Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 312 ผู้นำลัทธิเผ่าหนอนไฟ
“ผู้มีพระคุณ ระดับการบ่มเพาะของหมอผีเผ่าหนอนไฟนั้น อย่าง
น้อยอยู่ในขั้นปราณต้นฟ้าช่วงกลาง เขาอาจจะอยู่ในขั้นปราณต้นฟ้าช่วง
ปลายก็เป็นไปได้” น่าอีพยายามรักษาความสงบของนางไว้ แต่เสียงของ
นางยังคงสั่น นางรู้พรสวรรค์ที่น่าอัศจรรย์ของหลินหมิง แต่นางพบว่ามัน
ยากที่จะจินตนาการว่าความแข็งแกร่งของหลินหมิงจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก
ในระยะเวลาเพียงไม่กี่เดือน
ในตอนนี้ นางไม่มีข้อมูลที่แน่ชัดว่าหมอผีเผ่าหนอนไฟมีความ
แข็งแกร่งเพียงใด แต่ไม่ว่าความแข็งแกร่งของมันจะมากน้อยเพียงไรก็
ตาม ไม่ต้องสงสัยเลยว่าหมอผีเผ่าหนอนไฟจะต้องถูกรายล้อมไปด้วย
เหล่าผู้เชี่ยวชาญนับไม่ถ้วน หากหลินหมิงต้องการที่จะฆ่าหมอผีเผ่าหนอน
ไฟในสถานการณ์เช่นนี้ เขาต้องมีความแข็งแกร่งอย่างน้อยที่จุดสูงสุดขั้น
ปราณต้นฟ้าถึงจะกล้าทำเช่นนั้น
เมื่อเห็นว่าระดับการบ่มเพาะในปัจจุบันของหลินหมิง อย่างมากก็อยู่
ในขั้นผสานชีพจรเท่านั้น หรือว่าความแข็งแกร่งที่แท้จริงของเขาจะ
สามารถต่อสู้ข้ามระดับได้เกือบสองขั้นเช่นนั้นหรือ?
น่าอีเห็นว่ามันน่าเหลือเชื่อยิ่งนัก แม้กระทั้งจักรพรรดิขนวิหคสวรรค์
แห่งป่าไพศาลทางใต้ที่ถูกบันทึกไว้ในตำราโบราณของราชินีแม่มดแห่ง
ศรัทธา ความแข็งแกร่งในวัยหนุ่มของเขาก็ไม่เกินจริงเช่นนี้ ในใจของน่าอี
นั้น จักรพรรดิขนวิหคสวรรค์แห่งป่าไพศาลทางใต้เป็นรองเพียงราชินีแม่
มดแห่งศรัทธาเท่านั้น นักสู้ไร้ที่เปรียบได้สร้างจักรวรรดิของเขาในป่า
ไพศาลทางใต้เทียบเท่ากับสำนักระดับ 3 พลังของเขานั้นยากแท้หยั่งถึง
“ผู้มีพระคุณ ให้ข้าค้นหาอีกสักหน่อย แล้วข้าจะหาข้อมูลให้ได้ว่า
หมอผีเผ่าหนอนไฟนั้นมีความแข็งแกร่งมีเพียงใด”
หลินหมิงกล่าวว่า “นั่นไม่สำคัญ แม้กระทั้งความแข็งแกร่งของมันอยู่
ในจุดสูงสุดของปราณต้นฟ้า ข้าก็มีความสามารถพอที่จะฆ่ามัน ไม่เช่นนั้น
ข้าก็สามารถหลบหนีได้หากข้าต้องการ เหตุผลที่ข้ามาวันนี้ก็เพื่อบอกพวก
เจ้าว่าข้าจะทำสัญญาที่ข้าให้ไว้กับพวกเจ้าให้เสร็จสิ้น ไม่ได้จะมาเพื่อหา
ข้อมูลจากเจ้า”
