Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 382 การปะทะกันของจิตวิญาณสายฟ้า
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 382 การปะทะกันของจิตวิญาณสายฟ้า
ขณะที่หลินหมิงขึ้นไปอยู่เวที เขาก็ได้กลายเป็นที่สนใจในทันที ทุก
คนต่างเงียบกริบ หายใจแผ่วเบา เพราะทุกคนต่างก็ล้วนเฝ้ารอการต่อสู้ที่
ยิ่งใหญ่ของตัวแทนภูมิภาคเขตแดนห้าธาตุและภูมิภาคเขตแดนทางใต้
อย่างไรก็ตาม ทุกคนต่างก็คิดด้วยว่ามันช่างน่าเสียดายที่หลินหมิง
มิได้อยู่ในระดับเดียวกับเหล่ยมู่ไป่ สำหรับการที่ผู้อยู่ในระดับขั้นผสานชีพ
จรจะต่อสู้ข้ามขั้นกับผู้ที่อยู่ในขั้นปราณต้นฟ้านั้น… มันมิใช่ช่องว่างที่เล็กๆ
เลย
“หลินหมิง เจ้าคนผู้นี้อีกแล้ว เขามั่นใจตนเองเกินไปแล้ว” ในพื้นที่
ของนิกายตราประทับสายฟ้า โจวเสี่ยวเหลียนมองไปยังหลินหมิงด้วย
ความไม่พอใจ นางยกมือที่เต็มไปด้วยซอสขึ้นกำหมัด หวังว่าหลินหมิงจะ
เป็นฝ่ายพ่ายแพ้
สำหรับโจวเล่ย เขามองไปยังศิษย์น้องของตนอย่างช่วยไม่ได้ เขาคิด
ว่าหลังจากที่เหล่ยมู่ไป่ได้ยื่นข้อเสนอขอแต่งงานกับเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์
นางก็จะมิได้ชอบเหล่ยมู่ไป่อีก แต่กลับกลายเป็นว่านางนั้นมิได้ใส่ใจเรื่อง
ขอแต่งงานเลยสักนิด เขามิรู้ว่านางคิดอันใดอยู่
“หลินหมิงมิได้อ่อนแอ…” โจวเล่ยกล่าวออกมา “พวกเราเคยดูเขา
ผิดมาครั้งหนึ่งแล้ว อย่าได้ผิดพลาดอีกเป็นครั้งที่ 2”
“หึ! ท่านรอดูเอาเถอะ!” โจวเสี่ยวเหลียนไม่อยากที่จะเถียงด้วยอีก
ต่อไป นางได้เข้าข้างเหล่ยมู่ไป่มากกว่า
โจวเล่ยส่ายศีรษะ ช่วยไม่ได้ที่ต้องยอมรับ หากเทียบกับเหล่ยมู่ไป่
แล้ว หลินหมิงยังต้องด้อยกว่า แต่หากเป็นอีกปีข้างหน้าหลินหมิงสามารถ
ที่จะก้าวขึ้นมาสู่ขั้นปราณต้นฟ้า เช่นนั้นมันก็จะเป็นการแข่งขันที่ยอด
เยี่ยม แต่น่าเสียดายที่มันเกิดขึ้นเร็วจนเกินไป!
เขาเองก็หวังอยากให้หลินหมิงเป็นฝ่ายชนะ แต่ความหวังนี้ช่าง
เลือนลางยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นเหล่ยมู่ไป่หรือหลินหมิง ทั้งคู่ต่างก็แข็งแกร่ง แต่
หากให้เทียบกัน เหล่ยมู่ไป่นั้นมีพื้นฐานที่ลึกซึ้งและยากแท้หยั่งถึง เมื่ออยู่
ต่อหน้าเขา แม้แต่มู่เสี่ยวชิงยังไม่อาจที่จะต่อต้านได้!
…..
