Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 396 กำราบ
ยิ่งระดับของปราณอัคคีสูงเพียงใด มันก็ยิ่งมีสติปัญญามากขึ้นเท่านั้น
ปราณอัคคีระดับสูงบางอันก็สามารถใช้ลักษณะเฉพาะของทักษะได้ เพลิง
อุกกาบาตถล่มปฐพีนี้อาจใช้ทักษะดังกล่าวได้
พยัคฆ์หินสีโลหิตได้คำรามออกมาและพุ่งตรงไปยังหลินหมิง หลินห
มิงนั้นต้องการที่จะดูดซับเพลิงอุกกาบาตถล่มปฐพี แต่เพลิงอุกกาบาต
ถล่มปฐพีนั้นเองก็สัมผัสได้ถึงพลังเพลิงต้นกำเนิดอันมหาศาลที่อยู่ภายใน
ร่างของหลินหมิงและต้องการที่จะกลืนกินเขาเพื่อวิวัฒนาการ
ขณะที่อสูรโกเล็มสูง 100 ก้าวและหนักหลายหมื่นจินได้วิ่งมาทำให้
พื้นดินได้เกิดการสั่นสะเทือนและลาวาได้พุ่งออกไป หลินหมิงจับหอกให้
อยู่ในแนวราบข้างหน้าของเขาและได้โคจรปราณแท้ภายในร่างถึงขีดสุด
ขณะที่อสูรโกเล็มเพลิงได้พุ่งมายังเขา ดวงตาของหลินหมิงก็หรี่ลง
และจากนั้นเขาก็ได้พุ่งหอกออกไปในทันที
กึกกก!
หอกแห่งดาวหางม่วงได้ทะลวงไปที่หน้าอกของอสูรโกเล็มเพลิง แต่
ด้วยการปะทะที่รุนแรงนั้นได้ทำให้หอกแห่งดาวหางม่วงได้โค้งงอเหมือน
ดั่งจันทร์เสี้ยว
หลินหมิงได้ใช้เอวของเขาและดันมันออกไปข้างหน้า ปราณแท้ที่ถูก
ซ่อนอยู่ภายในไขกระดูกของเขาได้ปะทุออกมาและความแข็งแกร่งของ
เขาก็ได้เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล เขามีพลังมากพอที่จะยกอสูรโกเล็มยักษ์
ขึ้นมาได้!
“ฟีนิกซ์สยายปีกทะยานฟ้า!”
บึมมม!
เปลวเพลิงฟีนิกซ์ได้พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า พุ่งชนกับอกของอสูรโก
เล็มและระเบิดออกมาอย่างรุนแรง
“หืม? แทบไม่เป็นอะไรเลยเช่นนั้นหรือ!?”
ด้วยฟีนิกซ์สยายปีกทะยานฟ้า มันทำให้สร้างความเสียหายภายใน
ช่องท้องของอสูรโกเล็มเพลิง แต่เมื่อเปรียบเทียบกับร่างที่ใหญ่ยักษ์ของ
มันแล้ว มันเป็นเพียงแค่ความเสียหายเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
“โฮกกก!” เมื่ออสูรโกเล็มเพลิงได้ลงมา มันได้เปิดปากของมันและ
พ่นบอลเพลิงสีม่วงขนาดใหญ่ออกไป หลินหมิงได้อยู่ใกล้มันมากเกินไป
และไม่สามารถที่จะหลบมันได้ทันเวลา กลับกันเขาได้แกว่งหอกแห่งดาว
หางม่วงและปะทะเข้ากับบอลเพลิง
บอลเพลิงระเบิดออกไปและเปลวเพลิงสีม่วงได้หล่นมาบนตัวของ
หลินหมิงก่อนที่จะสลายออกไป ปราณแท้โดยรอบของหลินหมิงนั้นได้ส่ง
เสียงดังออกมา ‘ชี่ ชี่ ชี่’ เหมือนว่ามันได้ละลายออกไป โลหิตของหลินห
มิงสั่นสะท้าน พลังแห่งเปลวเพลิงในการโจมตีนั้นเหมือนกับอสรพิษที่ได้
แอบเข้ามาภายในร่างกายของเขาที่มันได้อาละวาดภายในเส้นชีพจรของ
เขา ในที่สุดเมล็ดพันธุ์เทพทรราชก็ตอบโต้ มันได้ใช้พลังที่ปราบปรามได้
เพื่อหยุดยั้งพลังแห่งเปลวเพลิงที่เข้ามา
“เปลวเพลิงสีม่วงนี้แท้จริงแล้วสามารถทำลายปราณแท้ที่ป้องกันร่าง
