Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 402 ข่าวการเสียชีวิต
ขณะที่มู่เชียนหยี่และมู่อวี้หวงกำลังสนทนา สาวใช้ที่สวมชุดแดงได้
รีบเข้าไปภายในตำหนักแห่งนักบุญหญิง เสียงฝีเท้าของนางดังสะท้อน
ก้องไปทั่ว
มีเสียงเคาะบนประตูดังขึ้น เสียงยังคงเร่งรีบเช่นก่อนหน้านี้
มู่อวี้หวงขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย “เข้ามา”
สาวใช้ในชุดแดงได้เปิดประตูบานใหญ่ สีหน้าของนางดูแตกตื่นและ
นางไม่ได้คำนับก่อนกล่าวออกมาอย่างเร่งรีบว่า “ท่านหญิงเชียนหยี่ เกิด
เรื่องขึ้นแล้ว ท่านหลินหมิงยังมิได้กลับออกมาจากแดนเร้นลับฟีนิกซ์
ศักดิ์สิทธิ์เลย!”
“เจ้าว่าอย่างไรนะ?”
ดวงตาของมู่อวี้หวงได้เบิกกว้างขึ้นและนางพลันลุกจากเก้าอี้ของนาง
ทันที
ขณะที่มู่เชียนหยี่ได้ยินคำเหล่านั้น นางแทบไม่เชื่อหูของนางเอง
ดวงตาของนางได้เบิกกว้างขณะที่จ้องมองไปยังสาวรับใช้ชุดแดง มือของ
นางได้บีบไปที่แขนเก้าอี้ของนางไว้แน่น เนื่องด้วยเพราะความแข็งแรงใน
การบีบของนางทำให้นิ้วของนางได้ซีดขาว
“ท่านมู่ติงซานและท่านหญิงมู่เสี่ยวชิงได้กลับมาแล้ว มีผู้เข้าไป
จำนวน 16 คนและ 15 คนเท่านั้นที่ได้กลับออกมาเหลือเพียงแค่ท่าน
หลินหมิงที่หายตัวไป!”
จาก16คนที่เข้าไป มีเพียง 15 คนที่ได้กลับมา มีแค่หลินหมิงเท่านั้นที่
หายตัวไป!
ขณะที่คำพูดเหล่านั้นได้ก้องกังวานอยู่ภายในหูของนาง มู่เชียนหยี่ได้
รู้สึกว่าร่างของนางอ่อนแรงลงและความรู้สึกทั้งหมดของนางก็หายไป
หัวใจของนางรู้สึกว่างเปล่า แต่นางก็ไม่รู้ว่ามันหมายถึงอะไร
มันเหมือนกับโลกได้เคลื่อนไหวช้าลง นางได้สับสน กังวล โศกเศร้า
ปฏิเสธที่จะเชื่อ…
ร่างของมู่อวี้หวงได้แข็งทื่ออยู่เป็นเวลานาน จนในที่สุดนางก็ได้สูดลม
หายใจเข้าลึกและโบกมือของนางเพื่อสั่งไปยังสาวรับใช้ชุดแดง “กลับไป
ได้…”
หลังจากที่สาวรับใช้ได้ถอนตัวออกมา นางได้ถอนหายใจออกมา “นี่
คือชะตากรรมแห่งเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ของข้าเช่นนั้นหรือ? หรือว่าเป็น
ลิขิตแห่งสวรรค์กันที่ได้ลงโทษเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ของข้า?”
ดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ต้องการที่จะก่อสงคราม และในช่วงที่
มืดมนนี้ ผู้มีพรสวรรค์ที่เต็มไปด้วยความหวังได้ปรากฏขึ้น นอกจากนั้นยัง
อาศัยอยู่ที่เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์น้อยกว่าหนึ่งเดือน แต่กลับสามารถเข้าไป
ในแดนเร้นลับฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ได้!
อัจฉริยะผู้ยิ่งใหญ่ได้จบสิ้นภายในแดนเร้นลับฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ ทั้งที่
การเสียชีวิตภายในนั้นมีโอกาสน้อยมาก! ถ้านี่จะมิใช่ลิขิตแห่งสวรรค์?
แล้วมันจะเป็นสิ่งใดกัน?