“หลินหมิงเจ้านั้นใจร้อนเกินไป ข้ากะจะสู้กับเจ้าในตอนท้าย แต่ข้า
ไม่คิดว่าเจ้าจะขึ้นมาในตอนนี้” เหล่ยมู่ไป่นั้นมองไปยังหลินหมิงขณะที่
เขาขึ้นมา เหล่ยมู่ไป่เต็มไปด้วยความมั่นใจเป็นอย่างยิ่ง และเขามองลงไป
ยังเหล่านักสู้ที่อยู่ด้านล่างด้วยความเย้ยหยัน ในฐานะที่เป็นผู้มีพรสวรรค์
ระดับนักบุญจากนิกายระดับ 5 ซึ่งเผชิญหน้ากับหลินหมิงที่ไม่เพียงมา
จากนิกายระดับ 4 เท่านั้น แต่ก็ยังมีระดับการบ่มเพาะที่ต่ำกว่าเขาอีกด้วย
จึงเป็นธรรมดาที่เขาจะมองหลินหมิงด้วยความดูถูก
“ข้าอยากได้ประสบการณ์ของการต่อสู้กับเหล่าหัวหน้าศิษย์ของ
ภูมิภาคเขตแดนห้าธาตุ อย่างไรก็ตาม การที่จะได้ต่อสู้กับเหล่า
ผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากเช่นนี้ค่อนข้างหายาก แต่เพราะมีเรื่องบางอย่างที่
ไม่คาดคิดเกิดขึ้นมาก่อน ข้าจึงเปลี่ยนใจ” รอยยิ้มเรือนลางปรากฏขึ้น
แฝงด้วยความหมายที่ซ่อนอยู่
เหล่ยมู่ไป่ขมวดคิ้ว เขามิรู้ว่าเพราะเหตุใดหลินหมิงจึงยิ้มเช่นนี้
รอยยิ้มเช่นนี้ทำให้เขารู้สึกรังเกียจหลินหมิง “เจ้าคิดว่าตนเองมีโอกาสที่
จะชนะเช่นนั้นหรือ? เจ้ารู้เหมือนว่าจะยังมีเข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
ในตอนนี้!”
หลินหมิงส่ายศีรษะ “เปล่าเลย ตรงกันข้ามต่างหาก เจ้าเองต่างหาก
ที่มิได้ตระหนักว่าตนเองอยู่ในสถานการณ์เช่นไร”
หลินหมิงกล่าวออกมา แต่ในครั้งนี้ เหล่ยมู่ไป่เมินเฉยเขา เหล่ยมู่ไป่
เพียงคิดว่าหลินหมิงคงพยายามที่จะยั่วยุเขาเท่านั้น
“ฮ่าฮ่า! ข้ามิได้ตระหนักถึงสถานการณ์ของตนเองเช่นนั้นหรือ? ดู
เหมือนว่าเจ้าจะมั่นใจในตนเองยิ่งนัก” เหล่ยมู่ไป่กำหมัดแน่น ปราณแท้ที่
หนาแน่นปะทุออกมาราวกับปรอท เศษกระเบื้องบนพื้นกระเด็นออกไป
“ช่างเป็นปราณแท้ที่หนาแน่นอะไรเช่นนี้!”
เหล่าผู้คนที่อยู่ที่นี่ต่างพากันตกตะลึงอย่างยิ่ง นี่เป็นปราณแท้ที่นักสู้
ขั้นปราณต้นฟ้าสามารถที่จะมีได้เช่นนั้นหรือ? หากพวกเขาปลดปล่อย
สัมผัสรับรู้ออกไป พวกเขาก็จะสามารถรู้สึกได้ถึงวังวนของปราณแท้ที่
หนาแน่นอยู่รอบตัวเขา มันยากที่จะเชื่อว่าปราณแท้ที่หนาแน่นถึงเพียงนี้
เป็นปราณแท้ของนักสู้ขั้นปราณต้นฟ้า
“คำกล่าวใดๆย่อมไร้ความหมาย” เผชิญหน้ากับปราณแท้ของ
เหล่ยมู่ไป่ที่พุ่งมาหาเขา ชุดของหลินหมิงสะบัดไปตามแรงลมที่เกิดจาก
มัน เขาจับหอกแห่งดาวหางม่วงเอาไว้แน่น ปลายหอกชี้ไปบน จ้องมองไป
ข้างหน้าด้วยดวงตาที่ไม่แยแส
“สายตาของเจ้าน่าสะอิดสะเอียดนัก เช่นนั้นก็เข้ามาเลย ข้าอยากจะ
รู้นักว่าเจ้าจะทำให้ข้าใช้อาวุธออกมาได้หรือไม่!” เหล่ยมู่ไป่ผสานมือเข้า
ด้วยกันและสายฟ้าปีศาจแห่งโลหิตทำลายล้างปรากฏขึ้นที่แขนของเขา
เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ!
