Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 399 ภาษาของแดนเทวะ
ในที่สุดมู่ติงซานก็สามารถที่จะเอาชนะร่างเสมือนสีแดงขั้นครึ่งก้าวสู่
ปราณปลายฟ้าได้ หลังจากทำดีที่สุดแล้ว โดยสามารถตัดแขนข้างหนึ่งมัน
ออกได้ แต่ก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับกระบี่ของมันอยู่ดี
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่มู่ติงซานตกตะลึงคือหลังจากที่ตัดแขนของร่าง
เสมือนสีแดงออกได้ ส่วนของแขนที่ถูกตัดออกเปล่งแสงสีแดง แสงสีแดง
บางส่วนสลายไป บางส่วนลอยเข้ามายังร่างของเขา ทำให้รู้สึกมึนงง ไม่
เพียงแค่มันจะรักษาอาการบาดเจ็บของเขา แต่ยังทำให้ปราณแท้ใน
ร่างกายของเขากลายเป็นบริสุทธิ์ขึ้นอีกด้วย
“นี่มัน…”
มู่ติงซานประหลาดใจอย่างยิ่ง ในครั้งสุดท้ายที่ได้เข้ามาในโถงหลัก
ฟีนิกซ์โบราณนี้ เขาไม่นึกเลยว่าจะได้มาพบกับเรื่องเช่นนี้ “มันเป็นไปได้
หรือไม่หากข้าจะต่อสู้ข้ามระดับ ข้าจะได้รับผลประโยชน์อันใดอีก
หรือไม่?”
โถงหลักฟีนิกซ์โบราณเป็นด่านทดสอบแห่งการหล่อหลอมที่ถูกสร้าง
ขึ้นเพื่อคนรุ่นเยาว์ของตระกูลฟีนิกซ์โบราณ เพื่อที่พวกเขาจะเพิ่ม
ความสามารถขึ้นและสามารถก้าวผ่านภัยพิบัติได้ จึงไม่แปลกที่เรื่องเช่นนี้
จะเกิดขึ้น
ขณะที่มู่ติงซานตระหนักถึงเรื่องนี้ เขาก็รู้สึกเสียใจเล็กน้อย โชคไม่ดี
ที่ การตัดแขนของร่างเสมือนสีแดงได้นั้นเป็นขีดจำกัดของเขาแล้ว
ถึงแม้ว่าเขาจะได้รับพลังต้นกำเนิดธาตุจำเพาะอัคคีที่บริสุทธิ์มา แต่มันก็มี
จำนวนไม่มาก มันไม่มากพอที่จะทำให้เขาทะลวงเข้าสู่ขั้นปราณต้นฟ้า
ช่วงกลางได้
ในตอนนี้เอง มู่ติงซานได้ยินเสียงที่น่าขุนลุกดังก้องอยู่ในโถงแห่งนี้
ราวกับเป็นภาษาบางอย่าง แต่มู่ติงซานก็มิรู้ว่าสิ่งนั้นกล่าวอันใดออกมา
ครู่ต่อมา เกิดประกายแสงสีแดงขึ้นที่ตัวเขาและมู่ติงซานถูกส่งออกจาก
ห้องโถงและเริ่มด่านทดสอบที่ตรงกับพรสวรรค์ของเขา
………
ในตอนนี้ ภายในห้องโถงของหลินหมิง เขากำลังเผชิญหน้ากับนักสู้ที่
อยู่ในจุดสูงสุดของขั้นปราณต้นฟ้า
ร่างเสมือนสีแดงนี้เทียบเท่าผู้มีพรสวรรค์เช่นหวนเสี่ยวตี๋หากนางที่
อยู่ในจุดสูงสุดของขั้นปราณต้นฟ้า มันมิได้อ่อนแอเลย มันยิ่งกว่าฉินจื่อห
ยาที่อยู่ในขั้นครึ่งก้าวสู่ปราณปลายฟ้าเสียอีก
ทุกครั้งที่เขาสามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ได้ เขาพยายามที่จะประหยัด
ปราณแท้เอาไว้ให้มากที่สุด เขาใช้เพียงแค่กระบวนท่าทั่วไปและมิได้ใช้
เคล็ดวิชาใดเลย เขาเอาชนะพวกมันในกระบวนท่าเดียว โดยไม่ยอม
