Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 334 สมบัติลับแห่งสำนักคว้าจันทร์
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 334 สมบัติลับแห่งสำนักคว้าจันทร์
เมื่อเห็นหลินหมิงและหลานอีแยกออกไป จวงฝานจึงมองมายังหลิน
ว่านซานและกล่าวว่า “ตาแก่หลิน หลินหมิงอายุ 16 ในปีนี้ใช่หรือไม่?”
“อืม… มันถึงเวลาที่จะหมั้นหมายแล้ว”
หากยึดตามประเพณีของอาณาจักรลิขิตฟ้าแล้ว เมื่อชายอายุครบ 16
ปีและกลายเป็นผู้ใหญ่ ก็ถึงวัยที่จะสามารถหมั้นหมายได้และเมื่อพวกเขา
อายุ 18 ปี พวกเขาก็จะสามารถแต่งงานได้
แต่สำหรับเหล่านักสู้นั้นแตกต่างกัน มันไม่แปลกที่นักสู้ขั้นปราณ
ปลายฟ้าจะยังไม่แต่งงานแม้พวกเขาจะอายุ 100 ปี หลินว่านซานไม่รู้ว่า
จะวางแผนแต่งงานให้หลินหมิงอย่างไรดี ต่อให้วางแผนได้ ด้วยคำกล่าว
เดียวของหลินว่านซาน เขาสามารถตัดสินการแต่งงานของคนรุ่นเยาว์ได้
แต่หากพวกเขาต้องการที่จะแต่งกับผู้ที่ตระกูลไม่ได้จัดหาไว้ให้ พวกเขา
จะต้องออกไปจากตระกูล
แต่สำหรับเรื่องสำคัญเช่นการแต่งงานของหลินหมิง มันเป็นสิ่งที่หลิน
ว่านซานไม่มีอำนาจจะตัดสินได้ ทั้งหมดขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของหลินห
มิง
จวงฝานถอนหายใจ จากนั้นก็สายศีรษะ เขาเพียงแค่กล่าวตามที่ดู
จากอายุของหลินหมิงได้ถึงวัยที่จะหมั้นหมาย แต่หลินหมิงคงไม่มีทางแต่ง
กับตระกูลจวงเป็นแน่ ตระกูลจวงมิได้มีหญิงสาวที่เทียบเคียงได้กับหลินห
มิง เขาเดาว่าชนชั้นสูงต่างๆในอาณาจักรลิขิตฟ้าก็คงจะหมายตามายังเขา
ตราบใดที่หลินหมิงแสดงความสนใจเพียงน้อยนิดออกมา พวกเขาก็พร้อม
ที่จะยกลูกหลานสาวของตนให้เป็นนางสนมของหลินหมิงทันที
………….
เต็นของหลินหมิงอยู่ใจกลางค่ายทหาร ข้าวของข้างในนั้นเรียบง่าย
แต่อุ่นใจ มีเตียงไม้ที่ทนทานและปูด้วยผ้าฝ้ายที่สะอาด เพราะว่ามันถูก
ตรึงออกมากจนเกินไปจึงยากที่จะนั่ง
“เชิญนั่ง” หลินหมิงชี้ไปยังเตียงในขณะที่พูดกับหลานอี
“ท่านหลิน ข้ามีชื่อว่าโจวซินอวี่ ชื่อหลานอีนั้นเป็นเพียงชื่อเล่นสมัย
เด็กของข้า…” เหตุผลที่นางไม่อยากที่จะเปิดเผยชื่อจริงเป็นเพราะนาง
ต้องการที่จะปิดบังตัวตน แต่ในตอนนี้ นางมีสิ่งที่จะต้องขอร้องให้หลินห
มิงช่วย นางจำเป็นที่จะต้องซื่อสัตว์และบริสุทธิ์ใจ
“โจวซินอวี่…” หลินหมิงนึกย้อนกลับไปถึงโครงการฝึกฝนอัจฉริยะ
ของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ มันมีชื่อของนางอยู่ นางมีรายชื่อติดอยู่ใน
บรรดาผู้มีพรสวรรค์ระดับมนุษย์ “แม่นางโจวคือศิษย์ของสำนักคว้าจันทร์
เช่นนั้นหรือ?”
