Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 400 ด่านทดสอบหล่อหลอมระดับแม่ทัพ
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 400 ด่านทดสอบหล่อหลอมระดับแม่ทัพ
ในเศษเสี้ยวความทรงจำของเขา หลินหมิงมิได้เข้าใจทั้งหมดเกี่ยวกับ
ภาษาของแดนเทวะ เขาพยายามนึกถึงมัน และแทบจะมิอาจเข้าใจ
ความหมายของคำเหล่านั้นเลย
“พรสวรรค์ของเจ้าเหมาะกับการทดสอบในระดับแม่ทัพ เจ้าอาจจะ
ไปถึงด่านทดสอบหล่อหลอมระดับแม่ทัพเป็นขั้นสุดท้ายก็เป็นได้!”
ด่านทดสอบหล่อหลอมระดับแม่ทัพเป็นขั้นสุดท้ายหรือ?
หลินหมิงตกตะลึง
ผู้ใดกำลังพูดกัน? ที่โถงหลักฟีนิกซ์โบราณแห่งนี้ที่ดำรงอยู่มานับหมื่น
นับแสนปี นอกเสียจากผู้อาวุโสสูงสุดของแดนเทวะผู้เข้าใจถึงแก่นของ
ความลี้ลับและหลักของความตายแห่งชีวิต มิควรมีผู้ใดที่น่าจะมีชีวิตอยู่
ยืนยาวเช่นนี้ได้อีก นั่นคือไม่ควรมีผู้ใดอาศัยอยู่ ณ โถงหลักฟีนิกซ์โบราณ
นี่เป็นเพียงข้อความจากผู้ที่สร้างสถานที่ทั้งหมดนี้ขึ้นมาเช่นนั้นหรือ?
นี่ก็มีความเป็นไปได้เช่นกัน แน่นอนว่า มันมีอาคมรูปแบบค่ายกล
ส่วนที่สามารถบันทึกเสียงให้คงอยู่ได้เป็นเวลานานมากอย่างยิ่งได้
สิ่งใดคือด่านทดสอบหล่อหลอมขั้นสุดท้ายระดับแม่ทัพกัน?
แสงที่ฉายลงมาห่อหุ้มหลินหมิง ในช่วงถัดมาเขารู้สึกเหมือนถูกวาป
ไปที่อื่น
หลายลมหายใจต่อมา หลินหมิงพยายามปรับตัวกับความรู้สึกอึดอัด
แปลกๆจากการถูกวาปมาที่ไหนซักแห่ง เขาค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้นอย่าง
ช้าๆ ดูเหมือนว่าเขาถูกวาปออกไปจากห้องโถงหลัก ด้านหลังของเขาเป็น
ถ้ำและข้างหน้าของเขาเป็นพื้นที่ไร้ขอบเขต ไร้ซึ่งธารน้ำแข็งขนาดยักษ์
และธารลาวา มีเพียงความมืด ผืนดิน หินและพืชบางชนิดกระจัดกระจาย
กันไป
ขณะที่หลินหมิงมองออกไป เขาก็พบกับกระบี่หักหลายเล่ม หอก
และอาวุธอื่นๆถูกฝังอยู่ในดินแม้กระทั่งโครงกระดูกที่ถูกฝังอย่างไม่
สมบูรณ์ แต่หลังจากเวลาผ่านไป โครงกระดูกเหล่านั้นจะเริ่มร่วนและ
กลายเป็นเพียงฝุ่นอย่างรวดเร็ว
หลินหลิงตื่นตัว เขาระมัดระวังเศษกองกระดูกจำนวนมากจากพื้น
และลองเปรียบเทียบกับกระดูกร่างกายของมนุษย์ แต่เขาก็ไม่อาจหา
ความแตกต่างของพวกมันได้
“ตระกูลฟีนิกซ์โบราณนั้นมาจากเผ่าพันธุ์มนุษย์ของทวีปนภารินไหล
เช่นนั้นหรือ?”
