Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 405 เริ่มสงคราม
“เยี่ยม!”
“ดีมาก!”
“เข้ามาอีก!”
ยิ่งหลินหมิงต่อสู้มากเพียงใด เขาก็ยิ่งตื่นเต้นมากเท่านั้น จิตวิญญาณ
แห่งการต่อสู้ของเขาก็ยิ่งลุกโชนขึ้น บาดแผลตามร่างกายเริ่มมากขึ้น
ขณะที่หลินหมิงสามารถกำจัดหุ่นเชิดรอบนี้จนหมด ทั่วร่างของเขา
เต็มไปด้วยโลหิต ปราณแท้ของเขาหมดเกลี้ยง
เขานอนเหยียดอยู่บนพื้นดิน ความเจ็บปวดมาจากทั่วร่าง หลินหมิงก
ลับรู้สึกพอใจเป็นอย่างยิ่ง
เหล่าผู้ที่เกิดมาเพื่อต่อสู้ มิต้องสงสัยเลยว่าหลินหมิงเป็นบุคคล
เหล่านั้นแน่นอน
ในทุกวันที่นี่ เขาจะฝึกฝน ‘เคล็ดบ่มเพาะบัญญัติศักดิ์สิทธิ์ต้องห้าม
วิหคเพลิง’ และ ‘เคล็ดวิชาชีพจรปราณเทพคลั่ง’ เขาจะกินและดื่มเพื่อ
หล่อเลี้ยงปราณแท้ของตน เมื่อใดที่เขาต้องการต่อสู้เข้าก็จะออกไปด้าน
นอกถ้ำ เป็นเช่นนี้ประจำ จนเวลาล่วงเลยไปอย่างรวดเร็ว
หลินหมิงบ่มเพาะโดยมิได้สนใจเรื่องเวลา แต่ในขณะที่เขาได้ต่อสู้ใน
ด่านทดสอบหล่อหลอมระดับแม่ทัพต่อไป ที่โลกภายนอกก็ได้มีการ
เปลี่ยนแปลงที่ใหญ่หลวงเกิดขึ้น
สงครามระหว่างเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์และและดินแดนปีศาจแห่ง
ทะเลทางใต้ได้ปะทุขึ้นแล้ว!
ถึงแม้ดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้จะเป็นนิกายระดับ 5 แต่ความ
แข็งแกร่งของพวกเขาก็ยังต่ำที่สุดในบรรดานิกายระดับ 5 สำหรับเกาะ
ฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงที่สุดของนิกายระดับ 4 ดังนั้น ความ
ห่างชั้นระหว่างพวกเขาจึงมิได้มากมายจนเกินไป อีกอย่าง เกาะฟีนิกซ์
ศักดิ์สิทธิ์ยังมีสำนักระดับ 3 ถึง 19 สำนักในบัญชา และยังมีการสนับสนุน
จากพันธมิตรภูมิภาคเขตแดนห้าธาตุอีกด้วย จึงไม่แน่นอนว่าดินแดน
ปีศาจแห่งทะเลทางใต้จะได้รับชัยชนะอย่างแน่นอน
ทั้งสองฝ่ายต่างมีเหตุผลของฝ่ายตน จึงไม่อาจที่จะยื้อสงครามที่จะ
เกิดออกไปได้นานกว่านี้ เนื่องจากแผนการของเหล่ยมู่ไปย่อยยับไปแล้ว
เขาจึงเป็นตัวทำให้สงครามปะทุขึ้นโดยเร็ว!