หลินหมิงหรี่ตาลงและจ้องไปยังสายฟ้าปีศาจแห่งโลหิตทำลายล้าง
เขาเยาะเย้ยอยู่ภายในใจ ‘หากเจ้านั้นเป็นศิษย์ของนิกายตราประทับ
สายฟ้าอย่างแท้จริง ข้าก็จะไม่เอาสิ่งใดไปจากเจ้า แต่ในเมื่อเจ้าไม่ใช่ อย่า
โทษข้าที่เอาทุกอย่างไปจากเจ้า!’
“ฟีนิกซ์สยายปีกทะยานฟ้า!”
จู่ๆหลินหมิงก็ก้าวไปด้านหน้า เปลวเพลิงสว่างจ้าลุกโหมขึ้นบนร่าง
ของเขา หอกของเขาราวกับแม่น้ำและขุนเขาปะทุพุ่งตรงไปยังร่างของ
เหล่ยมู่ไป่! ภายใต้หอกนี้อากาศโดยรอบดูราวกับจะควบแน่น ฟีนิกซ์พุ่งไป
ยังเหล่ยมู่ไป่!
“นี่หรือเคล็ดวิชาของเจ้า?” มันไร้ประโยชน์กับข้า!” เหล่ยมู่ไป่ยังคง
สงบเยือกเย็น เขายกมือขึ้นและใช้สายฟ้าปีศาจแห่งโลหิตทำลายล้าง ใน
พริบตามันก็กลายเป็นกรงเล็บโลหิตคู่พุ่งปะทะกับเพลิงฟีนิกซ์
บึมม!
กรงเล็บโลหิตคู่และเพลิงฟีนิกซ์ปะทะกัน กรงเล็บโลหิตแทงเข้าใส่ปีก
ของวิหคเพลิงและฉีกกระชากเปลวเพลิง จากนั้นกรงเล็บโลหิตก็ส่งเสียง
‘ซี่ ซี่ ซี่’ เกิดหมอกควันสีฟ้าพ่นออกมาในอากาศ
“ตายซะ!”
เหล่ยมู่ไป่ตะโกนเสียงดังและพลิกฝ่ามือบังคับกรงเล็บโลหิตให้
เคลื่อนไหวตาม เกิดเสียงฟีนิกซ์ร้องโหยหวนในอากาศ มันได้ถูกฉีกขาด
ครึ่งโดยกรงเล็บโลหิตของเหล่ยมู่ไป!
หัวใจของศิษย์เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์หยุดเต้นไปชั่วขณะ แม้แต่มู่ติง
ซานก็ยังมีสีหน้าเปลี่ยนไป ฟีนิกซ์สยายปีกทะยานฟ้าของหลินหมิงได้ถูก
ทำลายอย่างง่ายดายจนเกินไป!
“ข้าบอกแล้วว่ามันไร้ประโยชน์!” เหล่ยมู่ไป่เย้ยหยัน แต่ในครั้งนี้
รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาก็ต้องแข็งค้าง หลังจากที่สามารถทำลายฟีนิกซ์
สยายปีกทะยานฟ้าได้ ก็ได้มีลำแสงสีม่วง พุ่งตรงมายังเขาด้วยความเร็วที่
น่าเหลือเชื่อ!
นี่คือเข็มที่ยาว 2 ก้าว และมีภาพสลักของมังกรวารีอยู่บนผิวของมัน
และมันก็คือเข็มเหล็กม้วนมังกร!
“หืม? นี่มัน…!”
เหล่ยมู่ไปตกตะลึงอย่างที่สุด เขาสามารถที่จะสัมผัสได้ว่าในลำแสงสี
ม่วงนี้มีพลังต้นกำเนิดสายฟ้าที่ถูกบีบอัดจนหนาแน่นอย่างที่สุด!
“จิตวิญญาณสายฟ้าหรือ!?”
เหล่ยมู่ไป่รีบถอยหลัง แต่ลำแสงสีม่วงก็ยังตามเขาไป ไม่ว่าเขาจะ
รวดเร็วเพียงใด เขาก็จะสามารถเทียบได้กับความเร็วของเข็มเหล็กม้วน
มังกรได้อย่างไรกันเล่า?