หลินหมิงช่วยมิได้ที่จะประหลาดใจกับสิ่งนี้
ในตอนนี้ หมอกหนาได้ปรากฏขึ้นที่ด้านหน้าของหลินหมิงอย่าง
กะทันหัน ไม่นาน มันก็ได้รวมตัวเป็นหน้าตาของมนุษย์ราวกับภูตผี
“นี่เองก็เป็นคู่ต่อสู้ที่เกิดจากกลุ่มพลังงานอีกแล้วหรือ?” หลินหมิงได้
นำหอกแห่งดาวหางม่วงออกมา ปราณแท้โคจรไปทั่วร่างของเขาและ
พร้อมที่ต่อสู้ทุกเมื่อ
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่หลินหมิงพบคือใบหน้าที่เริ่มเปิดปากของมันและ
เริ่มกล่าวออกมาอย่างน่าเหลือเชื่อ “ด่านทดสอบหล่อหลอม…”
มันเป็นเสียงที่เยือกเย็นและปราศจากอารมณ์ ภาษาที่สิ่งนี้กล่าวนั้น
มาจากแดนเทวะอย่างน่าประหลาดใจ
หลินหมิงตกอยู่ในความสับสน สิ่งที่ดูน่ากลัวนี้เป็นเศษเสี้ยวกายจิต
วิญญาณที่หลงเหลืออยู่หรือไม่??
แต่กายจิตวิญญาณแบบใดกันที่สามารถคงอยู่ได้นานถึงเพียงนี้? มัน
กำลังปกป้องโถงหลักฟีนิกซ์โบราณเป็นเวลานับหมื่นนับแสนปีเลยเช่นนั้น
หรือ?
“เจ้าคือผู้ใดกัน?” หลินหมิงได้กล่าวถามหลังจากเขานึกถึงเศษเสี้ยว
ความทรงจำของผู้อาวุโสแดนเทวะและการออกเสียงของเขาดูงุ่มง่าม แต่
ภูผีที่อยู่ตรงหน้าของเขาดูเหมือนจะเข้าใจ
“ข้าคือดวงจิตแห่งตำหนักผู้ปกป้องดินแดนแห่งนี้”
“ดวงจิตแห่งตำหนักหรือ? ท่านก็ตายไปแล้วเช่นนั้นหรือ?” หลินหมิ
งกล่าวถามด้วยท่าทางมึนงง ภายในทวีปนภารินไหลสิ่งต่างๆเช่น ผีดูด
เลือด และผีดิบมิใช่สิ่งใหม่ ในความเป็นจริงนั้นมีแม้แต่นักสู้ที่สามารถแยก
วิญญาณออกจากร่างได้ หลังจากที่พวกเขาตาย วิญญาณที่แยกออกมา
นั้นก็กลืนกินจิตวิญญาณของนักสู้ผู้อื่นเพื่อให้คงอยู่ได้ต่อไป
“ตายหรือ? ไม่ ข้ามีรูปลักษณ์เช่นนี้ตั้งแต่เกิด ข้าเป็นส่วนหนึ่งของ
เผ่าพันธุ์จิตวิญญาณ กล่าวให้เฉพาะเจาะจงคือ ข้าคือหินจิตวิญญาณ”
“หินจิตวิญญาณหรือ?” คิ้วของหลินหมิงโค้งขึ้นมา นี้เป็นครั้งแรกที่
เขาได้ยินเรื่องของการดำรงอยู่ของเผ่าพันธุ์เช่นนี้
“หิน ขุนเขา โลกล้วนมีวิญญาณ หินนั้นเมื่อเวลาผ่านไปหลายปี เป็น
ธรรมดาที่มันจะสามารถมี ‘จิตวิญญาณ’ นี่คือเผ่าพันธุ์หินจิตวิญญาณ
เผ่าพันธุ์ของข้ามีชีวิตมายาวนานตั้งแต่ที่เริ่มมีก้อนหิน เมื่อพวกข้าหลับ
พวกข้าหลับใหลอยู่ท่ามกลางก้อนหินและสามารถพักผ่อนได้นานนับแสน
ปี ซึ่งเป็นเรื่องปกติ”
สวรรค์!
หลิงหมิงไร้คำพูด มีชีวิตยาวนานตราบเท่าหินหรือ? หินสามารถอยู่
ได้นานเพียงใดหรือ? หากมันถูกวางในจุดที่ดี ถ้ามันมิพังทลายหรือถูก
หลอม ซึ่งเกือบจะเป็นนิรันดร์
เพียงหลับพักผ่อนครั้งเดียวใช้เวลานับแสนปี จากแรกเริ่มที่โถงหลัก
ฟีนิกซ์โบราณได้คงอยู่จนถึงตอนนี้ เขาได้หลับไหลจนกระทั่งถึงตอนนี้!
