนทุบลงบนศีรษะของเขาด้วยหินขนาดใหญ่ ขาของเขา
อ่อนตัวย่อลง อย่างกับว่ากำลังจะขาดอากาศหายใจและพยายามกล่าว”
โปรดยกโทษให้ข้าผู้ต่ำต้อยที่มิได้เข้มงวดการกำกับดูแลของข้า ข้าทำผิด
ไปแล้ว” แต่ละคำพูดที่เขาได้กล่าวออกมาเป็นดังจังหวะการเต้นของหัวใจ
ของเขา
แน่นอนว่าเฉาหมิงซานรู้ถึงปลายทางของยันต์ส่งเสียงนั้น เด็กหนุ่ม
คนนี้มีประวัติคลุมเครือ เดิมทีมันเป็นเรื่องง่ายที่เฉาหมิงซานจะจัดการ
เรื่องนี้แต่ … เขาเพียงไม่คิดมาก่อนว่าเด็กคนนี้จะมีความเกี่ยวข้องกับเชื้อ
พระวงศ์หรือท่านจอมพล!
…
“ไอ้ชั่วนรก! พวกแกมัดเขาไว้ทำไม !? “หลินเสี่ยวตงตะหวาดอย่าง
โกรธแค้น เฉาหมิงซานโบกมือและชี้ไปที่หลินเสี่ยวตง “แกขัดขวางภารกิจ
ของทางการและด่าว่าเจ้าหน้าที่! จำมันมัดเอาไว้! ”
เฉาหมิงซานส่งเจ้าหน้าที่สองคนไปคว้าหลินเสี่ยวตง พวกเขามีการ
ฝึกฝนในขั้นที่สอง พวกเขาก็ไม่ใช้คนที่อ่อนแอเหมือนหวังยี่เกา พวกเขามี
รากฐานที่มั่นคงและการฝึกการต่อสู้มาอย่างชำนาญ
หลินเสี่ยวตงมีเพียงการฝึกฝนขั้นแรก ถึงแม้ว่าเขาจะไม่สามารถต่อ
ต้านทานได้ เขาก็ยังดิ้นรนด้วยความโกรธ “พวกแกกล้าแตะต้องตัวข้า !?
แกจำใบหน้าของข้าเอาไว้! ข้าจะจ่ายคืนมันให้พวกแกในเร็ววัน! ”
“หุบปากไปซะ!” เฉ่าหมิงซานตะคอกขึ้นมาและชายคนหนึ่งก็มาปิด
ปากขอหลินเสี่ยวตงเอาไว้ด้วยผ้าผืนหนึ่ง ผลที่ตามมาก็คือเสียงโวยวาย
ของเขากลายเป็นเสียงหอน
“ไปกันได้แล้ว!” ทันทีที่เฉ่าหมิงซานโบกมือ พวกเขาก็ย่ำลงไปบนถนน
พร้อมกับหลินหมิงและหลินเสี่ยวตงที่ถูกมัดอยู่บนหลังม้า ในเวลาไม่นาน
พวกเขาก็ออกมาเป็นระยะหลายลี้แล้ว
หวังยี่เกาที่อยู่เบื้องหลังพวกเขาก็หัวเราะและกล่าวว่า “พี่เฉ่าทิ้งพวก
มันลงไป พวกเราจะใช้วิธีลากพวกมันแทน”
ยันต์เสียงนั้นจะส่งสัญญาณโดยตรงถึงสมอง คนอื่นๆจะไม่สามารถที่
จะได้ยินมัน
เฉ่าหมิงซานคำรามตอบโต้ขึ้นมาอย่างสุดเสียง “แกมันเด็กไม่รู้จักโต!
จะลากพวกเขารึ! เจ้ารู้ไหมว่าจริงๆแล้วพวกเขาเป็นใคร!? เขาเกี่ยวข้อง
กับเชื้อพระวงศ์และจอมพล! เจ้าต้องการทำอย่างนั้นจริงๆรึ!? เจ้ากล้าที่
จะแตะต้องเชื้อพระวงศ์!? แม่โง่เง่าของเจ้าคงยังสะกดคำว่า’ตาย’ไม่ถูก
สินะ ?! ข้าสาบานได้เลยถ้าชีวิตของข้าต้องมาเจอปัญหาเพราะเจ้า ข้าจะ
ฆ่าเจ้าด้วยตัวเอง !! ”
เฉ่าหมิงซานด่าเสียงดังหัวของเขาแทบจะระเบิด ร่างกายของเขาทั้ง
แข็งทื่อและความคิดของว่างเปล่า … .รัชทายาท…เชื้อพระวงศ์?
เฉ่าหมิงซานหยุดม้าและมองมาที่หลินหมิงพร้อมกับกับอ้าปากค้าง
หลินหมิงก็ยังมองไปเขาที่เขาอย่างสงบอย่างกับว่ากำลังดูตัวตลกกำลัง
แสดงละคร
เฉ่าหมิงฉานจำเสียงที่บันทึกโดยยันต์ส่งเสียงที่หลินหมิงส่งออกไปได้
… คนที่จะส่งข้อความเหล่านั้นได้จะต้องเป็นเหล่ารัชทายาท!?