ในขณะที่เหล่ยมู่ไป่มองเห็นเข็มเหล็กม้วนมังกรกำลังจะแทงเข้ามายัง
ระหว่างคิ้วของตน เขาตะโกนและเอาบางอย่างออกมาจากแหวนมิติ มัน
คือง้าวสีโลหิตเข้ม! ง้าวนี้ยาวถึง 9 ก้าวตั้งแต่ด้ามจรดปลาย มันแดงฉาน
ราวกับเป็นโลหิตสดๆ และออร่าแห่งการฆ่าฟันพุ่งถึงท้องฟ้า มันราวกับมี
สัตว์อสูรดุร้ายอยู่ทั่วทุกที่ ทำให้ผู้ที่จ้องมองมันรู้สึกหวาดกลัวอย่างยิ่ง
เหล่ยมู่ไป่ใช้ง้าวพุ่งปะทะกับเข็มเหล็กม้วนมังกรในทันที
ในตอนนั้นเอง มันราวกับว่าพื้นที่ทั้งหมดถูกง้าวโลหิตปิดกั้นเอาไว้
และพลังของมังกรวารีสายฟ้าสีม่วงศักดิ์สิทธิ์ติดอยู่ภายในรัศมีของมัน
ง้าวสีโลหิตเต็มไปด้วยพลังที่รุนแรงมหาศาลเมื่อมันผ่าลงมา
บึมมม!
เมื่อพลังมังกรวารีสีม่วงสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ถูกผ่าโดยง้าว สายฟ้าก็
ระเบิดกระจายออกมาราวกับงูที่เลื้อยอยู่ในอากาศ เหล่ยมู่ไป่โดนพลังของ
สายฟ้ากระแทกเข้าไป ทั่วทั้งร่างของเขาก็ด้านชาในทันที แต่หลินหมิงก็
ไม่ต่างกัน จิตของเขาเชื่อมต่อกับพลังมังกรวารีสีม่วงสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ เมื่อ
มันถูกผ่าออกสีหน้าของเขาจึงซีดลง
หลินหมิงโบกสะบัดมือขวา และพลังมังกรวารีสีม่วงสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์
ที่มีสติปัญญาก็พุ่งถอยกลับมาและหมุนวนอยู่รอบแขนของเขา
เหล่ยมู่ไป่ถือง้าวอยู่ในมือ ยืนมองไปที่เข็มเหล็กขนาดเล็กในมือของ
หลินหมิง และเกิดคลื่นความสับสนวุ่นวายขึ้นในหัวใจของเขา
มันมิใช่เพียงแค่เหล่ยมู่ไป่ สายตาของทุกคนก็ได้มองพิจารณาไปยัง
เข็มเหล็กม้วนมังกร
คนส่วนใหญ่มิรู้ว่าเข็มเหล็กม้วนมังกรคือสิ่งใด พวกเขาเพียงแค่
ประหลาดใจในพลังของวัตถุชิ้นเล็กๆนี้ “มันดูเหมือนว่าความแข็งแกร่ง
ของหลินหมิงจะมากกว่าที่เห็น บางทีเขาอาจจะสามารถต่อสู้กับเหล่ยมู่ไป่
ได้ แต่เพียงแค่สู้ได้เท่านั้น ส่วนจะเพียงกี่กระบวนท่านั้น มันก็ขึ้นอยู่กับ
ความแข็งแกร่งของหลินหมิงที่ซ่อนไว้…”
เหล่าศิษย์ของนิกายปฐพีอเวจีต่างก็วิเคราะห์สถานการณ์ด้วยความ
มั่นใจ แต่ในขณะที่พวกเขากำลังวิเคราะห์กันอยู่ ศิษย์นิกายตราประทับ
สายฟ้าก็พากันมองพวกเขาด้วยความดูถูก
‘พวกโง่!’
ในจิตใจของศิษย์นิกายตราประทับสายฟ้า พวกเขาย่อมตระหนักได้
ถึงเข็มเหล็กม้วนมังกรว่าคือสิ่งใดดี มันก็คือจิตวิญญาณสายฟ้าระดับปฐพี
ขั้นต่ำ!