หลินหมิงคาดว่าเขาคล้ายกับเหยียนโม่จากด่านเจดีย์แม่มด ที่ถูกส่ง
มาโดยเจ้านายของเขาเพื่อเฝ้าดูด่านทดสอบหล่อหลอม ดังนั้น เขากล่าว
ถามไปว่า “ข้าอยากที่จะกล่าวถามท่านว่า ด่านทดสอบหล่อหลอมขั้น
สุดท้ายที่กล่าวถึงคือสิ่งใด?”
“โถงหลักฟีนิกซ์โบราณแห่งนี้คือพื้นที่ฝึกฝนของตระกูลฟีนิกซ์
โบราณ รวมทั้งหมด มี 3 ระดับ ระดับราชัน ระดับแม่ทัพ และระดับ
นายกอง สหายของเจ้าที่เข้าร่วมนั้นอยู่ด่านทดสอบหล่อหลอมระดับ
นายกอง แต่สำหรับเจ้า เจ้าถูกเลือกให้รับด่านทดสอบหล่อหลอมระดับ
แม่ทัพ!”
หลินหมิงถึงกับตื่นตระหนก เขามิเคยคิดเลยว่าที่โถงหลักฟีนิกซ์
โบราณคือพื้นที่ฝึกฝนเผ่าพันธุ์ฟีนิกซ์โบราณ! สำหรับสถานที่ใหญ่โตเพียง
นี้กลับเป็นที่ฝึกฝนของกองทัพเช่นนั้นหรือ? สงครามแบบไหนกันที่เขาได้
เข้าร่วม?
คำว่าด่านทดสอบหล่อหลอมระดับนายกองนั้นย่อมหมายถึงการ
ฝึกฝนทหาร ดังนั้นมู่ติงซาน มู่เสี่ยวชิง และคนอื่นๆจะเป็นเพียงทหาร
ทั่วไปเท่านั้น ขณะที่ตัวเขาเอง เขาสามารถถูกคัดเป็นแม่ทัพ หรืออย่าง
น้อยก็เป็นนายทหารระดับสูงบางตำแหน่ง แล้วที่ว่าราชันล่ะ? จะเป็น
ระดับใดกัน?
หลินหมิงช่วยไม่ได้ที่จะกล่าวถามต่อไปว่า “ต้องมีพรสวรรค์ระดับ
ไหนกันถึงจะเข้าร่วมด่านทดสอบระดับราชันได้หรือ?”
“ระดับราชันนั้นมิใช่ต้องการเพียงพรสวรรค์เท่านั้น แต่จำเป็นต้องมี
สายเลือดของตระกูลฟีนิกซ์โบราณด้วย แม้แต่ตัวเจ้าที่มีสายเลือดจำนวน
เล็กน้อยของสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์ภายในตัว มันก็ยังมิคล้ายกับสายเลือดของ
ตระกูลฟีนิกซ์โบราณของข้า” จิตวิญญาณแห่งตำหนักกล่าวออกมาโดย
ปราศจากอารมณ์เช่นเคย
หลินหมิงตกตะลึง สายเลือดภายในตัวเขาถูกมองเห็นโดยจิต
วิญญาณแห่งตำหนัก แต่มันก็มิแปลกอะไร ความเข้าใจเกี่ยวกับสัตว์อสูร
ศักดิ์สิทธิ์ของตระกูลฟีนิกซ์โบราณที่ประสบความสำเร็จนั้น เกาะฟีนิกซ์
ศักดิ์สิทธิ์ย่อมไม่อาจเทียบได้เป็นธรรมดา
“แล้วรายละเอียดของด่านทดสอบหล่อหลอมระดับแม่ทัพละ? ข้าจะ
ตายหรือไม่หากข้าพ่ายแพ้?”
