Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 342 ไขกระดูกดั่งซุปทองคำ
เมื่อตอนที่หลินหมิงได้กลืนกินโอสถเปิดทางสวรรค์ เขาสามารถทำ
ให้แขนขวาแข็งแกร่งขึ้นเท่าที่ขีดจำกัดของพลังโอสถทำได้
หลังจากที่ผสานไขกระดูก แขนขวาของหลินหมิงก็เพิ่มพลังในการ
ป้องกันและโจมตีขึ้นอย่างมาก แต่ทว่า มันก็เทียบเท่ากับไพ่ตายอีกอย่าง
หนึ่งเท่านั้น ซึ่งส่วนอื่นๆในร่างกายของหลินหมิงก็ไม่แข็งแกร่งเท่า
แขนขวา
ในตอนนี้ หลินหมิงตัดสินใจที่จะใช้พลังครึ่งหนึ่งนี้เข้าไปในแขนทั้ง
สองข้าง และอีกครึ่งใส่เข้าไปทั่วทั้งร่าง
เมื่อทั่วร่างของเขาสำเร็จกายขั้นผสานแปรขั้นผสานไขกระดูก
ร่างกายของเขาจึงจะแข็งแกร่งขึ้นอย่างแท้จริง
แปะ แปะ แปะ!
เสียงราวกับดอกไม้ไฟแตกอยู่ในกองเพลิง หลินหมิงกัดฟันโคจร
‘เคล็ดวิชาชีพจรปราณเทพคลั่ง’ พลังอันบ้าคลั่งแผดเผาสิ่งสกปรกออก
จากไขกระดูกทั่วร่าง ความเจ็บปวดนี้ราวกับกระดูกกำลังถูกไฟเผา
หลินหมิงช่วยเหลือตนเองด้วยพลังใจล้วนๆ เมื่อพลังนี้เข้าสู่ร่างกาย
ของเขา มันจะถูกกลั่นสกัด หากล้มเหลวหมายถึงความตาย!
ด้วยความก้าวหน้าของการผสาน สีแดงดำเริ่มปรากฏขึ้นบนร่างกาย
ของหลินหมิง พลังอันรุนแรงมหาศาลไหลบ่าไปทั่วทั้งร่าง ร่างกายของ
หลินหมิงร้อนจัดอย่างรวดเร็ว โลหิตไหลออกมาจากรูขุมขนของเขา ดู
เหมือนว่ามันจะฉีกขาดราวกับกระดาษที่ถูกสัมผัสอย่างรุนแรง
ในอีกด้าน โจวซินอวี่มองดูด้วยความตกตะลึง ในตอนนี้หลินหมิงคง
เป็นมนุษย์อยู่หรือไม่? เขาราวกับเป็นปลาที่ออกมาจากบ่อโลหิตและถูก
ย่างบนกองเพลิง ความจริงที่หลินหมิงยังคงมีชีวิตอยู่ได้จนถึงตอนนี้ก็เป็น
ปาฏิหาริย์อย่างแท้จริง
ความจริงแล้ว การกลืนกินเศษผลึกหัวใจปีศาจทั้งที่อยู่เพียงขั้นผสาน
ชีพจร และยังทนพลังของมันอยู่ได้นานกว่าครึ่งชั่วโมง เพียงแค่นี้ก็เกิน
ขอบเขตความเข้าใจของโจวซินอวี่แล้ว
อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าหากปาฏิหาริย์เช่นนี้ยังคงดำเนินต่อไป ลม
หายใจของหลินหมิงก็จะยิ่งอ่อนลง และยิ่งเจ็บปวดมากขึ้นเรื่อยๆ ความ
แข็งแกร่งที่ค่อยๆลดลงเช่นนี้ราวกับตะเกียงที่ใกล้จะหมดน้ำมัน ในที่สุด
เขาก็หยุดนิ่ง แข็งค้างราวกับรูปปั้นสีแดงเข็ม ใบหน้าบิดเบี้ยวราวกับกำลัง
โดนทรมานอยู่ในนรก
จิตใจของโจวซินอวี่เริ่มจมลงเรื่อยๆ
ในสถานการณ์เช่นนี้ มันไร้ความหมายถึงแม้หลินหมิงจะรอดมาได้
โลหิตของเขาดูเหมือนจะเหือดหายไปจนหมด หลินหมิงไม่เหลือแม้กระ
ทั้งเรี่ยวแรงใดๆ ไม่ต้องกล่าวถึงพลังในการต่อสู้เลย
หากหลินหมิงอยู่ในห้องที่ปลอดภัยและไร้กังวล มีโอสถล้ำค่า
มากมายและผู้เชี่ยวชาญหลายท่านดูแลอยู่ไม่ห่าง หลินหมิงอาจจะ
สามารถเกิดใหม่จากบททดสอบนี้ สำหรับเด็กหนุ่มขั้นผสานชีพจรที่กลืน
กินเศษผลึกหัวใจปีศาจลงไปและยังมีชีวิตอยู่ได้ อนาคตของเขาจะมิ
อาจจะจินตนาการได้!
