Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 325 ฝูงสัตว์อสูรเข้าโจมตียามค่ำคืน
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 325 ฝูงสัตว์อสูรเข้าโจมตียามค่ำคืน
เดิมทีหญิงสาวชุดขาวตั้งใจจะไปยังสำนักไป๋ฟง สำนักไป๋ฟงนั้นมี
ความสัมพันธ์อันดีกับสำนักคว้าจันทร์ นางเชื่อว่าตนจะสามารถหลบภัย
อยู่ที่นั่นได้
อย่างไรก็ตาม ชายหนุ่มชุดเหลืองไม่ต้องการให้มันเกิดขึ้น เมื่อหญิง
สาวชุดขาวเข้าไปยังสำนักไป๋ฟงแล้ว นางก็จะได้เป็นหนึ่งในอัจฉริยะของ
สำนักไป๋ฟง ส่วนเขานั้นก็จะเป็นเพียงคนไม่มีตัวตน เมื่อมันเกิดขึ้น เขายัง
จะมีโอกาสได้ครอบครองนางอีกเช่นนั้นหรือ?
เช่นนั้นเขาจึงบอกนางว่าสำนักไป๋ฟงอยากได้เคล็ดบ่มเพาะ มรดก
โอสถ ทรัพยากร และยังเขียนรายการถึงสิ่งที่อาจทำให้นางตกหลุมพราง
อีกด้วย ในที่สุด คำแนะนำของเขาเริ่มจะสั่นคลอนหญิงสาวชุดขาวช้าๆ
หญิงสาวชุดขาวนั้นอายุเพียง 18 ปีเท่านั้น ทั้งยังได้รับความเจ็บปวดทาง
จิตใจที่รุนแรง มันหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่นางจะเกิดความสับสนไปชั่วขณะ
จากนั้นชายหนุ่มชุดเหลืองที่เดินทางผ่านป่าไพศาลทางใต้พร้อมกับ
หญิงสาวชุดขาวจนในที่สุดก็มาถึงเมืองใบหม่อนสีเขียว เขาค่อนข้างพอใจ
กับขนาดของเมืองใบหม่อนสีเขียว และวางแผนที่จะอยู่ที่นี่พร้อมกับสนุก
ไปกับการต้อนรับอย่างดี ในขณะนั้นเขาก็จะดูแลเอาใจใส่หญิงสาวชุดสี
ขาวที่ต้องการคำปลอบใจ จากนั้นก็จู่โจมนางโดยไม่ให้ตั้งตัว
อย่างที่เขาว่าไว้ น้ำขึ้นให้รีบตัก
ในขณะที่หญิงสาวชุดขาวกำลังอาบน้ำ ชายหนุ่มชุดเหลืองก็ค่อยฟัง
อยู่ด้านนอก เขามีสัมผัสการรับรู้ที่ดี และรับรู้ถึงน้ำที่ไหลผ่านเรือนร่าง
ขณะที่นางกำลังทำความสะอาดตนเอง
ในขณะที่เขาได้ยินเสียงนี้ หัวใจก็เต้นรัว เขาคิดหาข้ออ้างที่จะอยู่ห้อง
เดียวกับนาง แต่ทันในนั้น เสียงระฆังก็ดังก้องไปทั่วเมือง
ฝูงสัตว์อสูรบุกอีกแล้ว!
