Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 421 เก็บกวาดให้หมด
ความแข็งแกร่งของหลินหมิงได้เกินกว่าขอบเขตความเข้าใจของนักสู้
ทั้งหมดแล้ว เหล่ายอดฝีมือรุ่นเยาว์ที่คิดจะแสดงทักษะในปัจจุบันของ
พวกเขาในระหว่างงานประลองที่งานเลี้ยงนี้จัดขึ้นต่างตระหนักได้ว่าเมื่อ
เทียบกับหลินหมิง พวกเขาเป็นได้มิมากไปกว่ามดที่เดินอยู่รอบๆ
หลินหมิงนั้นยังเยาว์กว่าพวกเขาและความแตกต่างในความ
แข็งแกร่งของพวกเขาราวกับสวรรค์และปฐพี พวกเขายังจะมีชีวิตอยู่
เช่นนี้ได้อย่างไรเมื่อรู้เช่นนี้?
ตอนนี้ในใจกลางพื้นที่จัตุรัส ผู้อาวุโสแผนกลงทัณฑ์โอวหยางกวาง
กำลังโลหิตไหลออกจากจมูกและทั่วใบหน้าของเขาแดง ก่อนหน้านี้เขา
กล่าวไปว่าเขาจะแสดงให้หลินหมิงเห็นถึงความแข็งแกร่งของผู้เชี่ยวชาญ
ขั้นปราณปลายฟ้าเป็นเช่นไร แต่ตอนนี้เพียงไม่กี่กระบวนท่า เขาได้รับ
บาดเจ็บถึงขั้นโลหิตไหลออกจากจมูกของเขา
ต่อหน้ากลุ่มของรุ่นเยาว์ โอวหยางกวางได้แพ้พ่ายไปอย่างน่าอับ
อาย!
หอกแห่งดาวหางม่วงถูกหลินหมิงชี้ไปยังโอวหยางกวาง ปลายหอก
สาดประกายสายฟ้าออกมา!
ใบหน้าของโอวหยางกวางเปลี่ยนเป็นสีโลหิต หลินหมิงผู้นี้ยโสเกินไป
แล้ว!
สำหรับผู้ที่มีเกียรติและได้รับความเคารพเช่นโอวหยางกวาง สิ่งที่มี
ค่ามากที่สุดคือชื่อเสียงของเขา แต่ตอนนี้เขาได้ถูกยั่วยุโดยรุ่นเยาว์ผู้ที่
กำลังชี้หอกมาทางหน้าของเขา!
และนอกเหนือจากนั้นสิ่งที่เลวร้ายที่สุดคือเขามิสามารถหยุดหลินห
มิงไว้ได้ หากเขาลองจู่โจมเขาอีกครั้งผลลัพธ์ก็น่าจะเป็นเช่นเดิม!
นี่เป็นการตบหน้าเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า!
“ดี! ดีมาก!” โอวหยางกวางสั่นไปด้วยความโกรธ “พวกเจ้าทั้งหมด
กำลังยืนอึ้งอะไรอยู่เจ้าพวกโง่! เจ้ากำลังวางแผนที่จะปล่อยให้เจ้าหนุ่มนี่
อาละวาดตามที่ต้องการหรืออย่างไร!?”
ตอนนี้ โอวหยางกวางมิสนใจเกี่ยวกับชื่อเสียงของตนอีกแล้ว เขายก
มือของเขาสั่งผู้อาวุโสแผนกลงทัณฑ์ทั้งหมดร่วมมือกัน
ในตอนนี้ ความภาคภูมิใจของแผนกลงทัณฑ์ได้ถูกหลินหมิงทำลาย
ลงไปแล้ว หากพวกเขายังยึดติดกับตนเองแล้วไม่หันมาร่วมมือกันละก็
แผนกลงทัณฑ์คงจะไม่มีที่ให้ยืนในหุบเขาเจ็ดแก่นแท้อีกต่อไป
มีถึงห้าอาวุโสแผนกลงทัณฑ์ที่ได้มาร่วมงานเลี้ยงนี้ นอกจากโอหยา
งกวางและโอวหยางปั่วเยี่ยน ผู้อาวุโสคนอื่นก็อยู่เพียงขั้นปราณปลายฟ้า
ช่วงต้น
สำหรับเหล่าห้าอาวุโสที่รุมรุ่นเยาว์เช่นนี้ นับประสาอะไรกับศิษย์
แผนกลงทัณฑ์ แม้แต่นักสู้จากสำนักเล็กๆ พวกเขายังรู้สึกอายแทน
……………………………
โอวหยางหมิงมองไปยังฉากในใจกลางจัตุรัสและรู้สึกเครียด เขามิ
สามารถทนดูเหตุการณ์เช่นนี้ได้อีกต่อไป “ส่งข้อความเสียงให้แก่ท่านผู้นำ
แผนก ให้ผู้นำแผนกออกมาจากการปิดด่านแล้วจัดการเอง ดีกว่าปล่อย
แผนกลงทัณฑ์ล่มสลายโดยหลินหมิง!”