น่าอีไร้คำพูด จริงๆแล้ว หากหลินหมิงมาที่ป่าไพศาลทางใต้อันกว้าง
ใหญ่ไพ่ศาลเพื่อฆ่าหมอผีเผ่าหนอนไฟ เขาจะต้องมีแผนการบางอย่าง
เรียบร้อยแล้ว ไม่จำเป็นที่เขาจะต้องมาถามข้อมูลเกี่ยวกับการฆ่าหมอผี
เผ่าหนอนไฟจากนาง เพราะข้อมูลของนางมีอยู่จำกัด และนางไม่สามารถ
ให้คำแนะนำหรือวิธีการใดๆที่มีประโยชน์ได้
“ข้าเข้าใจ” น่าอีพยักหน้า ในใจของนาง หลินหมิงเป็นผู้เหนือ
ธรรมดาที่สามารถทำเรื่องปาฏิหาริย์อันน่าเหลือเชื่อที่คนอื่นไม่สามารถทำ
ได้ นางไม่คิดว่าหลินหมิงเป็นคนบ้าหรือใจร้อน นางก็แค่รู้สึกว่ามันไม่น่า
เชื่อเท่านั้น
“เมื่อข้าไปฆ่าหมอผีเผ่าหนอนไฟ ไม่ว่าข้าจะประสบความสำเร็จ
หรือไม่ เจ้าจำเป็นต้องพาน้องสาวของเจ้าไปจากที่นี่ ไปให้ไกลจากเผ่า
หนอนไฟมากที่สุดเท่าที่เจ้าจะทำได้ สถานที่แห่งนี้อยู่ใกล้เกินไป มันไม่
ปลอดภัย” ขณะที่หลินหมิงกล่าวจบ เขาเอากล่องสี่เหลี่ยมยาวหนึ่งก้าว
ออกมาจากแหวนมิติของเขา และให้มันกับน่าอี พร้อมกับกล่าวว่า “นี่
สำหรับเจ้า ในอนาคต ไม่ว่าเจ้าจะต้องการมีชีวิตธรรมดาที่ร่ำรวย หรือจะ
พยายามจะเปลี่ยนโชคชะตาและสร้างเผ่าของเจ้าขึ้นมาอีกครั้ง ทั้งหมดนี้
ขึ้นอยู่กับเจ้า”
หลินหมิงวางกล่องไว้บนโต๊ะ สองพี่น้องคู่นี้ได้ให้โอกาสที่ดีแก่เขา
อย่างมาก นี่คือน้ำใจที่เขาจะตอบแทนพวกนาง เพื่อที่จะชำระหนี้ทั้งหมด
ต่อพวกนาง
“พี่ใหญ่มู่หลิน… ท่าน…” เมื่อนาสุ่ยเห็นหลินหมิงกำลังจะจากไป
นางก็เม้มริมฝีปากของนาง ตาทั้งสองดวงของนางสั่นและเปียกโชก นาง
พูดอะไรไม่ออก
หลินหมิงยิ้มออกมาบางๆ และค่อยๆลูบหัวของนาสุ่ยพร้อมกับกล่าว
ว่า “ฝึกฝนให้ดี บางทีในอนาคต พวกเราอาจได้พบกันอีกครั้ง”
เมื่อหลินหมิงกล่าวจบ เขาก็ออกจากบ้าน และหายไปในขอบฟ้า
ทันที
น่าอีมองเห็นความปรารถนาอันแรงกล้าของน้องสาวนางราวกับนาง
ไม่เต็มใจจะแยกจากเขา ก่อนจะถอนหายใจพร้อมกับส่ายศีรษะของนาง
ในอนาคต หลินหมิงน่าจะกลายเป็นตัวตนที่ยิ่งใหญ่คล้ายกับ
จักรพรรดิขนวิหคสวรรค์ เขาจะกลายเป็นผู้ที่มีอำนาจเหนือดินแดนนับ
แสนลี้ ความแตกต่างระหว่างพวกเขานั้นราวกับหุบเหวลึกที่ไม่สามารถ
ข้ามได้
แล้วเขาจะยังคงเป็นพี่ใหญ่มู่หลินของนางได้อย่างไร?