ชายหนุ่มชุดเหลืองสบถออกมา เมืองใบหม่อนสีเขียวนั้นไม่มีสิ่งใด
เกี่ยวพันกับเขาเลย แต่หากสัตว์อสูรบุกเข้ามาถึงเมืองได้ พวกมันก็คงจะ
มาถึงที่นี่ในไม่ช้า ไม่มีประโยชน์ที่จะอยู่ในห้อง
………………………
ในยามค่ำคืน แสงจันทร์สาดส่องไปทั่วท้องฟ้า หากยืนอยู่บนกำแพง
เมือง ก็จะสามารถมองฝูงสัตว์อสูรดุร้ายเป็นจุดสีดำที่อยู่ห่างไกลออกไป
และกำลังมุ่งหน้ามา ส่วนใหญ่เป็นสัตว์อสูรดุร้ายระดับ 1-2 สัตว์อสูรดุ
ร้ายระดับ 3 นั้นมีจำนวนเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น พวกมันมีมากยิ่งกว่า
ตอนกลางวันเสียอีก บางทีอาจไม่น้อยไปกว่าแสนตัว
หญิงสาวชุดขาวใส่ชุดสีขาวบริสุทธิ์ นี่เป็นชุดพิเศษที่จูผิงได้เตรียมไว้
ให้นาง มันทำมาจากใยไหมหิมะ มันนุ่มและพอดีกับตัวมาก
“ข้าต้องขอโทษที่รบกวนการผักผ่อนของท่าน” จูผิงกล่าวพร้อมกับ
ยิ้มอยู่เสมอ
“ข้าจะช่วยเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น” ชายหนุ่มชุดเหลืองกล่าวพร้อม
กับหน้ามุ่ย เขามายังเมืองนี้และจะอยู่เพียงไม่กี่วัน ช่วยพวกเขาครั้งเดียว
เป็นการตอบแทนก็เป็นของขวัญที่ยิ่งใหญ่แล้ว
“ครั้งเดียวก็พอแล้ว ท่านทั้งสองโปรดวางใจ หลังจากนี้ไม่กี่วัน กำลัง
เสริมจะมาถึง” หลังจากที่จูผิงแข็งค้างไปชั่วครู่ เขาเพียงแค่ตามน้ำไปกับ
คำกล่าวของชายหนุ่มชุดเหลืองเท่านั้น
“เป็นเช่นนั้นก็ดี ข้าไม่อยากถูกรบกวนอีก!”
ขณะที่ชายหนุ่มชุดเหลืองกล่าว เขาค่อยๆเอากระบี่ยาวออกมาจาก
แหวนมิติ ในตอนนั้นเอง เขาก็เหลือบไปเห็นหลินหมิงที่อยู่ไม่ห่าง เขาจึง
หัวเราะและกล่าวว่า “เจ้าน่ะ มาแข่งอะไรกันสักหน่อยไหม? มาแข่งกันว่า
ผู้ใดจะสังหารได้มากกว่า หากเจ้าสังหารได้มากกว่า เช่นนั้นเจ้าก็จะ
ชนะ!”
แววตาของชายหนุ่มชุดเหลืองสาดประกาย เขาจำเป็นต้องชิงความ
ได้เปรียบในขณะที่แข็งแกร่งกว่าศิษย์น้องของเขา และเขาจำเป็นต้อง
แสดงความแข็งแกร่งออกมาเพื่อพิชิตใจนาง เขาต้องหาผู้ที่จะมาเป็นผู้แพ้
และบุคคลนั้นก็คือหลินหมิงนั่นเอง
หากเขาเพียงสังหารสัตว์อสูรเพียงลำพัง เช่นนั้นมันก็ไม่มีความหมาย
อันใด
“ข้าไม่สนใจ” หลินหมิงตอบกลับอย่างไม่สนใจ เขาขยับหอกแห่ง
ดาวหางม่วงในมือและกระโดดออกจากกลุ่มทหารไป
ชายหนุ่มชุดเหลืองคิ้วขมวด เจ้าเด็กผู้นี้หยิ่งยโสยิ่งนัก!
จูผิงมองไปยังหลินหมิงที่มุ่งออกไป และเขาก็แอบยกมุมปากของเขา
ขึ้น ในตอนนั้นเอง เขาก็ได้ยินกระแสเสียงปราณแท้ส่งมาในหูของเขา
“เจ้าแน่ใจหรือว่าเจ้าเด็กหนุ่มนี่ได้ส่งมังกรของมันไปยังที่อื่นเพื่อขอความ
ช่วยเหลือ?”