อย่างไรก็ตาม… เขามิได้มีโอกาสเช่นนั้น เขากลืนกินเศษผลึกหัวใจ
ปีศาจอย่างผิดสถานที่และผิดเวลา ต่อให้ด้วยพรสวรรค์เช่นนี้ของเขา ก็ยัง
ห่างไกลจากความสำเร็จมากเกินไป!
บึม บึม บึม!
ภายนอกของอาคมดินแดนแห่งฝัน กลุ่มของหวงจื่อเซวียนเริ่มระดม
โจมตีอีกครั้ง!
โจวซินอวี่หลับตาของนางลง และหยิบมีดสั้นที่แหลมคมออกมา โจว
ซินอวี่เริ่มเตรียมตัวตั้งแต่ตอนที่หลินหมิงเริ่มดูดซับเศษผลึกหัวใจปีศาจ
แล้ว หากหลินหมิงตาย นางก็จะฆ่าตัวตาย หากนางตกไปอยู่ในกำมือของ
หวงซานผิง ชะตากรรมของนางอาจจะแย่ยิ่งกว่าความตายเสียอีก
อาคมดินแดนแห่งฝันเริ่มจะสั่นมากขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงครึ่งชั่วโมงนี้
หวงจื่อเซวียนยังคงรออยู่นอกอาคม ไม่ได้จากไปไหน พวกเขาจะโจมตี
เป็นช่วงๆ
ถึงแม้ว่าโจวซินอวี่จะไม่เข้าใจอันใดเกี่ยวกับรูปแบบค่ายกลหรือ
อาคมนี้ นางก็ยังสามารถเห็นได้ว่าพลังงานที่สนับสนุนอาคมดินแดนแห่ง
ฝันได้ถูกใช้อย่างต่อเนื่อง บางทีมันอาจจะอยู่ได้อีกไม่นาน
แครก แครก แครก
เป็นเพราะแรงสั่นสะเทือนที่รุนแรง พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของโจวซินอวี่
เริ่มแตกออก และก้อนหินเองก็เช่นกัน มันดูไม่ต่างจากการบดขยี้คุกกี้เลย
การโจมตีที่รุนแรงราวกับพายุคลั่งนี้ดำเนินต่อเนื่องนานประมาณ 15
นาที ก่อนจะหยุดลง บางทีมันอาจเป็นเพราะหวงจื่อเซวียนกลัวว่าหาก
เขาใช้พลังมากเกินไป ถึงแม้ว่าเขาจะทำลายอาคมนี้ได้ เขาก็จะไม่มีพลัง
พอที่จะหยุดหลินหมิง ดังนั้น หลังจากโจมตีทุกๆ 15 นาที เขาจะนั่งลง
เข้าฌาน เพื่อฟื้นฟูตนเองให้เข้าสู่สภาวะที่พร้อมต่อสู้ที่สุด
โจวซินอวี่ถอนหายใจยาว และหันไปมองหลินหมิง นางประหลาดใจ
ที่เห็นสภาพอันน่าหวาดกลัวของหลินหมิง โดยโลหิตได้หยุดไหลแล้ว มัน
มิใช่เพราะอาการบาดเจ็บของเขาถูกรักษา แต่มันมาถึงจุดที่เขาไม่มีโลหิต
ให้ไหลอีกต่อไปแล้ว
ผิวหนังของเขาดำคล้ำและแตกระแหง โลหิตแข็งดั่งเปลือกหอย ราว
กับว่ามันได้ผ่านกาลเวลามาอย่างยาวนาน
เพียงแค่เห็นมัน ก็สามารถจินตนาการได้ถึงความทรมานของหลินห
มิงแล้ว
หากนางไม่อาจสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่เบาบางที่แผ่ออกมาจาก
หลินหมิง โจวซินอวี่คงคิดว่าเขาได้ตายไปแล้วอย่างแน่นอน
หัวใจของโจวซินอวี่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง นางไม่น่าพึ่งพาหลินห
มิงเลย ถึงแม้เขาจะสร้างปาฏิหาริย์ และไม่ตายหลังจากกลืนกินเศษผลึก
หัวใจปีศาจทั้งที่มีเพียงระดับการบ่มเพาะขั้นผสานชีพจร และทนอยู่ได้
นานเกือบชั่วโมง แต่ในสภาพนี้ เขายังจะมีความสามารถในการต่อสู้ได้
อย่างไร?
