Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 310 หอกศักดิ์สิทธิ์เสร็จสมบูรณ์
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 310 หอกศักดิ์สิทธิ์เสร็จสมบูรณ์
ในขณะที่หลินหมิงกำลังบ่มเพาะอยู่นั้น เขาก็ไม่รู้เลยว่ามู่เชียนหยี่
กำลังคิดสิ่งใดอยู่ และไม่รู้ว่ากระทั่งว่าความเร็วในการบ่มเพาะของตนนั้น
ยิ่งกว่าผู้ที่มีความสามารถในการผสานกับพลังเพลิงต้นกำเนิดระดับ 6 เสีย
อีก
หลินหมิงได้เข้าสู่เจตจำนงแห่งนักสู้จิตบริสุทธิ์และปิดกั้นสัมผัสการ
รับรู้ทั้งหมด และจมอยู่กับการบ่มเพาะอย่างมีความสุข
‘เคล็ดวิชาชีพจรปราณเทพคลั่ง’ เป็นเคล็ดบ่มเพาะที่น่าเหลือเชื่อ
และมหัศจรรย์พร้อมด้วยผลประโยชน์นับพัน อย่างไรก็ตาม มันก็คือการ
บ่มเพาะระดับกายผันแปรเท่านั้น เหนือกายผันแปรขั้นผสานไขกระดูก ก็
ยังมี 8 ประตูเร้นลับภายใน และ 9 ดวงดาวแห่งวิหารเต๋าอยู่อีก
กระบวนการบ่มเพาะนี้ไม่สามารถใช้ในการทะลวงระดับสู่ขั้นปราณ
ต้นฟ้าหรือปราณปลายฟ้าได้
หลินหมิงต้องการที่จะเปิด 8 ประตูเร้นลับภายใน และ 9 ดวงดาว
แห่งวิหารเต๋าก็จริง แต่เขาก็ไม่ยอมแพ้ที่จะทะลวงระดับเข้าสู่ขั้นปราณต้น
ฟ้า ขั้นปราณปลายฟ้า และขั้นหลอมรวมแก่นแท้เช่นกัน
หลินหมิงนั้นขาดการบ่มเพาะระดับรวบรวมลมปราณในการจะบ่ม
เพาะปราณแท้ของเขา ‘เคล็ดบ่มเพาะบัญญัติศักดิ์สิทธิ์ต้องห้ามวิหค
เพลิง’ ได้เข้ามาเติมเต็มช่องว่างที่ขาดไปพอดี
ถึงแม้เคล็ดการบ่มเพาะนี้จะมีข้อบกพร่อง แต่เพราะเขามีเมล็ดพันธุ์
เทพทรราชพลังธาตุจำเพาะอัคคีทั้งหมดจึงต้องจำนนต่อเขา ทำให้เขาใช้
มันได้อย่างอิสระ เพราะเหตุนี้ หลินหมิงจึงสามารถที่จะฝึกฝน ‘เคล็ดบ่ม
เพาะบัญญัติศักดิ์สิทธิ์ต้องห้ามวิหคเพลิง’ โดยใช้เวลาเพียงครึ่งเดียวและ
ได้ผลเป็น 2 เท่า นี่เป็นเคล็ดบ่มเพาะที่เหมาะสมกับจุดแข็งของหลินหมิง!
เมื่อมู่เชียนหยี่บ่มเพาะ ‘เคล็ดบ่มเพาะบัญญัติศักดิ์สิทธิ์ต้องห้ามวิหค
เพลิง’ นั้น นางมีระดับพลังขั้นผสานชีพจรตอนอายุ 15 ปี ขั้นปราณต้น
ฟ้าตอนอายุ 17 ปี ขั้นปราณปลายฟ้าตอนอายุ 22 ปี สุดปลายขอบขั้น
ปราณปลายฟ้าตอนอายุ 26 ปี และในตอนนี้เมื่ออายุ 27 ปีนางก็อยู่ในขั้น
ครึ่งก้าวสู่ขั้นหลอมรวมแก่นแท้!
