Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 379 ถ่มน้ำลายรดหน้า
ท้าทายเหล่าผู้กล้าแห่งเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์หรือ?
แม้ว่าหลินหมิงพึ่งจะทำมันไปก่อนหน้านี้ แต่เขาถูกบังคับให้ทำมัน
โดยผู้อาวุโสนิกายปฐพีอเวจี สือจ้งคุนแห่งนิกายปฐพีอเวจีเคยใช้วาจา
เยาะเย้ยเขามาก่อน หลินหมิงจำเป็นต้องทำมัน มิเช่นนั้นมันจะดูราวกับ
ว่าเขาอ่อนแออย่างแท้จริง
อย่างไรก็ตาม ไม่มีใครบังคับเหล่ยมู่ไป่ ไม่เพียงแค่นั้น แต่เหล่ยมู่ไป่
นั้นไร้ชื่อเสียง ไม่มีผู้ใดรู้ว่าเขาคือใครกันแน่ สำหรับอายุ 17 ปี ก็ทะลวง
เขาสู่ขั้นปราณต้นฟ้าได้อย่างน่าทึ่งแล้ว แต่ความเร็วในการบ่มเพาะมิได้
หมายความว่าคนผู้นั้นจะแข็งแกร่งเสมอไป
ตะโกนท้าทายศิษย์ของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ทุกคนเช่นนี้มันไม่ต่าง
กับการเหยียบพวกเขาให้อยู่แทบเท้า แล้วศิษย์ของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์
จะทนได้เช่นไรกัน
“เจ้าเด็กนี่ หาที่ตาย!”
“เขาคิดว่าตนเองคือผู้ใดกัน!?”
“เขาต้องการจะท้าทายเหล่าผู้กล้าแห่งเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์หรือ?
บัดซบเอ้ย! เขาคิดว่าเขาเป็นศิษย์น้องหลินอีกคนหรืออย่างไรกัน? แม้ว่า
ศิษย์น้องหลินจะท้าทายศิษย์สายตรงแต่เขาก็ยังไม่ได้สู้กับหัวหน้าศิษย์
เลย คนผู้นี้ช่างหยิ่งผยองยิ่งนัก! ศิษย์น้องหลินน่าจะขึ้นจัดการเขาได้ใน
พริบตา!”
ศิษย์ของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ต่างสบถด่าใส่เหล่ยมู่ไป่ แม้ว่าศิษย์ของ
ภูมิภาคเขตแดนห้าธาตุจะไม่เชื่อว่าเหล่ยมู่ไป่จะสามารถทำได้เช่นนั้น
แม้ว่าพลังการบ่มเพาะของเขาจะสูง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาจะมี
พลังการต่อสู้สูงพอจะท้าทายสวรรค์ได้ แม้ว่าความแข็งแกร่งของเขาจะ
เทียบเท่ากับผู้มีพรสวรรค์ระดับนักบุญ เขาย่อมไม่จำเป็นที่จะเอาชนะ
เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ที่มีศิษย์รุ่นเยาว์ที่มีพลังการบ่มเพาะอยู่ที่ขั้นปราณ
ต้นฟ้ามากกว่า 10 คน ไม่ต้องกล่าวถึงผู้อื่น แค่มู่ติงซานกับมู่เสี่ยวชิงและ
หลินหมิง แค่ 3 คนนี้ก็สามารถทำให้เหล่ยมู่ไป่ลงไปกองกับพื้นดั่งสุนัข
สกปรกได้แล้ว
“ศิษย์พี่ทั้งหลาย โปรดใจเย็นก่อน ข้ายังกล่าวไม่จบเลย” ขณะที่
เหล่ยมู่ไป่ยืนบนเวที เขายิ้มด้วยความมั่นใจ เขาใช้ความผันผวนของปราณ
แท้แฝงเข้าไปในคำพูดของเขาเพื่อให้เกิดความสงบ ในชั่วพริบตา ศิษย์
ทั้งหลายที่มีพลังการบ่มเพาะต่ำกว่าขั้นปราณต้นฟ้าก็ได้รับผลกระทบจาก
มัน และความปั่นป่วนก็เริ่มสงบลง
หลินหมิงตกตะลึงเล็กน้อย “ใช้พลังจิตวิญญาณโจมตีได้โดยตรงเลย
หรือ?”