ของข้าได้ด้วยหรือ?” หลินหมิงหลั่งเหงื่อเย็น สัตว์ประหลาดตนนี้แท้จริง
แล้วมันยากมากที่จะจัดการกับมัน ไม่เพียงแค่การโจมตีจากเปลวเพลิงไม่
สามารถทำร้ายมันได้ แต่การโจมตีด้วยเปลวเพลิงสีม่วงที่ได้ถูกปล่อย
ออกมามันรุนแรงอย่างมาก ถ้าเป็นศิษย์ธรรมดาของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์
คงวิ่งหนีด้วยความกลัวไปเรียบร้อยแล้ว พวกเขาคงไม่สามารถรับมือกับ
การโจมตีได้แม้แต่ครั้งเดียว
แดนเร้นลับฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์เป็นโลกแห่งเพลิงและน้ำแข็ง สำหรับ
เหล่าศิษย์ของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ที่ได้เชี่ยวชาญเปลวเพลิงและน้ำแข็ง
นั้นมีโอกาสที่จะพบโชคได้ในทุกที่ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีโอกาสที่ได้พบ
มัน แต่การที่จะนำมันมานั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่าย
ตัวอย่างเช่น ปราณอัคคีจะขัดขืนเพื่อป้องกันตัวมันเอง วัสดุธาตุ
จำเพาะอัคคีและธาตุจำเพาะน้ำแข็งที่มีคุณสมบัติพิเศษจะมีเหล่าสัตว์อสูร
ที่แข็งแกร่งมาปกป้องพวกมันไว้ ถ้าใครต้องการที่จะได้ครอบครองพวก
มันนั้นจะต้องตกอยู่ในอันตราย อย่างไรก็ตาม หากโชคไม่ดีก็อาจจะถึง
ตายได้
“โฮกก!”
อสูรโกเล็มเพลิงได้เปิดปากของมันค้างไว้และสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ
พลังเปลวเพลิงต้นกำเนิดที่อยู่รอบๆได้เริ่มเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนก่อตัว
เป็นวังวนพลังขึ้น
หลินหมิงเบิกตากว้าง เขาได้ใช้ย่างก้าววิหคทองคำถลาลมและได้
กระโจนออกไปด้านข้างอย่างไม่ลังเล
บึมมมม!
ลำแสงสีม่วงของเปลวเพลิงที่รุนแรงได้ถูกปล่อยออกมาจากปากขอ
งอสูรโกเล็มเพลิงซึ่งพุ่งไปยังบ่อลาวาที่ได้อยู่ข้างหลังของหลินหมิง บ่อ
ลาวาเกิดระเบิดได้พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้านับร้อยก้าว
หลังจากได้โจมตีพลาด ทันใดนั้นอสูรโกเล็มเพลิงได้รีบพุ่งเข้ามายัง
หลินหมิง ถึงแม้ว่ามันจะมีรูปร่างขนาดใหญ่ แต่ความเร็วของมันรวดเร็ว
อย่างมากและทุกย่างก้าวของมันเหมือนกับเสียงฟ้าผ่า
ในเวลานี้ หลินหมิงบินขึ้นไปยังในอากาศ เขาหยุดอยู่กลางอากาศ
ขณะเชื่อมต่อปราณแท้เข้ากับเมล็ดพันธุ์เทพทรราช จิตวิญญาณแห่ง
สายฟ้าก็ได้กู่ร้องออกมาในทันที!
ขณะที่อสูรโกเล็มเพลิงพุ่งมายังหลินหมิง เขาก็กลายเป็นเหมือนกับ
ขนนกที่พัดตามลมออกไปไม่อาจที่จะสัมผัสเขาได้ เมื่อเขาลอยไปยังข้าง
หลัง จากนั้นหงายมือขึ้นและมีเข็มเหล็กยาว 3 นิ้วปรากฏออกมา มันพุ่ง
ออกไปด้วยความเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อ เป้าหมายของมันคือดวงตาข้าง
ซ้ายของอสูรโกเล็มเพลิง!
ฟรุป!
