Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 326 นักฆ่า
ด้วยความแข็งแกร่งที่แท้จริงของหลินหมิง การพุ่งเข้าใส่ฝูงสัตว์อสูรก็
ไม่ต่างกับกระบี่ที่ตัดผ้าไหมอันอ่อนนุ่ม ไร้ผู้ต่อต้าน และไม่อาจหยุดยั้งได้
ในเวลาไม่นาน เขาก็ฝ่าเข้าไปนับสิบลี้แล้ว ตอนนี้เขาอยู่ใกล้กับสัตว์อสูร
ฝูงใหญ่
เงาสลัวที่แอบตามหลินหมิงมานั้นสงสัย ‘เหตุใดเขาจึงเข้ามาลึกถึง
เพียงนี้? หรือว่าเขาเจอข้าแล้วเช่นนั้นหรือ?’
เงาสลัวนี้คิดว่าหลินหมิงถูกกระตุ้นโดยการสังหารที่รวดเร็วของชาย
หนุ่มชุดเหลือง และไม่มีหน้าที่จะอยู่ตรงนั้นอีก จึงมุ่งหน้าฝ่าลึกเข้ามาใน
ฝูงสัตว์อสูรแทน แต่ในชั่วลมหายใจ เขาก็ยิ่งพุ่งมายังสัตว์อสูรฝูงใหญ่ที่ลึก
เข้าไปอีก เขาเข้ามาลึกเกินไปแล้ว
‘เจ้าหนูนี่พยายามจะล่อข้าออกไปเช่นนั้นหรือ?’ เงาสลัวขมวดคิ้ว
เมื่อเขาคิดเช่นนี้
‘เขาไม่รู้ว่าข้านั้นแข็งแกร่งเพียงไร และยังกล้าที่จะล่อข้าออกไปอีก
เช่นนั้นหรือ? ต้องการที่จะพลิกแผนมาสังหารข้า? เจ้าเด็กนี่ช่างมั่นใจใน
ตัวเองจนหยิ่งยโสยิ่งนัก เขาคิดว่าตนเองไร้เทียมทานภายใต้สวรรค์หรือ
อย่างไร!?’
เงาสลัวเองก็ไม่มั่นใจเต็มร้อยว่าจะสังหารหลินหมิงได้สำเร็จ อย่างไร
ก็ตาม หลินหมิงก็เป็นถึงผู้ที่มีพรสวรรค์ระดับสวรรค์ที่เกาะฟีนิกซ์
ศักดิ์สิทธิ์ได้ประเมินไว้ เขาจึงไม่แปลกใจเลยหากหลินหมิงซ่อนไพ่ตาย
หรือความแข็งแกร่งเอาไว้ แต่เขาก็ไม่เคยคิดว่าหลินหมิงจะสามารถ
สังหารตนได้
เขานั้นเป็นศิษย์ของแผนกอย่างเป็นทางการ ระดับการบ่มเพาะของ
เขานั้นอยู่ในขั้นปราณต้นฟ้าช่วงปลาย และเขายังมีการบ่มเพาะที่มั่นคง
อีกด้วย เขาจะถูกสังหารโดยเด็กที่มีเพียงระดับการบ่มเพาะขั้นผสานชีพ
จรช่วงกลางได้อย่างไร? ไม่ต้องกล่าวถึงหลินหมิง เขานั้นไม่เห็นชายชุด
เหลืองของสำนักคว้าจันทร์อยู่ในสายตาด้วยซ้ำ
เมื่อพิจารณาทุกด้านแล้ว แม้ว่าเขาจะไม่อาจเอาชนะหลินหมิงได้ แต่
เขาก็ยังสามารถหนีไปได้อย่างปลอดภัย เพราะไม่ว่าอย่างไรเขาก็เป็นนักสู้
ขั้นปราณต้นฟ้าช่วงปลายที่มาจากสำนัก หากเขาหลบหนีอย่างเต็มกำลัง
มันคงยากที่จะหยุดเขาได้
ถึงแม้เขาจะไม่มั่นใจว่าจะสังหารหลินหมิงได้ แต่ก็จำเป็นต้องทำ
ในตอนนี้ เพราะยามใดที่กำลังเสริมมาถึงเมืองใบหม่อนสีเขียว เขาคงไม่มี
โอกาสเช่นนี้อีก ชีวิตของเขาและโอวหยางปั่วเยี่ยนผูกติดกัน เมื่อหลินห
มิงเติบโตขึ้นจนสามารถครองหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ได้ นั่นจะเป็นวันที่เขา
จะต้องตาย
“ตายซะ!”