“อืม ข้าแน่ใจ ข้าอยากให้ท่านหาโอกาสโดยเร็วที่สุด เมื่อใดที่กำลัง
เสริมมาถึง ข้าเกรงว่าคงจะไม่มีโอกาสอีก” จูผิงแนะนำ หากหลินหมิงไม่
ตาย มันคงยากที่ตระกูลจูจะอยู่รอดได้
“เจ้าไม่จำเป็นต้องกล่าวสิ่งใดอีก ข้ารู้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น” ชายผู้ที่
หลบซ่อนอยู่ในฝูงชนทำเสียงไม่พอใจ ยกมุมปากที่เต็มไปด้วยจิตสังหาร
ขึ้น ปราศจากมังกรปีกวารี เขาเชื่อว่าเขามีโอกาสสำเร็จ 70-80% ในการ
สังหารหลินหมิง
โฮกก!
โฮกก!
โฮกก!
ที่ด้านหน้า ในที่สุดสัตว์อสูรดุร้ายก็บุกมาถึงบริเวณกับดัก กับดัก
เหล่านี้ได้ทำหน้าที่ของมันอย่างหนักตลอดทั้งการบุกของฝูงสัตว์อสูร แต่
ยังพอมีเวลาในการตั้งกับดักใหม่กว่าครึ่ง สัตว์อสูรที่กระจัดกระจายอยู่
เพียงไม่กี่ร้อยตัวก้าวเข้าสู่กับดัก ล้มลงกับพื้น และถูกเหยียบตายด้วยฝูง
สัตว์อสูรตัวอื่นที่อยู่ด้านหลัง
ชายหนุ่มชุดเหลืองเดินทอดน่องไปยังฝูงสัตว์อสูร กำกระบี่แน่นและ
ฟันออกไปอย่างเรียบง่าย
หวืด!
ระลอกสีฟ้าที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่ากระจายออกไปราวกับดวง
จันทร์เสี้ยวและกว้างนับสิบก้าว ผืนดินมีรอยถูกตัดขาดเป็นทางยาว สัตว์
อสูรที่อยู่ตรงหน้าของมันก็ถูกตัดขาด สัตว์อสูรระดับ 1 และ 2 นับสิบที่
อยู่ด้านหลังเองก็ถูกตัดขาดเช่นกัน
“ปราณกระบี่จันทร์เสี้ยว!”
เมื่อชายหนุ่มชุดเหลืองใช้อีกกระบวนท่า ปราณกระบี่ก็พุ่งออกไปบิด
ตัวราวกับงูพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้า และร่วงลงมาจากเมฆราวกับดอกไม้สีแดง
ในงานฉลองที่โปรยลงมาจากฟากฟ้า ไม่ว่าปราณกระบี่จะไปที่ใด โลหิตก็
จะสาดกระจายที่นั่น
“แข็งแกร่งยิ่งนัก!”
สือหลินไคที่มองมาไม่ไกลนัก ในขณะที่เขาเห็นชายหนุ่มชุดเหลือง
ฟันกระบี่ออกไปและสามารถสังหารสัตว์อสูรนับร้อยใน 2 กระบวนท่า
เขาก็ตกใจ ชายหนุ่มผู้นี้แข็งแกร่งยิ่งนัก!