โจวซินอวี่จ้องมองไปยังมีดสั้นที่อยู่ในมือของนาง นางได้ตัดสินใจแล้ว
ว่า ยามใดที่อาคมพังทลาย นางจะปลิดชีวิตหลินหมิงก่อน และจากนั้นก็
ฆ่าตัวตายตาม เพราะไม่ว่าอย่างไร เหตุผลที่หลินหมิงต้องมาพบกับจุดจบ
เช่นนี้ก็เพราะนาง หากนางปล่อยให้หลินหมิงตกไปอยู่มือของพวกนั้น เขา
จะต้องตายอย่างน่าสยดสยองเป็นแน่
1 ชั่วโมง… 2 ชั่วโมง… 3 ชั่วโมง…
หลินหมิงราวกับตายไปแล้ว นั่งนิ่งราวกับก้อนหิน ดวงตาหม่นหมอง
ไร้ชีวิต มีเพียงแค่ลมหายใจที่แผ่วเบาที่ยังคงหลงเหลืออยู่
จากภายนอก เขาดูไม่ต่างจากศพที่ถูกย่างด้วยเปลวเพลิง ไร้ซึ่งโลหิต
หลงเหลืออยู่ แต่ทั่วทั้งร่างของหลินหมิง… ไขกระดูกค่อยๆถูกเคลือบด้วย
สีทองซีด…
พลังของขั้นผสานไขกระดูก!
ช่วงเวลาที่โลหิตของหลินหมิงเหือดหายไป เขาประหลาดใจที่พบว่า
กระบวนการผสานไขกระดูกกลับง่ายกว่าเดิมเสียอีก!
เป็นเพราะว่าโลหิตของเขาเหือดหายไป ความเจ็บปวดที่ไม่อาจลืมได้
เหล่านี้ทำให้ทั่งร่างของเขาด้านชา ถึงจุดนี้แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะ
โคจรปราณแท้ไหลเวียนไปทั่วร่าง เขาพบว่ากระบวนการผสานไขกระดูก
ยิ่งราบรื่นกว่าเดิม!
จากนั้น เขาก็ตระหนักได้ว่าโลหิตและไขกระดูกมีความสัมพันธ์กัน
ไขกระดูกเป็นตัวสร้างโลหิต และโลหิตล่อเลี้ยงไขกระดูก ทั้งสองต่าง
พึ่งพากันและกัน
ดังนั้น หากต้องการจะผสานไขกระดูก พวกเขาจะต้องทำการถ่าย
โลหิตออกก่อน!
มันต้องทำการถ่ายโลหิตออกไป จึงจะผสานไขกระดูกได้ และโลหิต
ใหม่จะถือกำเนิด และจะเป็นกระบวนการผสานไขกระดูกที่เสร็จสมบูรณ์
เพราะฉะนั้น หลินหมิงจึงไม่พยายามหยุดโลหิตที่ไหลออกจากร่าง
และปล่อยให้มันออกไปจนสะอาดหมดจด ในขณะเดียวกัน หลินหมิงก็
พึ่งพาเพียงพลังเพลิงแห่งชีวิต เขาแทบจะไม่สามารถรักษาเปลวเพลิงแห่ง
ชีวิตของตนเอาไว้ได้
เมื่อแสงจากท้องฟ้าทิศตะวันออกในยามเช้าสว่างไสวขึ้น แสงสีทอง
ของไขกระดูกหลินหมิงก็เข้มขึ้นเรื่อยๆ ราวกับมีสะเก็ดทองคำผสานอยู่ใน
นั้น
ไขกระดูกดั่งซุปทองคำ!