“เนื้อหาของด่านทดสอบหล่อหลอมระดับแม่ทัพก็คือการต่อสู้กับ
กองทัพ หากเจ้าพ่ายแพ้เจ้าจะถูกส่งออกไปจากถ้ำแห่งนี้และเริ่มต้นใหม่
อีกครั้ง แต่หากเจ้าตายในด่านทดสอบหล่อหลอม เจ้าจะตายไปจริงๆ ไม่
ว่าจะเป็นด่านทดสอบระดับนายกองหรือแม่ทัพ ทั้งคู่ล้วนต้องฝึกฝนอย่าง
อย่างโหดร้ายเพื่อการเติบโต มิเช่นนั้นแล้ว ก็ไม่มีทางเป็นไปได้ที่มันจะ
เผชิญหน้ากับความโหดร้ายของสนามรบ หลังจากช่วงเวลานั้นแล้ว ข้าจะ
กลับมาประเมินผลเจ้าอีกที”
“ช่วงเวลาอะไรหรือ? มันมีเพียง 7 วันมิใช่หรือ? จะเกิดอันใดขึ้นหาก
ข้ามิสามารถผ่านด่านทดสอบหล่อหลอมให้ลุล่วงได้ภายใน 7 วันนี้?”
หลินหมิงช่วยไม่ได้ที่จะกล่าวถามไปเช่นนี้ เขาเคยได้ยินมาจากมู่ติงซานว่า
ปกติแล้วช่วงเวลาภายในโถงหลักฟีนิกซ์โบราณมีเพียง 7 วัน แต่หลังจาก
ได้ฟังเรื่องนี้จากจิตวิญญาณแห่งตำหนัก ในการผ่านด่านทดสอบหล่อ
หลอมระดับแม่ทัพมันเป็นสิ่งที่ยากเย็นอย่างยิ่ง
“7 วันเป็นเพียงแค่ช่วงเวลาภายในด่านทดสอบหล่อหลอมระดับ
นายกองเท่านั้น ภายในด่านทดสอบหล่อหลอมระดับแม่ทัพไม่มีเวลา
จำกัด จะจบลงที่ความสำเร็จหรือความตายของเจ้าเท่านั้น”
“จนกระทั้งสำเร็จเช่นนั้นหรือ? จะต้องใช้เวลามากเพียงใดกันแน่?”
“แต่ละคนล้วนต้องการเวลาที่แตกต่างกันไป สั้นสุดก็ราวๆ 2 ปี
ระยะยาวสุดอาจใช้เวลาถึง 10 ปีก็เป็นไปได้”
“อะไรกัน! ถึง10ปีเลยหรือ!?” หลินหมิงตกใจมาก ตัวเขาเองมีชีวิต
อยู่มาเพียง16ปีเท่านั้น และทำการบ่มเพาะราว4ปี และยังจะอาจจะต้อง
ติดอยู่ด่านทดสอบเป็น10ปี!
หากเขาทำการบ่มเพาะที่นี่ถึง 5 หรือ10ปี มันจะเกิดสิ่งใดขึ้นบ้าง!
หลินหมิงได้หมดคำพูดอย่างสมบูรณ์ การฝึกในพื้นที่ถูกผนึกใช้
เวลานานมิได้เร็วไปกว่าการบ่มเพาะภายนอก มิต้องกล่าวถึงการต้องอยู่
คนเดียวเป็นเวลานานอีก บางทีเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์อาจจะคิดว่าเขาตาย
ไปแล้วก็ได้ขณะที่ยังติดอยู่ในที่แห่งนี้ นอกจากนั้น ครอบครัวของเขาจะ
รู้สึกอย่างไรหากคิดว่าเขาได้ตายไปแล้ว?
“ข้าขอปฏิเสธ!”