โจวซินอวี่ลังเลอยู่ชั่วครู่ จากนั้นจึงผงกศีรษะ ไม่มีเหตุผลที่จะต้อง
ปิดบังตัวตนกับหลินหมิงอีกแล้วและมันก็ยังดูออกได้ง่ายด้วย
“ข้าต้องขออภัย แต่แม่นางโจวสามารถบอกข้าได้หรือไม่ว่าผู้ใดที่
ทำลายสำนักคว้าจันทร์?” หลินหมิงพยายามที่จะทำให้น้ำเสียงอ่อนโยน
มากที่สุดให้ราวกับกำลังยกถ้วยชาดื่ม เพื่อที่จะไม่ให้นางรู้สึกเจ็บปวดมาก
นัก
เมื่อหัวข้อสนทนาเกี่ยวกับสำนักของนางถูกยกขึ้นมากล่าวถึง ความ
เกลียดชังและความโศกเศร้าก็ได้ปรากฎอยู่ในแววตาของนาง และยังได้ถึง
นึกไปถึงวันนั้นที่อาจารย์ของนางได้จากไป
“พวกเขาล้วนเป็นปรมาจารย์ขั้นหลอมรวมแก่นแท้และมีทั้งหมด 7
คน” โจวซินอวี่กล่าวออกมาขณะที่กัดฟันแน่น
ภายในทั่วทั้งสำนักคว้าจันทร์ มีเพียงผู้อาวุโสสูงสุดที่สามารถทะลวง
เข้าสู่ขั้นหลอมแก่นแท้ได้อย่างยากลำบาก แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญขั้นปราณ
ปลายฟ้านับสิบรวมพลังกัน ก็ไม่มีสามารถที่จะป้องกันการโจมตีจาก
ปรมาจารย์ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ถึง 7 คนได้ – พวกเขานั้นมีแม้กระทั่ง
ปรมาจารย์ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ช่วงกลาง
หลินหมิงสลดใจ การทำลายล้างเช่นนี้ ด้วยความแข็งแกร่งของหุบ
เขาเจ็ดแก่นแท้เองก็คงต้องเจอกับหายนะเช่นกัน แม้แต่สำนักหุบเขา
นกยูงและสำนักเมฆาคล้อยก็คงจะสูญเสียอย่างใหญ่หลวง
เขาถอนหายใจอย่างหนักหน่วงและกล่าวต่อไป “แล้วมีสิ่งใดเช่นนั้น
หรือที่แม้นางโจวต้องการจะหารือกับข้า?”
“อืม… เรื่องนั้น ข้า… ข้าอยากที่จะเข้าร่วมกับเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์
ข้า… อยากให้ท่านหลินแนะนำข้าเข้าไป หากเป็นไปได้ ข้าอยากที่จะ
ศึกษาเคล็ดบ่มเพาะหลักของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ ข้าจะรู้สึกเป็นพระคุณ
อย่างมาก” โจวซินอวี่รู้สึกเขินเล็กน้อย แต่หลังจากนั้นนางก็ได้กล่าวที่
ต้องการออกมาในคราวเดียว เดิมทีนางวางแผนที่จะเป็นสหายกับหลินห
มิงและจากนั้นก็ค่อยบอกในสิ่งที่นางต้องการ แต่สถานะการณ์ได้กลายมา
เป็นเช่นนี้ ไม่จำเป็นที่จะต้องทำลับๆล่อๆอีกต่อไป
“เจ้าต้องการที่จะศึกษาเคล็ดวิชาบ่มเพาะหลักเช่นนั้นหรือ?” หลินห
มิงคิ้วขมวด หากเป็นเรื่องการให้คำแนะนำ หลินหมิงก็สามารถช่วยนางได้
ด้วยพรสวรรค์ของโจวซินอวี่ ไม่ก็ไม่เป็นเรื่องยากที่จะเข้าร่วมกับเกาะ
ฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์
อย่างใรก็ตาม หากเขาต้องการที่จะให้คำแนะนำกับนางเพื่อให้
สามารถศึกษาเคล็ดบ่มเพาะหลักได้นั้น มันคงเป็นสิ่งที่เขาไม่อาจทำได้
เคล็ดบ่มเพาะหลักของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์นั้นมี 2 อย่าง ‘เคล็ดบ่ม
เพาะบัญญัติศักดิ์สิทธิ์ต้องห้ามวิหคเพลิง’ และ ‘เคล็ดบ่มเพาะบัญญัติเงา