แม้ว่ามันจะมีผลกระทบแค่ศิษย์ระดับต่ำ แต่มันส่งผลกระทบอย่าง
กว้างขวาง เพื่อที่จะให้มันส่งผลกระทบต่อศิษย์มากมายในเวลาเดียวกัน
นั้น ถือว่ามีความสามารถโดดเด่นโดยแท้จริง
มันเป็นเพียง… ความผันผวนของพลังจิตที่ทำให้หลินหมิงรู้สึกราวกับ
เดจาวู เหมือนกับว่าเขาเคยรู้สึกถึงมันมาก่อน แต่ขณะที่เขาคิดเกี่ยวกับ
มัน เขาก็นึกไม่ออกว่าเขาเคยเจอมันที่ใดมาก่อน
หรือว่าสัมผัสของเขาจะผิดพลาดไป?
หลินหมิงครุ่นคิดอย่างระมัดระวังไปชั่วครู่ แต่ก็ไม่อาจที่จะนึกสิ่งใด
ออกได้ เขาทำได้เพียงคิดว่านี้เป็นความผิดพลาดของตน อย่างไรก็ตาม
บางครั้งมันย่อมมีความผันผวนของพลังจิตที่คล้ายกันระหว่างคนสองคนที่
ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย มันเหมือนกับคนแปลกหน้าที่ดูคล้ายกัน
เท่านั้น
บนเวที เหล่ยมู่ไป่กล่าวต่อไปว่า “ข้าได้ทำมันไป มิใช่ว่าเพราะข้ามี
เจตนาไม่ดี เพียงแต่เพื่อสิ่งหนึ่งเท่านั้น และนั่นคือการพิสูจน์ความ
แข็งแกร่งและพรสวรรค์ของข้า ด้วยสิ่งนี้ ข้าย่อมสามารถขอแต่งงานกับ
เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ได้!”
ขอแต่งงานหรือ?
หลังจากที่เหล่ยมู่ไป่กล่าวมันออกมา ทุกคนต่างแข็งค้าง
หลินหมิงเองก็ช็อคและไร้คำพูด คนผู้นี้ต้องการจะทำอันใดกันแน่?
“ใช่แล้ว นี่คือเรื่องที่สองที่ข้าจะพูดถึง นิกายตราประทับสายฟ้าของ
ข้าอยากขอแต่งงานกับเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ และหวังว่าพวกเราจะร่วม
เป็นพันธมิตรเพื่อร่วมต่อต้านนิกายปีศาจร่วมกัน”
ขอแต่งงานกับเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ ร่วมเป็นพันธมิตร และต่อต้าน
นิกายปีศาจร่วมกัน!
