Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 419 ข้ามาที่นี่เพื่อเอาชีวิตเจ้า
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 419 ข้ามาที่นี่เพื่อเอาชีวิตเจ้า
ในใจกลางของเวทีหินอ่อนสีขาว แสงกระบี่สาดประกายและศิษย์หุบ
เขาเจ็ดแก่นแท้ได้ถูกส่งกระเด็นลอยออกมาจากเวที
“หลิวเซวียนแห่งสำนักวารีคลั่งชนะ!” ผู้ตัดสินมองอย่างลึกซึ้งไปยัง
แววตาของหลิวเซวียนขณะที่ได้ประกาศผล
“ประหลาดยิ่ง! นักสู้หลิวเซวียนผู้นี้ชนะติดต่อกันถึงสามรอบ!”
“และเขายังคงมีพละกำลังหลงเหลืออยู่อีกด้วย”
“เหล่ารุ่นเยาว์เปี่ยมล้นไปด้วยยอดฝีมือเสียจริง หลิวเซวียน เย่
วเทียน ฉางหยาน พวกเขาต่างทรงพลังกว่ารุ่นก่อน”
“แต่ผู้หนึ่งที่แปลกประหลาดเป็นผู้เชี่ยวชาญแห่งหุบเขาเจ็ดแก่นแท้
ผู้นั้นได้ขึ้นไปต่อจากหลิวเซวียนเป็นศิษย์สายในของสำนัก แม้ว่าพวกเขา
แพ้พ่าย ความแตกต่างระหว่างพวกเขาก็มิได้มากนัก ถ้าศิษย์หลักและ
ศิษย์สายตรงของหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ขึ้นไปยังเวทีแล้วละก็ข้ามิทราบว่าการ
ต่อสู้นั้นจะออกมาเป็นเช่นไร!”
ศิษย์ผู้นี้ได้ถอนหายใจ ทุกคนช่วยไม่ได้ที่จะมองไปยังโอวหยางหมิงอ
ย่างประหลาดใจที่เห็นเขามิได้แสดงอาการอันใดใบหน้าของเขาราวกับว่า
เขามิสนใจเกี่ยวกับการต่อสู้บนเวทีเลย
เห็นได้ชัดว่า การต่อสู้ในระดับนี้ – ของคนเหล่านั้นหรือกระทั่งหลิว
เซวียน – ก็มิได้อยู่ในสายตาของโอวหยางหมิง
เหล่าผู้คนที่มองไปยังเขาได้เกิดความรู้สึกที่ลึกซึ้งอย่างมาก
“ระดับความแข็งแกร่งของโอวหยางหมิงมีมากถึงเพียงใดกัน?” ผู้คน
บางส่วนอดมิได้ที่จะตั้งคำถามเช่นนี้
“ข้ามิเข้าใจ ในช่วงสั้นๆทั้งหมดที่ข้าสามารถบอกได้คือเขาแข็งแกร่ง
มากเกินไป บางทีเขาอาจแข็งแกร่งกว่าเจ้าสำนักของพวกเราเสียอีก” ผู้ที่
กล่าวออกมานี้เป็นศิษย์จากสำนักขนาดเล็ก เจ้าสำนักของพวกเขามีระดับ
การบ่มเพาะในจุดสูงสุดของขั้นปราณต้นฟ้า
“แข็งแกร่งกว่าเจ้าสำนักของเจ้าอีกหรือ? นั่นมิใช่แค่พูดเกินจริง
สินะ!?”
……………..
