Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 380 สายฟ้าปีศาจแห่งโลหิตทำลายล้าง
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 380 สายฟ้าปีศาจแห่งโลหิตทำลายล้าง
ใบหน้าของเหล่ยมู่ไป่หดเล็กลงจนราวกับจะมีหยดน้ำออกมา “ใน
เมื่อท่านเจ้านิกายอวี้หวงกล่าวเช่นนี้ ก็ให้เป็นเช่นนั้น จากนั้น ข้ายังคงจะ
ขอคำแนะนำจากเหล่าผู้กล้ารุ่นเยาว์แห่งเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ ในเมื่อท่าน
เจ้านิกายดูเหมือนจะมั่นใจนัก ข้าอยากจะกล่าวถาม หากข้านั้นสามารถที่
จะเอาชนะศิษย์ของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดด้วยตัวคนเดียว จากนั้น
จะเป็นเช่นไร?”
คำกล่าวของเขาเห็นได้ชัดว่ากล้าที่จะท้าทาย เขาดูเหมือนจะ
สามารถคาดเดาความคิดของมู่อวี้หวงได้และจัดการกับนิสัยส่วนตัวของ
นางที่เกลียดความพ่ายแพ้ จึงทำให้เขาสามารถยั่วยุนางเช่นนี้
เจ้าต้องการที่จะยืนกรานให้ข้าใช้เรื่องการแต่งงานของเชียนหยี่มา
เดิมพันกับเจ้าเช่นนั้นหรือ?
เหล่ยมู่ไป่มองไปยังมู่อวี้หวงอย่างสงบ ความคิดนี้ชัดเจนอย่างยิ่งใน
หัวใจของเขา
มู่อวี้หวงหัวเราะเยาะออกมาถึงสองครั้ง จากนั้น คิ้วทั้งคู่ก็ตั้งชัน และ
ออร่าจากทั่วร่างปะทุออกมา ในชั่วพริบตา วงแหวนเพลิงสีแดงฉานก่อตัว
ขึ้นรอบตัวนางและพุ่งออกไป นี่เป็นพลังเพลิงที่น่าหวาดกลัวจากการบีบ
อัดพลังเพลิงต้นกำเนิด
วูซซซ!
วงแหวนเพลิงนี้จู่ๆก็กระจายออกไปอย่างรวดเร็วทั่วทั้งงานเลี้ยง มัน
มิได้สร้างความเสียหาย ไม่มีแม้แต่จานสักใบที่แตก แต่ทุกคนในที่นี้
สามารถที่จะสัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่น่าหวาดกลัวราวกับภูเขาถล่มลงมา
ใส่พวกเขา โดยเฉพาะเหล่ยมู่ไป่ ที่ได้รับผลกระทบหนักหน่วงที่สุด เขา
รู้สึกราวกับว่าอวัยวะภายในถูกทุบด้วยค้อนขนาดใหญ่และถอยหลังไป
หลายก้าว ท้าวที่ย้ำไปบนพื้นของเขาเกิดเสียง ‘ตึง ตึง ตึง’
มู่อวี้หวงกล่าวออกมาอย่างเยือกเย็นว่า “ล้มเลิกความคิดนี้ไปซะ
หญิงชราผู้นี้มิเคยกลัวที่จะเดิมพันกับผู้ใด แต่ข้าก็มิต้องการที่จะนำเรื่อง
การแต่งงานของเชียนหยี่มาใช้เป็นสิ่งเดิมพัน หากเจ้าต้องการที่จะเดิมพัน
อย่างอื่น หญิงชราผู้นี้ก็จะเล่นด้วยกับเจ้าเอง!”
ขณะที่มู่อวี้หวงกล่าวจบ มู่เชียนหยี่เคลื่อนไหวอย่างช้าๆด้านหลัง
ของนาง มองดูผมของมู่อวี้หวงที่เปลี่ยนมาเป็นสีเงินนานแล้ว นางก็กัดริม
ฝีปากของตน มู่เชียนหยี่มิได้กล่าวสิ่งใดออกมา นางรู้ดีว่ามู่อวี้หวงมิเคย
แต่งงานมาทั้งชีวิตและมิเคยมีบุตร นางรู้ว่ามู่อวี้หวงนั้นมองนางราวกับ
บุตรสาวที่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของตน
ในเมื่อสถานการณ์ตึงเครียดถึงเพียงนี้ก็ราวกับว่ามันจะสามารถ
ระเบิดออกได้ทุกเวลา
เหล่ยมู่ไป่สูดหายใจลึก พยายามควบคุมปราณแท้ที่ปั่นป่วนภายใน
ร่างที่เกิดจากแรงกดดันภายในร่าง “ข้ามิได้สนใจที่จะเดิมในเรื่องอื่น ใน
เมื่อท่านเจ้านิกายมิได้สนใจเดิมพันกับข้า เช่นนั้นก็ไม่เป็นไร ด้วยสถานะ
ของข้าที่เป็นตัวแทนแห่งความไร้ขีดจำกัดของนิกายตราประทับสายฟ้า
ข้าขอท้าทายเหล่าผู้กล้ารุ่นเยาว์ของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ทุกคน!”