มายาวิหควารี’ ทั้งคู่ล้วนเป็นมรดกที่ถูกทิ้งไว้โดยตระกูลฟีนิกซ์โบราณ มัน
เป็นสิ่งที่ล้ำค่าอย่างมาก
โดยปกติแล้วเคล็ดบ่มเพาะทั้งสองนี้ จะถูกส่งผ่านไปให้ศิษย์หลักได้
ศึกษา ศิษย์ธรรมดาจะได้เรียนรู้มันเพียงแค่ผิวเผินเท่านั้น แม้แต่หลินหมิง
ผู้ที่ยังไม่ได้เข้าร่วมอย่างเป็นทางการ ก็ยังได้ศึกษาเพียงแค่ขั้นแรกของ
‘เคล็ดบ่มเพาะบัญญัติศักดิ์สิทธิ์ต้องห้ามวิหคเพลิง’ เท่านั้น และหลินหมิง
ได้สัญญาด้วยหัวใจแห่งนักสู้แล้วว่าจะไปเผยแผ่มันออกไป
นั่นเป็นเพราะมีความลับอันลึ้งซึ้งมากมายซ่อนอยู่ภายใน ‘เคล็ดบ่ม
เพาะบัญญัติศักดิ์สิทธิ์ต้องห้ามวิหคเพลิง’ เช่นเดียวกับ ‘เคล็ดบ่มเพาะ
บัญญัติเงามายาวิหควารี’ ในฐานะที่เป็นมรดกของตระกูลฟีนิกซ์โบราณ
อาจกล่าวได้ว่าหากมีผู้ที่สามารถฝึกฝนจนถึงระดับสูงสุด ร่างกลายของ
พวกเขาจะกลายเป็นฟีนิกซ์และกำเนิดใหม่ในเพลิงอมฤต เป็นอมตะและ
ไม่อาจทำลายได้
มรดกโบราณล้ำค่าถึงเพียงนี้ มันมากพอที่จะทำให้ผู้ที่ทรงอำนาจยัง
เกิดความโลภได้ แม้จะต้องสละทุกสิ่งที่ตนเคยมีเพื่อให้ได้ครอบครอง
‘เคล็ดบ่มเพาะบัญญัติศักดิ์สิทธิ์ต้องห้ามวิหคเพลิง’ และ ‘เคล็ดบ่ม
เพาะบัญญัติเงามายาวิหควารี’ นั้นยากที่จะบ่มเพาะหากผู้นั้นมิได้มี
สายเลือดของวิหคเพลิงและวิหควารี แต่ก็มิได้หมายความว่าจะมิสามารถ
บ่มเพาะได้ทั้งหมด ในประวัติศาสตร์ของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ เมื่อชายเผ่า
ปีศาจผู้ที่เป็นนักสู้ธาตุจำเพาะอัคคีได้มาลักพานักบุญหญิงแห่งเกาะฟีนิกซ์
ศักดิ์สิทธิ์รุ่นก่อนเพื่อขโมยแก่นพลังหยินของนางเพื่อให้เขาสามารถบ่ม
เพาะ ‘เคล็ดบ่มเพาะบัญญัติศักดิ์สิทธิ์ต้องห้ามวิหคเพลิง’ ได้ เมื่อเป็น
เช่นนี้ หายนะมีบังเกิดขึ้นกับเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์
เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ได้เรียนรู้จากข้อผิดพลาดนี้ จากตอนนั้นพวก
เขาก็ได้เก็บซ่อนเป็นความลับไว้ตลอด
“ข้าต้องขออภัย ข้าไม่อาจช่วยท่านได้” หลินหมิงกล่าวปฎิเสธ
ออกมาโดยตรง “เคล็ดบ่มเพ่ะหลักของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์นั้นมีเพียง
ศิษย์สายตรงที่ได้ศึกษา หากท่านได้กลายเป็นศิษย์หลัก เช่นนั้นท่านก็คง
ไม่จำเป็นให้ข้าช่วยเช่นกัน”
โจวซินหยู่ตกตะลึง ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความผิดหวัง ศิษย์
หลัก… ด้วยพรสวรรค์ของนาง นางคงเป็นได้แค่ศิษย์สายนอก ยากที่จะได้
เป็นศิษย์สายใน ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงศิษย์หลัก
เมื่อคิดถึงความต้องการที่จะล้างแค้นให้อาจารย์และสำนักของนาง
โจวซินอวี่จึงถามออกไปอย่างใจลอยว่า เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์มิได้ให้ศิษย์
สายในศึกษาเคล็ดบ่มเพาะหลักเช่นนั้นหรือ?”
