Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 403 ด่านทดสอบที่ไร้ที่สิ้นสุด
มู่อวี้หวงมองด้วยความเย็นชาไปยังหยานหวีเซิง ปกติแล้วนางจะไม่
สนใจเขานัก แต่ตอนนี้กำลังเผชิญหน้ากับความกดดันจากสภาผู้อาวุโส
นางไม่มีทางเลือกนอกจากจะอธิบาย “ระหว่างที่อยู่ภายในด่านทดสอบ
ของโถงหลักฟีนิกซ์โบราณ โชคชะตาแห่งสายเลือดมีผลอย่างมากที่สุด ใน
การจะได้รับโชคที่มากยิ่งขึ้นภายในโถงหลักฟีนิกซ์โบราณนั้น ผู้นั้นจำเป็น
จะต้องมีสายเลือดที่บริสุทธิ์ขึ้นไปอีก!”
“เพื่อให้หลินหมิงได้รับโอกาสที่ยิ่งใหญ่นั้น ท่านถึงกับเสี่ยงและมอบ
หยดปราณโลหิตแห่งวิหคเพลิงจำนวนมากให้กับเขาเช่นนั้นหรือ?
สายเลือดของพวกเขานั้นเกือบบริสุทธิ์มากพอที่จะฝึกฝน ‘เคล็ดบ่มเพาะ
บัญญัติศักดิ์สิทธิ์ต้องห้ามวิหคเพลิง’ ดังนั้นพวกเขาจึงต้องทุ่มเทอย่างมาก
เพื่อให้ได้มาซึ่งส่วนที่ขาด ทุกโอกาสสามารถที่จะทำให้พวกเขากลายเป็น
ปลาที่ว่ายเข้าสู่ประตูมังกรได้ เช่นนั้น เรื่องนี้จะมิสำคัญกับพวกเขาได้
อย่างไรเล่า?”
เสียงของหยานหวีเซิงไม่มีความกล้าหาญหรือมีพลังดั่งเช่นมู่ชือหั่ว
เมื่อเขาทำการโต้เถียงกับมู่อวี้หวง เขาเพียงแค่กล่าวอย่างสงบเสงี่ยม แต่
ทั้งนั้นคำกล่าวของเขาก็มิได้ไร้จุดหมาย
สายตาของมู่อวี้หลงเย็นชาเพิ่มขึ้นไปอีก “อาวุโสหยาน! ถ้าท่านหา
ว่ามันไม่ยุติธรรม เช่นนั้นท่านต้องกล่าวมันต่อหน้าท่านบรรพบุรุษแล้วล่ะ
หยดปราณโลหิตแห่งวิหคเพลิงถูกส่งมอบให้แก่หลินหมิงโดยตัวท่านบรรพ
บุรุษเอง!”
มู่อวี้หวงได้รู้ถึงเหตุผลของมู่ชือหั่วและหยานหวีเซิงที่กำลังจู่โจมนาง
พร้อมกันเพื่อให้ดูมีอำนาจเรียกร้องที่มากขึ้น
พวกเขาต้องการหยดปราณโลหิตแห่งวิหคเพลิงจำนวนมากใน
อนาคต และพวกเขามีความต้องการอำนาจที่จะควบคุมมัน อย่างน้อย
พวกเขาต้องการที่จะใช้เหตุการณ์ที่เกิดนี้เป็นข้ออ้างในการลดทอนอำนาจ
ของมู่อวี้หวง และร้องขอให้มีการแจกจ่ายหยดปราณโลหิตแห่งวิหคเพลิง
ให้ทางสภาผู้อาวุโสเป็นคนตัดสินใจ ตรงกันข้ามกับผู้นำแผนกวิหคเพลิง
เป็นผู้ควบคุมมันเพียงผู้เดียว
มันเป็นที่รู้กันว่าผู้นำแผนกวิหคเพลิงคนต่อไปคือมู่เชียนหยี่ นางคือผู้
ที่อยู่ข้างมู่อวี้หวง พรสวรรค์ตามธรรมชาติของมู่เชียนหยี่เป็นที่โดดเด่น
และในอนาคตนางเป็นคนที่จะเข้าใกล้ปลายขอบจุดสูงสุดของขั้นหลอม
รวมแก่นแท้มากที่สุด และนางจะได้กุมอำนาจราวเจ็ดถึงแปดร้อยปี!