เบื้องหลังของชายหนุ่มผู้นี้คือองศ์รัชทายาท ? เขาเป็นเพียงหัวหน้า
ผู้ดูแลความปลอดภัย! เขาไม่เคยเกี่ยวข้องกับพระมหากษัตริย์หรือเจ้าชาย
มาก่อนในชีวิตของเขา! หัวใจของเขาได้แต่หวาดกลัวกับคำพูดที่เคยพูด
ออกไป
ในที่สุดเขาก็เข้าใจความหมายที่อยู่เบื้องหลังการจ้องมองของหลินห
มิง
“ข้าไม่เข้าใจท่านเฉ่า ตอนนี้ก็เป็นเวลาที่ดี ไม่มีใครซักคนมองดูพวก
เราทีนี่ ดังนั้นขอให้ข้าได้ลากพวกมันให้สาแกใจข้าซักหน่อย ข้าไม่เอาถึง
ตายอยู่แล้ว”หวังยี่เกากล่าวด้วยรอยยิ้ม ‘หึหึ’
ข้าสิจะลากแม่ของเจ้าย้ำไปรอบเมือง! เมื่อเขาได้ยินหวังยี่เกาพูด
เรื่องไร้สาระเช่นนี้ มันเหมือนเป็นการหาเรื่องใส่ตัวเอง! จะมีคนโง่เง่าคน
ไหนที่คิดจะรองดีมีปัญหากับรัชทายาทซักคน!?
“ทุกคนลงจากหลังม้า ปล่อยพวกเขา”
ทันทีที่คำสั่งของเฉ่าหมิงซานถูกกล่าวออกมา หวังยี่เกาถึงกับ
ประหลาดใจและผิดหวัง
ปล่อยให้พวกเขางั้นรึ?
หวังยี่เกาเป็นถึงลูกแม่ทัพแห่งเมืองลิขิตฟ้า เขาไม่ได้เป็นคนโง่ เขารู้
ถึงประโยชน์ของยันต์สื่อสารดี แค่เพียงเก็บเสียงที่พวกเขาพูดคุยกันส่งไป
ยังที่แห่งหนึ่ง ใครจะมาช่วยมันได้!!
อย่างไรก็ตามเฉ่าหมิงซานก็ยืนกรานว่าจะต้องปล่อยพวกเขาไป หวัง
ยี่เกาผิดหวังอย่างมา เขากำลังจะเถียงขึ้น แต่ทันใดนั้นเสียงยันต์ส่ง
สัญญาณเกิดเพล่งประกายขึ้นมาตรงหน้าเขา หลังจากได้ยินน้ำเสียงที่พู
กออกมาจากยันต์สื่อสารนั้น หวังยี่เกาแทบจะตัวสั่นลงไปกองกับพื้น นี่คือ
น้ำเสียงของพ่อของเขา! “กลับมาหาข้าในทันที!”
หวังยี่เกาสัมผัสได้ถึงน้ำเสียงอันเย็นชาจากบิดาของเขา เขาเดาได้
ทันทีว่าเขาอาจต้องถูกกักขังในโลกแห่งความเจ็บปวดอีกครั้ง
ฝ่ายหนึ่งเป็นถึงรัชทายาทเชื้อพระวงศ์และอีกฝ่ายหนึ่งเป็นเพียงลูก
ชายของแม่ทัพ มีการใช้ยันต์สื่อสารมาอธิบายเหตุการณ์ต่างๆถึงแม่ทัพ
หวัง ก่อนหน้านี้แม้ลูกของขำจะไปรุกรานชาวเมืองเขาก็ไม่เคยโกรธมา
ก่อน แต่ทว่าราชบัลลังก์คือเจ้าของเมือง พวกเขายิ่งใหญ่ที่สุดในเมืองแห่ง
นี้ และนี่หวังยี่ถึงกับไปรุกรานเหล่ารัชทายาท! แม้เพียงเรื่อง
กระทบกระทั่งเล็กๆน้อยๆมันก็มากพอที่ทางการจะปลดตำแหน่งแม่ทัพ
ของเขาให้กับผู้อื่น! เขาอยากจะฆ่าไอ้ลูกชั่วนี่ยิ่งนัก!
เฉาหมิงซานเห็นหวังยี่เกาตัวแข็งทื่อเต็มไปด้วยความหวาดผวา
หลังจากที่ได้รับข้อความจากยันต์สื่อสารอันนั้น เขายิ่งเร่งคนของเขาอีก
ครั้ง “แค่แก้มัดยังจะช้าอีก รีบปล่อยพวกเขาเดี๋ยวนี้!”
หลังจากได้รับการตำหนิพวกเขาเริ่มที่จะหวาดกลัว พวกเขารีบแก้
มัดเชือกเพื่อปล่อย แต่หลินหมิง ก็กล่าวตอบกลับมาอย่างมั่นใจ “เจ้า
ต้องการจับกุมข้า เจ้าก็จับกุมข้าได้ แต่ข้าบอกพวกเจ้าแล้วว่ามันจะไม่เกิด
ผลดีต่อพวกเจ้าแน่นอน “