เสียเวลาไปถึง 2 ท่า นั่นเป็นเพราะว่าเขานั้นไม่รู้ว่าพวกมันมีจำนวนมาก
เพียงใด เพราะทุกครั้งที่จัดการมันได้อีกตัวก็จะโผล่ขึ้นมาแทน
ร่างเสมือนสีแดงมีทั้งหอกและยังสามารถเข้าใจถึงเคล็ดวิชาต่อสู้อีก
ด้วย มันพุ่งหอกออกมา เพลิงที่ห่อหุ้มไว้ปรากฏร่างเงาของฟีนิกซ์
หลินหมิงเคลื่อนไหว ย่างก้าววิหคทองคำถลาลมถูกเปิดใช้งานและ
เขาก็ไปปรากฏขึ้นที่ด้านหลังของร่างเสมือนสีแดงในทันที เขาพุ่งหอกแห่ง
ดาวหางม่วงออกไป หลบเลี่ยงการปะทะกับศัตรูและโจมตีสวนกลับเป็น
วิธีการที่ดีในการประหยัดปราณแท้เอาไว้
ร่างเสมือนสีแดงที่อยู่ในจุดสูงสุดของขั้นปราณต้นฟ้านี้ค่อนข้างที่จะ
แข็งแกร่ง มันรู้สึกได้ถึงหอกของหลินหมิงที่กำลังพุ่งเข้าแทงด้านหลังของ
มัน จากนั้นมันจึงหันกลับมาเพื่อป้องกัน
อย่างไรก็ตาม ถึงมันจะมีรูปร่างคล้ายหลินหมิง แต่มันก็ยังด้อยกว่า
หลินหมิงในด้านความแข็งแกร่งอย่างมาก โดยเฉพาะหลังจากที่หลินหมิง
สามารถที่จะทะลวงเข้าสู่จุดสูงสุดของขั้นผสานชีพจรได้แล้ว ในตอนนี้
ความแข็งแกร่งของเขามากเกินกว่าเหล่ยมู่ไป่อีกระดับเลยทีเดียว
ปราณแท้สีครามปะทุออกมา เสียบแทงเข้าไปยังตันเถียนของร่าง
เสมือนสีแดงอย่างรวดเร็ว จากนั้นเขาก็บิดหอกทำลายตันเถียนของมัน
เป็นชิ้นๆ
ร่างเสมือนสีแดงก็ได้ระเบิดออกเป็นแสงสีแดงอีกครั้ง แต่สิ่งที่หลินห
มิงประหลาดใจก็คือบางครั้งหลังจากที่ทำลายมันลงได้ ชิ้นส่วนแสงสีแดง
ก็จะลอยเข้าไปในร่างของหลินหมิง
มันคือพลังเพลิงต้นกำเนิดที่บริสุทธิ์อย่างยิ่ง หลังจากที่มันได้ไหลเข้า
ไปในร่างของหลินหมิง เข้ารู้สึกว่าทั่วร่างของตนเองอบอุ่นขึ้น ราวกับว่า
ปราณแท้ภายในร่างนั้นโคจรได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
“นี่มัน…”
หลินหมิงรู้สึกได้ถึงแสงสีแดงที่เข้าไปภายในร่างกายของเขา และ
พบว่ามันไหลไปทั่วเส้นชีพจรของเขาก่อนที่จะมารวมตัวกันในตันเถียน
และปักหลักอยู่ภายในนั้น
“ตันเถียน!” หลินหมิงตกตะลึง และจากนั้นก็ตื่นเต้นอย่างยิ่ง ความ
แตกต่างระหว่างขั้นผสานชีพจรและขั้นปราณต้นฟ้านั้นคือขั้นปราณต้น
ฟ้าสามารถที่จะกักเก็บและรวบรวมปราณแท้ไว้ภายในตันเถียนได้ ขั้น
ผสานชีพจรสามารถที่จะทำได้เพียงแค่รวบรวมปราณแท้จากเส้นชีพจรได้
เท่านั้น โดยปกติแล้ว ตันเถียนนั้นสามารถที่จะกักเก็บปราณแท้ไว้ได้
มากกว่าในเส้นชีพจรอย่างมาก
ถึงตอนนี้จะมีเพียงแค่ปราณแท้เพียงเล็กน้อยที่ลอยอยู่ในตันเถียนข
องหลินหมิง อย่างไรก็ตาม จำนวนเล็กน้อยนี้เป็นข้อพิสูจน์ว่าเขากำลัง
ก้าวเข้าสู่ขั้นปราณต้นฟ้า!