ณ เวลานี้โอวหยางปั่วเยี่ยนได้นั่งอยู่บนยอดของเกาะหลัก กำลังมอง
ไปยังเวทีต่อสู้ที่กำลังดำเนินไปและกำลังฟังเสียงดนตรีอันนุ่มนวลที่ลอย
มายังหูของเขา เขาแสดงสีหน้าที่มีความสุขอย่างยิ่งและใช้ชีวิตอย่าง
หรูหราอย่างที่สุด เขามีหญิงงามเคียงข้างเขาพวกเธอคอยปรนนิบัติรับใช้
ขณะที่เหล่าหญิงงามรายล้อมอยู่รอบๆเขา มันช่างเป็นภาพที่ยอดเยี่ยม
อย่างแท้จริง
วันนี้เป็นวันที่มีความสุขที่สุดที่โอวหยางปั่วเยี่ยนเคยมีมา
หลินหมิงตายแล้ว ฉิงซิงเซวียนจะประสบกับความทนทุกข์และ
เจ็บปวดจนตาย ตระกูลฉินและตระกลูหลิน ทั้งคู่จะต้องถูกทำลาย และ
ในเร็วๆนี้ฉิงจื่อหยาก็จะถูกลงโทษโดยทันที แผนการทั้งหมดของโอวหยาง
ปั่วเยี่ยนเป็นไปอย่างราบรื่น
ไม่เพียงเท่านั้น แต่ระหว่างงานเลี้ยงนี้ก็มีสำนักระดับ 2 ได้เสนอหญิง
สาวบริสุทธิ์ที่มีกายหยิน 12 คนให้แก่เขา
หญิงสาวบริสุทธิ์ที่มีกายหยินทั้ง12คนล้วนมีพรสวรรค์เหนือกว่าเกรด
สามและอายุต่ำกว่า20ปี และที่สำคัญที่สุดพวกเธอต้องงดงามและบริสุทธิ์
ด้วยเช่นกัน สิ่งที่ต้องการมากที่สุดคือ วัน เดือน ปี เกิดของพวกนาง มัน
ยากมากที่จะครอบครองพวกเธอที่มีกายหยินทั้ง12คน ตอนแรกจางกวาน
อี้ว์เสนอกลุ่มสาวบริสุทธิ์ทั้ง 12 คนแก่โอวหยางตี๋ฮัวสำหรับความ
ช่วยเหลือของเขา และสุดท้ายโอวหยางตี๋ฮัวได้สูญเสียชีวิตของเขาไป
เสียก่อน
หญิงสาวบริสุทธิ์ที่มีกายหยินทั้ง 12 คนเป็นประโยชน์อย่างมากใน
การบ่มเพาะของ ‘เคล็ดบ่มเพาะทัณฑ์สวรรค์ศักดิ์สิทธิ์’ โอวหยางปั่วเยี่ย
นมองไปยังหญิงสาวงดงามทั้ง 12 คนและเขาพึงพอใจอย่างมากกับสิ่งที่
เขาเห็น คืนนี้เขาจะจัดการความบริสุทธิ์ของพวกนางและใช้มันเสริมการ
บ่มเพาะของเขา
เมื่อคิดเช่นนี้ ความคิดของโอวหยางปั่วเยี่ยนตื่นเต้นด้วยความใคร่
ความคิดของเขาล่องลอยไปบนเรือนร่างของหญิงงามทั้ง 12 คน
แต่ในขณะนี้ เปลวไฟสว่างขึ้นทันทีตรงด้านหน้าของเขา มันคือยันต์
สื่อสารกระแสเสียง
โอวหยางปั่วเยี่ยนได้ยินข้อความจากยันสื่อสารกระแสเสียงนี้และตก
ตะลึง “ผู้ใดซักคนจากเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์กำลังมุ่งหน้ามายังหุบเขาเจ็ด
แก่นแท้เช่นนั้นหรือ?”
โอวหยางปั่วเยี่ยนสงสัยเรื่องนี้ครู่หนึ่ง จากนั้นเขาก็ได้ยินเสียงร้อง
ของฟีนิกซ์ ไกลออกไปสิบลี้ วิหคเพลิงขนาดใหญ่บินตัดผ่านฟากฟ้าเป็น
ทางยาวราวกับเพลิงสวรรค์!
โอวหยางปั่วเยี่ยนเข้าใจทันที
วิหคเพลิงเป็นสัญลักษณ์ที่แท้จริงของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ ถ้าผู้ใด
เห็นวิหคเพลิง พวกเขาจะทราบโดยปราศจากข้อสงสัยว่านั้นคือเกาะ
ฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ แต่เหตุใดคนของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์จึงมายังหุบเขาเจ็ด
แก่นแท้ด้วยเล่า? มิใช่ว่าพวกเขาคงจะมาแสดงความยินดีกับเขาด้วยใช่
หรือไม่? เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์มีผู้เชี่ยวชาญขั้นปลายฟ้านับไม่ถ้วน สำหรับ
พวกเขา โอวหยางปั่วเยี่ยนผู้เพิ่งทะลวงผ่านขั้นปราณปลายฟ้าช่วงกลางก็
มิต่างจากการผายลม เช่นนั้นจะเป็นไปได้อย่างไรที่พวกเขาจะมาที่นี่เพื่อ
สรรเสริญเขากันเล่า?
