Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 333 คำขอร้องของหลานอี
เปลวเพลิงสว่างเจิดจ้า หลินหมิงแบกหอกแห่งดาวหางม่วงและเดิน
ออกมาจากเปลวเพลิง ด้วยการสะบัดมือของเขา พลังที่มองไม่เห็น
กระจายออกไปแหวกเปลวเพลิงเป็นทางให้เขาเดินออกมา
ร่างหลักสัตว์ประหลาดโคลนไหม้จนหยุดดิ้นไปแล้ว มีเพียงบาง
หนวดของมันที่ยังไหม้ไม่หมด นอกนั้นกลายเป็นเถ้าถ่านหมดแล้ว
ด้วยหอกเดียว หลินหมิงฉีกร่างของสัตว์ประหลาดโคลน ทะลวงผ่าน
ร่างของมันและทะลุออกไปอีกด้าน
ซูว ซูว ซูว!
ฝนโลหิตสีเขียวที่ตกลงมาได้ถูกเปลวเพลิงเผาไหม้
ต่อมา หลินหมิงก็ได้เอาแก่นพลังจากภายในร่างของสัตว์ประหลาด
โคลนและเก็บมันลงไปในแหวนมิติ
สัตว์อสูรที่อยู่เหนือระดับ 4 ขึ้นไปจะมีแก่นพลังอยู่ในร่างของมัน ไม่
ว่าจะนำไปใช้ต่อต้านพิษหรือเล่นแร่แปรธาตุ แก่นพลังของสัตว์ประหลาด
โคลนก็ล้วนเป็นวัสดุที่มีค่าอย่างมาก เป็นธรรมดาที่หลินหมิงจะไม่ปล่อย
มันทิ้งไว้ให้ผู้อื่น
เส้นเอ็นของสัตว์ประหลาดโคลนเองก็เป็นวัสดุที่มีค่า แต่ในเมื่อสัตว์
ประหลาดโคลนได้ถูกทำลายด้วยหอกของหลินหมิงไปแล้วและยังถูกย่าง
จนไหม้เกรียม เส้นเอ็นของมันจึงกลายเป็นไร้ค่า
เปลวเพลิงแหวกเป็นทาง เขาแบกหอกแห่งดาวหางม่วงและเดิน
ออกมาจากเปลวเพลิง ปลายหอกโผล่ออกมาก่อน ในตอนนี้ เส้นผมของ
เขาสยายออกและทั่วร่างของเขาปกคลุมไปด้วยรัศมีของสายฟ้าและเปลว
เพลิงที่เปล่งประกายออกมา ณ เวลานี้ เขาดูราวกับเป็นเทพอสูรผู้ไร้เทียม
ทาน
ผู้ที่อยู่ใกล้กับหลินหมิงที่สุดคือชายหนุ่มชุดเหลืองจากสำนักคว้า
จันทร์ ชายหนุ่มชุดเหลืองที่ทรุดตัวนั่งอยู่บนพื้นดินด้วยความเหนื่อยล้า
ในขณะที่เขามองดูหลินหมิงเดินออกมาจากเปลวเพลิง ริมฝีปากของเขาก็
บิดเบี้ยว ดวงตาว่างเปล่าราวกับจิตวิญญาณได้หลุดลอยออกไปแล้ว
เขาคิดว่าหลินหมิงจะต้องตายในการโจมตีสุดท้ายของตัวเอง แต่เขา
ไม่เคยคิดเลยว่าเพียงแค่หอกเดียวของเขาถึงกับสามารถสังหารสัตว์
ประหลาดโคลน…
นี่เป็นถึงสัตว์อสูรระดับ 5 ที่มีความแข็งแกร่งเทียบเท่านักสู้ที่มีระดับ
การบ่มเพาะอยู่ในจุดสูงสุดของขั้นปราณต้นฟ้า แต่สำหรับหลินหมิงเขามี
ระดับการบ่มเพาะเพียงแค่ขั้นผสานชีพจรช่วงกลางเท่านั้นเอง!
เขาคือผู้ใดกัน?
ชายหนุ่มชุดเหลืองนั้นเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งถึงความน่าหวาดกลัวที่มี
ความแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ ด้วยระดับการบ่มเพาะเพียงแค่นี้และยังเด็กอยู่
เลย!
เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะไม่รู้จัก
.
ในตอนนี้เอง เขาได้ยินเสียงโห่ร้องด้วยความดีใจของเหล่าทหาร ราว
กับคลื่นน้ำหลากที่ไร้สิ้นสุด
“วีรบุรุษหลินจงเจริญ!”
“วีรบุรุษหลินจงเจริญ!”
“วีรบุรุษหลินจงเจริญ!”
“วีรบุรุษหลินจงเจริญ!”
สำหรับเหล่าทหารธรรมดา หลินหมิงนั้นเป็นผู้มีพระคุณและเป็นนาย
หัวของพวกเขา หากปราศจากหลินหมิง ไม่เพียงแต่พวกเขาต้องตาย แต่
เหล่าคนในครอบครัวของเขาที่อยู่ด้านหลังก็คงจะกลายเป็นอาหารของ
เหล่าสัตว์อสูรดุร้ายเช่นกัน
แซ่หลิน…. แซ่ของเขาคือหลิน…
อัจฉริยะที่อายุเพิ่ง 16 ปี หลิน… ทันใดนั้นก็มีชื่อปรากฎขึ้นมาใน
จิตใจของชายหนุ่มชุดเหลือง จากนั้นเขาก็แข็งค้างราวกับหิน เขานั่งอยู่
บนพื้นราวกับเป็นรูปปั้น มองหลินหมิงค่อยๆเดินผ่านเขาไป…
เสียงตะโกนเชียร์ด้วยความดีใจยังคงดังต่อไป หลินหมิงมองออกไป
ยังทหารเหล่านั้นที่เนื้อตัวปกคลุมไปด้วยโลหิต แต่ยังตะโกนออกมาอย่าง
เต็มที่ด้วยจิตวิญญาณ หลินหมิงจึงได้เกิดอารมณ์ที่หลากหลายขึ้น
ในการต่อสู้ ผู้ที่โจมตีได้รุนแรงที่สุดคือผู้เชี่ยวชาญ แต่หากมิได้เหล่า
ทหารใช้ความแข็งแกร่งของตนสร้างรูปแบบโล่ขึ้นมาป้องกันเหล่าสัตว์
อสูรเอาไว้ เช่นนั้นไม่ว่าหลินหมิงจะแข็งแกร่งเพียงไร หรือเขาสามารถ
สังหารเหล่าสัตว์อสูรดุร้ายได้มากเพียงไร พวกสัตว์อสูรดุร้ายก็จะสามารถ
เข้าไปในเมืองและสังหารเหล่าผู้บริสุทธิ์ได้
ในการต่อสู้นี้ เหล่าทหารธรรมดาได้สูญเสียไปอย่างมาก แต่เสียง
เชียร์ของพวกเขาก็ไม่ได้ลดลงเลย
เขามองเห็นแม้กระทั่งทหารผู้นึงที่สูญเสียแขนไปในการต่อสู้
หลังจากที่สูดลมหายใจเฮือกใหญ่ ทหารผู้นี้ก็รวบรวมความแข็งแกร่ง
ทั้งหมดยกแขนขวาขึ้น และร่วมสรรญเสริญหลินหมิงพร้อมกับเหล่าทหาร
คนอื่นๆ
ในตอนนี้ หัวใจของหลินหมิงจู่ๆก็รู้สึกหนักอึ้ง นี่เป็นสงครามของ
เหล่าปุถุชน กองทัพที่เคยมีมากถึง 10,000 คน ตอนนี้เหลือเพียงไม่กี่พัน
คน สำหรับเหล่าทหาร การที่รอดมาได้หรือได้รู้ว่าครอบครัวของเขานั้น
ปลอดภัย มันก็เป็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุดแล้ว
เมื่อคิดถึงเหล่าตัวการที่อยู่เบื้องหลังนี้ – พวกดินแดนปีศาจแห่ง
ทะเลทางใต้ หัวใจและจิตวิญญาณของหลินหมิงก็เต็มไปด้วยความเกลียด
ชัง