คำกล่าวของเหล่ยมู่ไป่เต็มไปด้วยความหยิ่งยโสและการสบประมาท
ในฐานะบุตรชายแห่งนักบุญปีศาจของดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ และ
ยังเป็นผู้มีพรสวรรค์ของนิกายระดับ 5 เป็นธรรมดาที่เขาจะดูถูกศิษย์เกาะ
ฟีนิกซ์ศักดิสิทธิ์
‘ข้าต้องการที่จะใช้วิธีนี้ในการแต่งงานกับมู่เชียนหยี่และเอาความ
บริสุทธิ์ของนางมา และใช้โอกาศนี้ในการให้นิกายตราประทับสายฟ้าหัก
หลังเกาะฟีนิกซ์ศักดิสิทธิ์ ข้ามิรู้ว่ายายแก่มู่อวี้หวงกลืนกินโอสถอันใดเข้า
ไปและมาหาว่าข้าเป็นคนเจ้าชู้และเลือดเย็น และยังมิได้คิดไตร่ตรองเลย
สักนิดก่อนที่จะปฏิเสธข้า หรือว่านางนั้นคิดว่าจะให้มู่เชียนหยี่จบลงเช่น
นางโดยการเป็นโสดไปชั่วชีวิตเช่นนั้นหรือ?’
‘หรือว่ายายแก่นี่จะพบบางอย่างเกี่ยวกับตัวข้า?’ เหล่ยมู่ไป่คิดถึง
ความเป็นไปได้ต่างๆ จากนั้นจึงส่ายศีรษะ ‘ไม่ เป็นไปไม่ได้ ด้วย
ความสามารถของนาง หากสามารถที่จะจดจำข้าได้ ป่านนี้นางก็คงจะจับ
ข้าไปเรียบร้อยแล้ว ไม่เพียงแค่นั้น เกี่ยวกับตัวข้าก็ยังไม่มีข้อบกพร่องอัน
ให้ให้สืบสาวได้ หรืออาจเป็นเพียงแค่สัญชาตญาณของนางที่บอกให้นางรู้
ว่าข้ามิได้บริสุทธิ์ใจและมีแผนการอื่นอยู่เบื้องหลัง จึงได้เลือกที่จะปฏิเสธ
ข้าเช่นนั้นหรือ?’
เหล่ยมู่ไป่กัดฟันแน่น หวังว่าตนนั้นจะได้ฉีกมู่อวี้หวงออกเป็นชิ้นๆ
ที่มาขัดขวางแผนการของเขา ‘ในเมื่อข้ามิอาจที่จะเอาความบริสุทธิ์ของมู่
เชียนหยี่มาได้ ข้าก็จะจัดการกับเหล่าหัวหน้าศิษย์ของเกาะฟีนิกซ์
ศักดิ์สิทธิ์ให้ย่อยยับ ในเมื่อข้ามีเป้าหมายที่จะกลายเป็นจักรพรรดิผู้ไร้
เปรียบ มันหมายความว่าข้านั้นจะต้องก้าวข้ามซากศพของเหล่าอัจฉริยะ
จนไปถึงจุดสูงสุด ข้าจะต้องทำลายความมั่นใจของพวกเขา และใช้โอกาส
นี้ฝังประสบการณ์เหล่านี้ลงไปในหัวใจของข้า! มู่อวี้หวงในเมื่อเจ้ากล้าที่
จะทำเช่นนี้กับข้า เช่นนั้น ข้าก็จะทำลายจิตวิญญาณแห่งนักสู้ของเหล่า
ศิษย์ของเจ้าเพื่อให้พวกเขายากที่จะก้าวขึ้นมาเป็นปรมาจารย์ขั้นหลอม
รวมแก่นแท้ในอนาคต! นี่คือการแก้แค้นที่ข้าจะมอบให้แก่เจ้าสำหรับการ
ที่ต่อต้านข้าในวันนี้!’