ขณะที่สงครามเริ่ม จะต้องมีการขนย้ายหินลมปราณไปยังจุดสำคัญ
ต่างๆของทะเลทางใต้ เพราะทั้งสองฝ่ายจะทำให้เกิดสงครามที่กินวงกว้าง
กองกำลังหลักในสงครามนี้ย่อมเป็นนักสู้ขั้นปราณต้นฟ้าและปลายฟ้าที่มี
จำนวนมาก
ปรมาจารย์ขั้นหลอมรวมแก่นแท้นั้นยากที่จะต่อสู้ หากพวกเขาสู้กัน
ฝ่ายตรงข้ามอาจดูน่าสังเวช แต่ก็ยังเต็มไปด้วยพลัง ในความเป็นจริง ใน
ความเป็นจริงปรมาจารย์ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ตายยากอย่างยิ่ง
สงครามดำเนินต่อไปเป็นเวลาสองเดือนครึ่ง และไร้ซึ่งปรมาจารย์ขั้น
หลอมรวมแก่นแท้ผู้ใดตายในสงคราม ผู้ที่ตายส่วนใหญ่เป็นนักสู้ขั้นผสาน
ชีพจรและขั้นปราณต้นฟ้า และมีนักสู้ขั้นปราณปลายฟ้าจำนวนไม่น้อย
เช่นกัน
สงครามได้นำมาซึ่งหายนะกระจายไปทั่วผืนปฐพี แต่สำหรับเหล่า
อัจฉริยะ นี่เป็นโอกาสอันดี นับตั้งแต่โบราณ นักสู้ระดับสูงต่างถือกำเนิด
ขึ้นมาจากเปลวเพลิงแห่งสงครามกันทั้งนั้น
หากอัจฉริยะไม่เคยได้ริมรสแห่งสงคราม พวกเขาก็จะไม่มีวันเติบโต
ได้อย่างแท้จริง ดังนั้นไม่ว่าดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้หรือเกาะฟีนิกซ์
ศักดิ์สิทธิ์ พวกเขาจึงต้องส่งศิษย์หลักของตนออกไปสู้รบ มู่ติงซาน มู่เสี่ยว
ชิงและคนอื่นๆได้ออกไปรบมาหลายครั้งแล้ว แม้แต่มู่เชียนหยี่ยังต้อง
ออกไปสู้ แน่นอนว่า ทุกครั้งที่นางทำเช่นนั้น ก็จะมีปรมาจารย์ขั้นหลอม
รวมแก่นแท้ติดตามมาเพื่อรับประกันชีวิตขิงนางด้วยจึงทำให้มิอาจเกิดอัน
ตายถึงชีวิตแก่นาง
………………..
แนวหน้าของทะเลทางใต้ บนเกาะที่ห่างไกลออกไปหลายพันลี้จาก
เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ มู่เชียนหยี่ยืนอยู่บนชายหาด มองออกไปยังทะเลที่
ไร้สิ้นสุด ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความโศกเศร้า
ท้องฟ้ามืดครึ้มและทะเลหายใจผ่านเส้นผมของนางจนสยายไปตาม
สายลม ราวกับว่าจะมีเมฆฝนเกิดขึ้นมาได้ทุกเมื่อ
สำหรับ 3 เดือนที่ผ่านมา มู่เชียนหยี่อยู่ในอารมณ์เศร้าโศก มิได้มีข่าว
อันใดเกี่ยวกับหลินหมิงเลย และความมั่นใจของนางที่เชื่อว่าหลินหมิงยัง
ไม่ตายก็เริ่มที่จะจางหายไปตามกาลเวลา
วันเหล่านั้น เมื่อนางยื่นอยู่คนเดียว นางช่วยไม่ได้ที่จะนึกไปถึงตอนที่
อยู่หุบเขาสายฟ้าฟาด ความทรงจำเกี่ยวกับตอนที่ได้อยู่ด้วยกันกับหลินห
มิง
มันได้ผ่านมาเป็นปีแล้ว แต่นางกลับรู้สึกได้ถึงมันอย่างแจ่มชัดราวกับ
ว่าเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน นางไม่คิดว่ามันจะกลายเป็นเช่นนี้ไปได้ มันราวกับ
ว่านางกำลังมีชีวิตอยู่ในความฝัน…
“แม่นางเชียนหยี่ ท่านกำลังคิดเรื่องใดอยู่หรือ?” เสียงที่นุ่มนวลดัง
มาจากด้านหลังของมู่เชียนหยี่ เขาหล่อเหล่าเป็นอย่างมากและถือกระบี่