ขณะที่โอวหยางหมิงกล่าวออกมาอย่างหมดหนทาง เขามิได้รู้สึกถึง
หลินหมิงอย่างสมบูรณ์ หนึ่งปีครึ่งก่อนหน้านี้ เขาได้เห็นหลินหมิงที่ยังมี
ระดับการบ่มเพาะเพียงขั้นผสานชีพจรช่วงต้นยังสามารถเอาชนะเจียง
เป่าอวิ้นที่มีระดับการบ่มเพาะอยู่ในจุดสูงสุดของขั้นผสานชีพจรได้ แม้นี่
จะเป็นเรื่องที่น่าทึ่ง แต่เขาก็ยังต้องยอมรับความจริงนี้เท่านั้น
อย่างเมื่อครู่นี้ ด้วยเพียงแค่การบ่มเพาะขั้นปราณต้นฟ้าช่วงปลาย
เขาจัดการมอบความพ่ายแพ้ให้แก่โอวหยางกวางที่อยู่ขั้นปราณปลายฟ้า
ช่วงกลางได้ นี่เป็นสิ่งน่าเหลือเชื่ออย่างแท้จริง
ในตอนนี้ เขายังจะต่อกรกับห้าอาวุโสผู้แข็งแกร่งด้วยตัวคนเดียว!
‘หลินหมิง เอ๋ยหลินหมิง เจ้าจะอาละวาดซักเพียงใดจึงจะยอมแพ้
กัน?’
……………………..
“กะโหลกโลหิตตัดวิญญาณ!”
ภายในจัตุรัส โอวหยางปั่วเยี่ยนได้เข้าร่วมการต่อสู้ ด้วยการ
เคลื่อนไหวเพียงครั้งเดียวของกะโหลกโลหิตตัดวิญญาณ ครึ่งหนึ่งของ
จัตุรัสได้ถูกปกคลุมไปด้วยเปลวเพลิงสีม่วง
หลังจากโอวหยางปั่วเยี่ยน ผู้เข้ามาใหม่ทั้งสองร่วมทำการสนับสนุน
เหล่าอาวุโสแผนกลงทัณฑ์ด้วยกระบี่กระดูกตัดวิญญาณปิดกั้นเส้นทาง
ทั้งหมดที่หลินหมิงสามารถหลบได้!
จากนั้นโอวหยางกวางได้ใช้หอกกระดูกเพลิงม่วงอีกครั้ง หอกกระดูก
เพลิงม่วงและกะโหลกโลหิตตัดวิญญาณของโอหยางปั่วเยี่ยนผสานเข้า
ด้วยกันก่อเกิดคลื่นโลหิตกระจายปกคลุมลงมาจากท้องฟ้า!
คลื่นโลหิตนี้มีขนาดน่าหวาดกลัว มันราวกับว่าแม้แต่ความว่างเปล่าก็
ถูกมันฉีกออกเป็นชิ้นๆได้ เหล่าห้าอาวุโสทุ่มเทพลังทั้งหมดไปที่การโจมตี!
ตอนนี้พวกเขาละทิ้งชื่อเสียงไปแล้ว จากนี้พวกเขาพร้อมที่จะสละทุก
สิ่ง หากพวกเขามิสามารถที่จะล้มหลินหมิงในที่นี่ได้ แผนกลงทัณฑ์ก็จะไม่
มีทางพบกับแสงสว่างอีก!
ห้าอาวุโสขั้นปราณปลายฟ้าได้รวมพลังกันโจมตี จึงเกิดพลังที่น่า
หวาดกลัวขึ้น เหล่านักสู้ที่อยู่ที่นี่ต่างรู้สึกได้เพียงว่าปราณโลหิตในกายของ
พวกเขาถูกดึงขึ้นมา ราวกับโลหิตเหล่านั้นมันถูกดึงดูดไปยังใจกลางสนาม
และต้องการที่จะแยกออกจากร่างกายของพวกเขา ซึ่งเป็นความรู้สึกที่ไม่
สบายใจเป็นอย่างมาก!
เหล่านักสู้ส่วนมากช่วยไม่ได้ที่จะดึงปราณแท้ในร่างของตนเพื่อ
ต่อต้านผลกระทบการกัดกร่อนร้ายแรง ซึ่งออร่าของการโจมตีนี้มีผลกับ
โลหิตและจิตวิญญาณของพวกเขา
“แข็งแกร่งเกินไปแล้ว!”
“ไม่เสียเปล่าเลยที่เป็นการร่วมมือกันโจมตีจากเหล่าห้าอาวุโสผู้
ยิ่งใหญ่ขั้นปราณปลายฟ้า ถ้าเพียงแค่ออร่ามันเองจะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้
จะเป็นเช่นไรหากต้องเผชิญหน้าสิ่งนี้ได้!?”
