Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 343 กระดูกหัก
อย่างไรก็ตาม มันผ่านไป 3 ชั่วโมงแล้ว ลมหายใจของหลินหมิงดู
เหมือนจะหยุดลง และยังไม่มีผู้เชี่ยวชาญคนใดมาช่วย มันราวกับว่า…
ยมทูตได้ตัดสินชะตากรรมของพวกเขาแล้ว!
โจวซินอวี่กัดริมฝีปากของนางจนรู้สึกเจ็บ นางหมุนตัวและพุ่งไปยัง
หลินหมิงที่อยู่ด้านหลังของนาง พร้อมทั้งเสียบมีดสั้นที่แหลมคมไปยังร่าง
ของเขา!
ฉึบ!
มีดสั้นเสียบทะลวงเข้าไปได้!
หลินหมิงถอยหลังด้วยแรงปะทะจากมีดสั้นของโจวซินอวี่ ใน
ขณะเดียวกัน ก็เกิดการระเบิดขึ้น อาคมดินแดนแห่งฝันพังทลายลงแล้ว!
มัน… มันเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นได้อย่างไร?
โจวซินอวี่ตกใจ มีดสั้นในมือของนางคือสมบัติระดับระดับมนุษย์ขั้น
สูง หลังจากที่นางได้ถ่ายเทปราณแท้ลงไป นางน่าจะสามารถหันหลินหมิ
งออกเป็นชิ้นราวกับหั่นเต้าหู้ได้ โดยเฉพาะในตอนนี้ ร่างของหลินหมิ
งแทบจะไม่หลงเหลือปราณแท้ป้องกันร่างของเขาอยู่เลย แต่เมื่อมีดสั้น
เสียบเข้าไปกลับไม่ตรงตามที่นางคาดไว้ และมันก็ติดอยู่ในซี่โครงของเขา
จะเสียบเข้าไป ก็มิอาจเสียบเข้าไปลึกกว่านี้
จะดึงออกมา ก็มิอาจดึงออกมาได้เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาสั้นๆนี้ โจวซินอวี่ก็ได้สูญเสียโอกาสที่จะ
ปลิดชีวิตของตนไปแล้ว
“เจ้าต้องการที่จะตายเช่นนั้นหรือ? มิง่ายเช่นนั้นหรอก!”
หวงจื่อเซวียนราวกับภูตผี เมื่อเขาปรากฏตัวข้างๆโจวซินอวี่อย่าง
รวดเร็ว มือที่ผอมบางของเขาคว้าไปยังข้อมือของโจวซินอวี่ บีบมือของ
นางอย่างแรง จนกระทั่งมีดสั้นหลุดออกมา ในตอนนี้เอง ปราณแท้ที่
หนาแน่นก็ไหลเข้าไปในร่างของนาง ตรงเข้าไปปิดผนึกชีพจรทั้งหมดของ
นาง
เมื่อนักสู้ที่อยู่จุดสูงสุดของขั้นผสานชีพจรที่มาจากสำนัก และนักสู้
ขั้นปราณต้นฟ้าที่มาจากสำนักเช่นกัน ความแตกต่างระหว่างทั้งสองจึง
มากเกินไป
“อ่าาา!” โจวซินอวี่กรีดร้อง ใบหน้าที่งดงามของนางซีดลงเรื่อยๆ
ความคิดหลากหลายได้ปรากฏขึ้นในหัวใจของนาง เมื่อปราณแท้ของนาง
ถูกผนึก นางไม่มีโอกาสแม้กระทั่งทำลายชีพจรและปลิดชีวิตของตน!
“ฮ่าฮ่า นังแพศยา ข้าสงสัยยิ่งนักว่าคราวนี้เจ้าจะหนีไปที่ใดได้?”