หากเป็นเช่นนั้น ฝ่ายคัดค้านเช่นมู่ชือหั่วคงไม่อาจที่จะยืนหยัดได้อีก!
หากไม่มีผู้เชี่ยวชาญเกิดขึ้นในแผนกแล้วพวกเขาก็จะค่อยๆทยอย
หายจากไป จนในที่สุดพวกเขาจะเสื่อมถอยลงจนเป็นแผนกสาขารอง
หลังจากมู่ชือหั่วก็มีเหล่าผู้อาวุโสในกลุ่มเดียวกันกล่าวเรื่องนี้ขึ้นมา
อีก ความตายของหลินหมิงนั้นเป็นเพียงการโหมโรงไปสู่การแย่งชิงอำนาจ
ภายในเท่านั้น
ผู้อาวุโสที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องส่วนใหญ่ยังคงนิ่งเงียบในช่วงนี้ พวกเขา
ไม่ต้องการที่จะพานำตัวเองเข้าไปเกี่ยวข้องหรือกระตุ้นปัญหาใดๆในการ
ต่อสู้ระหว่างแผนก พวกเขาทำได้เพียงแค่เสียใจต่ออัจฉริยะที่ยิ่งใหญ่ของ
เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ที่หายสาบสูญไป
……………..
ภายในห้องรับแขกเล็กๆแห่งหนึ่งที่ยอดหุบเขาฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ เหล่ย
จิงเทียนได้นั่งสมาธิ ทันใดนั้นก็มีเปลวเพลิงปรากฏขึ้นตรงหน้าของเขา
เมื่อรู้ถึงเนื้อความที่ส่งมา เขาก็ได้หัวเราะออกมาอย่างมีความสุข “หลินห
มิงหายไปในแดนเร้นลับฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์เช่นนั้นหรือ? ฮ่าฮ่า! สวรรค์มา
โปรดเสียจริง! เจ้าหนู ข้าดีใจที่เจ้าตายไปก่อน!”
การหารือกับภูมิภาคเขตแดนห้าธาตุและเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ยังคง
อยู่ เรื่องใหญ่เช่นนี้ย่อมข้องเกี่ยวกับผลประโยชน์ที่มหาศาล แม้กระทั่ง
ส่งผลต่อการรุ่งเรืองหรือล่มสลายของนิกายได้ มันไม่ใช่เรื่องที่สามารถ
ตัดสินใจได้เพียงเวลาภายในไม่กี่วัน การเจรจายังคงดำเนินต่อไปเป็นเวลา
ครึ่งเดือน อย่างไรก็ตามข้อตกลงของทั้งสองฝ่ายก็ยังมิได้ข้อสรุป
เหล่ยจิงเทียนยังอยู่ในเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์และยังไม่ได้จากไป
ในตอนนี้ เขาได้ยินข่าวการตายของหลินหมิง เขาจึงดีใจเป็นอย่างยิ่ง!
“สวรรค์ช่างเป็นผู้ยุติธรรม ในที่สุดเขาก็ตาย! ด้วยเพียงโชคชะตาของ
เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ พวกเขาคิดว่าตนสามารถที่จะทะยานไปสู่สวรรค์ได้
หรือ? ฮ่าฮ่า! แต่ตอนนี้ ยังมิรู้เลยว่าพวกเขาจะสามารถอยู่รอดมาจาก
วิกฤตการรุกรานของดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ได้หรือไม่ด้วยซ้ำ!”