ความเร็วในการบ่มเพาะ ‘เคล็ดบ่มเพาะบัญญัติศักดิ์สิทธิ์ต้องห้าม
วิหคเพลิง’ ของหลินหมิงในปัจจุบันยังด้อยกว่ามู่เชียนหยี่มาก นางเป็นถึง
ผู้ที่มีความสามารถในการผสานพลังเพลิงต้นกำเนิดระดับ 7 แม้หลินหมิง
จะมีเมล็ดพันธุ์เทพทรราชช่วย ก็ยังไม่อาจที่จะตามทันความเร็วของนาง
ได้
แต่ข้อได้เปรียบอย่างมากของเมล็ดพันธุ์เทพทรราชก็คือมันสามารถ
เติบโตได้ จะเกิดอะไรขึ้นหากมันได้ดูดซับปราณอัคคีอื่นๆ?
หากมันเกิดขึ้น ความเร็วการบ่มเพาะของหลินหมิงก็จะยิ่งเพิ่มมาก
ขึ้นอย่างต่อเนื่อง และในอนาคต เขาอาจจะบ่มเพาะได้รวดเร็วยิ่งกว่ามู่
เชียนหยี่เสียอีก!
เมื่อคิดได้เช่นนี้ หลินหมิงก็ยิ่งอยากได้ปราณอัคคีของหมอผีเผ่า
หนอนไฟมากกว่าเดิม หากมิใช่เพราะว่าป่าไพศาลทางใต้นั้นอยู่ไกลมาก
เขาก็คงจะไม่ทนรอหอกสร้างเสร็จ และคงมุ่งหน้าไปยังเผ่าหนอนไฟแล้ว
เพราะมีพลังเพลิงต้นกำเนิดที่มหาศาลและบริสุทธิ์ ทั้งยังมีเคล็ดบ่ม
เพาะระดับสูงอย่าง ‘เคล็ดบ่มเพาะบัญญัติศักดิ์สิทธิ์ต้องห้ามวิหคเพลิง’
นอกจากนี้ เมล็ดพันธุ์เทพทรราชคลั่งยังช่วยให้ความเร็วในการบ่มเพาะ
ของหลินหมิงเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ใน 10 วันต่อมา ระดับการบ่มเพาะ
ของเขาก็อยู่ในจุดสูงสุดของขั้นผสานชีพจรช่วงต้นแล้ว
แน่นอนว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะความอัศจรรย์ของโอสถเปิดทาง
สวรรค์
ในวันนี้ จู่ๆก็มีเสียงระเบิดดังขึ้นจากด้านนอกของคฤหาสน์ถ้ำ ทำให้
แม้แต่รูปแบบค่ายกลป้องกันที่แข็งแกร่งยังสั่นสะท้าน หลินหมิงและมู่
เชียนหยี่ไม่รู้ว่าเกิดอันใดขึ้น พวกเขาจึงรีบออกไปด้านนอก จากนั้นพวก
เขาก็พบบรรพบุรุษจื่อเยี่ยนที่เนื้อตัวมอมแมมกำลังกระโดดโลดเต้นด้วย
ความดีใจอยู่
“ฮ่าฮ่า ข้าทำสำเร็จ ในที่สุดข้าก็ทำสำเร็จ!”