สำหรับนิกายระดับ 5 ชีวิตของเหล่าปถุชนล้วนไม่ต่างจากมด
ในความต้องการที่จะกลืนกินเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์และทั่วทั้งเขตแดน
ใต้ และเป็นการเตือนเหล่าสำนักระดับ 3 ทั้ง 19 ดินแดนปีศาจแห่งทะเล
ทางใต้ไม่ได้ลังเลเลยซักนิดที่จะส่งเหล่าฝูงสัตว์อสูรดุร้ายเข้าโจมตีทั่วทั้ง
เขตแดนที่อยู่ภายใต้อำนาจของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ เพราะการกระทำ
ของพวกมัน ความตายและโศกนาฏกรรมจึงมีอยู่ทั่วทุกที่และมีบริสุทธิ์นับ
ไม่ถ้วนต้องสูญเสีย
หลินหมิงได้เดินตรงไปยังค่ายพัก ยังไปไม่ทันได้ถึงมีก็เหล่าคนเข้ามา
รุมล้อม พวกเขาเหล่านั้นเป็นตัวตนระดับสูงของเมืองใบหม่อนสีเขียวเช่น
หลินว่านซานและจวงฝาน
ภาพติดตาที่หลินหมิงได้สังหารสัตว์ประหลาดโคลนด้วยการใช้หอก
ในโจมตีเดียว อธิบายได้เพียงแค่ว่ามันเป็นปาฏิหาริย์ สัตว์ประหลาดตนนี้
ตัวของมันพอๆกับเนินเขาขนาดย่อม แต่กลับถูกสังหารในกระบวนท่า
เดียว สายฟ้าสีม่วงและเพลิงสีแดงฉานพุ่งทะยานถึงสวรรค์ ภาพนี้ย่อม
ส่งผลต่อเหล่าผู้ที่ได้เห็นเป็นอย่างมาก
ผู้นำพรรคตระกูล สือหลินไคมีสีหน้าแดงก่ำ มันเป็นสีแดงแห่งความ
ตื่นเต้น เขาหัวเราะออกมาเสียงดังและกล่าวว่า “วีรบุรุษหลิน ท่านคือ
เทพสงครามที่กลับชาติมาเกิดอย่างแท้จริง!”
เขากำลังจะกล่าวคำสรรญเสริญหลินหมิงต่ออีก แต่เขาก็พบว่ามี
บางอย่างไม่ถูกต้องเกี่ยวกับสภาพของหลินหมิง
“วีระบุรุษหลิน มีสิ่งใดเกิดขึ้นหรือไม่?”
หลินหมิงโบกมือและกล่าว “ข้าไม่เป็นอะไร ข้าเพียงแค่ต้องการที่จะ
พักซักเล็กน้อย”
หลินหมิงนั้นสูญเสียพลังไปมากเกินไป มันมิใช่เพราะว่าเขาได้รับ
บาดเจ็บจากสัตว์ประหลาดโคลน กล้ามเนื้อและอวัยวะภายในสัตว์
ประหลาดโคลนได้ถูกทำลายโดยพลังของเพลิงและสายฟ้า ส่วนอื่นเช่นน้ำ
เมือกของมันก็ไม่อาจที่จะทะลุผ่านปราณแท้สีครามที่ห่อหุ้มร่างกายของ
เขาเอาไว้ได้
ในตอนนี้ หญิงสาวชุดขาวออกมาจากฝูงชน ริมฝีปากสีแดงอ่อนของ
นางเปิดขึ้นและกล่าวออกมาอย่างระมัดระวังว่า “ท่านหลิน”
ผู้หญิงคนนี้ก็คือหลานอี นางได้เห็นสิ่งที่ตนข้องใจไปเมื่อครู่ว่านี้ก็คือ
หลินหมิงคนนั้นอย่างแน่นอน ในบรรดาเหล่าอัจฉริยะจากทั้ง 19 สำนัก
ระดับ 3 ผู้ใดกันที่จะมีพลังมหาศาลถึงเพียงนี้?