มันอัดแน่นไปด้วยพลังต้นกำเนิดสายฟ้าอันน่าหวาดกลัวที่ถูกบีบอัด
จนถึงขีดสูง หากมองอีกแง่หนึ่งก็คือมันเหนือยิ่งกว่าสายฟ้าปีศาจแห่ง
โลหิตทำลายล้าง!
“เด็กหนุ่มที่อยู่เพียงขั้นผสานชีพจรช่วงปลายสามารถที่จะดูดซับจิต
วิญญาณสายฟ้าระดับปฐพีขั้นต่ำได้เช่นนั้นหรือ? มันเป็นไปได้อย่างไร
กัน!? โจวเล่ยร้องออกมาด้วยความตื่นตระหนก เขาไม่สามารถยอมรับ
เรื่องนี้ได้ เขานั้นย่อมรู้ว่ามันยากและต้องเจ็บปวดเพียงใดในการดูดซับจิต
วิญญาณสายฟ้าระดับนั้น!”
ด้วยระดับการบ่มเพาะขั้นปราณต้นฟ้าของเขาและยังมีการสนับสนุน
มากมายจากสมบัติต่างๆของนิกายตราประทับสายฟ้าอีกด้วย จึงทำให้
โจวเล่ยสามารถที่จะดูดซับจิตวิญญาณสายฟ้าระดับมนุษย์ขั้นสูงได้ แต่
ความเจ็บปวดที่ได้รับนั้นมากพอที่จะทำให้เขาต้องการฆ่าตัวตาย แต่ใน
ที่สุดเขาก็ทะลวงขีดจำกัดของตนและสามารถที่จะดูดซับมันได้!
โจวเหล่ยนั้นคิดว่าตนเองเป็นผู้ที่ได้รับโชคจากสวรรค์อย่างมหาศาล
แต่หลังจากนั้นเขาก็ได้ค้นพบว่าเหล่ยมู่ไป่สามารถที่จะดูดซับจิตวิญญาณ
สายฟ้าระดับปฐพีขั้นต่ำได้ด้วยระดับการบ่มเพาะขั้นปราณต้นฟ้า ซึ่ง
เหนือกว่าเขาหลายขุมมากนัก
แต่เมื่อได้คิดว่าเหล่ยมู่ไปคือตัวตนที่จะกลายเป็นจักรพรรดิผู้ไร้
เปรียบในอนาคตแล้ว เขาจึงสามารถยอมรับความจริงนี้ได้ แต่ในตอนนี้
มันดูเหมือนว่า หลินหมิงที่มีระดับการบ่มเพาะขั้นผสานชีพจรช่วงปลาย
จะสามารถที่จะดูดซับซับจิตวิญญาณสายฟ้าระดับปฐพีขั้นต่ำได้เช่นกัน!
สวรรค์! เขายังเป็นมนุษย์อยู่เช่นนั้นหรือ!?
โจวเสี่ยวเหลียนจ้องมองด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง มันเป็นเพราะการที่
ดูดซับจิตวิญญาณสายฟ้าระดับมนุษย์ขั้นสูงได้นางจึงยอมรับนับถือใน
ตัวโจวเล่ยมาก แต่ในตอนนี้ เพียงไม่กี่วัน นางก็ต้องประหลาดใจเพราะ
หลินหมิง! นางยิ่งพบว่านี่เป็นสิ่งที่ยากจะยอมรับได้ยิ่งกว่าโจวเล่ย ใน
สายตาของนาง เหล่ยมู่ไป่นั้นเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์มากที่สุดในโลก มัน
เป็นไปไม่ได้ที่จะมีผู้สามารถเหนือกว่าเขาได้ แต่ในตอนนี้ ดูเหมือนว่า
หลินหมิงเหนือยิ่งกว่าเหล่ยมู่ไป่ในด้านนี้เสียอีก
ภายในพื้นที่โต๊ะของเกาะฟีนิกซ์ศักดิสิทธิ์ มู่เชียนหยี่เห็นได้ถึงสีหน้า
และการแสดงออกที่ตกตะลึงอย่างมากของเหล่าศิษย์นิกายตราประทับ
สายฟ้า นางก็ยิ้มออกมาด้วยความพอใจ ‘คนเหล่านี้ต่างตกตะลึงถึงเพียง
นี้ แล้วถ้าหากได้รู้ว่าเขานั้นสามารถที่จะดูดซับพลังของมังกรวารีสีม่วง
สายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ได้ตั้งแต่ตอนที่ยังอยู่เพียงขั้นดัดกระดูกเล่า พวกเขาจะมี
การแสดงออกถึงเพียงใดกัน? ในตอนนี้หลินหมิงมีระดับการบ่มเพาะขั้น
ผสานชีพจรช่วงปลายแล้ว และยังมีนิกายใหญ่ช่วยเหลือ หากเป็นตอนนี้
เขาคงสามารถที่จะดูดซับจิตวิญญาณสายฟ้าระดับปฐพีขั้นกลางได้ด้วย
ซ้ำ!’