เมื่อเห็นบรรพบุรุษจื่อเยี่ยนดีใจถึงเพียงนี้ มู่เชียนหยี่ก็ถอนหายใจ
อย่างโล่งอก นางไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี ก่อนหน้านี้นางคิดว่า
รูปแบบค่ายกลเพลิงแปดทิศนั้นกำลังจะระเบิดเสียอีก
“ฮ่าฮ่า หลานชายหลิน เจ้ามาได้ถูกเวลายิ่งนัก เจ้ามีความคิดเห็น
เกี่ยวกับรูปแบบค่ายกลอันยิ่งใหญ่ของข้าอย่างไรบ้างในตอนนี้?” บรรพ
บุรุษจื่อเยี่ยนปัดฝุ่นบนร่างออก เพราะว่าเขาได้ทำงานทั้งกลางวันและ
กลางคืนยาวนานเป็นเวลานานถึง 10 วันเพื่อที่จะปรับปรุงรูปแบบค่ายกล
ของเขาให้สมบูรณ์แบบที่สุด บรรพบุรุษจื่อเยี่ยนจึงเต็มไปด้วยคราบและ
ฝุ่นผงสกปรก บนชุดของเขาเองก็มีรอยไหม้เกิดขึ้น เขาจึงดูคล้ายกับฤาษี
ชราที่บ้าคลั่งมากกว่าเดิมเสียอีก
หลินหมิงมองไปยังดวงตาของบรรพบุรุษจื่อเยี่ยนที่กำลังสาด
ประกาย เขาจึงพยักหน้า “มัน อืม… ดีมาก สมบูรณ์แบบเลยทีเดียว”
“ฮ่าฮ่า วันนี้ ไม่สิ ต้องพรุ่งนี้ ข้าจะเริ่มสร้างหอกที่ดีที่สุดให้กับเจ้า!
วันนี้ข้าจำเป็นต้องพักผ่อนเพื่อให้ร่างกายกลับสู่สภาพสมบูรณ์เสียก่อน!”
……………………………….
เช้าวันต่อมา
วัสดุทั้งหมดถูกวางไว้บนแท่นหิน มีไผ่จิตวิญญาณสายฟ้าสีม่วงหมื่นปี
ต้นอู๋ถงเพลิงอายุหมื่น และมีผนึกเพลิงเล็กน้อยที่ถูกทิ้งไว้โดยวิหคเพลิง
ก่อนที่จะเข้าสู่นิพพาน โลหะศักดิ์สิทธิ์แห่งดาวหางสีม่วงขนาดเท่าฝ่ามือ
และยังมีหินสายฟ้าอีก 20 จิน วัสดุเหล่านี้จะเป็นวัสดุหลักในการสร้าง
หอกของหลินหมิง
วัสดุทุกชิ้นเป็นวัสดุระดับสูงทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นชิ้นใดก็เพียงพอที่จะ
ทำให้ปรมาจารย์ขั้นหลอมรวมแก่นแท้เกิดความโลภได้ ด้วยการที่มีวัสดุ
หายากมากมายนี้อยู่ตรงหน้า มู่เชียนหยี่ทำได้เพียงถอนหายใจเท่านั้น นี่
เป็นความมั่งคั่งอย่างแท้จริง แม้กระทั้งเทียบกับนางเอง
บรรพบุรุษจื่อเยี่ยนมองวัสดุระดับสูงมากมายเหล่านี้ ใบหน้าของเขา
แดงก่ำด้วยความสุขอย่างมาก ด้วยวัสดุเหล่านี้ และยังมีรูปค่ายกลเพลิง
แปดทิศที่ได้รับการปรับปรุงแล้ว เขาเชื่อมั่นอย่างแท้จริงว่า เขาจะ
สามารถสร้างผลงานที่ดีที่สุดในชีวิตของตนออกมาได้!