เมื่อคิดเช่นนี้ เหล่ยมู่ไป่ก็ได้มองไปยังมู่เสี่ยวชิง มุมปากของเขายกขึ้น
แฝงไปด้วยความคิดชั่วร้าย อย่างแรก เขาจะเริ่มจากหญิงผู้นี้ก่อน ช่างน่า
เสียดายยิ่งที่มีสายเลือดวิหควารีอันเบาบางในร่างกาย มิเช่นนั้นการได้ลิ้ม
ลองนางคงน่าสนุกกว่านี้
มู่เสี่ยวชิงคิ้วขมวด นางรู้สึกได้ว่าเหล่ยมู่ไป่ที่อยู่ตรงหน้าของนางนั้นมี
บรรยากาศที่มิแตกต่างจากอสรพิษเลย ดวงตาของเขาราวกับกำลังจ้อง
มองเหยื่อ
นางชักกระบี่ออกมาและกล่าวอย่างเย็นชาว่า “นำอาวุธของเจ้า
ออกมา!”
“อาวุธหรือ?” เหล่ยมู่ไป่เอามือไขว้หลังและกล่าวออกมาอย่างดูถูก
ว่า “ในการต่อสู้กับเจ้า ข้าไม่จำเป็นที่จะต้องใช้อาวุธ หากเจ้าสามารถ
รับมือข้าได้ 5 กระบวนท่า ข้าจะถือว่าเจ้าเป็นฝ่ายชนะ!”
“ว่าเช่นไรนะ!?”
ขนตาของมู่เสี่ยวชิงตั้งชัน ความโกรธปะทุขึ้นมาในหัวใจของนาง
มันมิใช่แค่มู่เสี่ยวชิงเท่านั้น แต่เหล่าศิษย์ของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ทุก
คนก็ได้โกรธขึ้นไปอีกเช่นกัน เหล่ยมู่ไป่ผู้นี้หยิ่งยโสอย่างแท้จริง! คำกล่าว
เมื่อครู่เห็นได้ชัดว่าเหยียดหยามผู้อื่น! โดยปกติเมื่อเหล่านักสู้ได้ประมือ
กัน ต่อให้รู้ว่าคู่ต่อสู้นั้นด้อยกว่าตนเองอย่างมาก พวกเขาก็ยังคงให้ความ
เคารพคู่ต่อสู้ แต่คำกล่าวเมื่อครู่ได้ทำลายความมั่นใจของคู่ต่อสู้อีกด้วย
“เจ้ามันน่ารังเกียจยิ่งนัก!”
มู่เสี่ยวชิงกัดฟันแน่น เมื่อใดกันที่นางได้เคยโดนดูถูกเหยียดยามถึง
เพียงนี้?
หลินหมิงส่ายศีรษะ ในเมื่อเหล่ยมู่ไป่ได้กล่าวคำเช่นนี้ออกมา การ
ต่อสู้ก็จะดำเนินต่อไป ไม่เพียงแค่นั้น แต่มันยังจะรุนแรงขึ้นเป็นอย่างยิ่ง
มันไม่มีเหตุผลที่จะยั่วยุมู่เสี่ยวชิงเช่นนี้ เพราะมิเช่นนั้น หากนางได้โดนดู
ถูกถึงเพียงนี้แล้วนางก็คงทุ่มเทเต็มที่อย่างแน่นอน ซึ่งจะทำให้รับมือยาก
ขึ้นไปอีกเปล่าๆ
“เสี่ยวชิง เหล่ยมู่ไป่นั้นคือผู้มีพรสวรรค์ระดับนักบุญ หากเจ้าคิดว่า
ไม่อาจที่จะรับมือเขาได้ ให้ขอยอมแพ้ซะตอนนี้” มู่อวี้หวงนั้นกลัวว่ามู่
เสี่ยวชิงจะถูกยั่วยุและทำสิ่งที่โง่เขลาลงไป เช่นนั้นนางจึงได้ส่งกระแส
เสียงปราณแท้มาบอกนาง
“ผู้มีพรสวรรค์ระดับนักบุญหรือ?” มู่เสี่ยวชิงตกตะลึง สิ่งที่นางคาด
เดาเอาไว้กลายเป็นจริงเสียแล้ว เมื่อเหล่ยมู่ไป่กล้าที่จะกล่าวคำเหล่านั้น
ออกมา เขาจะไม่มีความมั่นใจในความแข็งแกร่งของตนได้อย่างไรกัน?