หวงซานผิงหัวเราะอย่างเหยียดหยัน ใช้สายตามองไปยังเรือนร่างอัน
น่าหลงไหลของโจวซินอวี่ ดวงตาของเขาปรากฏเต็มไปด้วยตัณหา ตั้งแต่
ตอนที่เขาถูกแย่งสิทธิ์ในการเป็นผู้สืบทอด(ว่าที่เจ้าสำนัก) และทรัพยากร
จำนวนวนมหาศาลก็ตกไปอยู่ในมือของศิษย์น้อง เขามองนางเป็นหอก
ข้างแคร่ของเขา ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เขาต้องการจะจับนางมาขังไว้ และ
จากนั้นก็ทำให้นางอัปยศโดยปู้ยี่ปู้ยำนางอย่างไม่จบสิ้น
“ศิษย์น้อง ข้าหวังให้วันนี้มาถึง ในที่สุด เจ้าก็ตกมาอยู่ในกำมือของ
ข้า สบายใจได้ ข้าจะไม่สังหารเจ้า ข้าไม่รู้ว่ากี่ครั้งที่ข้ามีความคิดอยากจะ
ขังเจ้าเอาไว้ ทำลายการบ่มเพาะ และให้เจ้าสนองตัณหาให้ข้าทุกวัน”
หวงซานผิงเลียริมฝีปากอย่างชั่วร้าย นี่เป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุด โดยปกติ
แล้ว ในฐานะอัจฉริยะของสำนักคว้าจันทร์ เขานั้นมิได้ขาดแคลนเหล่า
หญิงสาว แต่หญิงสาวตรงหน้าเขานั้นแตกต่างจากหญิงสาวเหล่านั้นโดย
สิ้นเชิง นางเป็นคนที่เจ้าสำนักโปรดปรานมากที่สุด และเป็นผู้สืบทอด
ตำแหน่งเจ้าสำนักในอนาคต การได้กระทำกับผู้ที่มีสถานะเช่นนี้ ย่อมทำ
ให้เขาตื่นเต้นและพอใจเป็นอย่างยิ่ง
โจวซินอวี่ใบหน้าไร้รอยเลือดฝาด สถานการณ์เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว
โดยที่นางไม่อาจตอบสนองได้ทัน เหตุใดมีดสั้นของนางจึงไม่อาจเสียบเข้า
ไปในหัวใจของหลินหมิงได้ และเหตุใดมันจึงติดอยู่ที่ซี่โครงของเขา?
เห็นได้ว่าพลังชีวิตของหลินหมิงอ่อนแออย่างมาก และปราณแท้ก็
เหลืออยู่ในร่างไม่ถึง 20% แล้วเหตุใดเขาจึงสามารถป้องกันมีดสั้นของ
นางได้?
ไม่สิ นางไม่มีเวลาที่จะกังวลเรื่องนี้แล้ว เมื่อคิดถึงอนาคตที่ราวกับตก
นรกทั้งเป็น นางก็รู้สึกหวาดกลัวอย่างยิ่ง! เมื่อปราณแท้ของนางถูกผนึก
นางไม่มีแม้แต่ความสามารถที่จะปลิดชีวิตของตน สำหรับการกัดลิ้นเพื่อ
ปลิดชีวิตตนเองแล้ว แม้แต่มนุษย์ธรรมดายังไม่ตายเลย ไม่ต้องกล่าวถึง
นักสู้ที่แข็งแกร่งกว่า
“หืม? นี่คือเขาเช่นนั้นหรือ?” หวงซานผิงมองเห็นหลินหมิงที่นอนอยู่
บนพื้น โดยมีมีดสั้นเสียบอยู่ที่อก และดวงตาของเขาก็เต็มไปด้วยความ
สับสน เขากลายเป็นเช่นนี้ได้อย่างไร? ทั่วทั้งร่างของเขากลายเป็นสีดำ
คล่ำ วิธีการตายเช่นนี้ช่างน่าอนาถอย่างแท้จริง!
“เกิดอะไรขึ้นกับเจ้าเด็กนี่?” หวงซานผิงหยุดทำให้โจวซินอวี่กลัว
และมุ่งความสนใจไปที่หลินหมิง
“บางทีอาจเป็นเพราะเขากลืนกินเศษผลึกหัวใจปีศาจลงไป ช่างโง่
เขลายิ่งนัก หรือเขาคิดว่าเขาจะสามารถหวังพึ่งเศษผลึกหัวใจปีศาจเพื่อ
ทะลวงระดับการบ่มเพาะ และกลายมาเป็นฝ่ายสังหารพวกเราหรือ? ฮึ!
ต่อให้เป็นข้าที่กลืนกินเศษผลึกหัวใจปีศาจลงไป ร่างกายของข้าก็คงจะ
ระเบิดออกมา เนื่องจากไม่อาจทนรับพลังที่อัดแน่นได้” หวงจื่อเซวียนก
ล่าวอย่างเยาะเย้ย
“บิดามันเถอะ!” หวงซานผิงกลายเป็นเดือดดานเมื่อได้ฟังเช่นนี้
“เจ้าโง่นี่! หากมันอยากตายก็น่าจะตายไปคนเดียว แต่อย่ามาแตะต้อง
เศษผลึกหัวใจปีศาจ ที่เป็นสมบัติล้ำค่าของพวกเราสิ! บ้าเอ้ย!”