“หยี่เอ่อร์…”
มู่อวี้หวงได้หันไปมองที่มู่เชียนหยี่แต่เมื่อได้เห็นนางกำลังจับเก้าอี้ไว้
แน่นด้วยมือของนาง สีหน้าของนางดูซีดขาวและสับสนเป็นอย่างยิ่ง
“หยี่เอ่อร์พวกเราไปกันเถอะ พวกเรายังต้องรายงานแก่ทางสภาผู้
อาวุโสถึงเรื่องสำคัญที่เกิดขึ้น…”
“รายงาน…” มู่เชียนหยี่ลุกขึ้น “รายงานเรื่องอะไรเล่า?”
“รายงานพวกเขาเรื่องการตายของหลินหมิง แม้ข้าไม่รายงานไปที่
พวกเขา พวกเขาก็รู้อยู่ดี ข้าได้ให้ปราณโลหิตของวิหคเพลิงแก่หลินหมิง
ไปจำนวนมาก ข้าได้รับแรงกดดันนี้มากพอแล้ว แต่ตอนนี้เหล่าผู้อาวุโสจะ
มิยอมปล่อยให้โอกาสที่จะใช้ประโยชน์จากเหตุการณ์นี้อย่างแน่นอน” มู่
อวี้หวงส่ายหัวด้วยรอยยิ้มอย่างเศร้าๆ
ปราณโลหิตของวิหคเพลิงนั้นมีค่าอย่างมากสำหรับเกาะฟีนิกซ์
ศักดิ์สิทธิ์ ถ้าใครสักคนปรารถนาที่จะฝึกฝนแก่นหลักของ ‘เคล็ดบ่มเพาะ
บัญญัติศักดิ์สิทธิ์ต้องห้ามวิหคเพลิง’ ศิษย์เหล่านั้นจำเป็นต้องมีสายเลือด
ของวิหคเพลิงที่บริสุทธิ์อย่างมาก ซึ่งเหล่าศิษย์ที่มีพรสวรรค์ของเกาะ
ฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ที่มีสายเลือดบริสุทธิ์นั้นมีเพียงไม่กี่คน จึงไม่เพียงพอที่จะ
ฝึกฝนแก่นหลัก ‘เคล็ดบ่มเพาะบัญญัติศักดิ์สิทธิ์ต้องห้ามวิหคเพลิง’
อย่างไรก็ตาม ปราณโลหิตของวิหคเพลิงนั้นมีน้อยอย่างยิ่ง
เว้นเสียแต่ว่าผู้นั้นจะมีพรสวรรค์และต้องการให้การสนับสนุน มิเช่นนั้น
แม้แต่ศิษย์หลักก็ไม่ได้แตะต้องมัน
แต่ในกรณีนี้เอง มู่อวี้หวงได้ส่งมอบปราณโลหิตทั้งหมดให้แก่หลินห
มิง ต้องรู้ด้วยว่าหลินหมิงไม่ได้มีแม้แต่เสี้ยวของสายเลือดวิหคเพลิง
เพื่อที่จะช่วยให้เขาเพิ่มไปยังจุดสูงสุดได้ จึงต้องใช้ปราณโลหิตของวิหค
เพลิงจำนวนมาก
ไม่เพียงแค่นั้นแต่มู่อวี้หวงยังมอบให้หลินหมิงมากกว่าแก่นแท้ปราณ
โลหิตแห่งวิหคเพลิงจำนวนมากมากกว่าที่นางต้องการ นางได้เดิมพันทุก
สิ่งกับหลินหมิงโดยหวังว่าซักวันหนึ่งเขาจะนำพาเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ไปสู่
นิกายระดับ 5
ในการตัดสินใจโดยพลการนี้ทำให้ผู้คนส่วนใหญ่ไม่พอใจ อย่างไรก็
ตามพรสวรรค์ของหลินหมิงเป็นแรงบันดาลใจที่มากล้น แม้แต่บุคคล
เช่นมู่เฟิงเซียนยังไม่อาจปฏิเสธ คนอื่นๆจะโต้แย้งได้อย่างไรกัน?