ช่างเป็นคำพูดที่สำคัญที่สามารถพูดได้โดยตัวตนระดับสูงของนิกาย
ตราประทับสายฟ้าเท่านั้น – ไม่มีใครมีคุณสมบัติเพียงพอจะทำมัน มู่อวี้ห
วงขมวดคิ้วและหันไปมองที่เหล่ยจิงเทียน
เหล่ยจิงเทียนหัวเราะและยืนขึ้น จากนั้นเขากล่าวว่า “ท่านเจ้านิกาย
มู่อวี้หวงผู้สูงศักดิ์ มู่ไป่นั้นเป็นตัวแทนแห่งความไร้ขีดจำกัดของนิกายตรา
ประทับสายฟ้าผู้แบกรับบัญญัติแห่งสายฟ้าสีม่วง คำพูดของเขาเป็นดั่ง
คำพูดของนิกายตราประทับสายฟ้า”
“ตัวแทนแห่งความไร้ขีดจำกัดงั้นหรือ?” มู่อวี้หวงเลิกคิ้วขึ้น ภายใน
นิกายตราประทับสายฟ้านั้นมีคนผู้หนึ่งที่ได้รับฉายาว่า‘ไร้ขีดจำกัด’ นั้น
เป็นผู้มีพรสวรรค์ระดับนักบุญ ตัวแทนแห่งความไร้ขีดจำกัดนั้นเทียบเท่า
ได้กับนักบุญแห่งเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ และย่อมสามารถที่จะสืบทอด
ตำแหน่งเจ้านิกายได้ สำหรับบัญญัติแห่งสายฟ้าสีม่วงนั้นเป็นสัญลักษณ์
แห่งผู้มีอำนาจ ด้วยสิ่งนี้ เขาผู้นั้นย่อมสามารถแต่งตั้งหรือปลดผู้อาวุโส
สายนอก หรือสั่งผู้อาวุโสสายในได้ ถ้าคำกล่าวของเหล่ยจิงเทียนนั้นเป็น
จริง เช่นนั้นเหล่ยมู่ไป่นั้นเป็นตัวตนที่มีพลังสูงในนิกายตราประทับสายฟ้า
ถ้าหากเป็นตัวตนผู้แข็งแกร่งต้องการจะขอแต่งงาน และต้องการจะ
พิสูจน์ความแข็งแกร่งและพรสวรรค์ผ่านการต่อสู้ล่ะก็ เป้าหมายของการ
แต่งงานครั้งนี้ก็เป็นสิ่งที่เห็นได้ชัด
“เจ้าอยากแต่งงานกับผู้ใดหรือ?” มู่อวี้หวงกล่าวถามอย่างตรงจุด
ดวงตาทั้งสองของนางเต็มไปด้วยประกายแห่งความเย็นชาและจ้องไปยัง
เหล่ยมู่ไป่อย่างดุดัน ถ้าหากคนผู้หนึ่งที่อ่อนแอได้พบกับสายตาเหล่านี้
เขาย่อมเกิดรู้สึกอ่อนแอและไม่กล้าที่จะมองกลับไป
อย่างไรก็ตาม เหล่ยมู่ไป่ดูเหมือนจะเต็มไปด้วยความมั่นใจอย่างมาก
“ข้าหวังว่าท่านเจ้านิกายอวี้หวงผู้สูงศักดิ์จะอนุญาตให้ข้าแต่งงานกับท่าน
หญิงเชียนหยี่ ถ้าเป็นเช่นนั้น นิกายตราประทับสายฟ้าจะช่วยสนับสนุน
เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ต่อต้านดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้”
ขณะที่เหล่ยมู่ไปกล่าว มู่เชียนหยี่ก็แข็งค้างราวกับหิน เขาต้องการจะ
แต่งงานกับนางเช่นนั้นหรือ?
แต่สำหรับศิษย์ของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ พวกเขาเหมือนดั่งหม้อที่
เต็มไปด้วยน้ำมันเดือดที่ถูกราดใส่น้ำเย็น พวกเขาจึงระเบิดความโกรธ
ออกมาในทันที
โดยเฉพาะศิษย์ที่เป็นผู้ชาย หัวใจของพวกเขาเต็มไปด้วยความโกรธ
มู่เชียนหยี่นั้นเป็นนักบุญแห่งเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ ในความคิดของเหล่า
ศิษย์นั้น นางเป็นดั่งเทพธิดา ต้องการที่จะแต่งงานกับมู่เชียนหยี่เช่นนั้น
หรือ? ช่างเป็นการกระทำโดยไม่คิดเสียจริง เพราะว่าในสายตาของศิษย์
ชายเหล่านี้ มู่เชียนหยี่นั้นเป็นดั่งตัวตนที่สูงส่งและศักดิ์สิทธิ์
บัดนี้ มีคนผู้หนึ่งจากนิกายตราประทับสายฟ้า กล้าที่จะดูหมิ่นต่อ
เทพธิดาของพวกเขาอย่างโจ่งแจ้ง?
