Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 374 ปราณโลหะ
ชายหนุ่มหน้าซีดลูบคางของตน เขามองไปยังมู่เชียนหยี่จากที่
ห่างไกล “ข้าเพียงแค่จำได้ว่าตำนานแห่งนักบุญของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์
นั้น มันค่อนข้างหน้าสนใจ…”
“ตำนานแห่งนักบุญ? ตำนานอันใดกัน?” เหล่ยจิงเทียนดูเหมือนจะ
นึกอะไรบางอย่างออก แต่เขาไม่มั่นใจนัก
โจวเล่ยเงี่ยหูฟัง แต่สิ่งที่ได้รู้นั้นทำให้เขาถึงกับพูดไม่ออก ศิษย์น้อง
ของเขากล่าวตามตรงออกมาว่า “ข้าเคยเห็นในบันทึกโบราณที่พบใน
ทะเลทางใต้ของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ ตำนานกล่าวไว้ว่า…”
เมื่อเขากล่าวมาถึงตรงนี้ ก็ได้เปลี่ยนไปใช้ปราณแท้กระแสเสียง
สื่อสารในทันที
นี่ทำให้โจวเล่ยสีหน้าบูดบึ้ง ก่อนหน้านี้เขาเคยเจ็บปวดใจเพราะชาย
หนุ่มหน้าซีดผู้นี้มาแล้ว มันราวกับว่าชายผู้นี้ได้จงใจ
ชายหนุ่มหน้าซีดผู้นี้น่ารังเกียจอย่างแท้จริง
เขามิรู้ว่ามันเกิดอันใดขึ้น มันดูราวกับเขานั้นจะรู้จักหลายสิ่งหลาย
อย่าง โจวเล่ยก็มิรู้เลยว่าเขาได้อ่านหรือได้ยินมันมาจากที่ใด
ขณะที่โจวเล่ยกำลังคิดไปเรื่อยเปื่อย ชายหนุ่มหน้าซีดก็กล่าวจบ
เหล่ยจิงเทียนก็ได้ลูบคางของตน และครุ่นคิด
จากนั้นชายหนุ่มหน้าซีดก็กล่าวกับโจวเล่ยว่า ขึ้นไปสู้กับหลินหมิง
หลังจากนี้ “หากมู่ติงซานหรือมู่เสี่ยวชิงขึ้นมา ข้าก็จะเป็นคนขึ้นเอง
สำหรับหลินหมิงแค่เจ้าก็เพียงพอแล้ว”
การสั่งการเช่นนี้ทำให้โจวเล่ยมิพอใจเป็นอย่างยิ่ง
เขาไม่อยากที่จะให้คำตอบแก่เขาด้วยซ้ำ แต่ปรากฏว่ามันเป็นความ
ตั้งใจของอาจารย์เขา เขาจึงทำได้เพียงแค่ตกลง
……………………
ในตอนนี้ บนเวทีประลอง หลินหมิงมองไปยังหอกของเสี่ยวชือ เขา
ได้ใช้หอกอ่อนปราณคลั่งมายาวนาน เขาจึงสามารถที่จะคาดเดาได้อย่าง
แม่นยำว่าหอกในมือของเสี่ยวชือยาว 9 นิ้ว มันยาวเท่ากับหอกอ่อนปราณ
คลั่งของหลินหมิงเลย
หอกนี้เป็นสีทองไปหมด เขามิรู้ว่ามันใช้วัสดุอันใดในการสร้าง มัน
ราวกับเป็นพวกโลหะ แต่กลับยืดหยุ่นได้ หลินหมิงเห็นเสี่ยวชือสั่นหอก
ของตนเอง และหอกก็สั่นสะเทือนตาม เกิดเป็นภาพวัตถุที่สั่นจนเกิดภาพ
ติดตาขึ้น หอกนี้นั้นยืดหยุ่นได้มากยิ่งกว่าหอกอ่อนปราณคลั่งของหลินห
มิง
นี่คือหอกสมบัติระดับปฐพีขั้นต่ำ ไม่… บางทีอาจเป็นหอกสมบัติ
ระดับปฐพีขั้นกลาง
หลินหมิงประหลาดใจที่ค้นพบว่าตนสามารถที่จะระบุระดับของหอก
ได้
เขาสงสัยว่ามันเป็นหอกยืดหยุ่นระดับปฐพีขั้นกลาง แต่การสร้าง
หอกที่สามารถยืดหยุ่นจากโลหะและมีระดับสูงถึงเพียงนี้ได้นั้น มันมิใช่สิ่ง
ที่ปรมาจารย์กลั่นสกัดระดับทั่วไปจะทำได้อย่างแน่นอน!