ความจริงแล้ว ตามความรู้สึกของหลานอี หลินหมิงไม่ควรที่จะมีพลัง
ความแข็งแกร่งมหาศาลถึงเพียงนี้ นี่มิใช่ความแข็งแกร่งที่นักสู้ที่อยู่เพียง
ขั้นผสานชีพจรจะมีได้ ความจริงคือ แม้แต่ผู้อาวุโสบางคนของสำนักคว้า
จันทร์ก็ยังไม่สามารถทำเช่นนี้ได้ ในปัจจุบันสำนักคว้าจันทร์นั้นทั้งเล็ก
และอ่อนแอ ผู้อาวุโสสายนอกบางคนยังมีระดับการบ่มเพาะอยุ่ใน
จุดสูงสุดของขั้นปราณต้นฟ้า แต่การโจมตีของพวกเขาก็ยังไม่อาจที่จะ
รุนแรงถึงระดับนี้ได้
สำหรับเด็กอายุ 16 ปี ที่มีพลังการโจมตีเทียบเท่ากับผู้อาวุโสสาย
นอกที่เก่งกาจคนนึงของสำนักคว้าจันทร์… หลินหมิงก็เหมาะสมที่จะได้รับ
การขนานนามว่าเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งของของทั้ง 19 สำนักระดับ 3
หลานอีไม่เคยคาดคิดเลยว่านางจะได้พบกับหลินหมิงในเมืองของ
ปุถุชนเช่นนี้ เป็นธรรมดาที่นางจะต้องไม่ยอมปล่อยโอกาสนี้ไป
หลินหมิงมองไปยังหลานอี “มีเรื่องอันใดเช่นนั้นหรือ?”
เมื่อมาถึงตอนนี้ หลินหมิงก็สามารถที่จะยืนยันได้ว่าหลานอีจำเขาได้
เหตุผลที่นางกล่าวออกมาเช่นนี้ คงเป็นเพราะมีเรื่องบางอย่างที่จะ
ต้องการหารือเป็นแน่
“ท่านหลิน นี่คือโอสถดอกบัวสีฟ้า มันสามารถช่วยให้ท่านฟื้นฟู
ความแข็งแกร่งได้” ในขณะที่หลานอีกล่าว นางก็หยิบขวดใบเล็กออกมา
จากแหวนมิติ กลิ่นหอมของโอสถแผ่กระจายออกมา – เห็นได้ชัดว่ามัน
เป็นโอสถระดับสูง
“ข้าไม่ต้องการ” หลินหมิงโบกมือ “ข้ามีโอสถฟื้นฟูอยู่แล้ว หากแม่
นางหลานมีสิ่งใดที่จะหารือ ได้โปรดกล่าวออกมาเลย”
“นี่…”
ชั่วขณะนึง หลานอีรู้สึกเขินอาย การที่จะถามผู้อื่นเพื่อขอความ
ช่วยเหลือนี้ช่างยากเย็นเหลือเกิน
เมื่อมาถึงจุดนี้ สือหลินไคก็เผยรอยยิ้มที่ซุกซนออกมา ดวงตาของเขา
สาดประกายคำว่า ‘ฮ่าฮ่า’ ออกมา เขาชำเลืองมองไปยังหลินหมิงอย่างมี
ความหมายและกล่าวออกมาอย่างเบาๆว่า ‘น้องชาย ท่านนั้นประหลาด
ยิ่ง!’ และเขาก็จากไปอย่างรวดเร็ว
เห็นได้ชัดว่า สำหรับสือหลินไค หลานอีนั้นหลงไหลในตัวหลินหมิง
สำหรับเขานี่เป็นเรื่องปกติ ไม่ว่าอย่างไร สาวงามย่อมชมชอบวีระบุรษ ทั้ง
สองมีอายุใกล้เคียงกัน และหลินหมิงยังมีออร่าที่มีเสน่ห์อีกด้วย
ในขณะที่สือหลินไคกำลังคิดว่าตนฉลาดขึ้น หลานอีก็เขินอายยิ่ง
กว่าเดิม นางกระแอมและกล่าวว่า “ท่านหลิน ข้ามีบางอย่างที่ต้องการจะ
ขอร้องท่าน ข้าขอคุยกับท่านตามลำพังได้หรือไม่?”
“ได้ เช่นนั้น ไปยังเต็นท์ของข้าที่ค่ายของกองทัพกันเถอะ” หลินหมิ
งเองก็อยากที่จะเข้าใจว่าสำนักคว้าจันทร์ถูกโจมตีได้อย่างไร ดังนั้นเขาจึง
ไม่ได้ปฏิเสธนาง