นี่มันเกินจะทนได้ ถ้าหากนี่ไม่ใช่ในงานเลี้ยงล่ะก็ พวกเขาคงจะพุ่งใส่
เหล่ยมู่ไป่และฉีกเขาเป็นชิ้นๆ
“เจ้ามันก็แค่คางคกที่ต้องการจะกินเนื้อหงส์! แต่งงานกับท่านหญิง
นักบุญเช่นนั้นหรือ? ทำไมเจ้าไม่มองไปยังสารรูปของตัวเจ้าเองก่อนเล่า!?
เจ้ามีคุณสมบัติอันใดกัน?!”
“เขามันก็แค่ตัวโง่งม เขาต้องบ้าไปแล้วแน่ๆตอนที่เขาฝึกทักษะ
สายฟ้าแล้วมันไปเผาสมองของเขาจนกลายเป็นคนปัญญาอ่อน
“เจ้าเด็กโง่งม เจ้ายังไม่ทันจะโตจนผมขึ้นหมด หยุดพูดเหมือนมัน
เป็นความฝัน ไสหัวกลับบ้านไปซะ!”
หากเทียบความโกรธเกรี้ยวกับเหล่าศิษย์ของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์
การตอบสนองของหลินหมิงดูจะใจเย็นกว่ามาก
แต่งงานกับมู่เชียนหยี่งั้นหรือ? นี่การแต่งงานอันใดกัน มันต้องมี
เบื้องหลังอยู่แน่ๆ ทั้งมันยังรวมถึงความสนใจหรือเหตุผลอื่นๆอีก หาก
กล่าวสั้นๆ มันเป็นไม่ได้ที่เหล่ยมู่ไป่ต้องการที่จะแต่งงานเพียงเพราะรัก
หรือรูปร่างของนาง และใช้การแต่งงานกับนางในฐานะค่าตอบแทน
สำหรับการร่วมเป็นพันธมิตรระหว่างนิกายตราประทับสายฟ้าและเกาะ
ฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์
หลินหมิงกำมือของเขาแน่นโดยไม่รู้ตัว จนเกิดเสียงดังออกมา แม้ว่า
เขาจะไม่รู้ว่าเหตุใดเหล่ยมู่ไป่จึงขอแต่งงาน ที่เขารู้ตอนนี้คือ เขาอยากจะ
ขึ้นไปบนเวทีแล้วสยบรอยยิ้มบนใบหน้าอันโง่เขลาของเหล่ยมู่ไป่
แม้ว่าจะเผชิญหน้าเหล่าศิษย์ที่ก่นด่า เหล่ยมู่ไปก็ยังคงยิ้มต่อไป ใน
ความเป็นจริงนั้น เขาอยากจะเอาทั้งมู่เชียนหยี่และมู่ปิงอวิ๋นเข้าฮาเร็ม
ของเขา โดยไม่ต้องพูดถึง ว่าเขาจะรู้สึกดีแค่ไหนเมื่อได้สนุกไปกับฝาแฝด
ที่เป็นภรรยาของเขา นั่นย่อมเป็นความสุขที่สุดอย่างแน่นอน และที่สำคัญ
ที่สุดคือ มู่เชียนหยี่และมู่ปิงอวิ๋นนั้นมีสายเลือดแห่งสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์ ไม่
ว่าจะเป็นสายเลือดแห่งวิหคเพลิงหรือสายเลือดแห่งวิหควารี ทั้งคู่นั้นย่อม
เป็นประโยชน์ต่อการบ่มเพาะของเขาอย่างมาก ไม่เพียงแค่นั้น แต่เขายัง
สามารถเรียนรู้‘เคล็ดบ่มเพาะบัญญัติศักดิ์สิทธิ์ต้องห้ามวิหคเพลิง’ และ
‘เคล็ดบ่มเพาะบัญญัติเงามายาวิหควารี’ ได้อีกด้วย นั่นเป็นเหตุผลใหญ่ๆ
ที่ทำให้เขาดีใจ
ถ้าหากเขาสามารถได้รับทุกสิ่ง เช่นนั้นมันไม่ใช่แค่โชคดีเท่านั้น แต่
มันเป็นโชคมหาศาลที่ร่วงหล่นสู่มือของเขาแทน!