ผู้คนทั้งหมดที่ต้องการสายเลือดเล็กน้อยที่บริสุทธิ์เพื่อใช้ในการ
ฝึกฝนแก่นหลัก ‘เคล็ดบ่มเพาะบัญญัติศักดิ์สิทธิ์ต้องห้ามวิหคเพลิง’ ได้แต่
ลอบนินทาหลินหมิงอย่างลับๆ อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะพวกเขาจะรู้สึกไม่
พอใจมากเพียงไร พวกเขาก็มิกล้าปริปากในที่สาธารณะ
แต่ตอนนี้ หลินหมิงได้ตายไปแล้ว! และสำหรับปราณโลหิตของวิหค
เพลิงทั้งหมดก็ได้หายสาบสูญไปเรียบร้อย ศิษย์หลักเช่นหยานฟู่หง ผู้ที่
เสียผลประโยชน์จากการปรากฏตัวของหลินหมิง ทำให้โอกาสในอนาคต
ของเขาได้ลดลงไปอีก
แต่เนื่องด้วยพรสวรรค์ของหลินหมิงนั้นมีมากเกินไปมาก พรสวรรค์
ของเขาก้าวข้ามกระทั่งมู่เชียนหยี่ และในอนาคตซักวันเขาจะต้องได้รับ
ฉายาว่า ‘นักบุญศักดิ์สิทธิ์’ แม้เขาจะยังไม่เติบโตเต็มที่ เขาก็ได้รับการ
สนับสนุนจากมู่เชียนหยี่ มู่อวี้หวง และมู่เฟิงเซียนแล้ว สำหรับอนาคตของ
เขา จะต้องเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมอย่างแน่นอน เมื่อเขาสามารถทะลวงเข้า
สู่ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ เป็นไปได้แม้กระทั่งเขาจะกลายเป็นผู้อาวุโสสูงสุด
แล้วผู้ใดจะกล้ายั่วบุคคลเช่นนี้ได้กัน?
ในตอนนี้ หลินหมิงนั้นได้ตายไป สถานการณ์จึงได้แตกต่างไปอย่าง
สิ้นเชิง กำแพงที่กดดันทุกคนได้หายไป และนั้นเหมือนกับหยานฟู่หงผู้
สูญเสียทรัพยากรเพราะหลินหมิงจะไม่พลาดโอกาสนี้ที่จะระบายความไม่
พอใจออกมา และผู้คนจำนวนมากนั้นมีความสัมพันธ์กัน ชื่อเสียงของ
พวกเขาก็จะมีอิทธิพลมากพอควร
มู่อวี้หวงพร้อมทุกเมื่อที่จะจัดการกับพวกเขาเช่นกัน เหมือนกับหุบ
เขาเจ็ดแก่นแท้ เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์เองก็ไม่ได้มีความเห็นพ้องเพียงหนึ่ง
เดียว ในฐานะเจ้านิกายเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์มีอำนาจ พวกเขาจึงไม่อาจ
ต่อกรกับนางได้และทำได้เพียงยอมรับในความความจริงข้อนี้
แม้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะโค่นล้มมู่อวี้หวงเพราะการตายของหลินห
มิง มันยังคงทำให้นางรู้สึกเจ็บปวด
“หยี่เอ่อร์ ข้ารู้ว่าเจ้าโศกเศร้าอยู่ แต่การตายของมนุษย์นั้นก็
เหมือนกับการดับของโคมไฟ เจ้าต้องยอมรับ…” มู่อวี้หวงเห็นสีหน้าเหม่อ
ลอยของมู่เชียนหยี่ไม่ตอบสนอง จึงทำได้เพียงถอนหายใจ บางทีมัน
อาจจะดีที่สุดสำหรับหยี่เอ่อร์ที่ไม่เข้าร่วมการประชุมสภาผู้อาวุโสในครั้งนี้
…
“ท่านอาจารย์… หลินหมิงตายแล้วจริงหรือ? ไม่มีความเป็นไปได้อื่น
เลยหรือ?” มู่เชียนหยี่มองไปยังมู่อวี้หวงและน้ำเสียงของนางที่กล่าว
ออกมานั้นสั่นเครือ
มู่อวี้หวงส่ายศีรษะ แม้ว่านางต้องการเหตุผลใดๆ สถานการณ์ที่