ขณะที่น่าอีจมอยู่ในห้วงความคิด นางก็ตั้งใจเปิดกล่องที่หลินหมิงทิ้ง
ไว้ให้ ขณะที่นางมองดูของที่อยู่ภายในกล่องแล้ว นางก็ตกตะลึงอย่างยิ่ง
กล่องนี้เต็มไปด้วยธนบัตรสีทองบรรจุอยู่ แต่ละใบมีมูลค่า 1000
เหรียญทอง ชุดธนบัตรเหล่านี้ดูหนายิ่ง และเมื่อมองดูที่ความหนา จะต้อง
มีอย่างน้อยหนึ่งหรือสองร้อยใบ มันหมายความว่านี่คือหนึ่งถึงสองแสน
เหรียญทอง ซึ่งคนธรรมดาทั่วไปสามารถใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือยตลอดชีวิต
ของพวกเขาและไม่อาจใช้ได้หมด แม้ว่าพวกเขาจะซื้อวัสดุการบ่มเพาะ
สำหรับนักสู้ พวกเขาก็ยังไม่สามารถใช้มันได้หมด มันเพียงพอที่สองพี่น้อง
จะไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องเงินอีกต่อไป
ข้างๆกองธนบัตรสีทอง ก็คือแผ่นหยกแผ่นหนึ่ง และถัดจากแผ่นหยก
ก็มีขวดโอสถอยู่สองถึงสามขวด หลังจากเปิดขวดโอสถ มีกลิ่นหอมอ่อน
ลอยละล่องออกมา นี่เป็นโอสถชั้นยอดอย่างแน่นอน!
ขณะที่น่าอีหยิบแผ่นหยกขึ้นมาบนมือของนาง นางถอนหายใจ
ออกมาเบาๆ มันเป็นเคล็ดบ่มเพาะระดับมนุษย์ขั้นกลาง นอกจากโอสถ
และธนบัตรเหล่านี้ มูลค่าของกล่องนี้ไม่ต่ำกว่าหนึ่งล้านเหรียญทอง
แม้ว่าน่าอีจะเคยเป็นแม่มดของเผ่าน่าที่ยิ่งใหญ่และคุ้นเคยกับความ
มั่งคั่ง แต่ป่าไพศาลทางใต้นั้นด้อยกว่าแผ่นดินใหญ่ เผ่ายิ่งใหญ่ที่มีคนนับ
ครึ่งล้านก็ยังยากที่จะนำเงินจำนวนมากขนาดนี้ออกมาได้
แต่หลินหมิงกลับสามารถให้สิ่งนี้ได้ เขามีอิทธิพลถึงเพียงใดกัน?
ทันใดนั้นน่าอีก็รู้สึกว่า เมื่อเทียบกับโลกที่ยิ่งใหญ่นี้ เผ่าของแดนใต้
นั้นเป็นแค่มดที่ไม่มีความสำคัญอันใด…
……………….
เมืองหนอนไฟอยู่ห่างจากเผ่าหุบเขาสายหมอกทางตะวันตก
ประมาณ 900 ลี้ มันเป็นศูนย์บัญชาการของเผ่าหนอนไฟ และยังเป็นต้น
กำเนิดของลัทธิหนอนไฟอีกด้วย
เผ่าส่วนใหญ่ของป่าไพศาลทางใต้มักจะเป็นผู้นำทางลัทธิที่มีอำนาจ
ครอบงำผู้อื่น เผ่าหนอนไฟก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น หมอผีเผ่าหนอนไฟ ชือเย่ว มี
อิทธิพลยิ่งกว่าหัวหน้าเผ่าเสียอีก
ภายในศูนย์บัญชาการของเมืองหนอนไฟ มีหอคอยเกลียวที่ยิ่งใหญ่
ทั้งเจ็ดหอ หอคอยเหล่านี้ทั้งหมดสูงกว่า 200 ก้าว และศูนย์กลางที่ใหญ่