อยู่ในมือ เขาก็คือญาติห่างๆของมู่เชียนหยี่ เขาก็คือมู่ชิงชู ซึ่งเป็นหลาย
ชายที่โดดเด่นที่สุดของผู้อาวุโสที่ 3 เขาอายุ 32 ปี มีระดับการบ่มเพาะ
ครึ่งก้าวสู่ขั้นหลอมรวมแก่นแท้
เขามีพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยมและมีพื้นหลังที่มีอำนาจ ภายในเกาะ
ฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์มู่ชิงชูนั้นเป็นชายที่ศิษย์หญิงต่างหมายปอง มิต้องกล่าวถึง
ศิษย์หญิงที่อายุ 20-30ปี แม้แต่หญิงสาวแรกรุ่นยังต้องฝันถึงเขา
มู่เชียนหยี่มิได้ใส่ใจที่จะหันกลับไป หลายเดือนที่ผ่านมานี้ เมื่อนางได้
เข้าไปต่อสู้ มักจะมีมู่ชิงชูไปด้วยเสมอ แม้จะอยู่ในที่พักขนาดเล็กก็ยังต้อง
อยู่ใกล้เคียงกัน
เรื่องเช่นนี้ย่อมถูกใครบางคนบงการอยู่เบื้องหลัง
มู่เชียนหยี่รู้ว่าไม่มากก็น้อยที่จะต้องเกี่ยวข้องกับผู้อาวุโสที่ 3 อย่าง
แน่นอน ตั้งแต่นางยังเด็ก ผู้อาวุโสที่3 ก็มักจะกล่าวถึงการให้มั่นหมาย
ระหว่างนางกับมู่ชิงชู แต่ก็ได้ถูกมู่อวี้หวงขัดขวาง
สำหรับเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ คู่แต่งงานในอนาคตของมู่เชียนหยี่เป็น
ตัวตนที่สำคัญอย่างมาก มู่เชียนหยี่เป็นถึงนักบุญหญิงของเกาะฟีนิกซ์
ศักดิ์สิทธิ์ บางคนยังมิอาจที่จะสนทนากับตัวตนที่สูงส่งเช่นนางได้ด้วยซ้ำ
และต้องรู้ด้วยว่าในร่างกายของนางนั้นมีสายเลือดวิหคเพลิงที่บริสุทธิ์ที่
เกือบจะสามารถเทียบได้กับผู้ก่อตั้งเกาะฟีนิกซ์ศักสิทธิ์ หากผู้ใดได้
แต่งงานกับนาง เขาผู้นั้นก็จะได้รับแก่นพลังหยางผ่านการพรากความ
บริสุทธิ์ของนางไป ดังนั้น พวกเขาก็จะมีสายเลือดสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์ที่
บริสุทธิ์อย่างมากมาครอบครอง
ผู้ใดบางที่จะไม่อยากได้มันเล่า?
หากมู่เชียนหยี่จะตองแต่งงาน เช่นนั้นผู้อาวุโสที่ 3 ก็มั่นใจอย่างยิ่งว่า
ทั่วทั้งเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์นี้คงมีเพียงหลานชายของเขาเท่านั้นที่มี
คุณสมบัติเหมาะสมกับมู่เชียนหยี่ อย่างไรก็ตาม มู่อวี้หวงนั้นมองมู่ชิงชู
ด้วยความดูถูก มู่ชิงชูก็ไม่ได้แย่ เขาเพียงแต่อยู่ระดับเดียวกับมู่ติงซาน แต่
ก็ยังมิใช่ผู้มีพรสวรรค์ระดับนักบุญ นางจึงมิอาจยอมให้มู่เชียนหยี่ไป
แต่ 3 เดือนก่อน มู่อวี้หวงได้ให้ปราณโลหิตของวิหคเพลิงแก่หลินห
มิงจนหมด โดยมิได้คำนึงถึงว่ามู่เชียนหยี่จะได้แต่งงานกับหลินหมิงในอ
นาคตหรือไม่ด้วยซ้ำ อย่างไรก็ตาม อนาคตนั้นอยากที่จะทำนาย หลังจาก
ที่หลินหมิงได้เข้าไปในแดนเร้นลับฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ เขาก็มิได้กลับออกมา
ดังนั้น ความหวังและความฝันของมู่อวี้หวงจึงมลายหายไป ในตอนนี้ ผู้
อาวุโสบางคนจึงได้รวมตัวกับโจมตีนาง!