เกิดขึ้นในด่านทดสอบหล่อหลอมของแดนเร้นลับฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์เป็น
เช่นนี้มานับ 3000 ปีแล้ว ถ้าใครบางคนได้หายไป พวกเขาก็จะหายไป
ตลอดกาล นั้นไม่มีข้อยกเว้น
“ข้าไม่เชื่อ!” มู่เชียนหยี่ปฏิเสธที่จะเชื่อ “ข้ารู้หลินหมิงดีที่สุด จาก
เมื่อข้าได้พบกับเขา เขาได้เข้าไปในถ้ำมังกรวารี ทั้งรักษาบาดแผลของข้า
การดูดซับมังกรสีม่วงสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ กลายเป็นผู้ชนะเลิศในงานประลอง
ชุมนุมร่วมสำนักของหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ การฝึกฝน ‘เคล็ดบ่มเพาะบัญญัติ
ศักดิ์สิทธิ์ต้องห้ามวิหคเพลิง’ จนกระทั่งเขาจัดการเหล่ยมู่ไป่ได้ ทุกอย่างที่
เขาได้ทำมิใช่ว่าอยู่เหนือความคาดหมายเสมอหรือ? เขามักจะมีเรื่องให้น่า
ประหลาดใจ เหตุใดนี่จะมิใช่หนึ่งในเรื่องเหล่านั้นของเขากันเล่า!?”
ขณะที่มู่เชียนหยี่ได้กล่าวจบ แววตาที่ดูมีชีวิตของนางก็ได้กลับคืนมา
เสียงของนางเร็วขึ้นและมีความมั่นใจมากขึ้น “ข้าจะไม่เชื่อว่าหลินหมิง
นั้นได้ตายไปแล้ว ข้าจะไม่เชื่ออย่างเด็ดขาด!”
มู่อวี้หวงไม่รู้ว่าจะกล่าวสิ่งใดดี ริมฝีปากของนางขยับ แต่ท้ายที่สุดก็
ไม่ได้กล่าวสิ่งใดออกไป
หลังจากเงียบเป็นเวลานาน มู่อวี้หวงได้กล่าวถามอีกครั้ง “เจ้ายัง
อยากที่จะไปยังสภาผู้อาวุโสหรือไม่?”
“ข้าจะไป!” มู่เชียนหยี่ลุกขึ้น ไม่ว่าอย่างไร นางก็ยังเป็นนักบุญหญิง
แห่งเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ นางไม่ใช่ผู้ที่ได้ยินข่าวอันน่าโศกเศร้าแล้วจะไม่
สามารถยืนหยัดขึ้นได้อีก
……………………..
ภายในห้องโถงใหญ่ของหุบเขาฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ นาวาจิตวิญญาณสี
เพลิงได้ค่อยร่อนลงจอด มู่อวี้หวงและมู่เชียนหยี่ ทั้งคู่ต่างลงมาจากนาวา
จิตวิญญาณ หลังจากเข้าไปในห้องโถงใหญ่ พวกเขาพบว่าที่นั้นมีเหล่าผู้
อาวุโสจำนวนมากมารวมตัวกันอยู่
ขณะที่พวกเขามองเห็นมู่อวี้หวงมาถึง ผู้อาวุโสจำนวนมากได้
แสดงออกถึงความเสียอกเสียใจ เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ได้สูญเสียศิษย์ที่เต็ม
ไปด้วยพรสวรรค์ และกระทั่งโอกาสที่จะกลายเป็นนิกายระดับ 5 แต่มี
บางคนที่มีสีหน้าเยาะเย้ยด้วยเช่นกัน หนึ่งในนั้นผู้อาวุโสระดับสูงของ
แผนกวิหคเพลิง มู่ชือหั่ว
ภายในเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ ผู้มีอำนาจส่วนใหญ่ล้วนมาจากแซ่มู่
พวกเขาเป็นลูกหลานสายเลือดตรงของผู้ก่อตั้งเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ผู้
ก่อตั้งนิกายนี้ ทั้งนี้มู่ชือหั่วเกี่ยวข้องเป็นน้าห่างๆของมู่เชียนหยี่
มู่ชือหั่วได้แข่งกับมู่อวี้หวงเพื่อชิงตำแหน่งเจ้านิกาย แต่มู่เฟิงเซียนได้
เลือกให้มู่อวี้หวงเป็นผู้สืบทอดของนางและด้วยเหตุนี้มู่ชือหั่วจึงได้รับ