สำหรับการที่นิกายตราประทับสายฟ้าสนับสนุนเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์
นั้น เขาย่อมมีอุบายบางอย่างแน่นอน
อย่างแรกนั้น เขาต้องแกล้งโจมตีดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้
พลาด และฆ่าคนของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์เพื่อตัดกำลัง เช่นนั้น เมื่อเขา
ได้รับความบริสุทธิ์ของมู่เชียนหยี่แล้ว เขาจะสั่งให้นิกายตราประทับ
สายฟ้าหักหลังทันที เมื่อเวลานั้นมาถึง บางทีสงครามระหว่างเกาะฟีนิกซ์
ศักดิ์สิทธิ์กับดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้อาจจะจบเร็วกว่าที่คาดการณ์
สิ่งที่เขาเสียใจเพียงอย่างเดียวมิใช่เป็นเพราะเขามิอาจจะไม่สามารถ
ได้รับความบริสุทธิ์ของมู่ปิงอวิ๋น เมื่อเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ถูกทำลายโดย
น้ำมือของเขาแล้ว มู่ปิงอวิ๋นย่อมฆ่าตัวตายแทนอย่างแน่นอน ช่างน่า
สงสารที่สายเลือดของนางจะต้องสูญหายไปพร้อมกับร่างกายที่งดงาม
ของนาง…
ขณะที่เหล่ยมู่ไป่คิดเกี่ยวกับความเสียใจที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เขา
ยิ้มและชำเลืองมองไปยังมู่ปิงอวิ๋น จากนั้นจึงปกปิดความโลภที่ปะทุขึ้นใน
ใจเขา
“เจ้าอยากจะแต่งงานกับเชียนหยี่งั้นหรือ?” มู่อวี้หวงยิ้มขณะที่นาง
มองไปยังเหล่ยมู่ไป่
“ใช่แล้ว ข้าอยากขอร้องท่าน…”
“ฝันไปเถอะ!!!” เหล่ยมู่ไป่ยังไม่ทันจะกล่าวจบ เขาถูกขัดจังหวะ
อย่างรุนแรงโดยเสียงตะโกนราวฟ้าผ่าของมู่อวี้หวง
รอยยิ้มของเหล่ยมู่ไป่แข็งทื่อไปชั่วขณะ ในความคิดของเขา เงื่อนไข
ที่เขาได้เสนอไปนั้นถือว่าเยี่ยมมากแล้ว เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ในตอนนี้นั้น
อยู่ในสถานการณ์ล่อแหลมอย่างมาก – อาจกล่าวได้ว่าการให้นักบุญ
แต่งงานเพื่อหาพันธมิตรเพิ่มนั้นมิได้เป็นสิ่งที่ไม่ควรเลย
ยิ่งไปกว่านั้น มันเป็นการแต่งงาน มันไม่ใช่ว่านางกำลังขายร่างกาย
ของนาง ด้วยสถานะของเขา รูปลักษณ์ และความแข็งแกร่ง เขานั้น
เหมาะสมกับมู่เชียนหยี่อย่างยิ่ง การแต่งงานกับนางย่อมไม่ทำให้นางเสีย
เกียรติแต่อย่างใด
“เหตุใด ท่านปรมาจารย์อวี้หวง จึงกล่าวเช่นนี้”
มู่อวี้หวงทำหน้าเยาะเย้ย จากนั้นนางจึงกล่าวด้วยสีหน้าชั่วร้าย
“หญิงชราผู้นี้ขอปฏิเสธที่จะเถียงกับคนเจ้าชู้มักมากในตัณหาและน่า
สะอิดสะเอียนเช่นเจ้า หากเจ้าต้องการที่จะท้าสู้กับรุ่นเยาว์ของเกาะ
ฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ เช่นนั้นก็จงทำ แต่ถ้าหากเจ้าต้องการที่จะแต่งงานกับ
เชียนหยี่ล่ะก็ ฝันไปเถอะ!”