ที่สุดนั้นสูงถึง 300 ก้าว
หอคอยเกลียวขนาดยักษ์ทั้งเจ็ดเหล่านั้นต่างอยู่รอบๆเผ่าหนอนไฟ
ม่านราตรีค่อยๆตกลงสู่พื้นอย่างช้าๆ ถนนอึกทึกท่ามกลางวันที่เงียบ
สงบ และแสงไฟจาก 10000 ครอบครัวในเมืองหนอนไฟส่องแสงออกมา
ส่องแสงต่อต้านแสงจากท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวนับไม่ถ้วน นี่เป็น
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ยากในป่าไพศาลทางใต้ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เผ่า
หนอนไฟอยู่ในสภาวะสงครามอย่างต่อเนื่อง ปล้นทรัพยากรและทาสของ
เผ่าอื่นๆ ตอนนี้ ประชากรทั้งหมดของเผ่าหนอนไฟมีจำนวนหลายล้านคน
เมืองหนอนไฟได้กลายเป็นหนึ่งในเมืองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในป่าไพศาลทางใต้
ภายในห้องที่สูงที่สุดของศูนย์กลางหอคอยเกลียว มีคนหลายคนนั่ง
อยู่รอบๆโต๊ะ คนที่อยู่ในที่นั่งแห่งเกียติยศเป็นชายหัวโล้น เขาสวมเสื้อ
คลุมสีทมิฬ และบนศีรษะของเขามีรอยสักที่เต็มไปด้วยลวดลายที่แปลก
ประหลาด
นอกจากนั้นไม้เท้าของเขายังยาวและหนา ไม้เท้ามีรูปร่างเหมือน
เดือยหมุน และมีวงกลมของกะโหลกสีขาวห้อยลงมาจากมัน
ชายคนนี้คือหมอผีเผ่าหนอนไฟ ชือเย่ว
ในที่นั่งด้านขวามือของชือเย่ว มีชายอ้วนวัยกลางคน เขากำลังกอด
หญิงรับใช้ผู้หนึ่งอยู่ และมือที่หยาบกระด้างของเขาก็กำลังเข้าไปในเสื้อผ้า
ของทาสสาว ทาสสาวกัดริมฝีปากของนางจนมันฟกช้ำ ทั่วทั้งร่างกายของ
นางสั่นสะท้านแต่ไม่กล้าพูดหรือตอบสนองอันใด
ถึงแม้การกระทำเหล่านี้ของชายอ้วนจะดูน่ารังเกียจและลามกเป็น
อย่างมาก และสายตาที่ยิ้มแย้มของเขาเต็มไปด้วยตัณหา ทว่าดวงตาของ
เขาเผยให้เห็นจิตสังหารอย่างชัดเจน “หมอผีชือเย่ว ทหารและม้าของเรา
พร้อมแล้ว พวกเราเพียงรอผู้เชี่ยวชาญของลัทธิบางคนเข้าร่วม ตราบใดที่
หมอผีชือเย่ว คำนวณฤกษ์งามยามดีแล้ว พวกเราจะบุกไปข้างหน้า และ
พวกเราจะเก็บกวาดเผ่าอ้ากู่ในครั้งเดียว! เราจะปล้นทรัพยากรการบ่ม
เพาะของพวกมัน ให้พวกมันแก่ลัทธิ ฆ่าพวกลัทธินอกรีต และขายทาส
เพื่อซื้อสมบัติ ส่วนทาสที่เหลือนำมาปรนนิบัติเรา”
ขณะที่ชายอ้วนพูด รอยยิ้มของเขากว้างขึ้น และแรงมือของเขาได้