เสี่ยวชือตระหนักได้ถึงสายตาของหลินหมิง เขาคุ้นเคยกับสายตา
เช่นนี้อย่างมาก มันคือสายตาที่เหล่านักสู้พบอาวุธที่ตนให้ความสนใจ
อย่างมาก สายตาของพวกเขาก็จะเป็นเช่นหลินหมิง เขาจึงยิ้มและกล่าว
“หลินหมิง เจ้าแน่ใจหรือว่ายังอยากที่จะใช้หอกอ่อนปราณคลั่งอยู่อีก?
ข้าตระหนักได้ว่าทุกๆการประลองเจ้าจะใช้ปราณแท้ปกป้องความ
เสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับหอกอยู่เสมอ จึงทำให้ความแข็งแกร่งในการต่อสู้
ตกลงไป หอกเจ้าชอบ ข้ามีหอกที่ดีให้เจ้ายืมใช้นะ”
ด้วยสายตาที่แหลมคมของเสี่ยวชือ เขาสามารถที่จะมองเห็นได้ถึง
วัสดุที่ให้สร้างหอกของหลินหมิงได้ มันก็คือโลหะเงินอ่อนปราณคลั่ง
สำหรับนักสู้ทั่วไป มันเป็นวัสดุที่หายากและราคาสูง แต่ในนิกายใหญ่ มัน
มีราคามิต่างจากเหล็กธรรมดาทั่วไป
หลินหมิงดวงตาเบิกขึ้นด้วยความสงสัย “ท่านมีสมบัติระดับปฐพีอยู่
อีกหรือ?”
เสี่ยวชือยิ้ม “ถูกต้อง นิกายหุบเขาระฆังทองคำมีแผนกกลั่นสกัดที่
ยอดเยี่ยมที่สุดจากทั่วทั้งภูมิภาคเขตแดนห้าธาตุ ภายในพื้นที่หลายล้านลี้
มีผู้เชี่ยวชาญการกลั่นสกัดรวมอยู่ในนิกายหุบเขาระฆังทองคำมากที่สุด
โดยเฉพาะผู้เชี่ยวชาญในการสร้างหอก พวกเขามีจำนวนนับไม่ถ้วนใน
นิกายหุบเขาระฆังทองคำของข้า นั่นก็เป็นเพราะว่าอาวุธหลักที่หุบเขา
ระฆังทองคำใช้นั้นก็คือหอก!”
หลินหมิงดวงตาสาดประกาย นิกายที่ใช้หอกเป็นอาวุธหลัก!
หอก ทวน ง้าว… สิ่งที่มีเสน่ห์ที่สุดแน่นอนว่าเป็นหอก หอกคือราชา
แห่งทหารนับร้อย! และผู้เชี่ยวชาญการกลั่นสกัดที่เยี่ยมที่สุดก็คือ
ปรมาจารย์ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ที่มีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับพลัง
ต้นกำเนิดโลหะและมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวิถีแห่งโลหะ มีเพียงผู้ที่
ทำเช่นนั้นได้จึงจะสามารถสร้างหอกยืดหยุ่นที่ดีที่สุดขึ้นมาได้!
หลินหมิงสูดหายใจลึก วิถีแห่งโลหะ! สร้างหอกขึ้นมาโดยการใช้วิถี
แห่งโลหะ วิธีการเช่นนี้มันเป็นอย่างไรกันแน่?
ในบรรดา 7 นิกายแห่งภูมิภาคเขตแดนห้าธาตุ แต่ละนิกายต่างก็มี
ความรู้อย่างลึกซึ้งในแต่ละธาตุ และยังมีความเข้าใจในวิถีของธาตุต่างๆ
อีกด้วย วิถีแห่งโลหะ นอกจากนั้นวัสดุโลหะระดับสูงของนิกายหุบเขา
ระฆังทองคำ ยังสามารถทำให้โลหะแข็งกลายเป็นโลหะอ่อนนุ่มได้และ
ยืดหยุ่นได้! บางทีทักษะสูงเช่นนี้คงจะสามารถที่จะทำได้ก็ต่อเมื่อคนผู้นั้น
ได้เข้าใจถึงวิถีแห่งโลหะและก็ต้องเข้าใจถึงกฎแห่งโครงสร้างของโลหะ
ด้วยเช่นกัน
นอกจากนี้ พวกเขาทั้งหมดยังเป็นนักสู้ธาตุจำเพาะโลหะอีกด้วย
คุณภาพแต่ละเล่มที่พวกเขาสร้างก็จะยิ่งสูง!