ทันใดนั้น เงาสลัวก็เริ่มเคลื่อนไหว จิตสังหารทั้งหมดไหลกลับเข้าไป
ในตัวเขา ร่างกายของเขากลายเป็นภาพมายาสีดำที่ดูเหมือนจะหายไปใน
อากาศ ร่างกายของเขาจมหายไปในความว่างเปล่า
“วิชาใบมีดทะลวงใจ!”
ใบมีดของเขาแทบจะมองไม่เห็นในความมืด ใช้ฝูงสัตว์อสูรปิดบัง
ตัวตน และพุ่งใบมีดตรงไปยังหัวใจของหลินหมิง!
“ออกมาแล้วซินะ!”
หลินหมิงยิ้มเยาะ เขาไม่กลัวพวกโจร มีเพียงโจรเท่านั้นที่แฝงตัวอยู่
ยามค่ำคืน ตราบใดที่พวกมันออกมา ก็ไม่มีสิ่งใดที่จะต้องกลัว
ปราณแท้โคจรไปทั่วร่าง หลินหมิงหันหอกไปรอบๆ รวดเร็วปาน
สายฟ้า ปราณแท้ไหลเข้าไปในหอกในขณะมันพุ่งออกไป!
“ทักษะหอกหวนคืน!”
มันเป็นทักษะวิชาหอกที่เป็นทักษะพื้นฐานที่สุด อย่างไรก็ตาม
ภายใต้การเกื้อหนุนของปราณแท้และพลังแห่งสายฟ้า ความแข็งแกร่ง
ของหอกจึงอยู่ในระดับที่น่าหวาดกลัวยิ่งนัก
ปิ้งง!
ใบมีดสีดำที่พุ่งเข้ามาแตกเป็นเสี่ยงด้วยหอกของหลินหมิง และหอก
ยังพุ่งไปเสียบคอหอยของเงาสลัวทันที!
“หืม? ภาพติดตา? ไม่สิ… นี่มันภาพลวงตา!”
ในเสี้ยววินั้น มันช้าไปแล้วที่หลินหมิงจะดึงหอกกลับมา สายลมกรีด
ร้องราวกับใบมีดถูกแทงมาจากมุมอับ พุ่งมายังชายโคลงซ้าย หวังที่จะ
เสียบทะลวงหัวใจของเขา!
พลังแห่งสายฟ้า!
ปัง!