เพิ่มขึ้น ทาสสาวหน้าซีดด้วยความเจ็บปวด และเม็ดเหงื่อเริ่มผุดออกมา
จากหน้าผากของนาง
แต่ทว่า นางกัดฟันของนางแน่น ไม่กล้าที่จะเปล่งเสียงออกมาแม้แต่
น้อย ชายที่กำลังลูบคลำนางอยู่นี้เป็นหัวหน้าเผ่าหนอนไฟ และเขามี
วิธีการที่โหดเหี้ยมและทารุณเป็นอย่างมากในการจัดการกับผู้ที่เขาไม่ชอบ
เขานั้นชั่วร้ายยิ่งกว่าผู้ก่อตั้งลัทธิหนอนไฟเสียอีก หลายปีที่ผ่านมา มีทาส
สาวนับไม่ถ้วนที่ถูกเขาฆ่าตาย ถ้านางไม่สามารถทนรับความเจ็บปวดและ
ขัดจังหวะการประชุมของบุคคลทั้งสามนี้ ชะตากรรมของนางจะน่าสังเวช
อย่างแท้จริง นางเคยมีน้องสาวที่ไม่สามารถทนรับความเจ็บปวดได้และไอ
ออกมา จากนั้นนางก็ถูกส่งเข้าไปในค่ายทหารราวกับเป็นทาสโสเภณีที่ทุก
คนสามารถใช้บริการได้ ตอนนี้ไม่รู้ว่านางนั้นตายหรือยังมีชีวิตอยู่
ชือเย่วที่นั้งอยู่ในที่นั่งแห่งเกียรติยศ เขาดูเหมือนกำลังคำนวณอะไร
บางอย่าง ช่วงเวลาต่อมา ชือเย่วกล่าวอย่างช้าๆว่า “สามเดือนหลังจากนี้
เมื่อดาวหมาป่าตัดผ่านกับดาวท้องฟ้า เมื่อนั้นเจ้าจะสามารถส่งกองทัพ
ออกไปได้”
“สามเดือน? นานขนาดนั้นเลยหรือ?” หัวหน้าอ้วนขมวดคิ้ว เขาไม่
ต้องการที่จะรอ และเขาไม่พอใจกับเวลานี้
ด้วยความแข็งแกร่งในปัจจุบันของเผ่าหนอนไฟ การทำลายเผ่าอ้ากู่
เป็นเรื่องง่าย ปัญหาเดียวก็คือจะสูญเสียผู้คนเป็นจำนวนมาก คำพูด
ของชือเย่วเป็นตัวแทนทั้งหมดของลัทธิหนอนไฟ แม้กระทั้งหัวหน้าอ้วนก็
ไม่สามารถโต้เถียงกับเขาได้
ขณะที่หัวหน้าอ้วนจ้องมองไปที่แม่ทัพใหญ่เผ่าหนอนไฟที่อยู่
ด้านขวาของเขา เขาพยักหน้าและกล่าวว่า “เช่นนั้นเราจะไปในอีกสาม
เดือน เมื่อถึงตอนนั้น พวกเราจะต้องพึ่งพาลัทธิของท่านหมอผีเพื่อช่วย
เราเช่นกัน”
“แน่นอน!” ชือเย่วกล่าวออกมาทันที
เมื่อหัวหน้าอ้วนเห็นการท่าทางของชือเย่ว เขาค่อนข้างไม่พอใจ ทุก
ครั้งที่หัวหน้าอ้วนขอความช่วยเหลือจากลัทธิหนอนไฟให้ส่งผู้เชี่ยวชาญ
ออกมา เมื่อทรัพยากรการบ่มเพาะที่ปล้นได้มา พวกเขามอบให้กับลัทธิ
หนอนไฟทั้งหมด ถ้ายังเป็นเช่นนี้ต่อไป เมื่อไรกันที่กองทัพจะฝึกฝนนักสู้
ให้แข็งแกร่งเท่ากับผู้เชี่ยวชาญของลัทธิหนอนไฟ? พวกเขาจะต้องพึ่งพา
ลัทธิหนอนไฟทุกครั้งเช่นนั้นหรือ?