หลิงหมิงสายศีรษะ “ศิษย์สายในนั้นสามารถเรียบรู้ได้เพียงแค่ขั้น
แรกของเคล็ดวิชาบ่มเพาะหลักเท่านั้น เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์นั้นค่อนข้างที่
จะเข้มงวดในเรื่องเคล็ดบ่มเพาะหลัก ต้องขออภัยอย่างยิ่ง ข้ามิอาจช่วย
ท่านได้…”
“ท่านหลิน… ข้า…” โจวซินอวี่มีสีหน้าอ้อนวอน แต่คำที่นางอยากจะ
กล่าวออกมากลับติดอยู่ที่ลำคอ เดิมทีนางตั้งใจที่จะให้โอสถเปิดทาง
สวรรค์ไม่กี่เม็ดเป็นค่าตอบแทนในการให้หลินหมิงช่วย
แต่ในตอนนี้ โอสถเปิดทางสวรรค์กลายเป็นไร้ประโยชน์ ตามที่โจวซิ
นอวี่รู้ว่านั้นหลินหมิงไม่ได้ขาดแคลนโอสถเปิดทางสวรรค์ หลินหมิงจะ
ได้รับโอสถเปิดทางสวรรค์อีกถึง 3 เม็ดเมื่อเขาสามารถทะลวงระดับเข้าสู่
ขั้นปราณต้นฟ้าได้และบางทีอาจได้มากกว่านั้น
ศิษย์ของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ก็คงได้รับการปฎิบัติอย่างดีเช่นหลินห
มิง การจะใช้โอสถเปิดทางเพียงไม่กี่เม็ดเพื่อแลกเปลี่ยนกับการได้รับการ
ปฎิบัติเช่นนั้นคิดตื่นเกินไป
โจวซินอวี่นั้นกังวลว่าด้วยพรสวรรค์ของนาง อย่างมากนางคงเป็นได้
แค่ศิษย์สายใน ไม่มีทางที่นางจะได้ศึกษาเคล็ดบ่มเพาะหลักและทะลวง
เข้าสู่ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์นั้นแข็งแกร่ง เหล่าศิษย์
หลักล้วนแต่มีโอกาศที่จะสามารถทะลวงเข้าสู่ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ มิ
เช่นนั้น ขั้นหลอมรวมแก่นแท้คงจะไร้ค่าหากได้มาง่ายจนเกินไป
หรือนางจำเป็นที่จะต้องเอาสิ่งนั้นออกมา…
หากนางให้มันกับมู่เฉวี่ยนหยี่ นางอาจจะใช้มันแลกกับตำแหน่งศิษย์
หลัก แต่… นางต้องจ่ายสูงเกินไป
หลังจากที่สำนักคว้าจันทร์ได้ถูกทำลาย สมบัติที่พวกเขาได้เหลือ
เอาไว้เป็นความหวังของอาจารย์นางและยังเป็นความหวังในการฟื้นฟู
สำนักคว้าจันทร์ในอนาคตอีกด้วย
หากปราศจากมัน ต่อให้นางกลายเป็นศิษย์หลักและได้ฝึกฝนเคล็ด
บ่มเพาะหลัก มันก็ยังยากที่นางจะก้าวเข้าสู่ขั้นหลอมรวมแก่นแท้
แต่หากนางยังเก็บมันไว้ นางก็จะไม่มีโอกาสที่นางจะก้าวเข้าสู่ขั้น
หลอมรวมแก่นแท้และไม่มีโอกาสที่จะได้ฝึกฝนเคล็ดบ่มเพาะระดับสูงอีก
ด้วย หากนางไม่สามารถก้าวเข้าสู่ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ได้ นางก็จะไม่มี
คุณสมบัติพอที่จะไปแก้แค้นให้กับอาจารย์และสำนักของนางได้
ในขณะที่โจวซินอวี่กำลังคิดอยู่นั้น จิตใจของนางถูกฉีกขาด..