“ข้าไม่เคยคิดเลยว่ามันสามารถที่จะเป็นไปได้” เหล่ยมู่ไป่สายศีรษะ
“ข้านั้นประเมินเจ้าผิดไปอย่างมากสินะ! ข้ายอมรับก็ได้ว่าเจ้านั้นสามารถ
ที่จะทำให้ข้านั้นเอาจริงได้เล็กน้อย แต่มันก็เป็นเพียงการเอาจริงเล็กน้อย
เท่านั้น!”
หลินหมิงยิ้มออกมา ยิ้มจางๆปรากฏที่มุมปาก คนโง่ผู้นี้ อยู่ต่อหน้า
ประตูแห่งความตายแท้จริงแล้วยังมิรู้ตัวและยังคงหยิ่งยโสอีก นี่ก็เป็นอีก
เหตุผลที่ทำให้อัจฉริยะหลายคนต้องตายเยี่ยงสุนัข ศักดิ์ศรีทำให้ตาพล่า
มัวและความหยิ่งยโสบดบังจิตใจ ทำให้พวกเขาเชื่อว่าทุกอย่างยังอยู่
ภายใต้การควบคุมของตน
แต่ความจริงแล้ว เขาก็ไม่อาจที่จะว่ากล่าวเหล่ยมู่ไป่ได้ ใน
สถานการณ์เช่นนี้ เขาคงไม่คิดว่าตัวตนของเขาจะถูกมองออกโดยหลินห
มิง
หากจะโทษสิ่งใดแล้วละก็ คงต้องโทษที่เหล่ยมู่ไป่ได้มาพบเจอกับ
โชคร้ายของตนเอง
ตั้งแต่อดีตกาล จักรพรรดิผู้ไร้เปรียบที่มีตัวตนอยู่และมีพรสวรรค์ที่
ท้าทายสวรรค์พร้อมทั้งโชคมหาศาลอยู่ข้างพวกเขา แต่น่าเสียดายที่
เหล่ยมู่ไป่นั้นมิได้มีโชคมหาศาลเหล่านั้นข้างเขา แต่สิ่งที่เขาเจอในตอนนี้
คือหายนะ เพราะต้องมาพบเจอกับหลินหมิง สิ่งที่เขาคงไม่อาจที่จะคิด
ออกได้ว่าหลินหลิงนั้นล่วงรู้ถึงตัวตนของเขาโดยการได้กลืนกินเศษผลึก
หัวใจปีศาจที่มีปราณโลหิตของมหาจักรพรรดิอเวจีหลงเหลืออยู่ สำหรับ
เหล่ยมู่ไป่ที่มีสายเลือดของมหาจักรพรรดิอเวจีในร่างนั้นเป็นสิ่งที่เขา
ภูมิใจอย่างยิ่งและปกปิดเอาไว้อย่างมิดชิด ในตอนนี้ก็ถูกตรวจพบโดย
หลินหมิง
เหล่ยมู่ไป่ตบไปที่ง้าวและจับยกขึ้นเหนืออก ในชั่วพริบตานั้น พลังที่
รุนแรงมหาศาลได้ปะทุออกมา นี่เป็นสมบัติระดับปฐพีขั้นกลางอย่าง
แน่นอน!
“ง้าวนี้เป็นสมบัติที่อันตรายอย่างยิ่ง – มันถอดแบบมาจากง้าวโลหิต
คลั่งในอดีต ซึ่งชื่อเดิมคือง้าวโลหิตล้างผลาญ แต่มันก็ได้คร่าชีวิตและอาบ
โลหิตมานับไม่ถ้วนกว่าพันปี และข้าคิดว่าในวันนี้ ง้าวนี่จะต้องได้ดื่มโลหิต
ของเจ้าอย่างแน่นอน!”