สีหน้าของเหล่ยมู่ไป่กลายเป็นน่าเกลียด ในสถานการณ์เช่นนี้ เขาถูก
ก่นด่าว่าเป็น ‘คนเจ้าชู้มักมากในตัณหาและน่าสะอิดสะเอียน’ นี่มันน่า
อายโดยแท้จริง เขานั้นทำได้เพียงคงรอยยิ้มไว้บนใบหน้าอย่างไม่เต็มใจ
และกดความโกรธที่กำลังปะทุในใจเขา เขาเหลือบมองไปยังมู่เฟิงเซียน
อย่างไรก็ตาม หญิงชราผู้นี้ก็ยังเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดในเกาะฟีนิกซ์
ศักดิ์สิทธิ์อยู่ดี
แต่ขณะที่เขาเหลือบมองไปยังนาง เขาเห็นว่าดวงตาของมู่เฟิงเซียน
นั้นกึ่งปิด รอยยิ้มขี้เล่นบนริมฝีปากของนางนั้นราวกับกำลังหลับฝันดีอยู่
เหล่ยมู่ไป่นั้นหน้าซีด “ท่านเจ้านิกายอวี้หวงผู้สูงศักดิ์ โปรดระวัง
มารยาทที่ท่านใช้ด้วย ถ้าหากท่านไม่ต้องการที่จะสร้างความบาดหมาง
กับผู้อื่น ท่านมิควรจะแสดงคำพูดเช่นนี้ในที่สาธารณะ มิเช่นนั้น ท่านอาจ
เสียใจต่อการกระทำของท่านได้ หากมันส่งผลกระทบต่อพันธมิตรระหว่าง
ภูมิภาคเขตแดนห้าธาตุกับเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์”
“…ข้าอาจเสียใจต่อการกระทำของข้าได้ หากมันส่งผลกระทบต่อ
พันธมิตรระหว่างภูมิภาคเขตแดนห้าธาตุกับเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์เช่นนั้น
รึ? เจ้ากำลังขู่หญิงชราผู้นี้รึ? หึหึหึ! ฮ่าฮ่าฮ่า!” มู่อวี้หวงทุบโต๊ะด้วยมือของ
นางในทันที ด้วยเสียงแตกหักนี้ โต๊ะงานเลี้ยงที่นางตบนั้นได้กลายเป็น
ผุยผงในทันที! แม้กระทั่งชามหยกและจานยังแตกกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้น
น้อย!
“เจ้าตัวโง่งมน้อย เจ้าเชื่อมั้ยว่าหญิงชราผู้นี้จะไม่ตบเจ้าให้ตายในฝ่า
มือเดียว? เจ้าคิดรึว่าพันธมิตรระหว่างภูมิภาคเขตแดนห้าธาตุกับเกาะ
ฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ของข้านั้นสามารถทำสัญญากันได้ง่ายๆโดยผู้เยาว์เช่น
เจ้า? เรื่องตลกอันใดกัน! หากเหล่ยจิงเทียนนั้นตั้งใจจะทำเช่นนี้จริงๆ เขา
คงจะไม่สร้างอุปสรรคโง่เง่ามากมายขวางทางข้า พยายามที่จะกันข้าทุก
ย่างก้าว! เจ้าคิดรึว่าหญิงชราผู้นี้เหมือนทารกอายุสามขวบ? เจ้านั้นไม่ได้
ตั้งใจจะก่อตั้งพันธมิตรนี่มาตั้งแต่ต้นแล้ว ดังนั้น หญิงชราผู้นี้ไม่สนใจในสิ่ง
ที่เจ้าถามหาแม้แต่น้อย เจ้าคิดจริงๆหรือว่าเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ของข้า
นั้นมีชะตาที่จะล่มสลายเพียงเพราะข้าไม่ได้รับความช่วยเหลือจากนิกาย
ของเจ้า!?!?”
“ถ้าหากเจ้าต้องการที่จะท้าสู้กับยอดฝีมือของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์
ของข้า เช่นนั้นก็จงทำซะ และสู้ให้สมใจอยากไปเลย แต่อย่ามาพูดจาไร้
สาระต่อหน้าข้า! เสี่ยวชิง ไปสู้กับเขาซะ!”