“มันมีเพียงแค่เล็กน้อย จึงยังไม่อาจที่จะสามารถเพิ่มระดับการบ่ม
เพาะของข้าขึ้นไปได้ แต่มันก็ได้เปิดทางให้กับเส้นชีพจรเข้าสู่ตันเถียนแล้ว
อีกอย่าง หากข้าต้องเข้าสู่ขั้นปราณต้นฟ้ามันก็จะไม่มีคอขวดอีกต่อไป
และมันจะทะลวงระดับอย่างสมบูรณ์”
ขณะที่หลินหมิงยังคงครุ่นคิดถึงเรื่องนี้อยู่ แสงสีแดงก็เริ่มรวมตัวขึ้นที่
ด้านหน้าของเขาอีกครั้ง ในครั้งนี้ มันทั้งถือหอกและยังมีระดับการบ่ม
เพาะขั้นครึ่งก้าวสู่ปราณปลายฟ้าอีกด้วย
ขั้นครึ่งก้าวสู่ปราณปลายฟ้า!
หลินหมิงนั้นตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง จะเกิดอันใดขึ้นหากเขาสามารถที่
จะเอาชนะนักสู้ขั้นครึ่งก้าวสู่ปราณปลายฟ้าได้?
ด้วยหอกแห่งดาวหางม่วงในมือของหลินหมิง หลินหมิงเคลื่อนไหวชิง
ความได้เปรียบก่อน เมื่อมันกำลังก่อตัวขึ้นอย่างยังไม่เสถียรนัก หลินหมิง
ก็ได้พุ่งหอกไปยังร่างของมัน
เคล้ง!
เกิดแสงสาดประกายขึ้นในอากาศ หอกของหลินหมิงได้ถูกร่าง
เสมือนสีแดงนี้ป้องกันเอาไว้ได้ด้วยปราณแท้ของมันและปราณแท้ของมัน
ก็ถูกฉีกขาด ขณะที่ร่างเสมือนสีแดงนี้ป้องกันการโจมตีไว้ได้ มันพุ่งหอก
ด้วยมือข้างเดียวตรงมายังคอของหลินหมิง
หลินหมิงรีบผละถอยออกมาในทันที และหอกของเขาก็ปะทุพลัง
ออกมา – หมื่นเปลวเพลิงผลาญปฐพี!
ซู่วว!
สายลมและเปลวเพลิงในห้องปั่นป่วน เสาลำแสงเปลวเพลิงพุ่ง
ออกไปราวกับดาวตก ในช่วงเวลานี้ นักสู้ร่างเสมือนสีแดงก็ได้ถูกโอบล้อม
ไปด้วยเสาเปลวเพลิงขนาดใหญ่หลายเสา แต่นักสู้ร่างเสมือนสีแดงนี้ ใน
สถานการณ์เช่นนี้ มันยังคงถอยออกไปและพุ่งหอกเข้าปะทะกับเปลว
เพลิงเหล่านี้!
มีเสาเปลวเพลิงนับสิบ แต่ในพริบตาเดียวเสาเปลวเพลิงทั้งหมดที่พุ่ง
เข้ามากลับถูกทำลายในคราวเดียวโดยนักสู้ร่างเสมือนสีแดง! อย่างไรก็
ตาม หลังจากที่เสาเปลวเพลิงถูกทำลายสลายไปหมด ก็มีประกายสายฟ้า
สีม่วงปรากฏออกมา! นี่ก็คือเข็มเหล็กปีศาจศักดิ์สิทธิ์!
หลินหมิงได้ซ่อนเข็มเหล็กปีศาจศักดิ์สิทธิ์ไว้ภายในหมื่นเปลวเพลิง
ผลาญปฐพี ทำให้ร่างเสมือนสีแดงต้องประหลาดใจ!
ฟรุป!