ในตอนนี้หลินหมิงเสร็จสิ้นการดูดซับผลของเศษผลึกหัวใจปีศาจแล้ว
ไขกระดูกใหม่ได้พัฒนา และเริ่มจะสร้างโลหิตขึ้นมาใหม่
ด้วยการผลาญพลังต้นกำเนิดภายในร่างกายของหลินหมิงอย่างบ้า
คลั่ง โลหิตใหม่ที่ถือกำเนิดก็หลั่งไหลออกมาไม่ขาดสาย
โลหิตใหม่นี้ทั้งหนาและหนัก ราวกับปรอทสีแดงที่ไหลไปทั่วเส้น
เลือดอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าโลหิตเหล่านี้จะไหลไปที่ใด มันก็จะทำการรักษา
ส่วนที่บาดเจ็บของร่างกาย
เพื่อที่จะรักษาและสร้างโลหิตใหม่ มันได้ผลาญปราณแท้ของหลินหมิ
งไปอย่างมาก ถึงแม้ว่าปราณแท้ของหลินหมิงจะหนาแน่นมาก แต่มันก็ได้
ถูกใช้ไปกว่าครึ่ง
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ปราณแท้จำนวนมากถูกใช้ไป ปราณแท้ที่
ถูกบีบอัดอยู่ในเมล็ดพันธุ์เทพทรราชกลับปลดปล่อยปราณแท้ออกมาช่วย
หลินหมิงด้วยตัวมันเอง พลังของมังกรวารีสีม่วงสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ และ
เพลิงสีโลหิตแกนปฐพีเองก็ถูกปลดปล่อยออกมาเช่นกัน พลังของเพลิง
และสายฟ้า โดยเฉพาะพลังของสายฟ้า ที่บรรจุพลังแท้จริงของพลังชีวิต
เอาไว้
ในตำนานกล่าวไว้ว่า เมื่อจักรวาลอันไร้สิ้นสุดได้คงอยู่ในบรรพกาล
กลียุค ที่นั่นไร้ซึ่งชีวิต มันมีเพียงเมื่อสายฟ้าผ่าลงมายังทะเลโบราณ และ
ทำให้รูปแบบชีวิตดั่งเดิมถือกำเนิด
เมื่อมีพลังของสายฟ้าที่มีชีวิตชีวาช่วยในกระบวนการผสานไขกระดูก
ขั้นสุดท้ายจนเสร็จสมบูรณ์ แสงสีม่วงที่เบาบางกลายเป็นหนาแน่นขึ้น
โลหิตใหม่นี้ราวกับว่ามีสายฟ้าผสานอยู่กับมัน
ร่างกายของหลินหมิงเกิดการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง แต่จากที่สิ่ง
ต่างๆที่เกิดขึ้น เพลิงแห่งชีวิตของหลินหมิงดูเหมือนจะยังคงอ่อนแออยู่
ปราณแท้ของเขาถูกซ่อนอยู่ภายในเมล็ดพันธุ์เทพทรราชคลั่ง นอกจากตัว
ของหลินหมิงเองแล้ว ไม่อาจมีผู้ใดสัมผัสได้ถึงมัน
………………..
บึมม!!