ทุกคนที่นี่มองเห็นวิหคเพลิงขนาดใหญ่ใกล้เข้ามา ไม่มีผู้ใดได้รับการ
อนุมัติให้บินผ่านหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ได้แต่ก็มิมีผู้ใดกล้าหยุดวิหคเพลิงตัวนี้
เช่นกัน!
หลินหมิงบินตรงไปยังหุบเขาแก่นแท้นภา นาวาจิตวิญญาณขนาด
เล็กจำนวนหนึ่งบินเข้าหาเขาเพื่อถามว่าเขาคือผู้ใดกัน แต่พวกเขาถูก
กวาดออกทันทีโดยเจ้าประกายเพลิง ความรวดเร็วของเจ้าประกายเพลิง
เร็วเสียยิ่งกว่าผู้เชี่ยวชาญขั้นหลอมรวมแก่นแท้
“สวรรค์! นี้คือฟีนิกซ์หรือ!?”
“ไหนฟีนิกซ์! ข้ามิเห็นอันใดทั้งนั้น!”
“มันกำลังลงมา! มันกำลังลงมาแล้ว!”
ดวงตาหลายพันคู่มองไปยังฟากฟ้า ทุกคนยืนขึ้นด้วยความยินดี
ส่วนมากเป็นเพียงแค่ผู้คนจากสำนักระดับสองซึ่งพวกเขาได้เป็นพยาน
เห็นการมาถึงของสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์!
พวกเขามิสามารถแยกแยะความแตกต่างระหว่างฟีนิกซ์และวิหค
เพลิง
ปีกยาวถึง100ก้าวและร่างกายปกคลุมไปด้วยเปลวเพลิง ความ
รุนแรงของลมทำให้เกิดลมหมุนวน ทำให้ผู้อยู่เบื้องล่างหายใจได้
ยากลำบาก เจ้าเพลิงประกายหุบปีกขนาดใหญ่และมองลงมายังโลกราว
กับอยู่เหนือทุกสิ่งขณะที่มันร่อนลงมา!
ครึนน!
เปลวไฟลุกโหมไปทุกทิศทาง เจ้าประกายเพลิงร่อนลงไปบนเกาะ
กลางแม่น้ำ และสายลมที่ร้อนแรงได้พัดพาข้าวของออกไปหมด บรรดา
เหล่านักสู้ที่มีการบ่มเพาะที่อ่อนแอถูกผลักให้ก้าวถอยโดยพลังลมที่
แข็งแกร่ง!
ทุกคนต่างหวาดกลัว เจ้าประกายเพลิงคือวิหคเพลิงของมู่อวี้หวง มัน
เป็นวิหคเพลิงที่โตเต็มวัยแล้ว หากเทียบกับเจ้าเพลิงน้อยของมู่เชียนหยี่
มันมีขนาดใหญ่กว่าถึงสองเท่า!
“นั่นคือทูตแห่งเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์หรือ?”
“แม้แต่เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ยังมาแสดงความยินดีให้อาวุโสโอวหยาง
หรือ? ชื่อเสียงของอาวุโสโอหยางยอดเยี่ยมอย่างแท้จริง!”