มู่อวี้หวงนั้นไร้ซึ่งทางเลือก นอกจากการอาศัยกำลังของพันธมิตรจึง
พอที่จะเสริมความแข็งแกร่งของตำแหน่งในแผนกของนางเอาไว้ได้ ผู้
อาวุโสที่ 3 เองก็เป็นผู้ท้าชิงที่ทรงอำนาจคนนึงเช่นกัน
แต่หากนางต้องการที่จะให้ผู้อาวุโสที่ 3 ถอนตัวมาอยู่ฝ่ายนาง สิ่งที่
นางต้องจ่ายก็เห็นๆกันอยู่
มู่อวี้หวงมิได้อยากที่จะใช้เรื่องการแต่งงานในอนาคตของมู่เชียนหยี่
มาเกี่ยวข้องเลย แต่เมื่อนางคิดให้ลึกซึ้ง ดูเหมือนว่านอกจาก อายุที่
ใกล้เคียงและสถานะ รวมถึงพรสวรรค์ คงไม่อาจที่จะมีผู้ใดมีคุณสมบัติไม่
มากกว่ามู่ชิงชูจริงๆ หากมู่เชียนหยี่จะต้องแต่งงานในอนาคต เช่นนั้นผู้ที่
จะได้แต่งกับนางก็คงต้องเป็นมู่ชิงชูอยู่ดี
เมื่อมู่อวี้หวงตระหนักได้ถึงเรื่องนี้ มู่อวี้หวงจึงจำเป็นต้องฟังคำ
เรียกร้องของผู้อาวุโสที่ 3 และทำข้อตกลงกันบางอย่าง ดังนั้น
สถานการณ์จึงกลายเป็นว่ามู่เชียนหยี่และมู่ชิงชูจึงต้องออกไปร่วมรบ
ด้วยกันเสมอ
มู่เชียนหยี่นั้นระมัดระวังไปทุกอย่าง
“แม่นางเชียนหยี่ ท้องฟ้าดูราวกับว่าจะมีฝนตกลงมาได้ทุกเมื่อ เอา
เป็นว่ากลับไปยังที่พักของพวกเราเป็นอย่างไร?”
“ได้โปรด ศิษย์พี่มิต้องเป็นกังวลเรื่องของข้า ท่านกลับไปก่อนเถิด”
น้ำเสียงของมู่เชียนหยี่มิได้เย็นชา แต่มันแฝงไปด้วยการกล่าวออกมาเช่น
คนแปลกหน้า
มู่ชิงชูหัวเราะ และจากนั้นก็ส่ายศีรษะก่อนจะกล่าวว่า “เชียนหยี่
เจ้าต้องการที่จะอาบน้ำฝนเช่นนั้นหรือ” ฮ่าฮ่า อย่างไรก็เป็นนักสู้ ฝนย่อม
มิใช่ปัญหาอันใด เช่นนั้น ข้าขอเข้าร่วมกับเจ้าอาบน้ำฝนแล้วกัน อาจจะ
กล่าวได้ว่ามันคือความงดงามอย่างหนึ่งเช่นกัน”
มู่เชียนหยี่รู้สึกเหมือนมิอาจที่จะคืนคำได้ ในเมื่อนางได้กล่าวเช่นนั้น
ไปแล้ว นางจึงไม่อาจที่จะกล่าวอันใดได้อีก นางยืนอย่างเงียบงันอยู่
เช่นนั้น
“เชียนหยี่เจ้ากังวลเกี่ยวกับสงครามแห่งทะเลทางใต้อยู่หรือ?”
หลังจากที่เงียบอยู่นาน มู่ชิงชูก็ได้เปิดหัวข้อสนทนา
“เปล่า ข้าเพียงแค่อารมณ์ไม่ดี” มู่เชียนหยี่สายศีรษะปฏิเสธ และไม่
กล่าวอันใดต่อ
“นี่…” มู่ชิงชูยิ้มอย่างไม่เต็มใจ แต่มุมปากของเขากระตุกหลายครั้ง
เขามิใช่คนโง่เขล่า และเขาก็รู้ว่าเพราะเหตุใดมู่เชียนหยี่จึงอารมณ์ไม่ดี
เช่นนี้
ตั้งแต่ที่ผู้อาวุโสที่ 3 ได้กล่าวถึงเรื่องการแต่งงานกับมู่ชิงชู เขาก็ได้
คำนึงถึงการได้เป็นคู่มั่นของนาง และสิ่งต่างๆที่ฝ่ายชายควรทำ และ
พยายามทนต่อสิ่งที่คู่มั่นของตนคิด แม่แต่คนผู้นั้นที่ได้ตายไปแล้วก็ตาม
เช่นนั้นหรือ?