ความแข็งแกร่งเช่นนี้อาจจะเหนือยิ่งกว่านักสู้ขั้นปราณต้นฟ้าช่วง
ปลายของอาณาจักรลิขิตฟ้าเสียอีก
สือหลินไคยอมรับว่าชายหนุ่มชุดเหลืองนั้นหยิ่งยโสยิ่งนัก แต่เขาก็มี
คุณสมบัติในการทำเช่นนั้น ต่อให้เขานับสิบไปสู้กับชายหนุ่มชุดเหลือง ก็
ยังมิอาจทำอันใดเขาได้
ไม่ไกลจากสือหลินไคนัก จวงฝานและหลินว่านเองก็ดวงตาเบิกกว้าง
จักรวาลนั้นไร้ที่สิ้นสุดอย่างแท้จริง มักจะมีผู้ที่เหนือกว่าเสมอ มรดกตก
ทอดของเหล่าสำนักใหญ่นั้นช่างเหนือจินตนาการ
ในตอนนี้ ราวกับว่าชายหนุ่มชุดเหลืองเป็นดาวเด่น แม้แต่หญิงสาว
ชุดขาวเองก็ยังปรากฏรอยยิ้มบนใบหน้าของนาง แน่นอนว่า มิใช่เพราะ
ความแข็งแกร่งของชายหนุ่มชุดเหลือง ด้วยความสามารถของเขาแล้ว
เขาไม่ใกล้เคียงกับอัจฉริยะที่แท้จริงขั้นปราณต้นฟ้าสำนักคว้าจันทร์ด้วย
ซ้ำ เหตุผลที่นางยิ้มนั้นเป็นเพราะว่าหลังจากหลบหนีมาหลายวัน นางก็ได้
เดินทางมาถึงเมืองของปุถุชนคนธรรมดา จึงทำให้นางนั้นรู้สึกผ่อนคลาย
เมื่อได้เห็นคนธรรมดามากมาย จู่ๆนางก็รู้สึกว่าการรับฟังสิ่งที่ชาย
หนุ่มชุดเหลืองกล่าวมา และอาศัยอยู่ในโลกของมนุษย์ธรรมดาก็มิได้แย่
อันใด ถึงแม้การบ่มเพาะจะช้าลง นางก็ยังสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสงบ
และเรียบง่าย ไม่ต้องคอยกังวลอยู่ตลอดเวลา
ซากของสัตว์อสูรกองอยู่รอบๆชายหนุ่มชุดเหลือง และไม่มีสัตว์อสูร
ตัวใดกล้าเข้าไปเผชิญหน้ากับปราณกระบี่ที่ทรงพลังของเขา
หากเปรียบเทียบกับชายหนุ่มชุดเหลืองแล้ว หลินหมิงนั้นกลายเป็น
ธรรมดาไปเลยทีเดียว มีเพียงซากศพสัตว์อสูรไม่กี่ตัวเท่านั้นที่อยู่รอบๆเขา
จำนวนน้อยกว่าชายหนุ่มชุดเหลืองถึง 3 เท่า
“ช่างน่าหวาดกลัวยิ่งนัก ชายหนุ่มชุดเหลืองผู้นั้นสามารถที่จะสังหาร
สัตว์อสูรได้รวดเร็วกว่าวีรบุรุษหลิน 3-4 เท่า!”
“เพียงแค่กระบวนท่าเดียวก็สังหารสัตว์อสูรไปหลายสิบตัวแล้ว และ
เขาเองก็ใช้กระบี่เช่นเดียวกับข้า ผู้ใดกันที่กล่าวว่ากระบี่ไม่เหมาะในการ
กวาดล้างศัตรู กระบี่ในมือชายหนุ่มชุดเหลืองดูเหมือนจะรุนแรงกว่าหอก
ของวีรบุรุษหลินเสียอีก!”
“อ่า ข้าเองก็มิอยากจะยอมรับ… แต่… เขาร้ายกาจไม่เบา…”
“เหอะ! เจ้ากล่าวอันใดไร้สาระ? วีรบุรุษหลินหมิงเพิ่งจะอายุเท่าไร
กัน? แล้วชายผู้นี้อายุเท่าใดกัน? จะเอาทั้งสองคนมาเปรียบเทียบกันได้
อย่างไร?”
ไม่มีผู้ใดรู้ว่าใครเป็นคนกล่าวเช่นนั้น แต่หลังจากนั้น ทุกคนเหมือน
ราวกับจะตื่นจากภวังค์ หลินหมิงเพิ่งจะอายุ 16 เท่านั้นเอง แต่ชายชาย
ชุดเหลืองอย่างน้อยก็ต้องอายุ 20 กว่าปี!