การโต้ตอบกลับเป็นชุดของมู่อี้หวงที่ถาโถมใส่เหล่ยมู่ไป่ทำให้ใบหน้า
เขาซีดขาว แม้กระทั่งเหล่ยจิงเทียนยังตะลึง เขาไม่คิดว่ามู่อวี้หวงจะมี
ปฏิกิริยาตอบกลับที่เด็ดเดี่ยวและรุนแรงเช่นนี้
เหล่ยจิงเทียนเค้นเสียงอย่างเย็นชาและกล่าว “มู่อวี้หวง ข้าให้เจ้า
สามแต้มสำหรับความเคารพ แต่เจ้าก็ยังเมินเฉยที่จะใช้มารยาทต่างๆและ
รังแกผู้อ่อนแอ!”
มู่อวี้หวงทำหน้าเยาะเย้ย “แล้วไง? ข้าจะรังแกเจ้าแล้วเจ้าจะทำอัน
ใดได้กัน!? เป็นเวลาหลายวันแล้วที่เจ้าได้โอ้อวดต่อหน้าหญิงชราผู้นี้ และ
แม้กระทั่งพยายามจะทำลายพันธมิตรที่หญิงชราผู้นี้ได้เป็นคนเสนอ
สำหรับสหายและแขกทั้งหลาย หญิงชราผู้นี้จะสุภาพกับท่าน แต่สำหรับ
ลูกของโสเพณีราคาถูกเช่นเจ้า หญิงชราผู้นี้ต้องการเพียงแค่ถ่มน้ำลายใส่
หน้าเท่านั้น!!!”
หลังจากที่มู่อวี้หวงกล่าวจบ มันก็เงียบเสียจนแม้กระทั่งเสียงเข็มตก
ยังสามารถได้ยินไปทั่วงานเลี้ยงเลยทีเดียว ศิษย์ของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์
ทุกคนต่างตะลึงอย่างโง่งม นี่คือเหล่ยจิงเทียนที่เป็นเจ้านิกายของนิกาย
ตราประทับสายฟ้า! เพียงแค่ย่างก้าวไปที่ใด ก็สามารถสร้างคลื่นภายใน
ภูมิภาคเขตแดนห้าธาตุได้แล้ว แต่กระนั้น ในงานเลี้ยงเช่นนี้กลับถูกมู่อวี้ห
วงได้เย้ยหยันเขาและเรียกเขาว่า ลูกของโสเพณีราคาถูก!
“เจ้า… เจ้า……!” เหล่ยจิงเทียนสั่นสะท้านไปด้วยความโกรธ “กล่าว
ได้ดีนี่ มู่อวี้หวง! ชายชราผู้นี้จะ…” เหล่ยจิงเทียนเริ่มอยากที่พ่นคำหยาบ
คายออกไปบ้าง แต่หลังจากที่เขาสังเกตเห็นมู่เฟิงเซียนที่นั่งอยู่ข้างๆมู่
อวี้หวง เขาหยุดตัวเขาไม่ให้กล่าวมันออกไป เขากลืนน้ำลายลงไปและ
หอบหายใจ
ใบหน้าของเหล่ยมู่ไป่ได้หดลงจนแทบจะมีหยดน้ำออกมา “ตั้งแต่ที่
ท่านเจ้านิกายอวี้หวงผู้สูงศักดิ์ได้กล่าวไว้ ข้าจะปล่อยให้มันเป็นไปตามนั้น
เช่นนั้น ข้าอยากจะกล่าวถามขอการชี้แนะจากเหล่ายอดฝีมือรุ่นเยาว์แห่ง
เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ทุกท่าน ดูเหมือนว่าท่านเจ้านิกายอวี้หวงผู้สูงศักดิ์จะ
มั่นใจในตนเองยิ่งนัก ข้าอยากจะกล่าวถามว่า หากข้าสามารถเอาชนะ
ยอดฝีมือรุ่นเยาว์แห่งเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ด้วยตัวข้าเองได้แล้ว มันจะเป็น
เช่นไร?”