แต่ลึกๆแล้ว นางเองก็เป็นผู้ที่เกลียดความพ่ายแพ้เป็นอย่างยิ่ง
‘ในเมื่อเจ้าเป็นผู้มีพรสวรรค์ระดับนักบุญแล้วจะอย่างไรเล่า? ต่อให้
ข้าอ่อนแอยิ่งกว่าเจ้า ข้าก็จะทำให้เจ้าใช้อาวุธออกมาให้จนได้ อย่างน้อย
ต่อให้ข้าเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ ข้าก็จะไม่ให้เจ้าเอาชนะได้ใน 5 กระบวนท่า
ดังเช่นที่กล่าวเอาไว้แน่!’
มู่เสี่ยวชิงได้เร่งปราณแท้ในร่างกายจนถึงขีดสุด โคจร ‘เคล็ดบ่มเพาะ
บัญญัติเงามายาวิหควารี’ ถึงนางจะโกรธ แต่นางยังคงใช้เหตุผล โดยมิได้
สูญเสียสติไป หากนางพุ่งไปโจมตีด้วยความบ้าคลั่ง มันก็ยิ่งจะทำให้นาง
พ่ายแพ้เร็วขึ้น
“ฮ่าฮ่า เจ้าค่อนข้างฉลาด แต่ก็ยังไร้ประโยชน์อยู่ดี!
เหล่ยมู่ไป่ผสานมือเข้าด้วยกัน สายฟ้าสีแดงสาดประกายขึ้นบนมือ
ของเขาราวกับเป็นจิตวิญญาณอันงดงามที่มีชีวิต เกิดเสียงสายฟ้าดังขึ้นใน
อากาศและสายฟ้าเหล่านี้ยังมีกลิ่นอายของโลหิตแผ่ออกมาอย่างเบาบาง
“สายฟ้าสีแดงเช่นนั้นหรือ?”
นี่เป็นครั้งแรกที่หลินหมิงได้เห็นสายฟ้าสีแดงเช่นนี้
สายฟ้าสีแดงเริ่มที่จะสาดประกายมากขึ้น สว่างจ้ามากยิ่งขึ้นราวกับ
ว่าเป็นหมอกโลหิตที่โป่งพองขึ้นมา
“จิตวิญญาณสายฟ้า! มันคือจิตวิญญาณสายฟ้าระดับปฐพี!” ศิษของ
นิกายตราประทับสายฟ้าต่างก็พากันตกตะลึง
แม้แต่โจวเล่ยเองก็ยังตกตะลึง เขามีจิตวิญาณสายฟ้าอยู่ภายใน
ร่างกาย แต่เป็นจิตวิญญาณสายฟ้าระดับมนุษย์ขั้นสูง ถึงอย่างนั้น นิกาย
ตราประทับสายฟ้าก็ต้องจ่ายเป็นอย่างมากในการที่จะให้เขาได้ดูดซับมัน
สำเร็จ
มู่เชียนหยี่ถอนหายใจเล็กน้อย นี่คือสายฟ้าปีศาจแห่งโลหิตทำลาย
ล้าง ในตำนานเล่าว่า ในสนามนั้น ซากศพผู้ทรงพลังมากมายได้ร่วงหล่น
ลงมาจากท้องฟ้า เกิดเป็นดินแดนทมิฬ และสนามรบเหล่านั้นเริ่มเกิดเป็น
พื้นที่สายฟ้า หลังจากหมื่นปีผ่านมา จิตวิญญาณสายฟ้าก็ได้ถือกำเนิด
ขึ้นมาจากการดูดซับปราณโลหิตจากซากศพของผู้ทรงพลังเหล่านั้น จึง
กลายมาเป็นสายฟ้าปีศาจแห่งโลหิตทำลายล้าง
สายฟ้าปีศาจแห่งโลหิตทำลายล้างสามารถที่จะดูดซับปราณโลหิต
ของคู่ต่อสู้มาใช้กับตนเองได้ นี่เป็นสายฟ้าที่มีวิธีการราวกับปีศาจอย่าง
แท้จริง
ไม่เพียงแค่นั้น แต่มันยังเป็นถึงจิตวิญญาณสายฟ้าระดับปฐพีขั้นต่ำ
มันสามารถเทียบได้กับมังกรวารีสีม่วงสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ของหลินหมิงได้อีก
ด้วย!
