Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 32 อำนาจเหนือทุกสรรพสิ่ง
เฉ่าหมิงซานอึ้งอ้าปากค้างต่อหน้าหลินหมิง เขาจำได้ว่าหลินหมิงได้
เคยกล่าวไว้ว่า “เจ้าต้องการจับกุมข้า เจ้าก็จับกุมข้าได้ แต่ข้าบอกพวกเจ้า
แล้วว่ามันจะไม่เกิดผลดีต่อพวกเจ้าแน่นอน ”
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับพลังที่มหาศาลเช่นนี้ เฉ่าหมิงซานไม่มี
ทางเลือกอื่นนอกจากยอมก้มหัวให้ผู้ชายคนนี้ แม้ว่ามันจะเป็นการเสีย
หน้าอย่างแสนสาหัสสำหรับเขา แต่มันก็คุ้มค่าเป็นอย่างมากถ้ามันจะทำ
ให้เขามีชีวิตรอดได้
เฉ่าหมิงซานเปลี่ยนสีหน้าไปอย่างกะทันหัน ใบหน้าของเขาย้อมไป
ด้วยรอยยิ้มอย่างคำรพขณะกล่าวว่า “ครั้งนี้ผู้น้อยได้พบกับท่านรัช
ทายาทผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสองท่าน อาจมีการการเข้าใจผิดระหว่างผู้ปฏิบัติ
หน้าที่ ผู้น้อยหวังว่าท่านจะให้ความเมตตาและไม่ถือโทษโกรธในความ
โอหังของข้า … รีบแก้มันสิไอ้พวกโง่”
ถึงแม้ว่าเขาจะยังแก้มัดไม่เสร็จก็ตาม หลินเสี่ยวตงก็ถูกปฏิบัติอย่าง
เบามือและนอบน้อม เขารู้สึกงงเล็กน้อยกับเหตุการณ์ตรงหน้า แต่สำหรับ
หลินหมิงมันก็เป็นไปตามแผนที่เขาวางไว้อยู่แล้ว เขาจึงไม่ได้แปลกใจกับ
สิ่งที่มันควรจะเกิด
นั้นนะรึปรมาจารย์ลึกลับที่ท่านพี่หลินหมิงเคยพูดถึง
สำหรับหลินเสี่ยวตงแล้ว พลังอำนาจที่มากมายมหาศาลและน่ากลัว
ถึงเพียงนี้ เคยมีอยู่แต่เพียงในความฝันเท่านั้น แต่สำหรับปัจจุบันต่อจากนี้
หากมีบุคคลทรงอำนาจเช่นนี้หนุนหลัง พวกเขาก็ไม่จำเป็นต้องกลัวสิ่งใด
อีกต่อไป
“ข้าขอสาปแช่งตระกูลของแก สาปแช่งพ่อแม่และลูกหลานของแก
ให้วอดวายชั่วกัลป์ชั่วกัลป์”หลินเสี่ยวตง ตะหวาดด่าออกมาดังลั่นไปทั่ว
ขณะที่คนกำลังแก้มัดให้เขาอยู่ พวกมันก็ยังถูกหลินเสี่ยวตงสะบัดตัวใส่
อย่างไม่พอใจ
“พวกแกคิดว่าอยากจะมัดข้าและปล่อยข้าไปเมื่อไรก็ได้ที่พวกแก
ต้องการรึ” หลินเสี่ยวตงคำราบอย่างโกระเกรี้ยว แน่นอนว่าเขาต้องการ
ชำระแค้นกับเรื่องที่เกิดขึ้นในครั้งนี้
เฉ่าหมิงซานมิอาจพูดคำได้ๆออกมาได้ มันทำได้เพียงนิ่งเงียบและทน
ทุกข์อยู่ในใจ และเสแสร้งยิ้มออกมาอย่างยากเย็น”ข้าช่างตาบอดและโง่