หลินหมิงกล่าวโดยปราศจากความลังเล
“ข้าต้องขออภัย ข้าเป็นเพียงผู้ส่งสารเท่านั้นและมิได้มีความสามารถ
พอที่จะจัดการกับด่านทดสอบหล่อหลอม ค่ายกลได้เริ่มทำงานขึ้นแล้ว
ตอนนี้เจ้ามีทางเลือกเพียงทำด่านทดสอบให้สำเร็จ มันจะมิจบลงก่อนเจ้า
ทำสำเร็จ เจ้าจะได้รับรางวัลที่เจ้ามิอาจจินตนาการได้ ยิ่งเจ้าผ่านด่าน
ทดสอบเร็วเพียงใด รางวัลที่ได้ก็จะยิ่งใหญ่มากเท่านั้น”
“รางวัลอะไรกัน?” หลินหมิงมิสามารถจินตนาการถึงรางวัลที่จะ
สามารถสั่นคลอนจิตใจ จนต้องใช้เวลาหลายปีในชีวิตของเขาในที่แห่งนี้
แต่หลังจากกล่าวจบ เขาก็เริ่มจำบางสิ่งได้ และเขาก็เริ่มหายใจติดขัด
เขาจำได้ถึงเรื่องที่มู่เฟิงเซียนกล่าวเอาไว้ เดิมทีแล้วเกาะฟีนิกซ์
ศักดิ์สิทธิ์เป็นเพียงแค่สำนักเล็กๆทั่วไป แต่ราว3000ปีก่อนเพราะว่าความ
รุ่งเรืองของเมืองจักรพรรดิปีศาจแห่งความเงียบงัน พวกเขาจึงไม่มี
ทางเลือกอื่นนอกเสียจากเดินทางไปยังดินแดนที่ปลอดภัยและตั้งถิ่นฐาน
ใหม่ภายในเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์
ในเวลานั้นเองโชคดีที่ผู้ก่อตั้งเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์บังเอิญเข้าไปใน
โถงหลักฟีนิกซ์โบราณ ที่นั่นนางได้รับสายเลือดของสัตว์อสูรวิหคเพลิง
ศักดิ์สิทธิ์และวิหควารีศักดิ์สิทธิ์ นั่นคือเหตุผลเดียวที่เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์
สามารถนำพาความรุ่งโรจน์มาได้เมื่อราว 3000 ปีก่อน!
สายเลือดของวิหคเพลิงศักดิ์สิทธิ์และวิหควารีศักดิ์สิทธิ์นั้นสามารถ
สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นได้ บุตรของผู้ก่อตั้งจำนวนมากต่างก็ได้รับการสืบทอด
ผ่านสายเลือดเหล่านั้น กระทั่งเหล่ารุ่นที่2สายเลือดก็ยังคงมิเจือจาง ดั่ง
เช่นมู่เชียนหยี่และมู่ปิงอวิ๋น ทั้งคู่ต่างมีสายเลือดของสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์
ภายในตัวและนี่เพราะว่าพวกนางเป็นผู้สืบทอดของผู้ก่อตั้งเกาะฟีนิกซ์
ศักดิ์สิทธิ์!
แม้ว่าหลินหมิงจะมีสายเลือดวิหคเพลิงภายในตัวเขา สิ่งนี้ได้รับ
สายเลือดผ่านการถ่ายโอน และเทคนิคการถ่ายโอนถูกสร้างขึ้นโดยเกาะ
ฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ – มันมิได้เป็นเทคนิคที่ยิ่งใหญ่อันใดเลย
ด้วยการได้รับปราณโลหิตวิหคเพลิงเพียงเล็กน้อย สายเลือดภายใน
ตัวของหลินหมิงจึงไม่เข้มข้นนัก แต่หากเขาได้รับปราณโลหิตมาจากโถง
หลักฟีนิกซ์โบราณด้วยแล้วละก็ความบริสุทธิ์ของสายเลือดของเขาอาจจะ
เทียบเท่ากับระดับผู้ก่อตั้งเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ มันจะส่งผลอย่างมหาศาล
ในการบ่มเพาะ ‘เคล็ดบ่มเพาะบัญญัติศักดิ์สิทธิ์ต้องห้ามวิหคเพลิง’ ของ
เขา!
“สายเลือดของวิหคเพลิง! สายเลือดของวิหควารี! เป็นไปได้หรือไม่ที่
จะได้รับมันเป็นรางวัล?” หลินหมิงกล่าวถามในทันที
“มิใช่เพียงแค่สายเลือดของวิหคเพลิงหรือสายเลือดของวิหควารี
เท่านั้น แม้แต่สายเลือดของฟีนิกซ์โบราณก็เป็นไปได้ แต่สายเลือดของ
ฟีนิกซ์โบราณยากที่พรสวรรค์เช่นเจ้าจะได้รับ” จิตวิญญาณแห่งตำหนัก
กล่าวอย่างชัดเจนราวกับว่ามันคือข้อเท็จจริง
“สายเลือดของฟีนิกซ์โบราณ!” หลินหมิงตกตะลึงและหัวใจเต้นรัว
“ฟีนิกซ์โบราณคือสิ่งใดหรือ? หรือก็คือฟีนิกซ์สัตว์อสูรเทวะกัน?”