ด้วยประสบการณ์ในการสร้างอาวุธระดับสูงเหล่านี้ เขาย่อมมีความ
เข้าใจที่ดีขึ้นในการสร้างสมบัติระดับสวรรค์ในอนาคตเป็นแน่
บรรพบุรุษจื่อเยี่ยนสยายผมที่ยุ่งเหยิง และพ่นเมฆสีเขียวเข้มและ
เพลิงสีม่วงออกมา เมื่อเมฆเพลิงปรากฏ ราวกับอากาศโดยรอบเป็นเปลว
เพลิง อุณหภูมิสูงขึ้นจนน่าตกใจ
ม่านตาของหลินหมิงหดเล็กลง เห็นได้ชัดว่าเมฆเพลิงนี้จะต้องเป็น
ปราณอัคคีอย่างแน่นอน มันจะต้องเป็นปราณอัคคีชีวิตของบรรพบุรุษจื่อ
เยี่ยน หากดูจากความล้ำลึกของมัน มันน่าจะเหนือกว่าระดับปฐพีขั้น
กลางเสียอีก
หลินหมิงนั้นไม่รู้เลยว่าปราณอัคคีที่เหนือยิ่งกว่าระดับปฐพีขั้นกลาง
เป็นเช่นไร จึทำได้เพียงแค่เดาเอาเท่านั้น
ในตอนนี้ มู่เชียนหยี่ได้ขจัดข้อสงสัยของหลินหมิง นางมองไปยังเมฆ
เพลิงและกล่าวอย่างชื่นชมว่า “นี่คือเพลิงมรกตแห่งความสงบทั้งเก้า
ปราณอัคคีระดับปฐพีขั้นสูง!”
เหตุผลที่บรรพบุรุษจื่อเยี่ยนเดินทางมาไกลถึงที่นี่ ก็เพื่อที่จะค้นหา
ปราณอัคคีระดับปฐพีขั้นสูงนั่นเอง
เพลิงมรกตแห่งความสงบทั้งเก้าพุ่งออกไปผสานกับรูปแบบค่ายกล
เพลิงแปดทิศ เพลิงภายในรูปแบบค่ายกลเพลิงแปดทิศกลายเป็นสีเขียว
เข้มและสีม่วง คลื่นความร้อนได้เพิ่มขึ้นในระดับที่น่าหวาดกลัว
บรรพบุรุษจื่อเยี่ยนเอาวัสดุเสริมในการสร้างหอกออกมาก่อน ซึ่งก็
คือวัสดุจำนวนมหาศาลของ ทองโบราณ เหล็กดาราเยือกแข็ง และทองคำ
หนักเหลว ทั้งหมดนี้ไม่ได้ใช้หลอมหอก แต่ทำหน้าที่เป็นตัวเร่งปฏิกิริยา
เท่านั้น
ทองโบราณ เหล็กดาราเยือกแข็ง รวมถึงโลหะศักดิ์สิทธิ์แห่งดาวหาง
ม่วงถูกโยนลงในเพลิง เพียงชั่วลมหายใจเดียวทองโบราณและเหล็กดารา
เยือกแข็งก็ละลายเป็นโลหะเหลว เมื่อทองคำหนักเหลวและตัวเร่ง
ปฏิกิริยาอื่นถูกใส่ลงไป เตาหลอมก็เต็มไปด้วยโลหะเหลวที่กำลังเดือด
จากนั้นก็ถึงเวลาที่บรรพบุรุษจื่อเยี่ยนจะใส่ไผ่จิตวิญญาณสายฟ้าสี
ม่วงและต้นอู๋ถงเพลิงลงไป และแช่พวกมันลงไปในโลหะเหลวที่กำลังเดือด
เพื่อให้จิตวิญญาณของไม้ทั้งสองได้ดูดซับปราณโลหะ
ส่วนโลหะดาวหางม่วงยังคงอยู่ในเปลวเพลิง ไร้ซึ่งการเปลี่ยนแปลง
ใดๆ
บรรพบุรุษจื่อเยี่ยนค่อยๆเพิ่มพลังเพลิงภายในรูปแบบค่ายกลแปด
ทิศ ด้วยพลังเพลิงต้นกำเนิดที่มาจากชั้นสวรรค์บรรพกาลแห่งกลียุค เพลิง
ในรูปแบบค่ายกลได้เผาไหม้อย่างรุนแรงมากว่า 4 ชั่วโมง
โลหะดาวหางม่วงเป็นวัสดุที่มีคุณสมบัติที่ใช้สร้างสมบัติระดับสวรรค์
หากถูกกลั่นสกัดจนมีความบริสุทธิ์มากพอ แต่ในตอนนี้ มันที่แช่อยู่ใน
เปลวเพลิงที่รุนแรงมานาน ก็ยังไม่แสดงท่าทีว่าจะหลอมละลายแม้แต่
น้อย
ต่อมาบรรพบุรุษจื่อเยี่ยนได้นำหินลมปราณแท้ระดับสูงออกมา และ
เริ่มดูดซับพลังต้นกำเนิดจากหินลมปราณแท้เหล่านี้ พร้อมทั้งนำเอาโอสถ
สีม่วงออกมาจากแหวนมิติและโยนมันลงในเปลวเพลิง โอสถสีม่วงผสาน
เข้ากับเปลวเพลิง ทันใดนั้นมันก็กลายเป็นของเหลวซึมเข้าสู่โลหะ
ศักดิ์สิทธิ์แห่งดาวหางม่วง
เกิดเสียง ‘ชี่ ชี่’ โลหะดาวหางม่วงเริ่มอ่อนลงเพราะผลของโอสถสี
ม่วงที่ซึมเข้าไป
“ฟู่ว…!”