ระเบิดปะทุออกมา เข็มเหล็กม้วนมังกรที่หลินหมิงได้ซ่อนไว้ปรากฏ
ออกมา สายฟ้าหมุนวนอยู่ในอากาศคล้ายอสรพิษขนาดใหญ่ เงาสลัว
สำลักโลหิต และรีบถอยไปอย่างรวดเร็ว
หลินหมิงเองก็เจ็บชายโคลงซ้าย ชุดของเขาฉีกขาด มีโลหิตไหลซึม
ออกมาจากชายโคลงซ้าย
เข็มเหล็กม้วนมังกรที่ได้ผสานเข้ากับร่างกายของเขานั้นสามารถ
ป้องกันการโจมตีระยะประชิดได้ เขาเคยใช้มันครั้งหนึ่งในการต่อสู้กับ
เจียงเป่าอวิ้น และพึ่งพามันในการหยุดความเร็วที่ไร้ที่เปรียบของเจียง
เป่าอวิ้น
“ในที่สุดเจ้าก็ออกมา” หลินหมิงกล่าวพร้อมกับเช็ดโลหิตออกไป
เพียงแค่แผลตื้นๆเท่านั้น
นักฆ่านี้เป็นชายชรา รูปร่างสูง มีหน้ากากปิดบังใบหน้า ในมือถือ
กระบี่ที่ยาวเพียง 2 ก้าวและบางอย่างมาก กระบี่เช่นนี้เหมาะสำหรับลอบ
สังหาร ความยาว 2 ก้าวของมันเพียงพอที่จะเสียบทะลุหัวใจได้ ด้วย
ความบางเช่นนี้จึงซ่อนได้ง่าย
ในขณะที่ชรานี้มองมายังหลินหมิง เขาไม่อยากจะเชื่อว่าการโจมตี
ของเขาทำให้หลินหมิงบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ถึงแม้ว่าพลังโจมตีจะ
ถูกลดทอนลงโดยพลังของสายฟ้า มันก็ไม่น่าจะเกิดความเสียหายเพียง
เล็กน้อยเช่นนี้ หรือว่าหลินหมิงมีวิธีการพิเศษบางอย่างในการเพิ่มพลัง
ป้องกัน?
“เจ้าเป็นลูกน้องของโอวหยางปั่วเยี่ยนเช่นนั้นหรือ?” หลินหมิงกล่าว
ถามอย่างราบเรียบ
“ฮ่าฮ่า เจ้าไม่จำเป็นต้องพูดให้มากความ ระหว่างเจ้าและข้านั้นไม่มี
ความแค้นต่อกัน ข้ามาเพื่อสังหารเจ้าตามค่าหัวเท่านั้น ข้ามาเพื่อส่งเจ้า
ไปปรโลก แต่อย่าโทษข้าเลย… ” เมื่อชายชรากล่าว เสียงของเขาแหบ
แห้ง และหน้ากากบนใบหน้าก็สั่นสะท้าน หากมองใกล้ๆแล้วจะสามารถ
เห็นถึงเนื้อหนังภายใต้หน้ากากได้ ซึ่งไม่ต่างจากศพแม้แต่น้อย
ทันใดนั้นหลินหมิงก็ยิ้มออกมา “หน้ากากที่ใช้ในการแสดงของเจ้าก็
ค่อนข้างดี”
สีหน้าของชายชราหม่นหมองลง “เจ้าหมายความเช่นไร?”
“ฮ่าฮ่า ท่านรองเจ้าสำนักไป่ ไม่ว่าท่านจะซ่อนหรือพยายามปิดบัง
อย่างไร ด้วยความสามารถของท่าน เหตุใดจึงต้องใช้หน้ากาก? ถอดมัน
ออกเถอะ ข้าเคยมีประสบการณ์รู้จักเคล็ดวิชานี้มาก่อน ได้ถูกหลอกอย่าง
น่าสมเพชมาก่อน ท่านคิดว่าจะสามารถหลอกข้าได้อีกครั้งด้วยวิธีเดิม
เช่นนั้นหรือ?”
หลินหมิงเคยคิดว่าผู้ที่อยู่ในเงาควรจะเป็นผู้ที่โอวหยางปั่วเยี่ยน
อุปถัมภ์ เพราะไม่ว่าอย่างไรก็ตาม การจะทำเรื่องเช่นนี้ควรจะต้องเป็นผู้ที่
ไว้วางใจอย่างมากเท่านั้น มิฉะนั้น โอวหยางปั่วเยี่ยนคงไม่อาจรู้สึก
ปลอดภัยและมั่นคงได้
เนื่องจากโอวหยางปั่วเยี่ยนเป็นคนของแผนกลงทันฑ์ ผู้อุปถัมภ์ก็ควร
จะเป็นคนแผนกลงทัณฑ์เช่นกัน แต่เหตุใดคนผู้นี้ถึงได้มีเคล็ดวิชาปิดบัง
ตัวตนได้ดีถึงเพียงนี้? ความสามารถเช่นนี้ควรจะมีเพียงแค่คนของแผนก
ภาพลวงตาเท่านั้น
และศิษย์ของแผนกภาพมายาที่สามารถเผชิญหน้ากับหลินหมิงได้
และต้องมีระดับการบ่มเพาะขั้นปราณต้นฟ้า มีเพียงไป่หลัว!
มีเพียงไป่หลัวเท่านั้นที่สามารถใช้แผนนี้ร่วมกับโอวหยาวปั่วเยี่ยน
ทั้งสองจะต้องร่วมมือกัน วางแผนลอบสังหารหลินหมิง
หลินหมิงจำได้ว่าเดิมทีแล้ว ไป่หลัวมีการบ่มเพาะอยู่ในจุดสูงสุดของ
ขั้นปราณต้นฟ้าช่วงกลาง แต่ในตอนนี้เขาได้ทะลวงระดับขั้นมาเป็นขั้น
ปราณต้นฟ้าช่วงปลาย อาจเป็นเพราะโอวหยางปั่วเยี่ยนได้ให้ความ
ช่วยเหลือเขาบางอย่าง
แน่นอนว่า หลินหมิงเพียงแค่เดาเท่านั้น ความสามารถในการเปลี่ยน
รูปลักษณ์ของไป่หลัวนั้นไม่ใช่สิ่งที่หลินหมิงจะสามารถมองออกได้ เขาจึง
ล่อให้ไป่หลัวถอดหน้ากากออก เพื่อยืนยันความคิดของเขา
ชายชราปราศจากความรู้สึกใดๆ เขากล่าวอย่างเย็นชาว่า “ข้าไม่
เข้าใจว่าเจ้ากล่าวเรื่องไร้สาระอันใด ยืดเยื้อเวลาไปก็เปล่าประโยชน์ เจ้า
มิใช่คู่มือของข้า และในวันนี้จะเป็นวันตายของเจ้าอย่างแน่นอน”
“โอ้? เจ้าคิดว่าจะสามารถทำได้เช่นนั้นหรือ?” หลินหมิงกล่าวออก
มาด้วยความตื่นเต้นและเต็มไปด้วยจิตวิญญาณแห่งนักสู้
หลังจากที่หลินหลังได้ทะลวงระดับขึ้นมาเป็นขั้นผสานชีพจรช่วง
กลาง และได้รับหอกแห่งดาวหางม่วง และยังได้ดูดซับเพลิงสีโลหิตแกน
ปฐพีอีกด้วย ความแข็งแกร่งของเขาได้เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ในตอนนี้เขา
หวังที่จะมีคู่มือดีๆเพื่อทดสอบความแข็งแกร่งของเขา ชายหนุ่มชุดเหลือง
ที่เห่าต่อหน้าเขาก่อนหน้านี้ไม่อาจกระตุ้นความสนใจของเขาได้แม้แต่
น้อย
ในตอนนี้ ไป่หลัวเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยม
“มันก็ดีที่คนหนุ่มจะหยิ่งยโส แต่หากยิ่งยโสมากเกินไปก็จะเป็น
เช่นเดียวกับคนโง่เขลา! ตายซะ!”
หวูบ!
ชายชราเคลื่อนไหว แสงสีขาวสาดประกายของมาจากร่างของเขา
ทุกครั้งที่แสงสาดประกายออกมา ร่างจำแลงของเขาก็จะปรากฏออกมา
ในชั่วพริบตา ก็มีร่างจำแลงถึง 36 ร่างแล้ว
มันเกิดขึ้นรวดเร็วอย่างมาก จนนักสู้ธรรมดาไม่อาจจะมองเห็นสิ่งที่
เกิดขึ้นได้ หลงเหลือไว้เพียงแสงแวบในชั่วพริบตาเท่านั้น จนเป็นภาพติด
ตา
แต่ความสามารถในการรับรู้ของหลินหมิงนั้นแหลมคมอย่างมาก ไม่
มีทางที่ชายชราคนนี้จะสร้างภาพติดตาได้ถึง 36 ภาพ ดังนั้นชายชราที่อยู่
ตรงหน้าเขาไม่ได้เคลื่อนไหวรวดเร็วจนเกิดภาพติดตาถึง 36 ภาพ แต่มัน
เป็นภาพลวงตาต่างหาก
นี่ก็เป็นเคล็ดบ่มเพาะของแผนกภาพมายาเช่นกัน!
หลินหมิงยิ้ม “ถึงเจ้าจะซ่อนตัวตน แต่เจ้าไม่อาจซ่อนเคล็ดบ่มเพาะ
ได้ สิ่งที่เจ้าใช้เมื่อครู่คือเคล็ดบ่มเพาะของแผนกภาพมายา!”
“สิ่งใดคือเคล็ดบ่มเพาะของแผนกภาพมายา? เมื่อเจ้าไปปรโลกแล้ว
ข้าอยากจะรู้นักว่าเจ้าจะยังเดาได้อยู่อีกไหม!”
ในขณะเดียวกัน ร่างทั้ง 36 ร่างก็ชักกระบี่ในมือออกมา 36 กระบี่
แวบไปอย่างรวดเร็ว!
“ค่ายกล 36 กระบี่พิฆาต!”
ฟริ้ว ฟริ้ว ฟริ้ว ฟริ้ว ฟริ้ว ฟริ้ว ฟริ้ว!
36 กระบี่ลำแสงพุ่งเข้าหาหลินหมิงจากทุกทิศทาง ทำให้อากาศ
สั่นสะเทือน ปราณแท้หนาแน่นยิ่งกว่าชายชุดเหลืองจากสำนักคว้าจันทร์
เป็น 10 เท่า!
ทันใดนั้น ชายชราก็ใช้กระบวนท่าสังหารของเขา เมื่อสถานการณ์
มาถึงขั้นนี้ หลินหมิงก็ไม่จำเป็นต้องซ่อนความแข็งแกร่งใดๆไว้อีกแล้ว
ปราณแท้ได้หลั่งไหลเข้าไปในเมล็ดพันธุ์เทพทรราช
ปราณเทพทรราชคลั่ง – เปิด!
บรึมม!!!
ปราณแท้สีครามที่ถูกบีบอัด หลั่งไหลออกมาจากเมล็ดพันธุ์เทพ
ทรราชราวกับน้ำหลาก 36 กระบี่ลำแสงถูกหยุดเอาไว้โดยคลื่นปราณแท้ที่
หนาแน่นและรุนแรง พวกมันจมอยู่ในพลังที่ไร้สิ้นสุดแห่งมังกรที่แท้จริง!
“อะไรกัน!?”
สีหน้าของชายชราเปลี่ยนไปอย่างมาก พลังของค่ายกล 36 กระบี่
พิฆาตนั้นเป็น 1 ใน 3 การโจมตีที่รุนแรงที่สุดที่เขารู้จัก แต่มันกลับถูก
หลินหมิงป้องกันอย่างง่ายดาย
เขาเดาได้ถูกต้อง หลินหมิงได้ซ่อนความแข็งแกร่งไว้จริงๆ แต่เขาไม่
เคยคิดเลยว่ามันจะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ หากหลินหมิงอาศัยสมบัติพิเศษ
หรือเคล็ดวิชาพิเศษเพื่อหลบการโจมตีแล้ว ชายชราผู้นี้ก็จะคงไม่แปลกใจ
นัก แต่หลินหมิงกลับสลายพลังกระบี่ที่เขาทุ่มสุดตัวได้ทั้งหมด!
ในการโจมตีที่ทุ่มสุดตัวนี้ ไม่สำคัญว่าปราณแท้จะหนาแน่นเพียงใด
ปราณแท้จะหนาแน่นนั้นจะต้องขึ้นอยู่กับระดับการบ่มเพาะของคนผู้นั้น
แล้วปราณแท้ของผู้เชี่ยวชาญขั้นปราณต้นฟ้าช่วงปลายจะถูกยับยั้งไว้ได้
ด้วยปราณแท้ของผู้ที่อยู่เพียงขั้นผสานชีพจรช่วงกลางได้เช่นไร?
เป็นไปได้อย่างไร!?
หลินหมิงยิ้มหยัน ในเมื่อเขาได้เปิดใช้งานปราณเทพทรราชคลั่ง เขา
ก็ต้องการจะจบการต่อสู้โดยเร็วที่สุด “ท่านรองเจ้าสำนักไป่ มันค่อนข้าง
น่าเสียดายที่ท่านและโอวหยางปั่วเยี่ยนไม่ได้ชมงานประลองชุมนุมร่วม
สำนัก ได้ยินข่าวลือนั้นย่อมไม่เท่ากับเห็นด้วยตาตนเอง ท่านรองเจ้าสำนัก
ไป่ตัดสินใจผิดพลาด เพราะเหตุนั้นท่านถึงต้องจ่ายด้วยราคามหาศาล!
“หืมมม! ไร้สาระ!” เจ้าคิดว่าจะขู่ข้าได้เช่นนั้นหรือ?” ชายชราไม่ได้
ถูกข่มขู่ เขารวบรวมปราณแท้มากกว่าเดิม และจะใช้ค่ายกล 72 กระบี่
พิฆาตที่รุนแรงยิ่งกว่า และจะสามารถสังหารหลินหมิงในการโจมตีเดียว
อย่างแน่นอน แต่ทันใดนั้นสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป เพราะว่าปลายหอก
ของหลินหมิง มีเปลวเพลิงสีแดงฉานและเข็มเหล็กม้วนมังกรสีม่วงได้
ปรากฏขึ้นพร้อมกัน
ในท้องฟ้ายามค่ำคืนที่กว้างใหญ่ ไฟขนาดเล็กสองดวงที่ดูเหมือนจะ
ไม่มีความสำคัญอันใด แต่ดวงตาของชายชรากลับเบิกกว้างราวกับจะหลุด
ออกมาจากเบ้า
‘นี่… นี่มัน….’
‘เป็นไปไม่ได้! เป็นไปไม่ได้อย่างเด็ดขาด! ไม่มีทางเป็นปราณอัคคี
อย่างแน่นอน!’
ชายชราหน้าซีด เขาไม่อยากเชื่อสิ่งที่ตนคิด แต่เขาก็สัมผัสได้ถึงพลัง
อันน่าหวาดกลัวจากเปลวเพลิงสีแดงเล็กๆนั่น
“เป็นไปไม่ได้ ไม่ มันคงไม่ใช่… กายธาตุจำเพาะคู่อัคคีและอัสนี อายุ
เพียง 16 ปี สามารถควบคุมอาวุธสายฟ้าที่ทรงพลังได้ แต่ยังสามารถ
ควบคุมปราณอัคคีได้อีกด้วย ทั่วทั้งดินแดนอันกว้างใหญ่นี้อาจมีเขาเพียง
คนเดียว”
ดูเหมือนว่าชายชราผู้นี้กำลังมึนงง เขาพึมพำกับตัวเองพร้อมปากที่
บิดเบี้ยว
“ท่านคิดว่านี่คืออาวุธสายฟ้าใช่หรือไม่?” หลินหมิงยิ้ม จากนั้นก็แบ
มือออก เข็มเหล็กมังกรม้วนลอยมายังมือของเขาและหมุนไปรอบๆ “รอง
เจ้าสำนักไป่ เปิดตาของท่านดูให้ดี นี่คืออาวุธสายฟ้าที่ถูกบีบอัดด้วย
สายฟ้าบริสุทธิ์”