ระดับดังกล่าวมิใช่สิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญขั้นปราณต้นฟ้าช่วงต้นจะสามารถ
ดูดซับมันได้
แม้แต่ในนิกายใหญ่ วัสดุเสริมและสิ่งอำนวยความสะดวกและความ
ช่วยเหลือก็ตาม จะใช้จ่ายไปด้วยราคาที่มหาศาล อย่างมากที่สุดพวกเขา
ก็สามารถที่จะช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญขั้นปราณปลายฟ้าสามารถดูดซับมันได้
เช่นนั้น!
แต่ในตอนนี้ เหล่ยมู่ไป่สามารถที่จะดูดซับมันได้ แน่นอนว่านี่มิใช่ว่า
เหล่ยมู่ไป่มีความแข็งแกร่งเทียบเท่ากับผู้เชี่ยวชาญขั้นปราณปลายฟ้า แต่
มันหมายความว่าเขามีพรสวรรค์ทางด้านสายฟ้า มันเป็นไปได้ว่าอาจจะ
เป็นสัตว์ประหลาดอัจฉริยะผู้ไร้เปรียบ!
โดยปกติแล้วมันด้อยกว่าหลินหมิงเป็นอย่างมากที่สามารถดูดซับ
มังกรวารีสีม่วงสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ในตอนที่เขาอยู่เพียงแค่ขั้นผสานชีพจร
เพราะเหล่ยมู่ไป่นั้นได้ดูดซับสายฟ้าปีศาจแห่งโลหิตทำลายล้างในขณะที่
อยู่ขั้นปราณต้นฟ้าช่วงต้น แต่ความจริงนี้ก็สามารถที่จะทำให้มู่เชียนหยี่
ตกตะลึงได้แล้ว
น้ำเสียงของมู่เชียนหยี่หนักอึ้ง “เหล่ยมู่ไป่ผู้นี้มีพรสวรรค์มากพอที่จะ
กลายเป็นจักรพรรดิผู้ไร้เปรียบ” ตราบใดที่เขาสามารถรวบรวมโชคให้มา
อยู่ข้างเขา เขาก็จะกลายเป็นจักรพรรดิผู้ไร้เปรียบในอีกร้อยปีข้างหน้านี้!
ในการที่จะกลายเป็นจักรพรรดิผู้ไร้เปรียบนั้น พรสวรรค์และ
โชคชะตาเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ มู่เชียนหยี่นั้นเชื่อว่าหลินหมิงก็มีหวังที่จะ
กลายเป็นจักรพรรดิผู้ไร้เปรียบเช่นกัน นั้นเป็นเพราะนางเองก็เคยได้เห็น
โชคมหาศาลมักจะอยู่รอบตัวเขา
สำหรับเหล่ยมู่ไป่ เขามีพรสวรรค์ที่ท้าทายสวรรค์เป็นอย่างยิ่งอยู่แล้ว
เขาขาดแคลนเพียงโชคมหาศาลสำหรับเขาเท่านั้นในตอนนี้!
“ท่านอาจารย์หากว่านั่นคือสายฟ้าปีศาจแห่งโลหิตทำลายล้างจริง
เช่นนั้นเสี่ยวชิงก็อยู่ในอันตราย หากมีอันใดผิดพลาด น่าจะต้องเกิด
อาการบาดเจ็บที่ไม่อาจมองเห็นได้ภายในร่างของนาง
สายฟ้าปีศาจแห่งโลหิตทำลายล้างสามารถที่จะกลืนกินปราณโลหิต
ของนักสู้ผู้อื่นได้ หากสูญเสียปราณโลหิตไปแม้เพียงเล็กน้อย มันก็ต้องใช้
เวลานานและยากต่อการฟื้นฟูและมันจะส่งผลต่อความสำเร็จในการบ่ม
เพาะของนางในอนาคต
มู่อวี้หวงคิ้วขมวด การเผชิญหน้ากับสายฟ้าปีศาจแห่งโลหิตทำลาย
ล้าง มันย่อมเป็นสถานการณ์ที่อันตรายอย่างอย่างแท้จริง แต่หากมู่เสี่ยว
ชิงเลือกที่จะหนีโดยมิทันได้สู้ มันก็จะส่งผลต่อความมั่นใจของนางซึ่งจะ
ส่งผลต่อการบ่มเพาะในระยะยาว ไม่เพียงแค่นั้น แต่เหล่ยมู่ไป่ยังอายุน้อย
ยิ่งกว่ามู่เสี่ยวชิงและระดับการบ่มเพาะของเหล่ยมู่ไป่ยังอยู่เพียงแค่ขั้น
ปราณต้นฟ้าช่วงต้น ในขณะที่มู่เสี่ยวชิงนั้นอยู่ในจุดสูงสุดของขั้นปราณ
ต้นฟ้า
มู่เสี่ยวชิงนั้นเหนือกว่าทั้งระดับการบ่มเพาะและอายุ หากนางโดนดู
ถูกแล้วมิได้สู้กลับไปมันก็จะส่งผลต่อความมั่นใจในการบ่มเพาะในอนาคต
เช่นกัน
บนเวที สายฟ้าปีศาจแห่งโลหิตทำลายล้างของเหล่ยมู่ไป่ หมุนวนทั่ว
ร่างของเขาราวกับเป็นอรสรพิษ
“รับการโจมตีแรกของข้า กรงเล็บสายฟ้าโลหิต!” จู่ๆเหล่ยมู่ไป่ก็ก้าว
ไปข้างหน้า สายฟ้าสีแดงรอบแขนของเขาก่อตัวกลายเป็นกรงเล็บขนาด
ใหญ่!