ด้วยความเร็วที่ราวกับแสง เข็มเหล็กปีศาจศักดิ์สิทธิ์เสียบทะลวงเข้า
ไปยังคอของร่างเสมือนสีแดง และแสงสีเจิดจ้ากระจายออกมา! แตก
สลายกลายสภาพเป็นแสงสีแดง
หากหลินหมิงมิได้ใช้วิธีลอบโจมตีเช่นนี้ เขาก็ยังสามารถที่จะเอาชนะ
นักสู้ร่างเสมือนสีแดงนี้ได้ แต่เขาต้องทุ่มเทและเสียแรงค่อนข้างมาก
ทีเดียว
แสงสีแดงเหล่านั้นรวมตัวกันและไหลเข้าไปในร่างของหลินหมิงอีก
ครั้ง
พลังเพลิงต้นกำเนิดที่บริสุทธิ์กระจายไปทั่วเส้นชีพจรของหลินหมิ
งก่อนที่อีกส่วนนึงจะไหลไปยังตันเถียนของเขา หลังจากที่ร่างเสมือนสี
แดงขั้นครึ่งก้าวสู่ปราณปลายฟ้าได้ตายลงไป พลังเพลิงต้นกำเนิดของมัน
นั้นบริสุทธิ์ยิ่งกว่าตัวก่อนหน้าเสียอีก
“พลังเพลิงต้นกำเนิดนี่ทั้งบริสุทธิ์และหนาแน่นยิ่งนัก เมื่อมันรวมตัว
ภายในตันเถียนของข้า มันทำราวกับเมล็ดพันธุ์และฝังตนเองลงใน
ตันเถียนเสริมความแข็งแกร่งให้พื้นฐานของข้าในการทะลวงเข้าสู่ขั้น
ปราณต้นฟ้าในอนาคต”
ขณะที่หลินหมิงกำลังปิติยินดีไปกับโชคของตนอยู่นี้ เขาก็มองเห็น
แสงสีแดงเริ่มก่อตัวเป็นรูปร่างขึ้นมาอีกครั้ง ในครั้งนี้ หลินหมิงถึงกับหลั่ง
เหงื่อเย็น ไม่ต้องสงสัยเลย ร่างเสมือนสีแดงที่ก่อตัวขึ้นมาใหม่นี้จะต้อง
เป็นนักสู้ขั้นปราณปลายฟ้า!
สีหน้าของหลินหมิงสลดลง ความแตกต่างระหว่างขั้นครึ่งก้าวสู่
ปราณปลายฟ้าและขั้นปราณปลายฟ้านั้นมากมายยิ่งนัก! โดยปราศจาก
ความลังเล หลินหมิงใช้ความแข็งแกร่งของขั้นผสานไขกระดูกในทันที
ปราณแท้ที่กักเก็บอยู่ภายในไขกระดูกทะลักออกมา กลิ่นอายของหลินหมิ
งพุ่งทะยานขึ้นทันที!
ขณะที่ร่างเสมือนสีแดงกำลังก่อตัวขึ้น หลินหมิงก็ได้พุ่งทะยาน
ออกไปราวกับสายลมพร้อมด้วยหอกแห่งดาวหางม่วง
หอกสาดแสงออกมา และร่างเสมือนสีแดงกลายเป็นบิดเบี้ยวหลบ
การโจมตีด้วยหอกของหลินหมิงได้อย่างสิ้นเชิง หอกจึงพุ่งเสียบเข้ากับ
ผนัง ทำให้รูปแบบค่ายกลที่เสริมความแข็งแกร่งให้กับมันเกิดการ
สั่นสะเทือน!
ฟริ้ว!
ร่างเสมือนสีแดงพุ่งหอกออกมา ด้วยเสียงที่ราวกับพยัคฆ์และมังกร
พุ่งตรงมายังหลินหมิงเช่นกัน
เคล้ง!
หอกของร่างเสมือนสีแดงปะทะเข้ากับหอกแห่งดาวหางม่วง รุนแรง
จนด้ามหอกโค้งงอ หลินหมิงถอยกลับมา ร่างเสมือนสีแดงก็พุ่งตามเข้ามา
ติดๆ พุ่งหอกเข้าใส่หลินหมิงราวกับอสรพิษ ทุกหอกเต็มไปด้วยประกาย
แสงที่น่าหวาดหวั่น และหอกดูเหมือนจะมีสติปัญญาของมันเอง ทำให้
หลินหมิงรู้สึกกดดันจากการโจมตีที่ทรงพลังนี้
“ช่างเป็นหอกที่ดียิ่ง!” ดวงตาของหลินหมิงสาดประกาย ร่างเสมือน
สีแดงนี้เป็นเพียงแค่หุ่นเชิดที่ก่อตัวจากรูปแบบพลัง แต่เขาไม่เคยคิดเลย
ว่ามันจะมีทักษะหอกที่ยอดเยี่ยมถึงเพียงนี้ ร่างกายของหลินหมิงเกิดเสียง
ปะทุขึ้น เกิดเป็นร่างเงาของมังกรที่แท้จริงสีครามปรากฏตัวขึ้นที่ด้านหลัง
ของเขา
“โฮกกกก!”