ขณะที่เหล่ยจิงเทียนได้รับข่าวการตายของหลินหมิง เหล่าผู้อาวุโส
ของนิกายอื่นของภูมิภาคเขตแดนห้าธาตุต่างก็ได้รับมันด้วย ผู้อาวุโส
นิกายหุบเขาระฆังทองคำเต็มไปด้วยอารมณ์ที่ลึกซึ้ง ผู้มีพรสวรรค์
เฉพาะตัวคนหนึ่งได้จากไปแล้ว ส่วนนิกายปฐพีอเวจีของสือจ้งคุน เขาก็
เหมือนกับเหล่ยจิงเทียนกำลังปิติยินดีกับข่าวนี้ การตายของหลินหมิงก็คือ
การเฉลิมฉลองสำหรับเขา
บนเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์มีเพียงมู่เชียนหยี่เท่านั้นยังคงเชื่อว่าหลินห
มิงยังคงมีชีวิตอยู่ เมื่อหลินหมิงได้เข้ามายังแดนเร้นลับฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์เขา
ไม่ได้ทิ้งแผ่นหยกชะตาวิญญาณเอาไว้ แผ่นหยกชนิดนี้จำเป็นต้องใช้เคล็ด
วิชาเพื่อแยกเศษของจิตวิญญาณของตัวเองลงในแผ่นหยก เมื่อร่างกาย
หลักตายลงแผ่นหยกก็จะแตก
อย่างไรก็ตามการแยกจิตวิญญาณของคนผู้หนึ่งจะทำให้จิตวิญญาณ
ได้รับบาดเจ็บเป็นอย่างมาก ปกติแล้ว อัจฉริยะที่แท้จริงจะไม่ทิ้งแผ่นหยก
วิญญาณเอาไว้
เมื่อปราศจากหลักฐานที่ชัดเจนเช่นแผ่นหยกชะตาวิญญาณ มู่เชียน
หยี่จะไม่มีทางเชื่อว่าหลินหมิงตายแล้วอย่างแน่นอน
…………………………..
บึมมม!
ภายในสนามรบของแดนเร้นลับฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ หอกของหลินหมิง
ทะลวงผ่านหุ่นเชิดหิน ทำให้ร่างกายของมันระเบิดเป็นเปลวเพลิง เขา
สนับสนุนตัวเองกับหอกศักดิ์สิทธิ์แห่งดาวหางม่วง คุกเข่าข้างหนึ่งลงกับ
พื้น หลังของเขาเต็มไปด้วยโลหิต และกระดูกมือซ้ายของเขาหัก มือขวาที่
จับหอกเองก็สั่นสะท้านด้วยความเจ็บปวด
ในที่สุดเขาก็ผ่านคลื่นกลุ่มที่สองได้!
หุ่นเชิดหินของคลื่นกลุ่มแรกนั้นง่ายที่สุดที่จะสังหารและง่ายที่สุดที่
จะผ่านมาได้ หลินหมิงสังหารพวกมันโดยใช้เพียงความแข็งแกร่ง
พละกำลังทางกายที่เหนือกว่าเท่านั้น ตอนแรกหลินหมิงพยายามสังหาร
หุ่นเชิดหินทั้งหมดทำให้เขาได้รับบาดเจ็บเกือบตาย แต่ในที่สุดเขา
สามารถจัดการพวกมันได้ทั้งหมด เขาจึงกลับไปยังถ้ำเพื่อรักษาแผล แต่
ไม่คาดคิดว่าหุ่นที่เขาสังหารทั้งหมดถูกสร้างขึ้นโดยรูปค่ายกลอีกครั้ง
ขณะที่หลินหมิงฟื้นฟูอยู่ หุ่นเชิดหินก็กำลังถูกสร้างขึ้นมาเช่นกัน!
เมื่อหลินหมิงเข้าโจมตีกลุ่มคลื่นลูกที่ 2 อีกครั้ง หลินหมิงอาศัย
ประสบการณ์ที่ได้รับเพิ่มขึ้นจากความพยายามครั้งก่อน ซึ่งในครั้งนี้แทบ
จะจัดการสังหารพวกทั้งหมดไปได้ เขายังคงบาดเจ็บเช่นเดียวกับกลุ่ม
คลื่นลูกที่ 1
กลุ่มคลื่นลูกที่ 3 นั้นเป็นสิ่งที่เขาต้องรับมือได้อย่างยากลำบากอย่าง
แน่นอน!