เข็มเหล็กปีศาจศักดิ์สิทธิ์ได้ทะลวงเข้าสู่ดวงตาของอสูรโกเล็มเพลิง
และพุ่งทะลวงออกไปอีกด้าน!
ร่างหินได้ถูกระเบิดออกมาและโลหิตสีแดง-ม่วงได้ถูกพ่นออกมา
ขณะที่หลินหมิงได้เข้ามาใกล้ โลหิตนั้นแท้จริงแล้วเป็นลาวาที่เข้มข้น
ใช้หินเพลิงเป็นร่างเนื้อ ลาวาเป็นโลหิตและปราณอัคคีเป็นหัวใจของ
มัน สัตว์อสูรตัวดังกล่าวทำให้หลินหมิงถึงกับประหลาดใจจนต้องยกย่อง
อย่างไรก็ตาม มันเป็นแค่รูปแบบของมันและยังคงไม่มีพลังเพลิงต้น
กำเนิดมากพอ ดังนั้นความแข็งแกร่งของมันจึงถูกลดลงไปเป็นอย่างมาก
เมื่อดวงตาข้างซ้ายของมันได้ถูกทำลาย อสูรโกเล็มเพลิงกรีดร้อง
ออกมาอย่างเจ็บปวดและกู่ร้องด้วยความโกรธเกรี้ยวและพ่นบอลเพลิงสี
ม่วงจำนวนมากใส่หลินหมิง
อย่างไรก็ตาม บอลเพลิงเหล่านี้ถูกหลบได้โดยหลินหมิง ด้วยการ
สะบัดนิ้วของเขา เข็มเหล็กปีศาจศักดิ์สิทธิ์ได้กู่ร้องออกมาอีกครั้ง มันพุ่ง
ทะลวงเข้าไปสู่ดวงตาข้างซ้ายของอสูรโกเล็มเพลิง
“โฮกกกกกก!”
อสูรโกเล็มเพลิงได้ร้องโหยหวนออกมา หลินหมินได้เห็นโอกาสและ
พุ่งไปข้างหน้าราวกับลูกศร หอกแห่งดาวหางม่วงในมือของเขาทะลวงตรง
ไปที่ปากที่อ้าค้างอยู่ของอสูรโกเล็มเพลิง
พลังแห่งเพลิงและสายฟ้าได้ไหลมาบรรจบกัน – เพลิงสายฟ้าแห่ง
การทำลายล้าง!
บึมมม!
เพลิงสายฟ้าแห่งการทำลายล้างได้ระเบิดภายในปากของอสูรโกเล็ม
เพลิง ในชั่วพริบตา มันได้บดขยี้หินและลาวาจนกระเด็นไปทั่วท้องฟ้า
ด้านหน้าของอสูรโกเล็มเพลิง ร่างของมันครึ่งหนึ่งได้ถูกระเบิดออกมาเป็น
ชิ้นๆ หลินหมิงได้จดจ่ออยู่กับปราณแท้ในการป้องกันร่างของเขาและ
หลบเศษหินและลาวาเหล่านั้นที่มาปะทะกับเขา ในขณะเดียวกัน เขาได้
ปลดปล่อยสัมผัสรับรู้ของเขาลอดผ่านก้อนเศษหินนับหมื่นจนกระทั่งเขา
ได้พบกับร่างแท้จริงของเพลิงอุกกาบาตถล่มปฐพี
“มันอยู่นั่นเอง!”
หลินหมิงเห็นว่าห่างออกประมาณ 100 ก้าว นั่นมีบอลเพลิงสีม่วง
ขนาดเท่าฝ่ามืออยู่ มันดูหม่นหมองอย่างมาก
หลินหมิงได้สะบัดแขนเสื้อและลอยผ่านไปได้ 100 ก้าวอย่างรวดเร็ว
และแล้วรีบคว้าเพลิงอุกกาบาตถล่มปฐพีมาในทันที
สัญชาติญาณของเพลิงอุกกาบาตถล่มปฐพีได้รู้สึกกลัวอยู่ลึกๆและ
ต้องการที่จะหนีออกไป แต่มันได้รับความเสียหายอย่างมากเมื่อสักครู่ที่
ผ่านมา ดังนั้นมันเป็นไปไม่ได้ที่จะหลบหนีออกจากการจับกุมของหลินห
มิง
ขณะที่หลินหมิงจับไปยังเพลิงอุกกาบาตถล่มปฐพี ปราณแท้สีคราม
ซึ่งอยู่ล้อมรอบมือของเขาเริ่มส่งเสียงออกมา ‘ชี่ ชี่ ชี่’ ชั่วพริบตา ก็เกิดรู
บนปราณสีครามที่ห่อหุ้มร่างของเขาซึ่งมาจากการเผาไหม้ที่รุนแรงของ
เพลิงอุกกาบาตถล่มปฐพี
“เพลิงอุกกาบาตถล่มปฐพีนี้มีความสามารถในการเผาผลาญที่รุนแรง
ยิ่งนัก!”