เสียงคำรามของมังกรกวาดออกไปทั่วท้องฟ้า หลินหมิงกระชับหอก
ในมือแน่นและพุ่งออกไป ด้วยความแข็งแกร่งที่พุ่งทะยานของเขา จึงได้
ทำลายกระบวนท่าหอกของคู่ต่อสู้ได้ทั้งหมด!
“ปราณเทพทรราชคลั่ง!”
หลินหมิงมิได้วางแผนที่จะต่อสู้กับตัวต่อไป การเผชิญหน้ากับนักสู้
ขั้นปราณปลายฟ้าช่วงกลางนั้น เขามิได้มีความมั่นใจว่าตนเองสามารถ
เอาชนะได้ มันจึงจะดีกว่าหากทุ่มพลังทั้งหมดจัดการศัตรูที่อยู่ตรงหน้าให้
ได้
เมื่อปราณเทพทรราชคลั่งได้ถูกเปิดใช้งาน ความแข็งแกร่งของหลินห
มิงจึงพุ่งทะขึ้นอย่างมหาศาล เขามิได้มีทักษะหอกที่ยอดเยี่ยมเช่นเดียวกับ
ร่างเสมือนสีแดง สิ่งที่เขาสามารถพึ่งพาได้มีเพียงความแข็งแกร่ง ด้วย
ความแข็งแกร่งที่ทรงพลังของเขา เขาก็จะสามารถทำลายทักษะของร่าง
เสมือนสีแดงได้!
ปราณหอกปะทะกันอีกครั้ง และทันใดนั้นก็ได้เกิดวังวนและลม
กระโชกแรงขึ้นอย่างรวดเร็วในห้องที่ปิดนี้ หากเป็นนักสู้ที่อ่อนแอโดนมัน
เข้าไปพวกเขาจะต้องพบกับความตายอย่างน่าอนาถ
แครก แครก แครก!
รูปแบบค่ายกลป้องกันบนผนังเริ่มสั่นสะท้านอย่างรุนแรง!
หอกแสงของร่างเสมือนสีแดงได้ถูกทำลายโดยหลินหมิงในการโจมตี
เดียว ขณะที่เขาพุ่งหอกออกไป มันเต็มไปด้วยพลังของเพลิงและสายฟ้า
แต่ในตอนนั้นเอง ร่างเสมือนสีแดงก็ได้เริ่มเคลื่อนไหว มันหายไปราวกับ
หมอก
แต่โดยไม่ต้องมองด้วยซ้ำก็รู้ว่ามันอยู่ที่ใด หลินหมิงหันกลับและพุ่ง
หอกแห่งดาวหางม่วงออกไป บนปลายหอกมีเข็มเหล็กปีศาจศักดิ์สิทธิ์
คำรามออกมา!
ร่างเสมือนสีแดงยกหอกขึ้นมาป้องกันในทันที ทั้งหอกแห่งดาวหาง
ม่วงและเข็มเหล็กปีศาจศักดิ์สิทธิ์เข้าปะทะพร้อมกัน
บึมมมมมม!
เกิดการระเบิดที่รุนแรงอย่างยิ่ง ร่างเสมือนสีแดงลอยกระเด็นออกไป
ด้วยพลังของสายฟ้าและกระแทกเข้ากับรูปแบบค่ายกลอย่างรุนแรง เกิด
รอยแตกขนาดเล็กขึ้นบนหอกที่ก่อตัวขึ้นจากพลังงาน! หอกนี้นั้นสามารถ
ที่จะเทียบได้กับสมบัติหอกระดับปฐพีขั้นสูงสุดเช่นเดียวกับหอกแห่งดาว
หางม่วง
หลินหมิงไม่ยอมปล่อยโอกาสนี้ไปเด็ดขาด เขาพุ่งตามไปอย่าง
รวดเร็ว พลังของเพลิงและสายฟ้าผสานเข้าด้วยกัน – เพลิงสายฟ้าแห่ง
การทำลายล้าง!