หลินหมิงขบฟันแล้วกลืนโอสถฟื้นฟูลงไป
ในตอนนี้ รูปแบบค่ายกลก็เริ่มหมุนและแสงสีแดงฉานก็เริ่มสว่างขึ้น
ในครั้งเดียว ผ่านมา 10 กว่าวันแล้ว หลินหมิงได้ค้นพบกฏของด่าน
ทดสอบหล่อหลอม ต้องใช้เวลาอยู่นานกว่าหุ่นเชิดชุดใหม่จะถูกสร้างขึ้น
ทั้งหมด เขาจะต้องใช้โอกาสนี้กลับไปยังถ้ำและฟื้นฟูทันที ส่วนพวกมันก็
จะไม่ตามมาและรออยู่เพียงด้านนอก
ถ้าเขาต้องการผ่านด่านทดสอบหล่อหลอมภายใน 1 ปี เขาจะต้องทำ
ทุกอย่างที่เป็นไปได้เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งของตนเอง
นี่เป็นด่านทดสอบหล่อหลอมระดับแม่ทัพของตระกูลฟีนิกซ์โบราณ
พรสวรรค์ของหลินหมิงไปไกลกว่ารุ่นเยาว์ภายในภูมิภาคเขตแดนทางใต้
แต่เมื่อเขาเปรียบเทียบตัวเองกับตระกูลฟีนิกซ์โบราณแล้ว เขาจึงไม่มั่นใจ
ในตัวเองมากนัก ดวงจิตแห่งตำหนักได้กล่าวว่าระหว่างที่เขาปกป้องห้อง
โถงหลักฟีนิกซ์โบราณ มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ผ่านด่านทดสอบหล่อ
หลอมระดับแม่ทัพภายใน 1 ปี ไม่เพียงแค่นั้น แต่คนผู้นั้นยังเป็นคนจาก
ราชวงศ์ ที่ได้ถูกผลักไสให้อยู่เพียงด่านทดสอบหล่อหลอมระดับแม่ทัพ
เท่านั้น ซึ่งเหล่าผู้มีพรสวรรค์ระดับแม่ทัพต่างก็มิอาจที่จะผ่านทั้งหมดใน
ระดับนี้ได้เช่นเขา
หลินหมิงโคจร ‘เคล็ดวิชาบรรพกาลแห่งกลียุคที่แท้จริง’ และภายใน
หนึ่งชั่วโมง ปรานแท้จริงในร่างของเขาก็ได้รับการฟื้นฟู
จากนั้น หลินหมิงได้หยิบของเหลวหนืดสีแดงข้นออกมา มันก็คือเศษ
ผลึกหัวใจปีศาจ!
ก่อนหน้านี้ หลินหมิงได้รับเศษผลึกหัวใจปีศาจมา 10 อัน เขากินมัน
เข้าไปครึ่งหนึ่ง มอบให้แก่มู่เชียนหยี่ 1 อันและส่วนหนึ่งเขาใช้เปิดเผย
ความลับของเหล่ยมู่ไป่ ตอนนี้เขาเหลือเพียง 8 อันกับอีกครึ่ง
นี่เป็นโอสถที่มีฤทธิ์รุนแรงอย่างมาก ครั้งแรกที่หลินหมิงใช้มัน โลหิต
ภายในร่างทั้งหมดถึงกับเหือดแห้ง
ความแข็งแกร่งในปัจจุบันของเขา เขาจะไม่จบลงในสภาพที่น่า
สังเวชเช่นเดิม แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่กล้าดูดซับมากเกินไป ไม่เพียงแค่นั้น
แต่หากใช้พลังงานของมันมากเกินไป เขาอาจจะไม่สามารถที่จะดูดซับมัน
ได้ ทางที่จะปลอดภัยที่สุดคือดูดซับครึ่งหนึ่งของเศษผลึกหัวใจปีศาจทุก
2-3วันกลั่นมันโดยใช้การต่อสู้
หลินหมิงนำโอสถจารึกที่เขาเขียนลงไปเมื่อครั้งที่เขาเคยอยู่บนเกาะ
จันทราทมิฬขึ้นมา โอสถจารึกนี้เคยถูกใช้เพื่อเพิ่มศักยภาพของโอสถ
เปิดทางสวรรค์ แม้โอสถจารึกนี้มีระดับต่ำไปสำหรับเศษผลึกหัวใจปีศาจ
มันก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรช่วยเลย
ขณะที่หลินหมิงได้ดูดซับเศษผลึกหัวใจปีศาจ ภายในร่างกายของเขา
เริ่มเผาไหม้ด้วยความร้อน ในจิตใจของเขาเอง ฉากต่างๆของมหา
จักรพรรดิอเวจีต่อสู้กับปีศาจปรากฏขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้หลินหมิงมิได้ติด
อยู่กับฉากเหล่านี้เป็นเวลานาน เขารีบทำลายภาพมายาทิ้ง จัด
การพลังงานของเศษผลึกหัวใจปีศาจและเริ่มกระบวนการผสานไข
กระดูก!
ขั้นผสานไขกระดูก นี่เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่เขาจะพึ่งพาเพื่อให้
สามารถจบด่านทดสอบหล่อหลอมภายใน 1 ปี!