ศิษย์จำนวนมากของหุบเขาเจ็ดแก่นแท้พูดคุยกันอย่างตื่นเต้น พวก
เขาคิดว่านั่นคือเหตุที่เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ส่งทูตมาที่นี่เพื่อแสดงความ
ยินดีแก่โอวหยางปั่วเยี่ยน นี่เหมือนเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ แต่ระหว่างที่การ
ชุมนุมร่วมสำนักของหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ ในตอนนั้นเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ได้
ส่งทูตมาเยือนเช่นกัน
จากมุมของพวกเขา มันเป็นไปได้ที่เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์จะส่งผู้ใดซัก
คนมาแสดงความยินดีโอวหยางปั่วเยี่ยนสำหรับการทะลวงผ่านไปยังขั้น
ปราณปลายฟ้าช่วงกลาง
แน่นอนว่าโอวหยางปั่วเยี่ยนมิเคยคิดถึงเรื่องเพ้อฝันเช่นนี้มาก่อน
และสายตาของเขาหันไปหาร่างที่ปรากฏขึ้นจากบนวิหคเพลิง…
มีผู้เยาว์กระโดดลงมา ในขณะนั้นเหล่าศิษย์หุบเขาเจ็ดแก่นแท้ต่าง
ตกอยู่ในความเงียบ
ดวงตานับพันที่หันมองไปยังผู้เยาว์ผู้นี้ ตกตะลึงอย่างถึงที่สุด
คนผู้นี้สวมชุดสีดำและผมยาวของเขายุ่งเหยิง เขาถือหอกสีแดงอม
ม่วงอยู่ในมือ
ใบหน้าของเขาดูดีราวกับมันถูกสลักด้วยกระบี่และขมวดคิ้วทั้งสอง
ของเขา สายตาของเขาลึกซึ้งราวกับเต็มไปด้วยท้องฟ้ายามค่ำคืนไร้ที่
สิ้นสุด! เขาเพียงยืนอยู่เฉยๆเท่านั้น แต่ยังมีแรงกดดันมหาศาลที่มองไม่
เห็นปะทุออกจากร่างของเขาราวกับน้ำหลาก แม้แต่ผู้คนที่อยู่ห่างออกไป
นับร้อยก้าวก็สามารถรับรู้ออร่านี้ได้ มันเป็นเหตุให้พวกเขายากที่จะ
หายใจและหัวใจของพวกเขาสั่นระรัว!
ในตอนนี้ ผู้เยาว์นั้นกำลังยืนกลางลานกว้างราวกับเป็นเทพสงคราม
ที่มาจากสวรรค์
“ผู้ใดกัน?”
“นั้นคือผู้ใดกัน?”
ศิษย์สำนักระดับ 2 เริ่มสนทนาระหว่างพวกเขา พวกเขาเคยได้ยิน
ชื่อของหลินหมิงแต่พวกเขามิเคยเห็นหลินหมิงมาก่อน
อย่างไรก็ตามศิษย์หุบเขาเจ็ดแก่นแท้ต่างตกอยู่ในความสับสน หลาย
คนต่างขยี้ตาของพวกเขาเพราะคิดว่านั่นเป็นภาพหลอน
หลินหมิง!
นั่นคือหลินหมิงเป็นแน่แท้!
เขายังไม่ตายเช่นนั้นหรือ!?
ใบหน้าของโอวหยางหมิงเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง รอยยิ้มที่ดูเงียบสงบ
ที่เคยมีมาก่อนหายไปแทนด้วยความความกลัวจากส่วนลึกในหัวใจของ
เขา เขาจะไม่มีทางลืมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อหนึ่งปีครึ่งได้ ในงานประลอง
ชุมนุมร่วมสำนัก หลินหมิงที่มีเพียงระดับการบ่มเพาะขั้นผสานชีพจร
สามารถที่จะเอาชนะเขาได้อย่างหมดจด เขาไร้ซึ่งความสามารถที่จะ
ต่อต้าน!
ตอนนี้ผ่านไปปีกว่าและโอวหยางหมิงได้เข้าถึงขั้นปราณต้นฟ้าช่วง
ต้น เขาผู้เชื่อว่าหลินหมิงตายไปแล้วแต่ไม่เคยคิดว่าหลินหมิงจะยืนอยู่ต่อ
หน้าของเขาที่นี่ในวันนี้ ไม่เพียงแค่นั้นแต่การบ่มเพาะของเขายังเพิ่มขึ้นไป
ยังขั้นปราณต้นฟ้าช่วงปลายแล้ว!
เพียงเวลาแค่ปีครึ่ง การบ่มเพาะของหลินหมิงเพิ่มขึ้นถึงหนึ่งขั้นกับ
ครึ่งช่วง!
ในตอนเริ่มต้น การบ่มเพาะของหลินหมิงอ่อนแอเสียกว่าของโอวห
ยางหมิง แต่ปัจจุบัน หลินหมิงก้าวข้ามโอวหยางหมิงไปไกลอย่างยิ่งแล้ว!
ถ้าหากหลินหมิงเมื่อตอนที่มีระดับการบ่มเพาะขั้นผสานชีพจรเขามี
ความสามารถที่จะเอาชนะผู้ที่อยู่ในจุดสูงสุดของขั้นผสานชีพจรเช่นเจียง
เป่าอวิ้นได้แล้ว ดังนั้นระดับการบ่มเพาะปัจจุบันหลินหมิงในขั้นปราณต้น
ฟ้าช่วงปลายจะน่าหวาดกลัวเพียงใด?