“ข้ามาหลบกวนท่านหลิน ต้องขออภัยด้วย” โจวซินอวี่ฝืนยิ้ม และ
ออกไปจากเต็น
ในขณะที่นางจากไป หลินหมิงเห็นเพียงแผ่นหลังที่เดียวดายของนาง
และเขาถอนหายใจออกมาด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย เขาลังเลอยู่ชั่วครู่
และกล่าวออกไป “ข้าจะนำเรื่องนี้ไปบอกกล่าวแก่ท่านหญิงมู่ อย่างไรก็
ตาม ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนาง ”
โจวซินอวี่กลายเป็นดีใจอย่างยิ่ง นางรีบหันมาหาหลินหมิงและกล่าว
ว่า “ขอบคุณท่านหลินยิ่งนัก ข้าจะจดจำความมีน้ำใจของท่านตลอดไป”
หลังจากที่โจวซินอวี่ขอบคุณเขาอย่างมากล้น นางก็ได้จากไป หลินห
มิงทำได้เพียงส่ายศีรษะ เส้นทางแห่งนักสู้นั้นเต็มไปด้วยความยากลำบาก
และอารมณ์ที่แหลกหลาย ผู้ที่มากพรสวรรค์เช่นโจวซินอวี่อาจเป็นราวกับ
เทพธิดาสำหรับเหล่าปุถุชน แต่หากจะทะลวงเข้าสู่ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ก็
ยังต้องจ่ายด้วยราคาที่มหาศาลเช่นกัน
สำหรับนักสู้ทั่วใปในการที่จะได้ทรัพยากรมาครอบครองจำนวนนึง
พวกเขาจะต้องออกไปเสี่ยงชีวิตล่าสัตว์อสูรอสูรดุร้ายในป่าลึกเพื่อให้ได้
ชิ้นส่วนวัสดุของมันมา วัสดุนั้นก็สามารถเป็นหญิงสาวงามและเป็นที่
ต้องการของหุบเขาเจ็ดแก่นแท้แผนกลงทันฑ์ ในการที่จะก้าวเข้าสู่ขั้น
ผสานชีพจรและยืดชีวิตของพวกเขาออกไป พวกเขาจะแลกเปลี่ยนกับ
ความความบริสุทธิ์ของตนเพื่อให้คงความเยาว์วัยเอาไว้ ผู้มีพรสวรรค์
เหล่านั้นของสำนักต่างก็อิจฉากันและกัน ในการค้นหาความโชคดีเหล่า
นักสู้ทั่ว พวกเขาจะต้องออกไปเสี่ยงชีวิตและบางทีอาจเสียชีวิต…
เส้นทางแห่งนักสู้นั้นดูเหมือนจะเต็มไปด้วยรุ่งโรจน์และสว่างไสว แต่
เมื่อได้ก้าวเข้ามา มันจะเต็มไปด้วยขวากหนามและอันตราย หากหลุด
ออกมาจากเส้นทางนั้นไม่ว่าด้วยเหตุผลใด ก็จะไม่มีความหวังสำหรับผู้นั้น
อีก
โจวซินอวี่ถูกครอบงำด้วยความต้องการที่จะฟื้นฟูสำนักและแก้แค้น
ให้กับอาจารย์ของนาง ความคิดเช่นนี้ก็ควรค่าให้หลินหมิงเห็นใจและ
เคารพ อย่างไรก็ตาม เขาทำได้เพียงแค่นำเรื่องนี้ไปบอกกล่าวกับมู่เฉวี่ยน
หยี่เท่านั้น เขาไม่อาจที่จะช่วยนางได้มากไปกว่านี้
เมื่อเลิกคิดถึงเรื่องนี้ หลินหมิงก็ปิดเต็นท์และเอาแหวนมิติออกมา
แหวนมิติอันนี้เป็นของไป่หลัว หลังจากที่หลินหมิงได้สังหารไป่หลัว
หลินหมิงก็ได้เอาแหวนมิติมาและรีบกลับมายังสนามรบ เขายังไม่มีเวลาที่
จะได้ดูว่ามีสิ่งใดอยู่ในนั้น
ไป่หลัวมีสถานะที่จำกัดภายในหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ หลินหมิงไม่ได้ตั้ง