เพราะหัวหน้าอ้วนไม่มีความสุข เขาจึงลูบคลำรุนแรงมากขึ้น ตอนนี้
ทาสสาวไม่สามารถทนรับความเจ็บปวดได้อีก และเปล่งเสียงคร่ำครวญ
ออกมา
“หืมม!?” หัวหน้าอ้วนขมวดคิ้ว
เมื่อทาสสาวได้ยินเสียงนี้ ทั้งร่างของนางรู้สึกหนาวเย็นทันที
ร่างกายของนางเริ่มจะสั่นเทา และตอนนี้นางมีเพียงความคิดอย่าง
เดียวในใจ นางจบสิ้นแล้ว ชะตากรรมของนางจะเลวร้ายยิ่งกว่าความตาย
ในฐานะทาส พวกเขาไม่มีสิทธิ์ฆ่าตัวตาย ตามกฎของเผ่าหนอนไฟ
ศพของทาสที่ฆ่าตัวตายจะถูกนำมาเป็นอาหารของสัตว์ร้าย และตาม
ความเชื่อทางจิตวิญญาณของคนในป่าไพศาลทางใต้ ถ้าศพถูกกินโดยสัตว์
ร้ายหรือมนุษย์ พวกเขาจะไม่สามารถเข้าสู่วงจรวัฏสงสาร และพวกเขาไม่
สามารถเกิดใหม่ได้
ดังนั้น แม้ว่าทาสมากมายจะปรารถนาความตาย พวกเขาก็ไม่กล้า
พอที่จะฆ่าตัวตาย
ใบหน้าของหัวหน้าอ้วนมืดมนขณะที่เขายิ้ม เขากำลังคิดว่าจะลงโทษ
ทาสสาวอย่างไรในค่ำคืนนี้เพื่อระบายอารมณ์หดหู่ในจิตใจของเขา แต่
ตอนนั้นเอง มีเสียงอันเย็นเยือกตกลงมาจากท้องฟ้า ครอบคลุมทั่วทั้ง
หอคอยเกลียว
“ขออภัยด้วย! ข้ากลัวว่าเจ้าจะไม่มีโอกาสได้อยู่รอถึงสามเดือน!”
เสียงนี้เต็มไปด้วยจิตสังหารที่เย็นเยือก เพียงพอให้ผู้คนที่รับฟังรู้สึก
ว่าหัวใจของพวกเขาเต้นระรั่วด้วยความหวาดกลัวจากกลิ่นไอที่ไม่เป็น
มิตร หัวหน้าอ้วนตกตะลึงทันที เขาลุกยืนขึ้นอย่างตื่นตระหนก และมอง
ขึ้นไปเหนือศีรษะของเขา เขาเห็นเพียงเพดานสีดำเท่านั้น
“มันคือผู้ใด!?”
หัวหน้าอ้วนผลักทาสสาวที่อยู่ในมือออกไป และจ้องมองอย่างตกใจ
และตื่นตระหนก แต่พอคิดได้ว่าหมอผีเผ่าหนอนไฟอยู่ใกล้ๆเขาพร้อมกับ
ผู้เชี่ยวชาญอีกหลายคน เขาก็รู้สึกคลายกังวลเล็กน้อย พวกเขาเหล่านี้เป็น
พวกกินมนุษย์และไม่คายกระดูก พวกเขาแข็งแกร่งอย่างแท้จริง มิฉะนั้น
ไม่มีทางที่เผ่าหนอนไฟจะสามารถกวาดผ่านทั่วทั้งดินแดนป่าไพศาลทาง
ใต้เฉกเช่นหลายปีที่ผ่านมา
สีหน้าของชือเย่วเปลี่ยนไป คนผู้นี้สามารถซ่อนตัวจากความรับรู้ของ
เขา และกระทั้งแอบเข้ามาข้างในหอคอยหนอนไฟที่มีการป้องกันที่
หนาแน่นได้
“มันเป็นใคร? ออกมาและแสดงตัว! อย่าซ่อนตัวอยู่ในความมืด!” ชือ
เย่วพยายามรักษาความเยือกเย็นของเขาไว้ เขามีความสามารถและให้
ความสำคัญกับการสงบสติอารมณ์ ระดับการบ่มเพาะของเขาอยู่ที่ขั้น
ปราณต้นฟ้าช่วงปลาย และด้วยความช่วยเหลือจากปราณอัคคีเปลวเพลิง
นิรันดร์ มันจะเป็นเรื่องยากที่นักสู้คนอื่นๆที่อยู่ในขั้นปราณต้นฟ้าจะเป็นคู่
ต่อสู้ของเขาได้
ภายในป่าไพศาลทางใต้ เขาไม่สามารถพูดได้ว่าเขาแข็งแกร่งที่สุด
แต่แน่นอนว่าความแข็งแกร่งของเขาถูกจัดอยู่ในห้าอันดับแรก โดยเฉพาะ
อย่างยิ่ง เมื่อเขาอยู่ในดินแดนของเขา เขาได้รับความช่วยเหลือจากคน
ของเขา เพียงแค่นี้ก็ไม่จำเป็นต้องเกรงกลัวใครหรืออะไรทั้งนั้น