เขาจะมีความแข็งแกร่งเท่ากับขั้นปราณปลายฟ้าช่วงต้นเลยหรือไม่?
โอวหยางหมิงรู้สึกเพียงจิตใจของเขาสั่นสะท้าน เขาไม่กล้าจิตนาการ
ถึงความเป็นไปได้!
ตาของโอวหยางปั่วเยี่ยนกระตุกอย่างแรงเขากำหมัดของเขาแน่น
และฝ่ามือของเขาเริ่มเปียก
หลินหมิงยังไม่ตาย!
เพราะเหตุใดกัน!?
เหตุใดเข้าถึงยังไม่ตาย!?
ไม่เพียงแค่เขายังมีชีวิตอยู่แต่การบ่มเพาะของเขาเป็นถึงขั้นปราณต้น
ฟ้าช่วงปลายอีกด้วย! ในเพียงปีครึ่งมันเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้อย่างไร!?
โอวหยางปั่วเยี่ยนกรีดร้องอยู่ภายในใจ!
เขาเกิดความเกลียดชัง!
เขากำลังต่อต้าน!
เขากำลังกลัว!
มันเป็นไปได้ที่หลินหมิงไม่พบสิ่งที่เขาทำมาในช่วงหลายเดือนที่ผ่าน
มา บางทีหลินหมิงอาจจะยังไม่สามารถเป็นคู่มือเขาได้ แต่หลังจากนี้เล่า?
ถ้าเขายังเติบโตด้วยความเร็วที่ไร้ขีดจำกัดเช่นนี้ ดังนั้นในอีกปีเดียว
หลินหมิงอาจจะแข็งแกร่งพอที่จะสามารถฆ่าเขาได้!
เมื่อเวลานั้นมาถึง เขาไม่สามารถพึ่งพาผู้ใดในหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ที่
ยอมมอบชีวิตเพื่อปกป้องตัวเขา ภายใต้ความแข็งแกร่งที่เหนือผู้ใดแท้จริง
แม้แต่หุบเขาเจ็ดแก่นแท้ก็จะไม่ลังเลที่จะสละเขาให้หลินหมิง
นั้นหมายความว่าทั้งหมดที่เขาสามารถทำได้คือการหลบหนี หากเขา
ยังอยู่ในหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ นั่นก็คือเขากำลังรอความตายเท่านั้น
โอวหยางปั่วเยี่ยนมองด้วยสายตาเย็นชาไปยังหลินหมิง เขาไม่ทำบาง
สิ่งที่โง่เขลาหรือไร้ประโยชน์เช่นการขอโทษ ในขณะนั้นหลิงหมิงเปลี่ยน
ท่าทาง เขารู้สึกถึงจิตสังหารที่มาจากโอวหยางปั่วเยี่ยน ซึ่งโอวหยางปั่ว
เยี่ยนก็รู้ว่าหลินหมิงต้องการสังหารเขาแล้ว!
น่าเสียดาย หลินหมิงยังด้อยประสบการณ์ เพียงแค่ทนต่อไปอีกปี
แล้วก็อาจมาสังหารเขาได้แล้วแท้ๆ
ในขณะนั้นมีหลายความคิดไหลผ่านจิตใจของโอวหยางปั่วเยี่ยน เขา
ยังคงไม่สูญเสียความเยือกเย็น เขายังคงยืนนิ่งอยู่ที่นั้นดุดต้นไม้
“ท่านอาวุโสโอวหยาง! ท่านเป็นอย่างไรบ้างตั้งแต่ที่พวกเราได้พบกัน
ครั้งล่าสุด? ข้าหวังว่าท่านคงสบายดี!”
สีหน้าของหลินหมิงดูเฉยชาขณะกล่าวออกมา แต่เสียงของเขา
เหมือนดั่งสายลมหนาวที่พัดมาจากนรก 9 ชั้น บรรยากาศของงานเลี้ยง
กลายเป็นเหน็บหนาวในทันที
ผู้คนส่วนมากนั้นมาจากสำนักระดับ 2 ไม่รู้จักเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่หน้า
พวกเขา แต่สิ่งที่พวกเขาสามารถเข้าใจได้คือผู้นี้ไม่ได้มาแสดงความยินดี
เช่นเดียวกับพวกเขาอย่างแน่นอน แต่กลับจะมาทำลายงานเลี้ยงแทน!