ในขณะที่หวงซานผิงกำลังกล่าว ทันใดนั้นเขาก็ตระหนักถึงบางอย่าง
ได้ และหันไปมองโจวซินอวี่ “นังร่าน เหตุใดเจ้าถึงให้เศษผลึกหัวใจปีศาจ
แก่มัน!”
ในขณะที่กล่าว เขาก็ดึงผมของนางอย่างแรง จนนางต้องร้องออกมา
ด้วยความเจ็บปวด
“นังเพศยา! เจ้ากล้าให้มันกับคนนอก! ข้าจะให้เจ้ารู้ว่าการร้องขอ
ความตาย มันเป็นเช่นไร! ท่านลุงสอง ทำลายชีพจรและทำลายการบ่ม
เพาะของนางซะ ทำให้นางไม่ก่อปัญหาขึ้นอีกในอนาคต!” เมื่อหวงซานผิง
กล่าว เขาพบว่าหวงจื่อเซวียนที่ยืนอยู่ไม่ได้ฟังที่เขาพูดเลย ทว่าดวงตา
ของเขาจับจ้องไปยังร่างของหลินหมิง
หวงซานผิงมองไปด้วยเช่นกัน และจากนั้นเขาก็ต้องผงะ เขาสามารถ
รับรู้ได้ถึงลมหายใจที่แผ่วเบาจากหลินหมิง
“เจ้าเด็กนี่ยังไม่ตายอีกหรือ? อยู่ในสภาพเช่นนี้ แต่กลับยังมีชีวิตอยู่
อย่างนั้นหรือ?” หวงซานผิงกล่าวด้วยความประหลาดใจ
หวงจื่อเซวียนขมวดคิ้ว จากนั้นก็กล่าวออกมาอย่างช้าๆว่า “มีชีวิต
อยู่ได้จนถึงตอนนี้ หลังจากที่กลืนกินเศษผลึกหัวใจปีศาจลงไป ช่างน่า
ประหลาดอย่างแท้จริง ดูจากสภาพของเขาแล้ว เขาน่าจะทนทุกข์ทรมาน
มาอย่างยาวนาน แต่กลับยังไม่ตาย!”
“หืมม! มันยังไม่ตายอีกหรือ? ดีแล้ว ก่อนอื่นข้าจะฉีกแขนและเลาะ
เอ็นของมัน จากนั้นข้าจะรักษามัน ไม่ให้มันตาย ข้าอยากให้มันได้รับรู้ถึง
การมีชีวิตอยู่อย่างทรมานยิ่งกว่าความตาย!” ดวงตาหวงซานผิงฉายแวว
ปีติยินดี หากหลินหมิงตายง่ายๆแล้วละก็ มันคงยากที่จะบรรเทาความ
เกลียดชังที่อยู่ภายในใจของเขาได้
หวงจื่อเซวียนส่ายศีรษะและกล่าวว่า “มันไร้ประโยชน์ ในเมื่อเขาได้
กลืนกินเศษผลึกหัวใจปีศาจลงไปแล้ว เขาจะต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย
แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญขั้นปราณปลายฟ้าที่มีการบ่มเพาะไม่ดีพอก็อาจจะตาย
ได้ ไม่ต้องกล่าวถึงเจ้าเด็กนี่เลย”
“ในเมื่อมันยังมีชีวิตอยู่… ก็ดีแล้ว” หวงซานผิงยิ้มกว้างขณะเดินเข้า
ไป จับตัวหลินหมิง ก่อนจะให้โอสถบางอย่างเพื่อรักษาชีวิตของเขาไว้
ก่อนอื่นเขาจะฉีกแขนและเลาะเอ็นของมันซะ
ฉึบ!
กระบี่แทงลงไป แต่มันเสียบเข้าไปได้ไม่ลึก ใบมีดเสียบเข้าไปเพียง
แค่ชั้นผิวหนังสีดำคล่ำเท่านั้น และติดอยู่ที่นั้นราวกับมันกำลังติดหล่ม
โดยไม่สามารถเสียบเข้าไปลึกกว่านี้ได้
“หืม? เกิดอันใดขึ้น?”