ทหารเหล่านี้มาจากเมืองใบหม่อนสีเขียว เป็นธรรมดาที่พวกเขาจะ
ชื่นชมหลินหมิงมากกว่า “ใช่แล้ว อีกไม่กี่ปี เมื่อวีรบุรุษหลินแห่งเมืองใบ
หม่อนสีเขียวของเราเติบโตขึ้น เขาก็จะมีพลังเช่นนี้ได้”
จากนั้นไม่นาน ก็มีเสียงดังขึ้นมาในฝูงสัตว์อสูรบุก สัตว์อสูรดุร้าย
ระดับ 4 ได้ปรากฏตัวขึ้น และมันยังมาถึง 2 ตัว!
ทั้งสองคือตะกวดเกราะเหล็ก ตัวหนึ่งใหญ่ ตัวหนึ่งเล็กกว่าเล็กน้อย
ทั้งสองตัวนั้นทรงพลัง และพลังป้องกันของมันก็แข็งแกร่งอย่างยิ่ง หากไม่
มีผู้ใดสังหารมันได้ มันย่อมทำลายกำแพงเมืองเข้ามาได้ในเวลาไม่นานนัก
“มันมีถึง 2 ตัว แบ่งกันคนละตัว!” ชายหนุ่มชุดเหลืองยกมุมปากขึ้น
อย่างพอใจ เขาสะบัดกระบี่และพุ่งตรงไปยังตะกวดเกราะเหล็ก
ในความคิดเห็นของเขา ด้วยความแข็งแกร่งของหลินหมิงแล้ว มัน
เป็นไปไม่ได้ที่จะสังหารตะกวดเกราะเหล็ก และยิ่งในบริเวณที่เต็มไปด้วย
ฝูงสัตว์อสูรเช่นนี้ เขาอาจจะทำสำเร็จแต่ก็คงต้องต่อสู้แทบตาย ซึ่งนี่จะ
ทำให้หลินหมิงต้องขายหน้า
ฉวิ้ง ฉวิ้ง ฉวิ้ง!
แสงกระบี่ร่วงลงมาราวกับสายฝน และทุกเล่มเสียบเป็นรูเลือดบนตัว
ของตะกวดเกราะเหล็ก ตะกวดเกราะเหล็กลมคว่ำลงไป
หลังจากที่ใช้กระบี่เดียวจัดการกับตะกวดเกราะเหล็กจนบาดเจ็บ
สาหัส ชายหนุ่มชุดเหลืองก็พอใจเป็นอย่างมากในความสำเร็จของตน เขา
คิดว่าหากตนเป็นหลินหมิงคงจะเลือกจัดการกับตะกวดเกราะเหล็กตัวเล็ก
กว่า แต่เมื่อเขาหันหน้าไปมอง เขากลับพบว่าหลินหมิงพุ่งเข้าไปในฝูงสัตว์
อสูรแทนที่จะสังหารตะกวดเกราะเหล็กตัวเล็ก และเข้าไปยังฝูงสัตว์ลึกขึ้น
เรื่อยๆ
ชายหนุ่มชุดเหลืองยิ้มอย่างเย้ยหยั่น ช่างขลาดเขลาอะไรเช่นนี้ เขา
ไม่กล้าแม้แต่จะสังหารตะกวดเกราะเหล็กตัวเล็ก ย่อมได้ ข้าจะสังหาร
พวกมันทั้งสองตัวเอง!
เมื่อเขาคิดว่าศิษย์น้องกำลังมองเขาอยู่ด้านหลัง ชายหนุ่มชุดเหลืองก็
มีจิตวิญญาณนักสู้ขึ้นมาทันที เขาจึงหันไปรอบๆและฟันกระบี่ไปยัง
ตะกวดเกราะเหล็กตัวเล็ก จนทำให้มันบาดเจ็บหนัก!