เขลายิ่งนัก ท่านจะไร้เมตตาถึงขั้นต้องลงโทษข้าเลยรึ ข้าจะดีใจมากถ้า
หากข้าได้รับใช้พวกท่านหรือจ่ายค่าชดเชยให้”
หลินเสี่ยวตงทำตัวงออย่างไม่พอใจ เดิมทีเงินเดือนของพวก
เจ้าหน้าที่ก็น้อยนิดอยู่แล้วและเขาก็ไม่ได้ต้องการเงินซะด้วย แล้วเขาจะ
จัดการชำระแค้นนี้อย่างไร
ในเวลานี้หลินเสี่ยวตงสังเกตเห็นหวังยี่เกากำลังหนีออกไป มันอาศัย
ช่วงเวลาที่ชุลมุนนี้เพื่อหลบหนี หลินเสี่ยวตงกล่าวอย่างเดือดดาลว่า
“หยุดนะเว้ย แม่แกสอนให้หางจุกตูดเป็นเต่าหัวหดรึ กลับมาเดี๋ยวนี้”
หวังยี่เกาแทบตกจากม้าเมื่อได้ยินคำพูดเมื่อนั้น มันหันกลับมาด้วย
ความหวาดกลัวสุดขีด พ่อของเขาต้องการตัวเขาเป็นชำระโทษ นี่มันฝัน
ร้ายชัดๆเลย
ตอนนี้แม้เพียงมองไปที่หลินหมิง ก็ทำให้เขาสั่นสะท้านไปทั่วทั้งร่าง
ถึงกับลืมเรื่องการแก้แค้นไปได้เลย ถ้าเขาต้องพบกับหลินหมิงอีกครั้งเขา
รีบหนีให้เร็วที่สุด ไม่ใช่เพียงกลัวความแข็งแกร่งของหลินหมิงเท่านั้น แต่
ไม่มีใครรู้เลยว่าผู้ที่หนุนหลังเขาอยู่ทรงอำนาจเพียงไร ถึงแม้จะไม่รู้ถึง
ตัวตนของท่านผู้นั้น แต่เขาต้องยิ่งใหญ่ว่าแม่ทัพอย่างเทียบไม่ได้
เมื่อข้อได้เปรียบของเขากลายเป็นข้อเสียเปรียบ หวังยี่เการู้ว่าตอนนี้
เขาเทียบหลินหมิงไม่ติดเลยแม้แต่น้อย
“แล้วเจ้า…..เจ้าต้องการให้ข้าทำสิ่งใด”
“เจ้าคิดจะหนีรึ เจ้าคิดว่าทุกสิ่งบนโลกนี้มันเป็นเรื่องง่ายๆสินะ”
หลินเสี่ยวตงถาม เขาหันไปที่เฉ่าหมิงซานและกล่าวอย่างหนักแน่น
“จัดการมันให้ข้า”
หวังยี่เกาถึงกับตัวสั่นเมื่อได้ยินเช่นนั้น เฉ่าหมิงซานเองก็หน้าบิด
เบี้ยว ตอนนี้พวกเขาทั้งสองไม่รู้จริงๆว่าจะรักษาหัวไว้บนบ่าได้อีกนานแค่
ไหน ถ้าเกิดเขาจัดการกับหวังยี่เกา เขาก็จะมีปัญหากับท่านแม่ทัพและ
อาจถูกลงโทษอย่างร้ายแรง
เฉ่าหมิงซานมองไปที่หลินหมิงด้วยสายตาวิงวอน
ในที่สุดหลินหมิงก็กล่าวว่า “ข้าจะปล่อยพวกเจ้าไปก็ย่อมได้” คงไม่
มีประโยชน์อะไรที่จะมีเรื่องกัน
เขาหันไปทางหวังยี่เกาแล้วถาม “เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน ข้าสัมผัสได้ว่า
ใครบางคนกำลังแอบมองข้าอยู่บนรถม้าคันนั้น มันคงจะเป็นจูเอี๋ยนสินะ
”
หวังยี่เการู้สึกเหมือนกระเพาะตัวเองจะทะลุออกมา ผู้ชายคนนี้มีตา
หลังจริงๆรึเนี้ย!!
ตอนนี้เขากลัวหลินหมิงอย่างสุดขีด ความหวาดกลัวได้ล้นทะลัก
ออกมาทางแววตาของเขา
เขายังไม่ได้ตอบอะไร หลินหมิงค่อยๆก้าวเข้ามาหาช้าๆพร้อมกับพูด
ด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “ใช่หรือไม่”
หัวใจของหวังยี่เกาแทบจะหยุดเต้น เขาพยักหน้าให้ตอบรับ
“เรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นนี้คือฝีมือพวกเจ้าสินะ”
หวังยี่เกาพยักหน้าอีกครั้ง
“ก็ดี เจ้าไสหัวไปได้แล้ว”
หลินหมิงรู้ว่าจูเอี๋ยนคงไม่ต้องการให้เขาเข้าร่วมสำนักเจ็ดแก่นแท้
หวังยี่เกาเป็นหมากตัวหนึ่งสำหรับขัดขวางพวกเขาเท่านั้น หลินหมิงเองก็
ไม่อยากที่จะไปยุ่งกับคนพวกนี้ ยังไงพ่อของหวังยี่เกาเองก็เป็นถึงแม่ทัพ
เมื่อเขาโดยตำหนิเช่นนี้ เขาจะต้องลงโทษลูกของเขาโดยการกักบริเวณอีก
สักพักก็เป็นได้
เฉ่าหมิงซานถอนหายใจอย่างโล่งอกเป็นที่สุดเมื่อได้ยินลินหมิงพูด
เขารีบพุ่งมาแก้มัดให้หลินหมิงด้วยตัวเองอย่างรวดเร็ว
หลินหมิงบิดข้อมือและมองไปที่เฉ่าหมิงซานที่กำลังกระโดดขึ้นม้าสี
ดำ หลินเสี่ยวตงมีสายตาที่แหลมคมและจะชาญฉลาดขึ้นมาทันทีถ้ามัน
เกี่ยวกับเรื่องเงิน เมื่อเหลียวมองดูก็รู้ได้ว่าม้าตัวนี้เป็นสายพันธ์ระดับสูง
ถึงแม้จะเทียบกับม้าหิมะไม่ได้ แต่ถ้านำไปขายต้องได้เงินไม่ต่ำกว่า 500
เหรียญทองเป็นแน่
“พวกข้าไม่เป็นไร เจ้าไม่จำเป็นต้องมาส่งพวกเรา แต่จงมอบม้าทั้ง
สองตัวนั้นมาชดเชย เจ้าตัวดำนี่ดูมีสง่าราศีดี ข้าอยากได้”
เฉ่าหมิงซานถึงกับปากเบี้ยวทันทีที่ได้ยิน ม้าตัวนี้เป็นถึงม้าสุดรักและ
เป็นสมบัติของเขาเลยทีเดียว แต่เขาก็กัดฟันตอบไปว่า ”ถ้าท่านอยากได้
ม้าของข้าก็ย่อมได้ เชิญใช้ได้ตามสบายเลย”
“ฮ่าๆ งั้นก็ต้องขอโทษที่ด้วยที่ข้าทำไม่สุภาพใส่เจ้า” หลินเสี่ยวตง
พูด เขากระโดดด้วยร่างอ้วนๆขึ้นไปบนหลังม้าสีดำ “ฮ่าๆๆเยี่ยมไปเลย ”
ทันทีที่หลินเสี่ยวตงได้ม้านั้นมาครอบครอง ก็อารมณ์ดีขึ้นมาทันที
“สุดยอด นี่มันยิ่งกว่าทองซะอีก ข้าไม่เคยรู้สึกดีอย่างนี้มาก่อนในชีวิต