หวงซานผิงขมวดคิ้ว เขาเห็นผิวหนังของหลินหมิงเริ่มหลุดออกราว
กับเศษกระดาษที่ถูกเผาไฟ จากนั้น ภายใต้ผิวดำคล้ำก็กลายเป็นเนื้อหนัง
ใหม่ที่ราวกับผิวทารกแรกเกิด
ในขณะที่ใบมีดของหวงซานผิงพยายามจะตัดเนื้อหนังใหม่นี้ มันกลับ
ไม่เกิดรอยแผลแม้แต่น้อย
หวงซานผิงมองราวกับกำลังเห็นผี แต่เขาก็ไม่เชื่อเรื่องไร้สาระเช่นนี้
เขายังคงหั่นร่างกายของหลินหมิงต่อ แต่กระบี่ของเขาก็ทำได้เพียงเฉือน
ผิวหนังสีดำคล่ำให้ลอกออกไปเรื่อยๆเท่านั้น เผยให้เห็นผิวหนังใหม่มาก
ขึ้นเรื่อยๆ และมันยังไร้ซึ่งรอยกรีดจากกระบี่
“ผิงเอ่อร์ ถอยออกมา!”
สีหน้าของหวงจื่อเซวียนเปลี่ยนไป มีบางอย่างไม่ถูกต้อง!
อย่างไรก็ตาม เสียงของเขายังมิทันจางหาย มันก็สายเกินไปเสียแล้ว
ทันใดนั้นฉากที่อยู่ตรงหน้าก็เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน หลินหมิงที่นอนอยู่
บนพื้นราวกับซากศพ จู่ๆก็ลืมตาขึ้นมา ดวงตาสาดประกายแสงลึกลับ
สายฟ้าปรากฏออกมาจากสายตาที่คมกล้าของเขา
หลินหมิงชำเลืองมองไปยังหวงซานผิงที่ตื่นตระหนกอย่างไม่แยแส
หวงซานผิงเป็นผู้ที่ไม่กลัวหากเขาเห็นซากศพลุกขึ้นมาจากหลุม
อย่างไรก็ตาม การชำเลืองมองของหลินหมิงนั้นน่าหวาดกลัวยิ่งนัก มัน
ราวกับเป็นสายตาของยมทูต ทำให้จิตวิญญาณของผู้ถูกจ้องแข็งค้างด้วย
ความหวาดกลัวอย่างสุดขั้ว
หวงซานผิงหน้าซีดทันที
“ผิงเอ่อร์! รีบหนีไป!”
หวงซานผิงเริ่มหมุนวนหมอกทมิฬที่อยู่รอบตัวเขา ในตอนนั้นเอง
เขาสัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่น่าหวาดกลัวอย่างยิ่งแผ่ออกมาจากร่างกาย
ของหลินหมิง เขาไม่รู้ว่าจู่ๆพลังชีวิตปะทุออกมาจากที่ใด มิใช่ว่าหลินหมิง
กำลังใกล้ตายเต็มทีแล้วอย่างนั้นหรือ!?
เขาต้องการจะตะโกนเสียงดังเพื่อเตือน อย่างไรก็ตาม มันสายไปเสีย
แล้ว
มือขวาของหลินหมิงจับไปที่ฝ่ามือของหวงจื่อเซวียน และกระชากลง
มา
กรอบ!
เสียงกระดูกหักดังก้องทั่วหุบเขา มันชัดเจนอย่างมากในตอนรุ่งอรุณ
ที่แสนเงียบสงบนี้!
หวงซานผิงจ้องมองด้วยความหวาดกลัว เมื่อจู่ๆมือขวาของเขาก็โค้ง
งออย่างฉับพลัน กระดูกยื่นออกมาจากข้อมือ ขณะนั้น เขาเงียบ ด้วย
ความไม่เชื่ออย่างสิ้นเชิงในสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น
“อ๊ากกกกกกกกกกกกกกก!!!!”
หวงซานผิงร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด ในขณะเดียวกัน
หวงจื่อเซวียนก็พุ่งไปข้างหน้า!
“ตายซะ!”
ด้วยความเร่งรีบ เขาไม่มีเวลาคิดว่าเหตุใดหลินหมิงถึงยังไม่ตาย หรือ
จู่ๆเขาก็บดขยี้กระดูกของหวงซานผิงได้อย่างไร กระบี่ของเขาได้พุ่งตรงไป
ยังร่างของหลินหมิง!