จากนั้นมันก็พุ่งออกไป กลายเป็นกรงเล็บขนาดใหญ่พุ่งไปยังมู่เสี่ยว
ชิง
กรงเล็บโลหิตนี้ยังมิทันได้เข้าใกล้นางเลย แต่มู่เสี่ยวชิงรู้สึกถึงปราณ
โลหิตภายในร่างค่อยๆถูกดึงออกไป จนปราณแท้ภายในร่างของนางเริ่ม
ปั่นป่วน
ในสถานการณ์เช่นนี้ เหล่ยมู่ไป่ได้ไม่กล้าที่จะดูดกลืนปราณโลหิต
ของมู่เสี่ยวชิงอย่างแท้จริง เพราะยังมีหญิงชราอวี้หวงคอยปกป้องอยู่หาก
เกิดอันใดขึ้น เขาจึงไม่อาจทำได้ ทำได้เพียงแค่ทำให้นางบาดเจ็บสาหัสได้
เท่านั้น
กรงเล็บโลหิตที่พุ่งออกมา เสียงสายฟ้าตามมาด้วย มู่เสี่ยวชิงกัดริม
ฝีปากของนาง แสงสีครามที่ลึกซึ้งและมีชีวิตชีวาปะทุออกมาจากกระบี่ใน
มือของนาง ร่างเงาของดอกบัวน้ำแข็งที่หุบอยู่ปรากฏขึ้นที่ด้านหลังของ
นาง จากนั้นมันก็ค่อยๆบานออก
“เพลงกระบี่บัวบานสีคราม!”
บัวบานสีครามที่หมุนวนปะทะเข้ากับกรงเล็บโลหิตของเหล่ยมู่ไป่
เกิดเป็นแสงสว่างจ้าและงดงามอย่างยิ่ง ดอกบัวน้ำแข็งได้ถูกสายฟ้า
ทำลายจนแตกกระจายออก
ปราณแท้ปะทุ โลหิตชีวิตสั่นสะท้าน อากาศที่เหน็บหนาวถูกกวาด
กระจายออกไปทุกทิศทาง เศษน้ำแข็งตกลงมาปกคลุมไปทั่วพื้นดินและมี
สีโลหิตเคลือบอยู่บนผิวของมัน ราวกับเป็นผลึกสีแดง
ในตอนนั้นที่คลื่นกระแทกของปราณแท้ปะทุออกมาและกวาดผ่าน
มายังหลินหมิง หัวใจของเขาก็สั่นสะท้าน
‘หืม? ความรู้สึกเช่นนั้นอีกแล้ว!’
หลินหมิงคุ้นเคยเป็นอย่างมากกับพลังจิตวิญญาณที่ผันผวนภายใน
คลื่นกระแทกปราณแท้ ในครั้งนี้ เมื่อเหล่ยมู่ไป่อยู่บนเวที เขาก็รู้สึกถึงมัน
ได้อีกครั้ง เขาเคยคิดว่าสัมผัสของเขาคงผิดพลาด แต่ในตอนนี้กลับรับรู้ถึง
มันได้อีก
มันคือสิ่งใดกันแน่?
หลินหมิงกังวล หัวใจของเขารู้สึกสงสัยเป็นอย่างยิ่ง