‘โลกนี้ได้ให้กำเนิดอัจฉริยะขึ้นมาทุกเมื่อ ช่างน่าขันที่ข้าเคยคิดว่า
โลหะนั้นมิสามารถสร้างหอกระดับสูงขึ้นมาได้ ดูเหมือนว่าข้านั้นมิได้ต่าง
อันใดไปจากกบในกะลา หากมีจักรพรรดิผู้ไร้เปรียบที่เป็นปรมาจารย์กลั่น
สกัด แม้แต่การสร้างหอกสมบัติยืดหยุ่นระดับสวรรค์จากโลหะมันก็คงไม่
อาจที่จะยากเกินไป’
เมื่อหลินหมิงคิดเรื่องนี้ เขาก็ยิ้มแย้มอย่างสดใสและกล่าว “ศิษย์พี่
เสี่ยว พวกเราสามารถเป็นสหายด้วยการดื่มไวน์ แต่เป็นคู่ต่อสู้เมื่ออยู่ใน
สนามรบ วันนี้บนเวทีข้าได้เอาชนะคู่ต่อสู้ติดต่อกันถึง 4 คน! อย่างไรก็
ตาม ในการประลองกับท่าน เป็นการต่อสู้ที่ข้ากำลังมองหามากที่สุด! ข้า
จะกล่าวซื่อตรงกับศิษย์พี่เสี่ยว ก่อนหน้านี้ ข้าไม่เคยสู้กับผู้ที่ใช้หอกเลย!”
“ฮ่าฮ่า ส่วนข้านั้นตรงกันข้าม ตั้งแต่ข้ายังเด็ก นักสู้รอบตัวข้าล้วนแต่
เป็นผู้ใช้หอก ข้าเพียงเล่นอยู่กับหอกและนึกภาพผู้เชี่ยวชาญคนอื่นขณะ
ฝึก แต่ก็มิรู้ว่าทำเช่นนี้มา 20 ปีแล้ว แต่ก็ยังรู้สึกว่ายังไม่พอ! ศิษย์น้อง
หลินกล่าวได้ดี โอกาสที่ข้าจะได้สู้กับเจ้าแบบยุติธรรมนั้นหายาก หากไม่มี
อุบัติเหตุอันใด ข้าเองก็คงมิได้ต่อสู้กับศิษย์น้องหลินในอนาคต ในการ
ประลองนี้ ข้าจะทุ่มทุกอย่างที่ข้ามีสู้กับเจ้า!”
ขณะที่เสี่ยวชือกล่าวจบ เขาก็ได้ยกมือขวาขึ้น แสงสีทองปรากฏขึ้น
ในมือของเขา ครู่ต่อมา แสงสีทองได้รวมตัวเป็นของโลหะเหลวสีทองราว
กับว่ามันเป็นทองเหลว
“หืม?” หลินหมิงตรวจสอบมันด้วยจิตสำผัสของตน และสามารถที่
จะสำผัสได้ถึงพลังต้นเกิดโลหะที่แข็งแกร่งและบริสุทธิ์อย่างยิ่งแผ่ออกมา
จากโลหะเหลวสีทองนี้
“ปราณโลหะ! เช่นเดียวกับปราณอัคคี ตัวตนของจิตวิญญาณแห่ง
โลก ปราณโลหะนี้คือเมล็ดพันธุ์ที่กำเนิดมาจากวัสดุระดับสวรรค์หรือ
อย่างน้อยก็ระดับปฐพี มันเป็นสิ่งที่ยากจะหาพบ เมื่อมันถือกำเนิดขึ้นและ
มีโชคมากพอ ข้าก็จะสามารถใช้มันสร้างสมบัติชีวิตของตนเองขึ้นมาได้
แน่นอน ถึงข้าจะไม่มีความสามารถเช่นนั้น แต่ก็ยังมีความเป็นไปได้…”
เสี่ยวชือวางปราณโลหะในมือบนด้ามหอก จากนั้น ฉากที่น่าตื่นเต้นก็
ปรากฏ ปราณโลหะเหมือนกับมีชีวิตมันแผ่ออกไปตามความยาวของหอก
จากนั้นครู่ต่อมา ทั่วทั้งหอกก็ได้ปกคลุมไปด้วยปราณโลหะและมันได้ซึม
ลงไปอีกด้วย! หอกของเสี่ยวชือในตอนนี้ ได้ยกระดับขึ้นเป็นระดับปฐพีขั้น
กลาง!