หลินหมิงใช้พลังเพียงแค่ 30% ไปกับเพลิงสายฟ้าแห่งการทำลาย
ล้างนี้ ถึงอย่างไร ห้องนี้ก็เป็นพื้นที่ปิด หากเขาใช้พลังเต็มที่ของเพลิง
สายฟ้าแห่งการทำลายล้าง พลังระเบิดของมันมากพอที่จะทำให้หลินหมิ
งบาดเจ็บสาหัสด้วยเช่นกัน
ร่างเหมือนสีแดงมิได้มีสติปัญญาหรือความคิด มันได้ยกหอกขึ้นมา
ป้องกันพลัง 30% ของเพลิงสายฟ้าแห่งการทำลายล้าง
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นไม่น่าแปลกใจนัก –
บึมมมมมมมมมมมม!
หอกของมันได้ถูกทำลายจนแตกเป็นชิ้นๆ พื้นที่ปิดแห่งนี้เริ่ม
สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ตามมาด้วยคลื่นอัดกระแทกของปราณแท้ ร่าง
เสมือนสีแดงที่อยู่จุดศูนย์กลางของแรงระเบิดได้ถูกทำลายจนยับเยิน จน
กลายเป็นกลุ่มแสงสีแดงที่หนาแน่น สำหรับหลินหมิง เขาได้รับบาดเจ็บ
โลหิตชีวิตปั่นป่วน มือขวาของเขามีโลหิตไหลออกมา
ซูวว!
กลุ่มแสงสีแดงได้ลอยเข้ามาหาหลินหมิงและไหลเข้าไปในร่างของ
เขา มันหนาแน่นมากกว่าครั้งใดๆ แม้แต่อาการบาดเจ็บที่หลินหมิงได้
รับมาเมื่อครู่ ก็ยังรักษาจนหายไปอย่างรวดเร็ว
การรวมตัวของปราณแท้ในตันเถียนของเขามากขึ้นอีกครั้ง ปูทาง
ให้กับหลินหมิงในการก้าวขึ้นสู่ขั้นปราณต้นฟ้ามากกว่าเดิม ตราบใดที่
หลินหมิงสามารถเติมเต็มปราณแท้ในตันเถียนของเขาได้ เขาก็จะสามารถ
ทะลวงเข้าสู่ขั้นปราณต้นฟ้าอย่างแน่นอน เขาไม่จำเป็นที่จะต้องติดอยู่ขั้น
ครึ่งก้าวสู่ขั้นปราณต้นฟ้าด้วยซ้ำ
“ตระกูลฟีนิกซ์โบราณนั้นมีต้นกำเนิดอย่างไรกันแน่ จึงสามารถที่จะ
สร้างด่านทดสอบที่ยอดเยี่ยมและน่าเหลือเชื่อถึงเพียงนี้ขึ้นมาได้ ไม่แปลก
ใจเลยที่เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์จะถือว่าแดนเร้นลับฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์เป็น
รากฐานนิกายของพวกเขา และเป็นเหตุผลว่าทำไมศิษย์หลักหลายคนจึง
ต้องการที่จะแย่งตำแหน่งเพื่อเข้ามายังที่แห่งนี้”
หลังจากที่บาดแผลบนร่างกายของหลินหมิงถูกรักษา เขาก็เริ่มคิดถึง
การที่จะท้าทายนักสู้ขั้นปราณปลายฟ้าช่วงกลางขึ้นมา เขาอยากที่จะเห็น
ว่าระหว่างเขาและนักสู้ขั้นปราณปลายฟ้าช่วงกลางจะมีความแข็งแกร่ง
ห่างกันเพียงไร
แต่เขาก็ต้องประหลาดใจ นักสู้ขั้นปราณปลายฟ้าช่วงกลางกลับไม่
ปรากฏตัวออกมา ทุกอย่างกลับกลายเป็นมีเพียงแค่ความเงียบ ขณะที่
หลินหมิงกำลังรออย่างเงียบๆ แต่ก็ยังมิได้มีสิ่งใดเกิดขึ้น เขายังยืนรอด้วย
ความสงสัย และกำลังเริ่มคาดเดา ทันใดนั้นก็ได้มีเสียงเยือกเย็นดังออกมา
มันเป็นภาษาที่หลินหมิงไม่เคยได้ยินมาก่อน แต่กลับรู้สึกคุ้นเคย
หลังจากที่ได้ยินอีกหลายคำ หัวใจของหลินหมิงก็ได้สั่นสะท้าน นี่
คือ… ภาษาของแดนเทวะเช่นนั้นหรือ?