มีปราณอัคคีพิเศษมากมายและจิตวิญญาณสายฟ้านั้นที่ถือกำเกิดขึ้น
ภายใต้เงื่อนไขพิเศษและสถานที่ที่พิเศษออกไป จึงทำให้ได้รับคุณสมบัติที่
แตกต่างกัน ตัวอย่างเช่นสายฟ้าปีศาจแห่งโลหิตทำลายล้างที่เกิดขึ้นใน
เกาะเร้นลับนั้นที่เต็มไปด้วยโลหิตและความตาย ดังนั้นมันจึงมีลักษณะ
กระหายเลือด สำหรับเพลิงอุกกาบาตถล่มปฐพีมันจึงมีคุณสมบัติการเผา
ผลาญ
เนื่องจากความหายากของเพลิงอุกกาบาตถล่มปฐพี ในบันทึกโบราณ
มีเพียงการพูดถึงอย่างคลุมเครือเกี่ยวกับมันเท่านั้น จึงไม่มีคำอธิบายว่า
มันมีคุณสมบัติอะไรบ้าง
หลินหมิงได้วาดตัวอักษรรูนสีครามออกมานำสิบเป็นอย่างแรก ทำให้
พวกมันทั้งหมดตกลงไปยังเพลิงอุกกาบาตถล่มปฐพี นี่เป็นรูปแบบการ
ผนึกปราณอัคคี
ชี่ ชี่ ชี่!
ทุกตัวอักษรรูนนั้นได้สัมผัสกับเพลิงอุกกาบาตถล่มปฐพีก็ได้
กลายเป็นผุยผงในทันที หลินหมิงรู้สึกไม่สบายใจ นิ้วของเขาวาดอย่าง
รวดเร็วจนเกิดเป็นภาพติดตา
เมื่อจำนวนของตัวอักษรรูนได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพลิงอุกกาบาต
ถล่มปฐพีได้ต่อสู้อย่างดุเดือด ตัวอักษรรูนจำนวนมากได้ถูกทำลายลง แต่
ในที่สุดชั้นของตัวอักษรรูนที่เข้าโอบล้อมมันก็หนาขึ้นและหนาขึ้นอีกด้วย
ความเร็วในการร่ายขึ้นมาใหม่ของหลินหมิง และแสงของเพลิงอุกกาบาต
ถล่มปฐพีกลายเป็นสลัวๆเล็ดรอดออกมา จนกระทั่งมันได้ถูกปิดผนึก
อย่างสมบูรณ์
หลินหมิงได้ถอนหายใจด้วยความโล่งอก เขาผสานนิ้วของเขาเข้า
ด้วยกันและได้ปล่อยเส้นใยปราณแท้ไปพันรอบเพลิงอุกกาบาตถล่มปฐพี
จนมันกลายเป็นดั่งรังไหม
สำเร็จ!
หลินหมิงได้หยิบกล่องหยกพิเศษออกมาและได้วางรังไหมปราณแท้
ไว้ข้างในและจากนั้นนำมันเก็บเข้าไปในแหวนมิติของเขา ในตอนนี้มันยัง
มิใช่เวลาที่ดีในการดูดซับเพลิงอุกกาบาตถล่มปฐพี ถึงอย่างไร มันยังคง
เป็นปราณอัคคีระดับปฐพีขั้นกลาง ด้วยพลังปัจจุบันของหลินหมิง เขา
แทบจะไม่สามารถดูดซับมันได้ ไม่เพียงแค่นั้น แต่นั่นเพราะมีอันตรายอยู่
มากมายภายในแดนเร้นลับฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์และยังไม่มีคนคอยป้องกันให้
เขาในขณะที่ดูดซับอีกด้วย ถ้ามีอะไรผิดพลาด เขาอาจที่จะตายได้