ไม่เพียงแค่นั้น แต่มันคือสมบัติระดับปฐพีขั้นกลางที่สูงที่สุด! หลินหมิ
งตกตะลึง ปราณโลหะสามารถที่จะช่วยเสริมให้ระดับของสมบัติเพิ่มขึ้น
ถึง 1 ขั้นเลยเช่นนั้นหรือ?
จะต้องรู้ด้วยว่าสมบัติระดับปฐพีขั้นกลางสามารถที่จะทำให้หัวใจ
ของปรมาจารย์ขั้นหลอมรวมแก่นแท้เกิดความโลภได้ สำหรับสมบัติระดับ
ปฐพีขั้นสูงนั้น มันมากพอที่จะทำให้ปรมาจารย์ขั้นหลอมรวมแก่นแท้เกิด
ความโลภจนบ้าคลั่งได้
ปราณอัคคี ปราณโลหะ ปราณวารีและอื่นๆ… จากนั้นก็มีจิต
วิญญาณแห่งสายลมและจิตวิญาณแห่งสายฟ้า เหล่าจิตจิตวิญญาณ
ธรรมชาติเหล่านี้ ต่างก็มีรูปแบบเฉพาะของตนเอง สิ่งที่แปลกและน่า
พิศวงในโลกนี้ต่างก็ทำให้เกิดความประหลาดใจต่อผู้ที่เพิ่งพบเห็นได้เสมอ
หาก… เขาได้ครอบครองปราณโลหะและผสานมันเข้ากับหอกแห่ง
ดาวหางม่วงด้วยวิธีการพิเศษแล้วล่ะก็ มันจะเกิดอันใดขึ้น?
หอกแห่งดาวหางม่วงจะกลายเป็นสมบัติระดับสวรรค์ได้หรือไม่?
เมื่อคิดได้เช่นนี้ หลินหมิงก็ตื่นเต้น แต่จากนั้นก็ส่ายศีรษะในทันที
และยิ้มอย่างเศร้าสร้อยออกมา สมบัติระดับสวรรค์นั้นส่วนใหญ่เป็นอาวุธ
ของจักรพรรดิผู้ไร้เปรียบที่จะมีคุณสมบัติเหมาะสมกับมัน หากเขา
ต้องการให้หอกแห่งดาวหางม่วงกลายเป็นสมบัติระดับสวรรค์ เขาเองก็คง
ต้องมีสิ่งที่คล้ายกับปราณโลหะระดับสวรรค์ นี่มันมิใช่เรื่องง่ายเลยซักนิด
อย่างไรก็ตาม ต่อให้เขามีปราณโลหะระดับต่ำ ก็ยังสามารถที่จะเพิ่ม
ประสิทธิภาพให้กับหอกแห่งดาวหางม่วงได้
น้ำหนักส่วนใหญ่ของหอกแห่งดาวหางม่วงนี้อยู่ที่หัวหอก ส่วนด้าม
หอกนั้นเบาเป็นอย่างยิ่ง ไม่เพียงแค่นั้น แต่ไผ่จิตวิญญาณสายฟ้าสีม่วงยัง
ขาดความรู้สึกสัมผัสด้านพื้นผิวที่ดี มีข้อผิดพลาดหลายอย่างที่พบได้ใน
หอกนี้
“หลินหมิงให้ข้าถามเจ้าอีกครั้ง เจ้าแน่ใจแล้วหรือที่จะใช้หอกอ่อน
ปราณคลั่งในการต่อสู้? ข้าสามารถให้เจ้ายืมหอกสมบัติระดับปฐพีขั้น
กลางได้นะ ถึงแม้จะไม่ยอดเยี่ยมเท่าหอกของข้า แต่อย่างน้อยก็ยังดีกว่า
หอกที่เจ้าใช้ในตอนนี้อย่างมหาศาล”
เสี่ยวชือถามอีกครั้ง เขานั้นแสดงให้เห็นถึงความมีน้ำใจและ
เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เป็นชายที่น่าคบหาเป็นอย่างยิ่ง เขามิได้เอาเปรียบผู้อื่นที่
ตกอยู่ในสถานการณ์ที่จนตรอก และมีรัศมีของสุภาพบุรุษอย่างแท้จริง
อย่างไรก็ตาม ศิษย์ของภูมิภาคเขตแดนห้าธาตุต่างก็มิได้รู้สึกดีกับ
การกระทำเช่นนี้ของเสี่ยวชือเลย
แน่นอน เป็นเพราะว่าเขาคือเสี่ยวชือ ไม่มีผู้ใดกล้าที่จะตะโกนว่า
กล่าวเขา พวกเขาทำได้เพียงกระซิบกระซาบด้วยความไม่พอใจให้กันและ
กันฟัง
“นี่มันเกิดอะไรผิดพลาดขึ้นหรือไม่? เขาต้องการที่จะให้หลินหมิงยืม
หอกเช่นนั้นหรือ?”