ความหวังเอาไว้มากกว่าจะพบกับสิ่งล้ำค่า เขาตั้งความหวังไว้เพียงแค่
กำลังมองหาเนื้อสัตว์ในขายุงและก็เริ่มเอาสิ่งต่างๆออกมาจากแหวนมิติ
มันมีสมบัติระดับมนุษย์ขั้นกลางอยู่หลายชิ้น มีทั้งกระบี่สมบัติระดับ
มนุษย์ขั้นสูงและเกราะยืดหยุ่นอยู่ด้วย มันยังมีโอสถระดับสูงสำหรับนักสู้
ขั้นปราณต้นฟ้าที่สามารถเพิ่มความรวดเร็วในการบ่มเพาะได้และมีหิน
ลมปราณแท้กว่า 1000 ก้อน พร้อมทั้งแผ่นหยกอีกหลายอัน
ไม่จำเป็นที่จะต้องเหลียวมองไปยังเกราะหยืดหยุ่น สำหรับหลินหมิง
มันไม่ค่อยมีประโยชน์ สำหรับโอสถระดับสูง ก็มีค่าอยู่ไม่น้อย มันคงเป็น
ของขวัญที่โอวหยางปั่วเยี่ยนให้มา มันจึงต้องมีประโยชน์หากเก็บมันไว้
สำหรับหินลมปราณแท้ 1000 ก้อน มันก็ยังดีกว่าไม่มีเลย
หลังจากนั้น หลินหมิงก็หยิบแผ่นหยกขึ้นมาและเริ่มตรวจสอบมัน
ทันใดนั้นเขาก็ประหลาดใจ หืม? มันเป็นแผ่นหยกที่มีวิชาระดับปฐพีขั้น
กลางอยู่ภายในเช่นนั้นหรือ?
สำหรับสำนัก วิชาลับหลักไม่เหมือนกับมรดกของสำนัก ยกตัวอย่าง
เช่น ‘เคล็ดบ่มเพาะบัญญัติศักดิ์สิทธิ์ต้องห้ามวิหคเพลิง’ ของเกาะฟีนิกซ์
ศักดิ์สิทธิ์ และ ‘เคล็ดบ่มเพาะทัณฑ์สวรรค์ศักดิ์สิทธิ์’ ของแผนกลงทัณฑ์
ล้วนไม่มีระดับ
แต่มีบางวิชาลับที่เกินกว่าขอบเขตระดับของมัน แผ่นหยกที่มีเคล็ด
บ่มเพาะระดับปฐพีขั้นกลางเทียบเท่ากับสมบัติระดับมนุษย์ขั้นกลางชั้นสูง
ในตอนแรกที่หลินหมิงได้เรียนรู้ ‘เคล็ดวิชาหมัดสลายกระดูก’ มัน
เป็นเพียงวิชาระดับปฐพีขั้นกลางที่ไม่สมบูรณ์ แต่ความความลึกซึ้งของมัน
นั้นมีมากยิ่งนัก ถึงแม้วิชาลับระดับปฐพีขั้นกลางจะไม่ค่อยมีค่าเท่าของ
หลินหมิง แต่มันก็มันก็มีค่ามากพอที่จะแลกเปลี่ยนเป็นโอสถเปิดทาง
สวรรค์ได้ถึง 2 เม็ด
“ไป่หลัวผู้นี้ เขาคงต้องการที่ใช้วิชาลับนี้ไปแลกกับโอสถเปิดทาง
สวรรค์ยามเมื่อเขาก้าวขึ้นไปถึงจุดสูงสุดของขั้นปราณต้นฟ้าและทะลวง
เข้าสู่ขั้นปราณปลายฟ้า! ช่างทะเยอทะยานยิ่งนัก…”
หลินหมิงไม่คิดเลยว่าไป่หลัวจะมีสมบัติที่ล้ำค่าเพียงนี้อยู่ในมือของ
เขา
หลินหมิงมองไปยังเคล็ดบ่มเพาะอื่นๆ ทันใดนั้นหัวใจของเขาก็ต้อง
เต้นรัว มันก็คือเหล่าเคล็ดวิชาในการเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์และเคล็ดวิชา
ปกปิดตัวตนนั้นเอง!
ไม่สงสัยเลยว่าเหตุใดเคล็ดวิชาการเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์และเคล็ด
วิชาปกปิดตัวตนของไป่หลัวจึงยอดเยี่ยมถึงเพียงนี้!