ทันใดนั้นหลินหมิงก็หันกลับมา และปราณแท้ของเขาที่เคยเงียบสงบ
ก็ปะทุออกมาราวกับภูเขาไฟ พร้อมกับพลังของสายฟ้าและเพลิงที่อยู่
ภายในเมล็ดพันธุ์เทพทรราชคลั่ง แรงกดดันจากหลินหมิงในตอนนี้มีความ
รุนแรงถึงขีดสุด!
แขนขวาของหลินหมิงเปล่งปราณแท้สีครามออกมา และใช้มือขวา
จับไปยังกระบี่ของหวงจื่อเซวียนที่ฟันเข้ามา!
สำหรับหวงจื่อเซวียนแล้ว เขารู้สึกได้ถึงอันตรายที่น่าหวาดหวั่น
หลินหมิงสามารถจัดการกับกระบี่ของเขาด้วยมือเปล่า และทำให้สมบัติ
ระดับมนุษย์ขั้นสูงต้องหักงอเมื่อปะทะกับฝ่ามือของเขา!
อะไรกัน!?
หวงจื่อเซวียนเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ ถึงแม้ฝ่ามือของหลินห
มิงจะห่อหุ้มไปด้วยปราณแท้สีคราม มันเป็นไปไม่ได้ที่เนื้อหนังของมนุษย์
จะทำให้สมบัติระดับมนุษย์ขั้นสูงหักงอได้! มีเหล่านักสู้ที่ฝึกฝนการต่อสู้
ด้วยหมัดและฝ่ามือ แต่มือของพวกเขาก็ห่อหุ้มไปด้วยถุงมือสมบัติ มิ
เช่นนั้น ร่างกายของมนุษย์จะสามารถแข็งแกร่งเท่ากับสมบัติได้อย่างไร?
ในเสี้ยววินาทีนั้น หวงจื่อเซวียนไม่สามารถตอบสนองได้ทันท่วงที
ในขณะที่มือขวาของหลินหมิงกำไปที่กระบี่ มือซ้ายของเขาก็กำหมัดแน่น
เคล็ดวิชาหมัดสลายกระดูก!
พลังอันมหาศาลและรุนแรงของปราณแท้สั่นสะเทือนปะทุออกมา
ราวกับสึนามิ ในตอนนี้ หวงจื่อเซวียนรู้สึกราวกับว่าร่างกายของเขาเป็น
ใบไม้ที่ลอยอยู่ท่ามกลางพายุเฮอริเคน ที่สามารถฉีกกระชากร่างกายของ
เขาออกได้ทุกเมื่อ!
ในช่วงเวลาวิกฤตินี้ หวงจื่อเซวียนกู่ร้องเสียงดัง และปราณแท้ใน
ร่างกายของเขาหมุนวนจนถึงขีดจำกัด เปลี่ยนรูปร่างกลายเป็นกระบี่
ลำแสง เข้าปะทะกับหมัดของหลินหมิง
เคล้ง!
กระบี่แสงแตกเป็นเสี่ยงๆ หวงจื่อเซวียนกระเด็นออกไปราวกับว่าวที่
ขาดสายป่าน โลหิตภายในร่างของเขาปั่นป่วน เขาแทบไม่อาจรักษา
สมดุลของร่างกายเมื่อเขาตกลงสู่พื้นได้ และยังคงกระเด็นต่อไปอีกหลาย
ก้าว สีหน้ากลายเป็นหวาดกลัว
มันไม่เพียงหวงจื่อเซวียนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงผู้ที่ควบคุมอินทรีย์
และน้องสาม สีหน้าของพวกเขาต่างเปลี่ยนไปอย่างมาก เมื่อครู่มันเกิดสิ่ง
ใดขึ้นกันแน่? เหตุใดจู่ๆหลินหมิงที่นอนอยู่บนพื้นราวกับคนใกล้ตาย… ถึง
ลุกขึ้นมาได้? แล้วปราณแท้ที่ออกมาจากร่างของเขา มันมาจากที่ใด?
และผู้ที่ตื่นตระหนกที่สุดก็คือโจวซินอวี่ นางเป็นผู้ที่อยู่กับหลินหมิง
ตลอดเวลา และสามารถเห็นได้ถึงการเปลี่ยนแปลงร่างกายของหลินหมิง
นางเห็นได้ว่าปราณแท้ของหลินหมิงมากกว่าครึ่งไหลออกจากร่างของเขา
และเพลิงแห่งชีวิตของเขาก็อ่อนแอลงเรื่อยๆ แล้วพลังอันแข็งแกร่งที่น่า
หวาดกลัวเหล่านี้มาจากที่ไหนกัน?