“ขนาดมีหอกขยะเช่นนั้นก็ยังทำให้เขาแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ จะเกิดอัน
ใดขึ้นหากเขาได้หอกที่ดีกว่านี้มาใช้เล่า? มิใช่ว่าศิษย์พี่เสี่ยวอยู่ข้างพวกเรา
หรอกหรือ?”
“นี่คือข้อพกพร่องของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่มีผู้ใดสร้างหอกระดับ
นี้ขึ้นมาได้ แต่จะเกิดอันใดขึ้นหากพวกเขาได้เรียนรู้วิธีการสร้างหอกจาก
นิกายหุบเขาระฆังทองคำของพวกเรา?”
“ศิษย์พี่เสี่ยวนั้นใจดีเกินไป เขาให้มันกับผู้อื่นง่ายๆเช่นนี้ได้อย่างไร
กัน?”
ถึงแม้เหล่าศิษย์ภูมิภาคเขตแดนห้าธาตุจะกล่าวเช่นนี้ด้วยน้ำเสียงที่
เบาอย่างยิ่ง หลินหมิงก็มีประสาทรับรู้ที่ดีและได้ยินทั้งหมดอย่างชัดเจน
แต่หลินหมิงก็มิได้ใส่ใจกับคำพูดไร้สาระเหล่านั้น เขาผสานมือคารวะ
ให้กับเสี่ยวชือและกล่าวว่า “ก่อนหน้านี้ เหล่าคู่ต่อสู้ทั้ง 4 ที่ข้าพบเจอมา
ล้วนเป็นคนชั่วร้าย เมื่อข้าเจอกับศิษย์พี่เสี่ยวครั้งแรก ข้าก็รู้สึกราวกับเจอ
สหายเก่า การที่สหายเก่ามาร่วมดื่มไวน์ด้วยกัน มันก็เป็นธรรมดาที่ต้อง
นำไวน์ชั้นดีออกมาร่วมฉลอง เช่นนั้นมันจึงจะกลายเป็นช่วงเวลาที่มีค่า
และควรค่าแก่การจดจำ ในเมื่อพวกเราได้มาเผชิญหน้ากันเช่นนี้ ข้าเองก็
จะไม่ตระหนี่การกระทำของตน”
ขณะที่หลินหมิงกล่าวจบ เขาก็เก็บหอกอ่อนปราณคลั่งเข้าไปใน
แหวนมิติ และจากนั้นเขาก็ค่อยๆดึงเอาหอกแห่งดาวหางม่วงออกมาจาก
แหวนมิติ
เสี่ยวชือคือชายที่เข้าใจถึงหอกอย่างแท้จริง หลินหมิงต้องการให้เขา
วิเคราะห์หอกของตนเอง ว่าจะทำอย่างไรในการใช้ปราณโลหะจากมัน
และปราณโลหะแบบใดถึงจะดีที่สุด
และอีกเหตุผลที่ทำให้หลินหมิงเอาหอกแห่งดาวหางม่วงออกมาก็
เพื่อที่จะต่อสู้ให้ได้อย่างเต็มที่และใช้การต่อสู้นี้เพิ่มความเข้าใจเกี่ยวกับ
ทักษะหอกให้กับตนเองขึ้นไปอีก จนถึงตอนนี้ ทักษะหอกของเขาได้ถูก
จำกัดเนื่องจากไร้คู่ต่อสู้ที่ใช้หอกมาให้ได้ต่อสู้ด้วย
นิกายหุบเขาระฆังทองคำได้รวบรวมและฝึกฝนทักษะหอกมานับพัน
ปี ด้วยการมีมรดกสืบทอดเช่นนี้ หลินหมิงก็ต้องการที่จะได้เห็นเป็นย่างยิ่ง
เมื่อหอกแห่งดาวหางม่วงปรากฏ แสงสีม่วงก็สาดประกายออกไป
บริเวณด้ามหอกสีม่วงเข้ม สามารถที่จะมองเห็นได้ว่ามีตาของไผ่นูน