บรรพบุรุษจื่อเยี่ยนเอาค้อนยักษ์สีแดงฉานออกมาจากแหวนมิติ เขา
บีบอัดปราณแท้ลงไป และเริ่มทุบมันลงบนโลหะศักดิ์สิทธิ์แห่งดาวหาง
ม่วงอย่างหนักหน่วงในแต่ละครั้ง
เพียงแค่ค้อนยักษ์สีแดงฉานนี้ก็เป็นสมบัติระดับปฐพีขั้นกลางแล้ว
สายลมกรีดร้อง เปลวเพลิงโหมกระหน่ำ
บรรพบุรุษจื่อเยี่ยนกระชากเสื้อของตนออก ร่างกายส่วนบนเปลือย
เปล่าเผยให้เห็นถึงกล้ามเนื้อเป็นมัดๆ หากมองที่กล้ามเนื้อของเขา ก็ไม่มี
ผู้ใดคิดแน่นอนว่านี่เป็นร่างกายของชายชรา
เคล้ง!
เคล้ง!
เคล้ง!
………………..
เสียงโลหะกระทบกันอย่างหนักหน่วงดังก้องทั่วหุบเขา แม้แต่หลินห
มิงที่อยู่ใกล้ๆยังรู้สึกโลหิตเดือดและใจเต้นแรงในขณะที่มองดูด้วยความ
ตื่นเต้น ความงามและความน่าเกรงขามของพลังอันยิ่งใหญ่นั้นช่างน่า
ตกใจเป็นอย่างยิ่ง
การกลั่นสกัดโลหะดาวหางม่วงเพื่อให้มันบริสุทธิ์เป็นกระบวนการที่
ยากลำบากอย่างยิ่ง ทั่วทั้งร่างของบรรพบุรุษจื่อเยี่ยนในตอนนี้เต็มไปด้วย
เหงื่อ แม้กระทั่งแผ่นทองโบราณที่ใช้รองในการตีก็ยังค่อยๆแบนจากพลัง
ของการทุบในแต่ละครั้ง
หลินหมิงพยายามสะกดข่มใจไม่ให้ตื่นเต้นจนเกินไป แผ่นทองโบราณ
นี้จะต้องเป็นวัสดุที่ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน แต่ก็ยังแบนออกด้วยแรงทุบ
ของบรรพบุรุษจื่อเยี่ยนที่ทรงพลัง โลหะดาวหาวม่วงที่สามารถทนรับแรง
กระแทกได้นั้นช่างน่าเหลือเชื่ออย่างยิ่ง
หลังจากผ่านไปทั้งวันทั้งคืน หลังจากถูกทุบครั้งแล้วครั้งเล่า ขนาด
ของโลหะดาวหาวม่วงขนาดฝ่ามือก็ค่อยๆแปรสภาพไปจนมีขนาดเท่าหัว
หอก
โลหะดาวหางม่วงนั้นจะสร้างเป็นแกนหลักของหัวหอก และจากนั้น
ก็ใช้ผนึกเพลิงบดให้ละเอียด และให้มันซึมเข้าไปในโลหะดาวหางม่วง
ส่วนหินปราณสายฟ้า 20 จินนั้นจะถูกกลั่นให้เป็นปราณรากฐานด้วย
เพลิงมรกตแห่งความสงบทั้งเก้า และจากนั้นค่อยใส่ในไปกับส่วนผสม
หลัก
ด้วยวัสดุเพลิงและสายฟ้าระดับสูงกำลังหลอมรวมเป็นหัวหอก ค้อน
ก็ยังคงทุบต่อไป!