นี่คือผู้ใดกัน? เขากล้าที่จะบินผ่านท้องฟ้าของหุบเขาเจ็ดแก่นแท้
เช่นนั้นหรือ? เพียงมองไปที่สัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์ ชายหนุ่มผู้นี้ก็ไม่ธรรมดา
อย่างแน่นอน บางทีเขามาจากครอบครัวตระกูลหรือนิกายใหญ่ ผู้คนส่วน
ใหญ่ในหุบเขาเจ็ดแก่นแท้รู้เพียงแค่พลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือหุบเขาเจ็ดแก่น
แท้ พวกเขาไม่รู้ถึงการคงอยู่ของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ นี่ไม่น่าประหลาด
ใจ เพราะไม่ว่าอย่างไร ผู้ที่ยืนอยู่จุดสูงกว่าจะได้สัมผัสถึงโลกที่ยิ่งใหญ่ยิ่ง
กว่า ในตอนแรกหลินหมิงไม่เคยทราบการคงอยู่ของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์
เลย
ใบหน้าของโอวหยางปั่วเยี่ยนกลายเป็นน่าเกลียด เขาต้องการยิ้ม แต่
ก็หยุดแล้วกล่าวว่า “เจ้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อฉลองให้กับชายชราผู้นี้!”
หลินหมิงชี้ปลายหอกลงไปที่พื้น และวาดเป็นรูปดวงจันทร์เต็มดวง
บนลานหินอ่อน เขาหัวเราะและกล่าวอย่างไม่เร่งรีบ “แน่นอนว่าไม่ ข้า
มาที่นี่เพื่อเอาชีวิตของเจ้า!”
ด้วยประโยคนี้ผู้ชมทั้งหมดต่างตกตะลึง ศิษย์ส่วนใหญ่ของหุบเขา
เจ็ดแก่นแท้ไม่ทราบว่าโอวหยางปั่วเยี่ยนเป็นศัตรูกับหลินหมิง ส่วนผู้คน
จากเหล่าสำนักระดับ 2 พวกเขาก็ไม่เคยรู้หลินหมิงหน้าตาเป็นเช่นไร จึง
ไม่ต้องกล่าวถึงคำกล่าวเช่นนี้
“อะไรนะ!?”
“จะเอาชีวิตของโอวหยางปั่วเยี่ยน!? ข้าได้ยินไม่ผิดใช่หรือไม่?”
ไม่มีผู้ใดซักคนที่เข้าใจเรื่องที่เกิดขึ้น นี่คืออาณาเขตของหุบเขาเจ็ด
แก่นแท้จะมีผู้ใดซักคนที่กล้าเสี่ยงเข้ามาเอาชีวิตของผู้อาวุโสแห่งหุบเขา
เจ็ดแก่นแท้ถึงนี้เชียวหรือ? คำกล่าวเช่นนี้ หากเป็นคนทั่วไปจะกล้าพูด
ออกมาหรือ?
ไม่เพียงแค่นั้นแต่การบ่มเพาะของชายหนุ่มผู้นี้เพียงแค่อยู่ในขั้น
ปราณต้นฟ้าช่วงปลาย แม้แต่ท่าทางของเขาก็ดูลึกล้ำ เขานั้นจะทำสิ่งใด
ได้บ้างกัน?
แม้โอวหยางหมิง ผู้ที่ทราบถึงความแข็งแกร่งของหลิงหมิงก็ยังรู้สึกว่า
หลินหมิงช่างไร้เดียงสา มีผู้อาวุโสแผนกลงทัณฑ์จำนวนมากมายที่นี่
หลินหมิงจะสามารถสังหารผู้อื่นต่อหน้าพวกเขาได้อย่างไรกัน? ในความ
เป็นจริง เขามิอาจจะทำอันใดโอวหยางปั่วเยี่ยนได้ด้วยซ้ำ
ฉินจื่อหยาฝืนยิ้ม
ในท้ายที่สุด ก็ดูเหมือนว่าพวกเขาไม่สามารถหลบหนีผลลัพธ์เช่นนี้ไป
ได้…