ฝนได้ตกหนักลงมาแล้ว แต่มู่เชียนหยี่มิได้ต้องการที่จะเปียกไปด้วย
ฝน ฉะเช่นทุกหยดน้ำฝนจึงละหายไปในทันทีที่สัมผัสกับปราณแท้ธาตุ
จำเพาะอัคคีของนาง
“ศิษย์พี่อาจจะอยากอยู่ที่นี่ เช่นนั้นข้าขอกลับไปก่อน”
หลังจากที่มู่เชียนหยี่กล่าวจบ นางมองอย่างลึกซึ่งไปยังเงาแห่งสาย
ฝนที่สุดลูกหูลูกตา นางถอนหายใจภายในจิตใจของตน จากนั้นก็หันกับ
และไปเดินจากไป
มู่ชิงชูก็มิได้สนใจที่จะตามนางกลับไป เขายืนอยู่ท่ามกลางสายฝนคน
เดียว สีหน้าค่อนข้างน่าเกลียด รูปลักษณ์ที่หล่อเหล่ากลายเป็นไม่เหลือ
อันใด
“ทั้งที่เขาตายไปแล้วแท้ๆ แต่เขายังทำให้เจ้าต้องกังวลอย่างมากถึง
เพียงนี้อีกหรือ?” มู่ชิงชูมิได้รู้สึกมีความสุขเลย “เจ้ามิได้มีทางเลือกในการ
แต่งงานในอนาคต ไม่ช้าก็เร็ว ผู้ที่เจ้าจะต้องแต่งงานด้วยก็คือข้า หากเจ้า
รักข้าหมดหัวใจและดูแลข้าเป็นอย่างดี เช่นนั้นข้าก็จะดีกับเจ้าแบบนั้น
เช่นกัน แต่หากหัวใจของเจ้าเต็มไปด้วยชายอื่นแม้จะแต่งงานกับข้าไป
แล้ว เช่นนั้นก็อย่าได้โทษข้าที่ต้องใจร้ายดับเจ้าในอนาคตข้างหน้า”
เวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่า 4 เดือน… 5 เดือน…. ครึ่งปี…
เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ยังมิได้ประกาศข่าวการเสียชีวิตของหลินหมิง
แต่ข่าวการเสียชีวิตของเขาก็ได้ค่อยๆกระจายออกไปอยู่ดี หุบเขาเจ็ดแก่น
แท้ที่เป็นพันธมิตรของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ ที่ได้เข้าร่วมสงครามต่อสู้กับ
ดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ สำหรับเหล่าอัจฉริยะของหุบเขาเจ็ดแก่น
แท้ นี่เป็นช่วงเวลาที่จะยกระดับความแข็งแกร่งของตนเอง ศิษย์ของทั้ง
สองต่างได้ติดต่อกันจึงได้ยินข่าวลือจากศิษย์ของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ว่า
หลินหมิงนั้นได้เสียชีวิตแล้ว
เริ่มแรก มันยังเป็นเพียงแค่ข่าวลือ แต่หลังจากนั้น จากนั้นมันก็ได้รับ
การยืนยัน
ศิษย์ของหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ต่างตกตะลึง พวกเขาส่วนใหญ่ต่างก็ได้
เป็นพยานเมื่อตอนที่เขาได้กลายเป็นผู้ชนะเลิศในงานประลองชุมนุมร่วม
สำนัก หลินหมิงผู้นี้เขาเต็มไปด้วยพรสวรรค์ เขาได้ล่วงลงมาจากสวรรค์
แล้วหรือ?
นี่เป็นสิ่งที่ไม่น่าเชื่ออย่างยิ่ง!
“ไม่น่าเชื่อ ไม่น่าเชื่อเลยจริงๆ!” บนเกาะเล็กแห่งหนึ่งบนทะเลทาง
ใต้ มีผู้ใช้กระบี่ชุดคลุมสีน้ำเงินที่ถือเหยือกไวน์อยู่ในมือ ขณะที่นั่งอยู่บน
ชายหาด กระบี่ของเขาเสียบอยู่บนชายหาดตรงหน้า
ผู้ใช้กระบี่ชุดคลุมสีน้ำเงินนี่คือยอกอัจฉริยะผู้หนึ่งที่เคยพ่ายแพ้ให้กับ
หลินหมิงมาก่อนในงานประลองชุมนุมร่วมสำนัก เจียงเป่าอวิ้น ในตอน
นั้น ความแข็งแกร่งของเขามิได้ด้อยไปกว่าหลินหมิงมากนัก อีกอย่าง
ตั้งแต่ตอนนั้น เจียงเป่าอวิ้นก็ได้รู้สึกสนิทสนมเป็นอย่างยิ่งกับหลินหมิง
“ข้าอยากที่จะถือเอาเจ้าเป็นเป้าหมายในชีวิต จะไล่ตามเงาของเจ้า
ข้ามินึกเลยว่าแม้แต่สวรรค์ยังอิจฉาผู้ที่มากความสามารถเช่นเจ้า เมื่อเจ้า
ได้จบลงในแดนเร้นลับฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ ข้าก็ได้สูญเสียความตั้งใจทั้งหมดที่
จะต่อสู้กับเจ้าในอนาคต นี่เป็นสิ่งที่ข้าเสียใจที่สุดในชีวิต!” เจียงเป่าอวิ้น
ถอนหายใจอย่างหนักและเท่เหยือกไวน์ลงบนหาด
“กระบี่ของข้าคืออนุสาวรีย์ของเจ้าและผืนทรายคือเถ้าของเจ้า ไวน์
นี้คือเส้นทางของข้าได้มอบให้แก่เจ้า เมื่อตอนมีชีวิตอยู่เจ้าคือวีรบุรุษ และ
เมื่อตอนเจ้าอาจจะเป็นภูตผีที่โดดเด่นที่สุด!”