ตำแหน่งผู้อาวุโสระดับเท่านั้นสูง
ในฐานะที่เป็นเจ้านิกาย มู่อวี้หวงจึงเป็นผู้ควบคุมการกระจาย
ทรัพยากรทั้งหมด ซึ่งอำนาจนี้ทำให้เหนือกว่าผู้อาวุโสระดับสูงอย่าง
มหาศาล
มันเป็นที่รู้กันดีว่าเป็นเรื่องซับซ้อนภายในเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์
หลังจากเติบโตขึ้นมากว่า 3000ปี ทั้งญาติสนิท ญาติห่างๆ ที่ปรึกษา ศิษย์
สหาย ครอบครัว เพื่อน พวกเขาทั้งหมดรวมอยู่ที่นี่ที่เดียว บางครั้ง
แม้กระทั่งบางคนยังไม่รู้เลยว่าตนเองมีความสัมพันธ์ระหว่างคนอื่นเช่นไร
กันแน่ ในกรณีนี้ มันจะถูกจัดการโดยเจ้านิกายเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ผู้ถูก
เลือกเป็นตัวแทนจัดผลประโยชน์เหล่านั้นแก่ผู้มีความสัมพันธ์ทาง
สายเลือด นี่กลายเป็นการจัดสรรทรัพยากรที่มีความสำคัญและซับซ้อน
ที่สุด!
ทั้งรุ่นเยาว์ของตระกูลและผู้สืบทอดโดยตรง – ผู้ใดบ้างเล่าที่ไม่
ต้องการทรัพยากร? ผู้ใดบ้างที่จะไม่ต้องการความสำเร็จ? หยดปราณ
โลหิตของวิหคเพลิงหนึ่งหรือสองหยดก็เพียงพอที่จะลดความห่างชั้น
ระหว่างผู้ที่อยู่ปลายขอบจุดสูงสุดขั้นปราณปลายฟ้าและขั้นหลอมรวม
แก่นแท้ได้ แล้วผู้ใดกันจะมิต้องการสิ่งนี้?
ขณะที่เขามองเห็นมู่อวี้หวงมาถึง มู่ชือหั่วได้เค้นเสียงเย็นชาในลำคอ
และไม่ปริปากพูด
มู่อวี้หวงเดินไปยังที่นั่งอันทรงเกียรติและนั่งลง จากนั้นนางมองไปยัง
ทุกคนและกล่าวอย่างชัดเจนว่า “หลินหมิงได้เสียชีวิตแล้ว!”
หลายคนมิได้มีปฏิกิริยามากนัก เพราะทุกคนรู้ข่าวนี้อยู่ก่อนแล้ว
“เรื่องที่เกิดขึ้นนี้อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของข้า” มู่อวี้หวงกล่าว
อย่างตรงไปตรงมา ถึงแม้นางจะได้รับการอนุญาตจากมู่เฟิงเซียนแล้ว
ก่อนที่จะให้ปราณโลหิตของวิหคเพลิงเป็นของขวัญแก่หลินหมิง นางคือผู้
ที่เสนอความคิดเห็นนี้
“ความรับผิดชอบของท่านหรือ?” มู่ชือหั่วกล่าวอย่างหยาบคาย
“ท่านเจ้านิกายอวี้หวง ท่านควรรู้ว่าในรุ่นเยาว์ เหล่าศิษย์หลักต่าง
ต้องการเพียงแค่หนึ่งหรือสองหยดของปราณโลหิตเพื่อยกระดับ
ความสามารถของพวกเขาซึ่งมันเพียงพอที่จะฝึกฝนแก่นหลัก ‘เคล็ดบ่ม
เพาะบัญญัติศักดิ์สิทธิ์ต้องห้ามวิหคเพลิง’ ในอนาคตนั้น มิต้องสงสัยเลย
ว่าพวกเขาจะต้องกลายเป็นปรมาจารย์ขั้นหลอมรวมแก่นแท้อย่าง
แน่นอน แต่ท่านกลับให้ปราณโลหิตแก่หลินหมิงมากกว่า 20 หยด! กว่า
20 หยดเหล่านั้น! เท่ากับจำนวนปรมาจารย์ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ถึง 10
คน ซึ่งพวกเราจะไม่มีอีกต่อไปแล้ว! แผนกวิหคเพลิงและแผนกวิหควารี
แห่งเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์รวมทั้งหมดแล้วมีเพียงไม่กี่สิบของผู้ที่มีพลังขั้น
หลอมรวมแก่นแท้เท่านั้น!”