ใน 2 กระบี่ เขาสามารถทำให้ตะกวดเกราะเหล็กทั้งสองตัวบาดเจ็บ
หนักได้ ในสายตาของทหารทั่วไปแล้ว เขานั้นราวกับเป็นเทพแห่งสงคราม
ที่ลงมายังโลกมนุษย์!
แม้แต่สือหลินไคก็ยังต้องหุบปาก ภายในทวีปนภารินไหล ผู้ที่
แข็งแกร่งจะได้รับความเคารพนับถือ ชายหนุ่มชุดเหลืองนั้นแข็งแกร่งยิ่ง
กว่าสือหลินไคมากนัก
ในตอนนี้เอง ยิ่งหลินหมิงสังหารไปมากเท่าใด เขาก็ยิ่งเข้าไปในฝูง
สัตว์อสูรลึกเท่านั้น ถึงแม้จะมีแสงจันทร์ แต่ก็เพียงสลัวๆเท่านั้น หลินหมิง
ได้เข้าไปลึกขึ้นเรื่อยๆอย่างรวดเร็ว
“หลินหมิง! อย่าเข้าไปลึกเกินไป! กลับมาก่อน!” ภายในกองทัพนี้ ผู้
ที่เป็นห่วงหลินหมิงมากที่สุดก็คือหลินว่านซาน หากมีสิ่งใดเกิดขึ้นกับ
หลินหมิง ตระกูลหลินคงไม่อาจรับได้
“หืม? หลินหมิง?” ท่ามกลางกองทัพที่โกลาหล เมื่อหญิงสาวชุดขาว
ได้ยินชื่อ ‘หลินหมิง’ นางก็แข็งค้างไปชั่วขณะ จากนั้นก็ส่ายศีรษะ ไม่มี
ทางที่มันจะเป็นคนผู้นั้น… หลินหมิง หลินอะไรสักอย่าง บางทีอาจจะเป็น
ชื่อทั่วไปในที่แห่งนี้ มันไม่แปลกที่จะมีผู้ที่มีชื่อเดียวกัน
ใบหน้าของหญิงสาวชุดขาวกลับเป็นดังเดิม ยืนอยู่ท่ามกลางสายลม
ในยามค่ำคืน นางไม่สนใจสิ่งใด ในการต่อสู้ของสัตว์อสูรและมนุษย์
ธรรมดานี้ นางไม่อยากจะใส่ใจ
หลินหมิงยังคงสังหารมากขึ้นและเข้าไปลึกขึ้นเรื่อยๆ ความเร็วใน
การสังหารของเขารวดเร็วอย่างยิ่ง ไม่ว่าเขาไปยังที่ใด จะต้องมีความตาย
และโลหิตสาดกระจาย ราวกับเขากำลังขีดเส้นสีแดงเป็นแนวไปตาม
สนามรบ
‘สุดท้ายแล้ว เขาก็เป็นแค่เด็ก ถึงแม้จะมีพรสวรรค์ล้ำเลิศ แต่ก็ยังไม่
เติบโตเต็มที่ และเขาก็คงรับรู้ถึงความแข็งแกร่งที่แท้จริงจากผู้อื่น หาก
เขายังอยู่ใกล้กับชายหนุ่มชุดเหลือง เขาก็จะเสียหน้าเท่านั้น เช่นนั้นเขาจึง
ตัดสินใจมุ่งหน้าเข้าไปลึกเกินไป’ ด้านหลังของหลินหมิงมีเงาสลัวแอบ
ติดตามไปอย่างลับๆ หลบซ่อนอยู่ท่ามกลางฝูงสัตว์อสูร
หลินหมิงยังคงต่อสู้ไปเรื่อยๆ หากหอกของเขามุ่งไปยังทางใด ทาง
นั้นโลหิตจะต้องสาดกระจาย ‘ในที่สุดเจ้าก็ออกมาแล้วสินะ? มี
ความสามารถปิดบังตัวตนได้ดียิ่ง แม้จะอยู่ใกล้ๆ ข้าก็ยังรับรู้ได้ถึงจิต
สังหารเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเอง’