Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 332 ความโชติช่วงแห่งเพลิงสายฟ้า
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 332 ความโชติช่วงแห่งเพลิงสายฟ้า
เหล่าพี่น้อง ในขณะที่สองผู้เชี่ยวชาญกำลังรับมือกับสัตว์ประหลาด
หนวด พวกเราจะต้องป้องกันฝูงสัตว์อสูรดุร้ายเอาไว้ให้ได้! ตราบใดที่เรา
ต้านเอาไว้ได้จนถึงที่สุด และเมื่อใดที่สองผู้เชี่ยวชาญสามารถสังหารสัตว์
อสูรหนวดประหลาดตนนั้น พวกเราก็จะชนะ
อย่างไรก็ตามหากเป็นคำพูดของทหารด้วยกันเองย่อมไม่ค่อยมี
ความหมายนัก ทุกคนสามารถมองเห็นชายหนุ่มชุดเหลืองและหลินหมิง
กำลังอยู่ในตำแหน่งที่เสียเปรียบอย่างมากในการเผชิญหน้ากับสัตว์
ประหลาดโคลน หลังจากที่ชายชุดเหลืองได้บาดเจ็บตั้งแต่เริ่ม เขาก็ตกอยู่
ในอันตราย สำหรับหลินหมิง เขาอาการแย่ยิ่งกว่าชายหนุ่มชุดเหลือง จะ
เห็นได้ว่าเขาหลบไปมาอยู่ด้านข้างของสัตว์ประหลาดโคลนและไม่อาจ
โจมตีได้เลยซักครั้ง
ในสถานะการณ์เช่นนี้ มันดีสำหรับชายหนุ่มชุดเหลือง ถึงหลินหมิง
ไม่ได้ตายเพราะเผชิญหน้ากับสัตว์ประหลาดโคลนตัวนี้ แต่ก็ไม่ต้อง
กล่าวถึงการสังหารมันเช่นกัน
ถึงจะเป็นเช่นนั้น ก็ไม่มีทหารผู้ใดที่ล่าถอย ด้านหลังของพวกเขาเป็น
เมืองใบหม่อนสีเขียว ครอบครัวของพวกเขาได้อาศัยอยู่ หากเมืองใบ
หม่อนสีเขียวล่มสลาย ทุดคนก็จะต้องตาย
แล้วพวกเขาจะมีความคิดที่จะล่าถอยได้อย่างไรกัน?
บึมม บึมม บึมม!
หนวดได้ถูกหวดออกไปด้วยความโกรธ ชายหนุ่มชุดเหลืองใช้วีธีหลบ
ไปทีละหนวด เขาไม่มีความแข็งแกร่งพอที่จะโจมตีเต็มกำลังกลับไป
บางครั้งเมื่อมีช่องว่าง เขาก็จะอาศัยจังหวะนั้นพุ่งปราณกระบี่ออกไป
โจมตีอาคมดินแดนแห่งฝัน
อย่างไรก็ตามอาคมดินแดนแห่งฝันมิใช่สิ่งที่ชายหนุ่มชุดเหลืองจะ
สามารถทำลายได้ การโจมตีของเขาไม่อาจทำให้ม่านพลังสั่นสะเทือนได้
ด้วยซ้ำ
“เจ้าหนูแซ่หลิน ข้า… ข้าได้…. ดึงดูดความสนใจของมันแล้ว เร็ว…
เร็วเข้าและรีบโจมตีสัตว์ประหลาดโคลนนี่ซะ! มิเช่นนั้นพวกเราทั้งคู่
จะต้องตายอยู่ที่นี่!”
ชายหนุ่มชุดเหลืองกำลังคิดหาทางหนี เมื่อตอนที่หลินหมิงได้ดึงดูด
ความสนใจของสัตว์ประหลาดโคลน อย่างไรก็ตาม หลินหมิงยังคงไม่ลง
มืออยู่ดี
เมื่อเห็นหลินหมิงทำเป็นหูทวนลมและไม่คิดจะช่วยเขาเลยซักนิด
ชายชุดหนุ่มเหลืองจึงกลายเป็นโกรธอย่างมาก เขาจึงเป็นไปยังหลินหมิง
ต้องการที่จะให้หลินหมิงติดร่างแห่ไปด้วย แต่หลินหมิงนั้นว่องไวเกินไป
จึงไม่มีทางที่ชายหนุ่มชุดเหลืองจะจับเขาได้
“อ่า!!!”
ชายหนุ่มชุดเหลืองร้องออกมาอย่างน่าเวทนา ขาของเขาโดนเขากับ
น้ำเมือกกัดกร่อน จากนั้นโลหิตก็ไหลออกมาในทันที
ความเจ็บปวดนี้ยังไม่พอที่จะหยุดเขาได้ เพียงแค่ทำให้เขาหลบได้
ยากขึ้นเท่านั้น
ชายหนุ่มชุดเหลืองกัดฟันของเขาแน่นและผลักดันร่างกายให้เกิน
ขีดจำกัดโดยใช้ช่วงเวลาวิกฤตแห่งความเป็นความตายนี้เข้ากระตุ้น แต่
เขาย่อมรู้ว่าไม่อาจทำเช่นนี้ไปได้อีกนานเท่าไร
ในตอนนี้เอง หลินหมิงได้ถ่ายเทปราณแท้มหาศาลในร่างกายที่ได้รับ
มาจากหินลมปราณแท้ลงไปในเมล็ดพันธุ์เทพทรราชคลั่ง และมันก็ได้
ค่อยๆถูกบีบอีด พลังของเมล็ดพันธุ์เทพทรราชคลั่งได้ฟื้นฟูกลับมาถึง
95% แล้ว!
“ยื้อเอาไว้ให้ได้อีกหน่อยเถอะ”
หลินหมิงมองไปยังอาคมดินแดนแห่งฝันที่กำลังสั่นไหวอยู่ จิตใจของ
เขากำลังจดจ่ออยู่กับสมาธิ ถึงแม้สัตว์ประหลาดโคลนตัวนี้จะโจมตีเข้าใส่
ชายหนุ่มชุดเหลือง ทุกครั้งที่มันทำเช่นนั้น ก็จะมีการโจมตีพลาดมาโดน
อาคมดินแดนแห่งฝันและเกิดแรงปะทะที่รุนแรงขึ้น
พลังการโจมตีของสัตว์ประหลาดโคลนมีมากกว่า 100,000 จิน ไม่มี
ทางที่อาคมดินแดนแห่งฝันจะสามารถทนรับการโจมตีเช่นนี้ได้นาน
“เกือบเสร็จแล้ว”
หลินหมิงสามารถสัมผัสได้ถึงเมล็ดพันธุ์เทพทรราชคลั่งที่บีบอัดพลัง
ปราณใกล้เสร็จแล้ว แต่อาคมดินแดนแห่งฝันเองก็กำลังไม่อาจที่จะต้าน
เอาไว้ได้อีกเช่นกัน
อาคมดินแดนแห่งฝันนั้นเป็นสิ่งที่ล้ำค่าของหลินหมิง เขาไม่ต้องการ
ที่จะแพ้เช่นนี้ ในขณะที่อาคมดินแดนแห่งฝันกำลังจะถึงขีดจำกัด ทันใด
นั้นเอง หลินหมิงก็ได้ร่ายมือเรียกพลังของอาคมดินแดนแห่งฝันกลับมา
ในตอนนี้ ปราณเทพทรราชคลั่งได้ฟื้นฟูเสร็จสมบูรณ์แล้ว!
ปัง!
ชายหนุ่มชุดเหลืองโดนหนวดฟาดจนกระเด็นถอยหลังออกไปและ
สำลักโลหิต มีสภาพยับเยิน
ในขณะที่ชายหนุ่มชุดเหลืองกระเด็นออกมาและสำลักโลหิตอยู่นั้น
เขาก็ได้ยินเสียงสายลมหวีดหวิว เขาไม่ต้องมองก็รู้ว่าหนวดนั้นกำลังพุ่ง
เข้ามาโจมตีเขาอีกครั้งเป็นแน่ ในตอนนี้เอง เขากลั้นใจลุกขึ้นมาด้วยพลัง
ทั้งหมดที่เหลืออยู่ โดยใช้พลังแห่งความต้องการที่จะมีชีวิตรอด ต่อสู้กับ
ความเจ็บปวดจากอวัยวะภายในที่เสียหายและพุ่งหลบการโจมตี
เขาตะโกนอย่างหมดหวังใส่หลินหมิง “หาก… ข้า… หากข้าตายไป
เช่นนั้นเจ้าอาจจะยิ่งตายอย่างน่าสมเพชกว่าข้า! เร็วเข้าโจมตีไปที่
ดวงตา… นั่นคือจุดอ่อนของมัน! มิเช่นนั้น… พวกเราจะตายกันทั้งคู่!”
ท่ามกลางสายลมที่ปั่นป่วน เสียงของชายหนุ่มชุดเหลืองที่เปล่ง
ออกมาแทบจะไม่ได้ยิน มันยังขาดๆหายๆอีกด้วย ความจริงแล้วเขาไม่ได้
รู้ถึงจุดอ่อนของสัตว์ประหลาดโคลน บางทีสัตว์ประหลาดโคลนอาจจะไม่
มีจุดอ่อนเลยด้วยซ้ำ ชายหนุ่มชุดเหลืองกล่าวออกมาเพียงเพราะต้องการ
ล่อให้หลินหมิงโจมตีที่ตาของมัน เพื่อทำให้มันโกรธและเปลี่ยนเป้าหมาย
ไปเป็นหลินหมิงแทน
อย่างไรก็ตาม ชายหนุ่มชุดเหลืองก็รู้ด้วยว่าคนขลาดเขลาเช่นหลินห
มิงก็คงไม่ยอมที่จะโจมตีอีกอยู่ดี
แต่สิ่งที่เขาไม่คาดคิดคือในตอนนี้ หอกของหลินหมิงเกิดประกาย
สายฟ้าและแสงเปลวเพลิงเปล่งรัศมีออกมาอย่างน่าเหลือเชื่อ
เมื่อเห็นเช่นนี้ ชายหนุ่มชุดเหลืองจึงตกตะลึง จากนั้นก็เริ่มหัวเราะให้
ตัวเอง โดนเจ้าเด็กนี่หลอกอีกแล้ว!
ดูเหมือนว่าเจ้าเด็กแซ่หลินนี่จะใช้การโจมตีสุดท้ายแล้ว และไม่เพียง
แค่นั้น มันยังดูเหมือนไพ่ตายของเขาอีกด้วย ด้วยการที่มีตัวเบี่ยงเบน
ความสนใจมัน ชายหนุ่มชุดเหลืองอาจจะสามารถรอดไปได้ ในตอนนี้เอง
เขารู้สึกได้ถึงอาคมดินแดนแห่งฝันที่ได้หายไปแล้วหรือก็คือไม่มีกำแพงปิด
กั้นเขาไว้อีกแล้ว
ในตอนที่อาคมดินแดนแห่งฝันได้สลายไป เจ้าเด็กแซ่หลินก็ได้รีบเข้า
มาเพื่อที่จะโจมตีสัตว์ประหลาดโคลน และการโจมตีนี้ก็คงจะสามารถหัน
เหความสนใจของสัตว์ประหลาดโคลนไปยังหลินหมิง
นี่จึงเป็นโอกาสอันดีที่เขาจะหนีไปได้ ในตอนนี้ชายหนุ่มชุดเหลือง
หวังให้การโจมตีของหลินหมิงรุนแรงพอที่จะทำให้สัตว์ประหลาดโคลน
โกรธ เขาต้องขอบคุณหลินหมิงที่ที่ทำให้เขาได้รับโอกาสหนี แต่หากเขา
ทำไม่ได้ก็คงขำไม่ออกแน่ หากมิใช่เพราะหลินหมิง เขาจะตกอยู่ใน
สถานการณ์ที่อันตรายเช่นนี้ได้อย่างไร? เขาคิดไปล่วงหน้าและเห็นหลินห
มิงตายภายใต้การโจมตีของสัตว์ประหลาดโคลน
ชายหนุ่มชุดเหลืองสะกดข่มความเจ็บปวดและกำลังจะใช้วิชา
เคลื่อนไหวที่รวดเร็วที่สุด ในตอนนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเขาคือการหนี
ออกไปจากเหมืองใบหม่อนสีเขียวเช่นนั้นหรือ? เขาจะไม่สนใจชีวิตของ
เหล่าทหารหรือแม้แต่ชีวิตของหลานอีเลยหรือ?
สายลมหวีดหวิว หลินหมิงเปิดใช้ปราณเทพทรราชคลั่ง จิตวิญญาณ
สายฟ้าและปราณอัคคีภายในร่างของเขาสั่นสะท้านอย่างรุนแรง
ถึงแม้หลายคนเห็นว่าหลินหมิงกำลังจะโจมตี แต่ก็ไม่มีผู้ใดนอกจาก
เขารู้ว่าพลังของการโจมตีนี้จะรุนแรงถึงเพียงใด
ปราณแท้ไหลเข้าไปในเมล็ดพันธุ์เทพทรราชคลั่ง มันบีบอัดพลังของ
สายฟ้าและเพลิงจนถึงขีดสุด ราวกับเขื่อนที่กำลังจะทะลักออกมา ด้วย
หอกแห่งดาวหางม่วงในมือของเขา พลังของเพลิงและสายฟ้าก็จะยิ่ง
เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
มังกรวารีสีม่วงสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์!
เพลิงโลหิตแกนปฐพี!
ด้วยจิตวิญญาณสายฟ้าและปราณอัคคีเป็นแหล่งพลังงาน เพลิง
สายฟ้าแห่งการทำลายล้างที่จะยิ่งทรงพลังอย่างมหาศาลไปอีก ถึงแม้
หลินหมิงจะเปิดใช้งานปราณเทพทรราชคลั่งมันก็ยังยากที่จะควบคุมพลัง
ของมันได้
ปลายหอกหันออกไป ทั่วทั้งร่างของหลินหมิงหมุนวนไปด้วยสายฟ้า
ที่รุนแรงและเพลิงที่โหมกระหน่ำ เขาพุ่งตรงไปยังสัตว์ประหลาดโคลนราว
กับดาวตกที่เปล่งประกาย!
เวลาดูเหมือนจะช้าลงชั่วครู่ เสียงของหนวดที่กวัดแกว่ง เสียงกู่ร้อง
ของทหาร เสียงคำรามของสัตว์อสูร ทั้งหมดนี้หายไปอย่างสิ้นเชิง มีเพียง
แค่เสียงสั่นสะเทือนของสายฟ้าและเพลิงที่ทรงพลังก้องกังวานไปทั่ว
อากาศ
ปัง! ปัง!
สองหนวดได้พุ่งเข้ามาโจมตีหลินหมิง แต่พวกมันก็ได้ถูกฉีกเป็นชิ้นๆ
ด้วยหอกของหลินหมิง! น้ำเมือกกัดกร่อนสีเขียวถูกเผาไหม้หายไปใน
อากาศทันทีด้วยพลังของเพลิงและสายฟ้าที่รุนแรง หลินหมิงยังคงพุ่งเข้า
ไปหาสัตว์ประหลาดโคลน ทรงพลังและมิอาจหยุดยั้งได้!
เพลิงสายฟ้าแห่งการทำลายล้าง!
บึมมมมมมมมมมมมม–!
พลังอันมหาศาลปะทุออกมา ท่ามกลางท้องฟ้ายามค่ำคืน มันราวกับ
เกิดดวงอาทิตย์สีม่วงขึ้น เกิดรอยแยกขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นบนร่างของ
สัตว์ประหลาดโคลน โลหิตจำนวนมากและของเหลวสีเขียวสาดกระเด็น
ออกมาพุ่งขึ้นบนท้องฟ้า
หลินหมิงฉีกผ่าร่างของมันและพุ่งทะลุออกไปอีกด้านด้วยหอกของ
เขา เกิดฝนโลหิตสีเขียวขนาดย่อมตกลงมา
“โฮกกก—กก—”
เสาลำแสงของเพลิงและสายฟ้าที่งดงามพุ่งทะลวงขึ้นไปบนท้องฟ้า
สัตว์ประหลาดโคลนคำรามด้วยความเจ็บปวด
เปลวเพลิงกระเด็นออกไปโดยรอบ สัตว์อสูรอสูรหลายตัวโดยรอบได้
ถูกไฟครอกและล้มตายลงบนพื้น
แม้แต่ชายหนุ่มชุดเหลืองก็ยังเกือบตาย คลื่นกระแทกของเพลิงได้
สะท้อนมาถึงเขา จนทำให้เขาถูกอัดกระแทกจนสั่นสะท้านลงไปกองกับ
พื้น ผมและชุดของเขาถูกเผา
ในตอนนี้เขาไม่สนใจอันใด เขาเพียงแค่มองออกไปยังกองเพลิงที่โหม
กระหน่ำและพบว่าพลังชีวิตของสัตว์ประหลาดโคลนได้อ่อนแอลงอย่าง
มาก หัวใจของเขาจึงสั่นสะท้าน
สัตว์ประหลาดโคลนตายแล้วเช่นนั้นหรือ?
เกิด… อะไร… เกิดอะไรขึ้นกันแน่?
สัตว์ประหลาดโคลนดูเหมือนว่าจะเป็นผู้นำของฝูงสัตว์อสูรกลุ่มที่
สองนี้ ในขณะที่ศพของมันถูกเผาอยู่ในเปลวเพลิง เหล่าสัตว์อสูรดุร้ายตัว
อื่นๆจึงไม่มีความกล้าหลงเหลืออยู่และล้มเลิกการโจมตี
เหล่าสัตว์อสูรดุร้ายต่างก็หันมามองยังซากศพของสัตว์ประหลาด
โคลนที่อยู่ในกองเพลิง และหลายลมหายใจต่อมา พวกมันจึงพากันล่า
ถอยอย่างบ้าคลั่ง หนีออกไปจากเมืองใบหม่อนสีเขียว
ฮ่าๆๆๆๆ…
ไม่นานเหล่าสัตว์อสูรดุร้ายก็หนีออกไปจากสนามรบจนหมด เหลือไว้
เพียงซากศพของพวกที่ตายไป
พวกสัตว์อสูรดุร้ายล่าถ่อยไปหมดแล้วเช่นนั้นหรือ?
เหล่าทหารของเมืองใบหม่อนสีเขียวทั้งหมด ยืนอยู่ท่ามกลางกอง
ซากศพ ร่างกายของพวกเขาเหนื่อยล้าจนแทบจะยืนไม่ไหวและไม่อยากที่
จะเชื่อว่าตนกำลังมองดูพวกสัตว์อสูรกำลังล่าถอยกับไป
เสียงระเบิดปะทุที่ดูน่าหวาดกลัวที่พุ่งทะยานถึงสวรรค์เมื่อครู่ดู
เหมือนจะกลายเป็นสิ่งที่ทำให้พวกเขารู้สึกอบอุ่นร่างกาย ละลายจิต
วิญญาณที่ถูกแช่แข็งด้วยความหวาดกลัวของพวกเขา
พวกเราชนะแล้วหรือ?
ไม่มีผู้ใดอยากจะเชื่อสิ่งนี้ในขณะที่พวกเขากำลังจ้องมองสัตว์
ประหลาดโคลนขนาดพอๆกับเนินเขาขนาดย่อม สัตว์ประหลาดโคลนที่ไร้
เทียมทานตนนี้กลับถูกสังหารโดยหลินหมิงเพียงกระบวนท่าเดียว
“พวกเราชนะแล้ว!”
“พวกสัตว์อสูรดุร้ายได้ทำการล่าถอยไปแล้ว!”
หลังจากที่เงียบไปนาน เหล่าทหารทั้งหมดต่างก็พากันโห่ร้องด้วย
ความดีใจ บางคนก็กอดกันด้วยความตื่นเต้น น้ำตาไหลรินลงมาบน
ใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยฝุ่นและโลหิต เหลือเพียงรอยของหยาดน้ำตา
ทหารเหล่านี้แตกต่างจากหลินหมิง อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็ยังคง
เป็นเพียงแค่มนุษย์ธรรมดาผู้นึง หากเมืองใบหม่อนสีเขียวไม่อาจต้านทาน
ได้ หลินหมิงก็ยังคงสามารถหลบหนีไปอย่างง่ายดาย แต่สำหรับพวกเขา
ล้วนไม่อาจทำเช่นนั้นได้ ในสงครามครั้งนี้ พวกเขาได้เตรียมตัวที่จะตาย
ในสนามรบมาเรียบร้อยแล้ว
เหล่าสัตว์อสูรที่บุกมาราวกับว่าพวกมันไม่มีที่สิ้นสุด และก็พวกเขา
ล้วนถึงขีดจำกัดแล้ว แต่จากนั้นกับมีสัตว์ประหลาดโคลนโผล่มาอีกและ
ทำให้เหล่าสัตว์อสูรดุร้ายฮึกเหิมขึ้นมาด้วย ทั้งหมดนี้ได้ทำให้หัวใจของ
พวกเขาถูกครอบงำด้วยความหวาดกลัว
อย่างไรก็ตาม ตรงข้ามในสิ่งที่ผู้คนได้คาดคิด สัตว์ประหลาดโคลน
กลับถูกหลินหมิงทำลายจนย่อยยับด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว หลังจาก
สถานการณ์ได้พลิกพลันอย่างน่าอัศจรรย์เช่นนี้ พวกเขาก็ได้รับชนะ!
…………………………
ด้านข้างกองซากสัตว์ประหลาดโคลน หลินหมิงคุกเข่าอยู่บนพื้น
พยุงตัวเองลุกขึ้นมาด้วยหอกของเขา เขาได้สูญเสียพลังไปจำนวน
มหาศาล ในการโจมตีเพียงครั้งเดียวนี้กินพลังปราณแท้ของเขาไปมากถึง
60%
ด้วยความแข็งแกร่งของเขาในปัจจุบัน ถึงแม้เขาได้เปิดใช้งานปราณ
เทพทรราชคลั่งและเพิ่มพลังของหอกแห่งดาวหางม่วง เขาก็ยังไม่อาจที่
จะใช้พลังเต็มที่ของ ‘เพลิงสายฟ้าแห่งการทำลายล้างได้’ ในตอนนี้เขาใช้
มันได้เพียง 70-80 ของพลังที่แท้จริงของมัน แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังสูญเสีย
พลังไปมากถึงเพียงนี้และยังควบคุมได้ยากอีกด้วย
ในขณะที่หลินหมิงกำลังมองไปยังกองเพลิงขนาดใหญ่ เขาก็ได้สูด
หายใจลึกและจากนั้นก็เอาโอสถออกมาจากแหวนมิติ กลืนกินมันเข้าไป
เพื่อฟื้นฟูปราณแท้ ถึงแม้มันจะดุน่าเกรงขามและน่าหวาดกลัวเป็นอย่าง
ยิ่งที่เขาสามารถสังหารสัตว์ประหลาดโคลนลงในการโจมตีเพียงครั้งเดียว
แต่ก็มิได้หมายความว่าหลินหมิงมีพลังเทียบเท่านักสู้ที่อยู่ในจุดสูงสุดของ
ขั้นปราณต้นฟ้าที่มาจากสำนักใหญ่
สัตว์ประหลาดโคลนนั้นมีร่างกายขนาดนั้นใหญ่ก็จริง แต่มันกลับ
เชื่องช้าเป็นอย่างมาก มันไม่สามารถที่จะหลบการโจมตีและกลายเป็นเป้า
นิ่ง
หลินหมิงนั้นแข็งแกร่งในด้านพลังโจมตีเป็นอย่างยิ่ง เมื่อเขาได้ใช้
เพลิงสายฟ้าแห่งการทำลายล้างออกไป พลังของมันแยกผืนปฐพีออกจาก
กันได้ แต่หากเขาจะเผชิญหน้ากับนักสู้ขั้นปราณต้นฟ้าระดับสูงเช่นฉินซี่
หยา เขาอาจจะไม่มีเวลาได้ใช้มันเลยด้วยซ้ำ