ด้านนอกของอาคม หวงจื่อเซวียนเริ่มการโจมตีรอบใหม่อีกครั้ง
หวงจื่อเซวียนกระวนกระวายใจมาก เขาไม่คาดว่าอาคมที่ดูเปราะบางนี้
จะทนทานถึงเพียงนี้
“ท่านอาสอง มาจบมันด้วยการโจมตีเต็มกำลังพร้อมกันเถอะ พวก
เราไม่สามารถปล่อยให้มันยืดเยื้อไปมากว่านี้ มันผ่านมากว่า 3 ชั่วโมงแล้ว
หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป กำลังเสริมของพวกมันอาจจะมาถึง หากเป็น
เช่นนั้น พวกเราจะเจอปัญหาใหญ่”
หวงจื่อเซวียนลังเล ก่อนหน้านี้เขาได้วางมือจากการโจมตี ด้วยความ
กลัวว่าหากพวกเขาทำลายอาคมลงได้ เขาจะไม่เหลือพลังอยู่มากพอที่จะ
จับหลินหมิง ในตอนนี้หลังจากเวลาผ่านไปนานขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุดเขาก็
เริ่มหมดความอดทน มันเป็นดั่งที่หวงซานผิงกล่าว ไม่ว่าอย่างไร นี่ก็เป็น
อาณาเขตของหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ และเด็กหนุ่มนี้ก็ดูเหมือนจะเป็น
อัจฉริยะที่มีชื่อเสียงของสำนัก หากพวกเขาอยู่ที่นี่นานเกินไป อาจจะมี
ผู้เชี่ยวชาญมาช่วยเหลือเขา
“ย่อมได้ มาโจมตีพร้อมกันเถอะ!”
เสียงของหวงจื่อเซวียนดังและชัดเจน หมอกดำรอบตัวเขาเริ่ม
หนาแน่นขึ้น น้องสามของเขาก็ใช้มันเช่นกัน ชายที่อ่อนแอก็เตรียมตัวที่
จะช่วยจบการโจมตี
เมื่อพวกเขารวมพลังกันโจมตี การโจมตีที่พุ่งตรงไปราวกับดาวหางที่
สว่างไสวปะทะเข้ากับอาคมดินแดนแห่งฝัน
บึมมม!
ในหมอกแห่งรุ่งอรุณของหุบเขา แสงของดวงอาทิตย์สาดประกาย ใน
ขณะเดียวกัน พื้นปฐพีก็สั่นไหว เศษดินและหินมากมายกระเด็นขึ้นไปใน
อากาศ รอยแยกลึกยาวหลายก้าวปรากฏขึ้นบนผืนดินใต้อาคมดินแดน
แห่งฝัน
อาคมป้องกันเริ่มบิดเบี้ยวราวกับเรือที่โดนคลื่นน้ำทะเลสูง ก้อนหินที่
อยู่รอบอาคมแตกออก และสีหน้าของโจวซินอวี่ซีดขาวเป็นอย่างมาก
หน้าผากของนางเต็มไปด้วยเหงื่อ
“โจมตีให้แรงขึ้นอีก!”
หวงซานผิงตะโกนออกมา ผู้ที่ทุ่มเทมากที่สุดก็คือเขา ไม่ว่าอย่างไรก็
ตาม แม้เขาจะใช้ปราณแท้ไปมากเพียงไร เขาก็ยังคงมิใช่คู่มือของหลินห
มิง เช่นนั่นเขาจึงทุ่มเทพลังทั้งหมดในการโจมตีอาคมแทน
หวงจื่อเซวียนขมวดคิ้ว เขาไม่สนใจว่าพลังของเขาจะอยู่ในสภาพที่
พร้อมต่อสู้ที่สุดหรือไม่ เขากัดฟันแน่น และปลดปล่อยเคล็ดวิชาที่ทรง
พลังออกมา
แคร๊ก แคร๊ก แคร๊ก…
เมื่อมีเสียงแก้วแตกดังขึ้น อาคมดินแดนแห่งฝันที่ต้านการโจมตีมา
อย่างยาวนาน ในที่สุดก็ใกล้หมดพลังงาน รอยแตกที่มองเห็นได้อย่าง
ชัดเจน ปรากฏบนม่านพลังอาคม
เมื่อเห็นรอยแตกเหล่านี้ โจวซินอวี่หยุดหายใจไปชั่วขณะ ไม่มีผู้ใด
ต้องการจะตาย โดยเฉพาะนางที่ยังคงมีหนี้เลือดต้องชำระ ภายใต้สภาวะ
กดดันนี้ นางกัดฟันแน่น เหตุผลที่นางรอจนกระทั่งช่วงเวลาสุดท้าย ก็
เพราะนางกำลังรอให้มีปาฏิหาริย์สักอย่างเกิดขึ้น