ค้อนยักษ์ที่ทุบลงบนโลหะดาวหางม่วงนั้นเริ่มที่จะถี่ขึ้นเรื่อยๆ เกิด
สายลมกรรโชก พลังเพลิงต้นกำเนิดที่อยู่รอบๆกลายเป็นวังวนอันบ้าคลั่ง
ในการทุบแต่ละครั้ง จะเกิดสะเก็ดประกายไฟออกมา มีประกาย
สายฟ้าออกมาด้วยเช่นกัน โลหะดาวหางม่วงที่เป็นแกนหลักก็ค่อยๆแปร
รูปคล้ายหัวหอกมากขึ้นทุกที
ซี่ ซี่ ซี่!
บรรพบุรุษจื่อเยี่ยนแช่หัวหอกลงไปในอ่างน้ำพุศักดิ์สิทธิ์เหมันต์ โดย
ปกติแล้วน้ำนี้จะเย็นเป็นอย่างมาก แต่มันก็ค่อยๆเดือดขึ้นมาเมื่อนำหัว
หอกลงไปแช่ และมีหมอกไอน้ำฟุ้งกระจายออกมา
น้ำศักดิ์สิทธิ์นี้เป็นสิ่งล้ำค่า ผู้นำแผนกกลั่นสกัดของหุบเขาเจ็ดแก่น
แท้ต้องจ่ายไปอย่างมากเพื่อที่จะได้ครอบครองมัน และให้ลูกชายของเขา
ฮั่วเยี่ยนหลัว แช่ในน้ำนี้ จนในที่สุดเขาก็สามารถที่จะดูดซับปราณอัคคี
ระดับมนุษย์ขั้นกลางได้
ในตอนนี้ น้ำพุศักดิ์สิทธิ์เหมันต์จำนวนมากได้ถูกใช้โดยบรรพบุรุษจื่อ
เยี่ยนราวกับเป็นสิ่งของทั่วไป
หลังจากเสร็จสิ้นการแช่แล้ว จนถึงตอนนี้ เสร็จเพียงแค่หัวหอกเท่า
นั่น หอกระดับสูงจะต้องถูกทุบ 9 ครั้ง 9 วันรวมทั้งสิ้น 81 ครั้ง การทุบ
ครั้งแรกนั้นเป็นเวลาที่ยาวนานที่สุด หลังจากนั้น ระยะเวลาจะลดลง แต่
เวลาโดยรวมจะประมาณ 20 วัน
ในช่วงเวลานี้ ปรมาจารย์กลั่นสกัดจะสูญเสียพลังไปอย่างมาก บางที
ไม่เพียงแค่ผลาญพลังปราณแท้ แม้กระทั่งพลังชีวิตก็ด้วย!
ในการกลั่นสกัดสมบัติระดับสูงนั้น ปรมาจารย์กลั่นสกัดจะต้องใช้
ความพยายามทั้งหมดรวมทั้งจิตวิญญาณ หากผ่านไปนานเกินไป
ปรมาจารย์บางคนอาจใช้พลังชีวิตของพวกเขาเพื่อที่จะทำให้มันสำเร็จ
และจบลงด้วยความพินาศ!