ขึ้น 9 อัน และระหว่างสีม่วงเข้มเหล่านั้น มันก็มีเส้นสายสีแดงจำนวนนับ
ไม่ถ้วนพันรอบอยู่ ราวกับเป็นเส้นเลือดฝอยที่พันรอบหอก นี่คือ
สัญลักษณ์ของวัสดุที่ใช้สร้างหอกของต้นอู๋ถงเพลิงศักดิ์สิทธิ์หลังจากที่มัน
ได้ผสานเข้ากับไผ่จิตวิญญาณสายฟ้าสีม่วงไปแล้ว
หัวหอกยาว 8 นิ้ว มีสันที่สูงและมีขอบที่แหลมคม มันยังปล่อยออร่า
ที่เย็นเยือกออกมาอีกด้วย มันสร้างขึ้นมาจากหินจิตวิญญาณสายฟ้า
ชิ้นส่วนเปลวเพลิงของวิหคเพลิงและดาวหางม่วง วัสดุเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่ง
ที่ล้ำค่าอย่างแท้จริง
หลินหมิงยังมิได้ถ่ายเทปราณแท้ลงไปในหอกเลย แต่ทั่วทั้งหอกก็ได้
สาดประด้วยสายฟ้าและเพลิงอย่างเบาบางออกมา ทำให้อากาศโดยรอบ
สั่นสะเทือนเล็กน้อย มันราวกับอาวุธศักดิ์สิทธิ์ที่ไร้สิ่งใดเทียบเคียงได้
ปรากฏขึ้นมาในโลก
เมื่อมองเห็นหอกที่สาดแสงออกมาดเช่นนี้ เสี่ยวชือก็กลายเป็นแข็ง
ค้าง หัวใจของเขาเต็มไปด้วยความสงสัย หอกนี้คือสมบัติระดับปฐพีขั้น
สูงสุดจริงหรือ!?
“หัวหอกสร้างมาจากดาวหางม่วงหรือ? แต่สามารถที่จะกลั่นสกัด
ดาวหางม่วงได้อย่างไรกัน?” เสี่ยวชือพบว่ามันยากที่จะเชื่อเป็นอย่างยิ่ง
ดาวหางม่วงนั้นเป็นวัสดุระดับสูงที่มีคุณสมบัติพอที่จะใช้สร้างสมบัติระดับ
สวรรค์ขึ้นมาได้ นอกจากนิกายหุบเขาระฆังทองคำ ยังมีผู้อื่นที่จะสามารถ
กลั่นสกัดดาวหางม่วงได้อีกหรือ?
เสี่ยวชือมิรู้ว่าด้ามหอกนั้นทำมาจากวัสดุอันใด แต่จากที่มองเห็นถึง
พลังของเพลิงและสายฟ้าแผ่ออกมา แสดงให้เห็นได้แล้วว่ามันจะต้องเป็น
วัสดุระดับสูงที่ล้ำค่าอย่างยิ่ง หลินหมิงมีกายธาตุจำเพระคู่เพลิงและ
สายฟ้า หรือว่าหอกนี้จะถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเขาโดยเฉพาะกัน?
เมื่อคิดได้เช่นนี้ เสี่ยวชือก็อ้าปากค้าง ผู้ใดกันที่จะสามารถสร้างหอก
เช่นนี้ขึ้นมาได้?
ทุกคนที่นี่ต่างก็เป็นผู้มีประสบการณ์ เมื่อหลินหมิงได้เอาหอกแห่ง
ดาวหางม่วงออกมา มันก็กลายเป็นจุดสนใจของทุกคนในทันที
นี่เป็นหอกสมบัติระดับปฐพีขั้นสูงสุด! มันคือสิ่งที่ทำให้แม้แต่
ปรมาจารย์ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ยังต้องบ้าคลั่งและอิจฉา!