ไม่ใช่แค่เจ้า ‘เกา ยี่หวัง’ จะถูกสั่งสอนจนกลัวตัวสั่น แม้แต่หัวหน้าผู้ดูแล
ความปลอดภัยของเมืองก็ยังต้องมอบม้าที่หายากเช่นนี้ให้ข้า”
หลินหมิงยิ้มและกล่าวว่า “วันนี้เรายืมพลังอำนาจคนอื่นมาเท่านั้น
ใครๆก็ทำแบบนั้นได้ ถ้าอยากภูมิใจอย่างแท้จริง พวกเราต้องแข็งแกร่งขึ้น
อีกและยืนหยัดด้วยพลังของตนเองอยู่เหนือคนทั้งโลก เพื่อไม่ให้ใครกล้า
มาก่อปัญหาให้เราได้อีก ความรู้สึกนั้นต้องยิ่งใหญ่มากแน่ๆ
”อยู่เหนือคนทั้งโลกเลยรึ ฮ่าๆพี่หลินหมิง ข้าไม่ได้มีความฝันที่
ใหญ่โตอะไรเช่นนั้นหรอก ข้ามีความสุขกับความพอใจในพลังอำนาจของ
ผู้อื่น เมื่อวันหนึ่งชื่อเสียงของพี่เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก พี่ก็ปกป้องข้า แล้วข้า
ก็จะใช้ชื่อเสียงของพี่จัดการคนชั่วแบบจูเอี๋ยนให้หมดไปจากโลกเอง”
“ได้เลย”หลินหมิง หัวเราะเสียงดัง
ทั้งสองคน ควบม้าไป 3ถึง4ลี้ ตามถนน เขาควบม้าอย่างรวดเร็วเพื่อ
กลับมาที่ลานทดสอบสำนักเจ็ดแก่นแท้ ซึ่งที่ลานนั้นยังมีผู้คนมากมาย ดู
เหมือนว่าการทดสอบพละกำลังพึ่งจะเริ่มต้นขึ้น
หลินหมิงลืมเกี่ยวกับรถม้าสีฟ้าไปซะสนิท เขาพึ่งสังเกตเห็นว่ามัน
จอดอยู่ตรงนั้น เพียงแต่จูเอี๋ยนไม่ได้อยู่ที่นั้น
“ดูเหมือนว่าข้าจะประเมินเจ้าต่ำเกินไป เจ้าช่างน่าสนใจจริงๆ”
ในตอนนี้ จูเอี๋ยนได้ส่งข้อความมาให้หลินหมิง เขาอยู่ห่างออกไปไกลกว่า
200เมตร
นี่เป็นข้อความที่สร้างจากพลังปราณ มันต้องใช้ความชำนาญเป็น
อย่างมากเพื่อที่จะควบคุมมันจู้จะต้องถึงจุดสูงสุดของขั้นสามใน6เดือนที่
ผ่านมาเป็นแน่
“อย่าคิดว่าเมื่อแกขึ้นมาขั้นสองแล้วจะคิดมาเทียบกับข้าได้ แกทำได้
เพียงแค่เอาชนะพวกไร้ประโยชน์ที่อยู่ในระดับเดียวกับแก มันไม่ได้มีอะไร
น่าชื่นชมเลย แกเคยบอกว่าวันหนึ่งจะก้าวข้ามข้าสินะ ก็ดี ข้าจะรอวันนั้น
ข้าจะแสดงให้แกเห็นถึงความต่างชั้นระหว่างเรา แกจะได้รู้ว่า แกไม่ได้ถูก
กำหนดให้อยู่เหนือโลกใบนี้”
“อยู่เหนือแค่โลกใบนี้รึ ” หลินหมิงยิ้ม “สำหรับคนอย่างข้ามิใช้เพียง
แค่โลกใบนี้แน่นอน….”