นี่อาจเป็นคำถามที่ดูค่อนข้างโง่เขลา แต่มันก็ค่อนข้างสำคัญอย่าง
มาก มันมีเดิมพันที่เสี่ยงอย่างมาก เป็นธรรมดาที่หลินหมิงนั้นต้องการ
เข้าใจอย่างสมบูรณ์ในเรื่องนี้
“แน่นอน”
“เงื่อนไขที่ต้องการคือสิ่งใดกันหรือ?”หลินหมิงถามอย่างไม่เกรงใจ
อีกแล้ว เพราะเริ่มแรกเขาคิดว่าจะได้รับเพียงแค่สายเลือดของวิหคเพลิง
หรือสายเลือดของวิหควารีเท่านั้น เขามิเคยคิดว่าจะสามารถได้รับ
สายเลือดของฟีนิกซ์สัตว์อสูรเทวะ!
แม้ว่าจะได้เพียงจำนวนเล็กน้อยของฟีนิกซ์โบราณ มันก็เทียบเท่ากับ
การได้รับโลหิตเกล็ดย้อน ซึ่งจะทำให้เขาได้รับประโยชน์อย่างมหาศาล
แน่นนอน!
ถ้าเขามีสายเลือดของฟีนิกซ์โบราณ การฝึกฝน ‘เคล็ดบ่มเพาะ
บัญญัติศักดิ์สิทธิ์ต้องห้ามวิหคเพลิง’ ของข้าจะเป็นอย่างไรกัน?หลินหมิงมิ
อาจที่จะจินตนาการได้เลย!
“สายเลือดของฟีนิกซ์โบราณมักเป็นรางวัลที่จะได้รับในด่านทดสอบ
หล่อหลอมระดับราชัน ปกติแล้วพรสวรรค์ระดับแม่ทัพจะไม่มีวันที่จะ
ได้รับมัน เว้นเสียแต่ถ้าเจ้าสามารถผ่านการทดสอบหล่อหลอมระดับแม่
ทัพทั้งหมดได้ภายใน 1 ปี”
1 ปี!
หลังหมิงสูดหายใจลึก ถ้าเขาคิดเกี่ยวกับทุกอย่างที่จิตวิญญาณแห่ง
ตำหนักได้กล่าวมา การจบด่านทดสอบหล่อหลอมใน1ปีนั้นแทบเป็นไป
ไม่ได้ แต่ก็ช่วยไม่ได้ที่เขาจะกล่าวถามออกไป “นานเพียงใดแล้วที่ท่าน
เริ่มปกป้องโถงหลักฟีนิกซ์โบราณหรือ? แล้วมีผู้คนที่เคยผ่านด่านทดสอบ
หล่อหลอมระดับแม่ทัพภายใน 1 ปีจำนวนกี่คนเช่นนั้นหรือ?”
“ข้าได้หลับลึกมาเป็นเวลานาน ข้าจำมิได้มากว่าเวลาผ่านไปมาก
เพียงใด แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมานั้นมีคนที่จบด่านทดสอบหล่อหลอม
ระดับแม่ทัพภายใน 1 ปีนั้นได้จริง อย่างไรก็ตามเขาเป็นสายเลือดราชวงศ์
– นั่นคือเขาถูกขับไล่ให้ฝึกฝนอยู่เพียงระดับแม่ทัพ” เสียงของจิตวิญญาณ
แห่งตำหนักช้าลงเล็กน้อยราวกับผ่านเวลามาเนินนาน จนมิอาจจำ
เหตุการณ์ในอดีตได้อย่างชัดเจน
“ในเมื่อมีผู้ที่สามารถทำเช่นนี้ได้ นั่นหมายความว่าข้าก็สามารถทำได้
เช่นกัน!” หลินหมิงเชื่อมันในตนเอง นี่คือโอกาสที่เขาจะคว้าทุกอย่าง
นอกจากนี้ แม้จะมิใช่สายเลือดของฟีนิกซ์โบราณก็ตาม หลินหมิงยังคง
ต้องผ่านด่านทดสอบให้เร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้เพื่อออกไปจากโถงหลัก
ฟีนิกซ์โบราณ ปกติแล้วเขาควรจะอยู่ที่นี่เพียง 7 วันเท่านั้น ถ้าเขาหายไป
นานเกินไป เป็นไปได้ที่มู่เชียนหยี่จะคิดว่าเขาได้ตายไปแล้ว!