ฉะนั้น การจะหาปรมาจารย์กลั่นสกัดหอกที่ใช้ความสามารถทั้งหมด
ของเขานั้นยากอย่างแท้จริง หากมิใช้เพราะหลินหมิงได้ให้ความช่วยเหลือ
บรรพบุรุษจื่อเยี่ยนอย่างมหาศาล ก็ไม่มีทางที่เขาจะช่วยสร้างหอก
ศักดิ์สิทธิ์ระดับสูงอย่างแน่นอน
เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ วันแล้ววันเล่า
ทุกๆวัน หลินหมิงจะมาดูบรรพบุรุษจื่อเยี่ยน นอกจากนั้นเขาใช้เวลา
ทั้งหมดไปกับการบ่มเพาะ ในตอนนี้การบ่มเพาะของเขาอยู่ในขั้นผสาน
ชีพจรช่วงกลางแล้ว
ในที่สุด วันที่ 20 หัวหอกและด้ามหอกก็เชื่อมต่อกันได้อย่างสมบูรณ์
แบบ
ตัวหอกยาวถึง 10 ก้าว มีไผ่จิตวิญญาณสายฟ้าเป็นแกน และมี
ต้นอู๋ถงเพลิงเป็นใยพันรอบแกนหอกอีกที ทั้งสองเป็นวัสดุที่มีความ
ยืดหยุ่นสูงและยากที่จะทำลาย
ด้วยด้ามหอกที่เสร็จสมบูรณ์ บรรพบุรุษจื่อเยี่ยนจึงเพ่งสมาธิอย่างสูง
และวางรูปแบบค่ายกลลงบนหอกศักดิ์สิทธิ์เล่มนี้
ในตอนนี้เอง บนท้องฟ้าก็เกิดฟ้าแลบและหมู่เมฆสีเพลิงรวมตัวกัน
จุดสูงสุดของหุบเขาเป็นชั้นสวรรค์บรรพกาลแห่งกลียุค เหนือชั้น
สวรรค์บรรพกาลแห่งกลียุค มีพลังต้นกำเนิดธาตุทั้ง 7 ของโลหะ ไม้ วารี
อัคคี ปฐพี สายฟ้า และวายุ ที่อยู่อย่างอิสระ ดุร้าย และรุนแรง
ในตอนนี้เอง พลังต้นกำเนิดสายฟ้าและอัคคีดูเหมือนจะถูกกระทำ
โดยกฎบางอย่าง พวกมันได้เริ่มรวมตัวกัน
บึมมมมมม!
ด้วยเสียงระเบิดที่อึกทึก ชั้นสวรรค์บรรพกาลแห่งกลียุคถูกฉีก
กระชากราวกับถูกฝ่ามือศักดิ์สิทธิ์ฉีกมันออก และเสาเพลิงและสายฟ้าพุ่ง
กระหน่ำลงมายังหอกศักดิ์สิทธิ์!
บรรพบุรุษจื่อเยี่ยนมีสมาธิจดจ่ออยู่เพียงแค่งานของเขา และความ
แข็งแกร่งของร่างกายก็ลดลงอย่างมาก เขาสำลักโลหิตและทั่วทั้งร่าง
ล้อมรอบไปด้วยพลังของเพลิงและสายฟ้า และเขาได้ล้มคว่ำลงบนแท่น
หิน
“ผู้อาวุโสจื่อเยี่ยน!” หลินหมิงตกใจ จากนั้นจึงรีบวิ่งออกไป
อย่างไรก็ตาม แม้ทั่วทั้งร่างของบรรพบุรุษจื่อเยี่ยนจะถูกไหม้จนดำ
แต่เขากลับหัวเราะออกมา เผยให้เห็นเพียงฟันสีขาวและรอยยิ้มกว้างที่
ปรากฏอยู่บนใบหน้าของเขา
“สวรรค์ได้ช่วยข้า สวรรค์ได้ยื่นมือเข้ามาช่วยข้าผู้นี้! อาวุธศักดิ์สิทธิ์
ได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว มันได้รับพลังเพลิงและสายฟ้าแห่งทัณฑ์สวรรค์เข้า
ไป! นี่จะเป็นผลงานชิ้นเอกทั้งชีวิตของข้า!”