แน่นอน ยังมีผู้ที่ดีใจอย่างยิ่งเกี่ยวกับข่าวการตายของหลินหมิง
เช่นกัน และท่ามกลางคนเหล่านั้นก็คือโอวหยางปั่วเยี่ยน!
เมื่อ 1 ปีก่อน หลายชายของโอวหยางปั่วเยี่ยน โอวหยางตี๋ฮัวได้ถูก
สังหารโดยหลินหมิง เป็นเพราะว่าสถานะของหลินหมิง โอวหยางปั่วเยี่ย
นจึงมิอาจที่จะทำสิ่งใดกับหลินหมิงได้อีก
แน่นอนว่า กลับกัน หลินหมิงเองก็มิอาจที่จะทำสิ่งใดกับโอวหยางปั่ว
เยี่ยนได้เช่นกัน โอวหยางปั่วเยี่ยนมีระดับการบ่มเพาะที่อยู่ในจุดสูงสุด
ของขั้นปราณปลายฟ้าช่วงต้น และใกล้ที่จะทะลวงเข้าสู่ขั้นปราณปลาย
ฟ้าช่วงกลางแล้ว ในฐานะที่เป็นผู้อาวุโสของสำนักเจ็ดแก่นแท้ เขาก็มีผู้
หนุนหลังอยู่หลายคน หลินหมิงเองก็มิได้มีหลักฐานที่แน่ชัดในการที่เขาได้
ลอบสังหาร แต่ต่อให้เขามี มันก็ยังยากที่จะโค่นเขาลงมาได้
หลินหมิงทำได้เพียงหลีกเลี่ยงโอวหยางปั่วเยี่ยน เขาแม้กระทั้งขอให้
ฉินจื่อหยาพาบิดามารดาของเขาไปหลบในที่ปลอดภัย เพราะเกรงกลัวต่อ
อำนาจของโอวหยางปั่วเยี่ยน
เมล็ดพันธุ์แห่งความเกลียดชังได้เติบขึ้นอย่างมากภายในใจของโอวห
ยางปั่วเยี่ยน แต่หลังจากที่หลินหมิงได้จากไปยังเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์
โอวหยางปั่วเยี่ยนได้แต่ฝันถึงการแก้แค้นหลินหมิงเท่านั้น เขามินึกเลยว่า
ในวันนี้ เขาจะได้รับข่าวที่ยอดเยี่ยมเกี่ยวกับหลินหมิงเช่นนี้!
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! สวรรค์ช่างยุติธรรมยิ่ง! ในที่สุดเจ้าเด็กนี่ก็ได้ตายเสีย
ที!” โอวหยางปั่วเยี่ยนหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง “แม้ว่าข้านั้นจะมิได้เป็นผู้ที่
สังหารเจ้าเองกับมือและสลายความเกลียดชังภายในจิตใจของข้าก็ตาม
ที!”
โอวหยางปั่วเยี่ยนกำหมัดของเขา และดูเหมือนจะคิดบางอย่างได้
มุมปากของเขาจึงยกขึ้นสูงด้วยความชั่วร้าย “เมื่อคิดดูดีๆแล้ว เจ้าเด็กนี่มี
คนรักที่ชื่อฉินซิงเซวียนและยังเป็นศิษย์ของหุบเขาเจ็ดแก่นแท้…ดี ในเมื่อ
ข้ามิอาจที่จะสังหารเจ้าได้ด้วยตนเอง ข้าจะทำให้คนที่เจ้ารักต้องทุก
ทรมาน สาวน้อย ข้าโทษข้าเลย หากเจ้าจะโทษผู้ใด ก็ควรที่จะเป็นคนรัก
ของเจ้า หลินหมิง!