ไม่มีคำกล่าวใดของมู่ชือหั่วที่เกินความเป็นจริงเลย นี่เป็นของล้ำค่า
หยดปราณโลหิตแห่งวิหคเพลิง เพียงสองหยดก็เพียงพอที่จะทำให้ผู้ที่อยู่
ปลายขอบจุดสูงสุดขั้นปราณปลายฟ้าทะลวงเข้าขั้นหลอมรวมแก่นแท้ได้
นี่คือความจริงอย่างแน่นอน
และปรมาจารย์ขั้นหลอมรวมแก่นแท้เป็นกระดูกสันหลังของเกาะ
ฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ การสูญเสียหยดปราณโลหิตแห่งวิหคเพลิงในครั้งเดียวนั้น
ความรับผิดชอบเช่นนี้มิใช่เรื่องเล็กเลย!
ในเวลานี้ ผู้อาวุโสท่านอื่นกล่าวเสริมว่า “ท่านจ้าวนิกาย แต่ก่อนที่
ข้าไม่คัดค้านที่ท่านมอบหยดปราณโลหิตแห่งวิหคเพลิงแก่หลินหมิง แต่
อย่างน้อยท่านก็ควรที่จะรอคอยจนกว่าเขาจะกลับออกมาจากแดนเร้น
ลับฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์อย่างปลอดภัยเสียก่อนที่จะทำเช่นนั้น เหตุใดท่านจึง
เร่งรีบถึงเพียงนี้?”
ผู้ที่กล่าวออกมาเป็นอันดับ 2 นั้นคือชายชรานาม หยานหวีเซิง เขา
คือผู้อาวุโสของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ ผู้ที่มิได้มีแซ่มู่ หากกล่าวโดยทั่วไป
เหล่าผู้อาวุโสที่มิได้มีแซ่มู่ล้วนอ่อนแอ ดังนั้นพวกเขาจึงฉลาดที่จะไม่เข้า
ไปยุ่งกับการต่อสู้ของคนตระกูลมู่ อย่างไรก็ตามหยานหวีเซิงเป็นปู่ของห
ยานฟู่หง แต่เดิมแล้วหยานฟู่หงสามารถเข้าไปยังห้องโถงใหญ่ฟีนิกซ์
โบราณ แต่เพราะว่าการปรากฏตัวขึ้นของหลินหมิง เขาจึงถูกถอดถอน
ออกจากรายชื่อผู้เข้าร่วม นี้เป็นครั้งสุดท้ายที่หยานฟู่หงจะสามารถเข้าไป
ยังแดนเร้นลับฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ ครั้งหน้าที่มันเปิดขึ้นอีก เขาก็ไม่เหลือ
คุณสมบัติที่เพียงพอจะเข้าไปอีกแล้ว!
สำหรับหยดปราณโลหิตแห่งวิหคเพลิงนั้น ไม่มีส่วนแบ่งมาแก่หยาน
ฟู่หงเลย
หยานฟู่หงเดิมทีถูกกดดันโดยหลินหมิงและไม่กล้าที่จะต่อต้านใดๆ
แต่ตอนนี้หลินหมิงตายแล้ว ความเกลียดชังของหยานฟู่หงและศัตรูได้
หายไปแล้ว และร้องไห้ฟูมฟายไปขอร้องปู่ของตน หยานฟู่หงเป็นหลานผู้
ที่โดดเด่นและมีพรสวรรค์มากที่สุดของหยานหวีเซิง และตระกูลได้
คาดหวังไว้มากกับตัวเขา ดังนั้นหยานหวีเซิงจึงพยายามนำความยุติธรรม
มาสู่หยานฟู่หงบ้าง