เผชิญหน้ากับคลื่นการโจมตีที่ทรงพลังราวกับคลื่นอันบ้าคลั่งของ
มหาสมุทร สีหน้าของหลินหมิงก็สลดลง
ทันใดนั้น ปราณแท้ที่อยู่ไขกระดูกของเขาก็ปะทุขึ้นมา!
บนหอกแห่งดาวหางม่วง จิตวิญญาณสายฟ้าปีศาจศักดิ์สิทธิ์และ
ปราณอัคคีเพลิงอุกกาบาตถล่มปฐพีส่งเสียงกู่ร้องอย่างบ้าคลั่ง เสียงดัง
กึกก้องเป็นชุดได้ปะทุจากภายในร่างกายของหลินหมิง ด้านหลังของ
หลินหมิงปรากฏร่างเงาเสมือนจริงของมังกรครามพร้อมเปลวไฟที่ลุกโชน
และสายฟ้าคำราม!
ปราณแท้ที่บ้าคลั่งปะทุราวกับภูเขาไฟ!
เพลิงสายฟ้าแห่งการทำลายล้าง!
บึมมมม!!
หลินหมิงพุ่งหอกของเขาออกไปด้วยพลังอันน่าสะพรึงกลัวของ
สายฟ้าและเพลิงที่ระเบิดออกมา จนก้องอยู่ในอากาศ ในตอนนี้มันดูราว
กับว่าโลกได้สูญสิ้นสีสัน!
แสงสว่างได้เข้าบดบังการมองเห็นของทุกคน ในขณะนั้น เสียง
สายฟ้าที่ดังสนั่นทำทุกคนหูอื้อ พลังของสายฟ้าและไฟทะยานดั่งคลื่น
ยักษ์สึนามิและน้ำในทะเลสาบต่างยกตัวขึ้นเป็นคลื่นสูงหลายสิบเมตรทำ
ให้ศาลาโดยรอบทั้งหมดพังลง โต๊ะทุกตัวในงานเลี้ยงถูกพลิกคว่ำ! เหล่า
นักสู้ทั้งหมดที่อยู่ใกล้เคียงถูกอัดกระเด็นออกไป! พวกเขาส่วนหนึ่งกระอัก
โลหิตและตกลงพื้น จนหมดสติไป
จัตุรัสงานประลองที่ตั้งอยู่บนเกาะหลัก ดังนั้นเหล่าศิษย์ที่ถูก
คัดเลือกส่วนมากมาจากแผนกลงทัณฑ์ พวกเขานั้นได้รับการโจมตีครั้งนี้
มากที่สุด ซึ่งโชคร้ายของพวกเขา หากเปรียบเทียบนักสู้จากสำนักเล็ก
หลายคนมิได้มีฐานะเพียงพอ จึงอยู่เกาะห่างออกไปและมิได้รับอันตราย
มากนัก พวกเขาทั้งหมดคงต้องขอบคุณดาวนำโชคของตนที่พาหลีกหนี
ออกจากหายนะนี้ได้
ตูม! ตูม! ตูม! ตูม!
ศิษย์แผนกลงทัณฑ์นับสิบนั้นได้ถูกส่งกระเด็นตกทะเลสาบ ทั้งเกาะ
ตกอยู่ในสถานการณ์ที่สับสนวุ่นวาย!
หลังจากแสงสว่างที่บดบังสายตาได้จางลงไป ทั่วทั้งจัตุรัสก็ตกอยู่ใน
ความสับสน ในใจกลางของจัตุรัสมีเพียงสามคนที่ยังคงยืนอยู่ หลินหมิง
โอวหยางปั่วเยี่ยนและโอวหยางกวาง
ส่วนสามผู้อาวุโสแผนกลงทัณฑ์ขั้นปราณปลายฟ้าช่วงต้น พวกเขา
นอนกองอยู่กับพื้นราวกับสุนัข
ด้วยหอกของเขา หลินหมิงได้จัดการผู้อาวุโสผู้ยิ่งใหญ่ขั้นปราณปลาย
ฟ้า 3 คนลงได้!
ขณะที่เหล่านักสู้นั้นกำลังดูสิ่งนี้ พวกเขาได้สูดหายใจเย็นเยือกเข้าไป
ฉินจื่อหยาได้ตกตะลึงแม้แต่ฉินซิงเซวียนที่อยู่ข้างเขาก็มีสีหน้า
เช่นเดียวกัน นางรู้ว่าหลินหมิงแข็งแกร่งมาก แต่นางมิเคยคิดว่าเขาจะ
แข็งแกร่งถึงเพียงนี้ มิแปลกใจที่หลินหมิงจะกล้าพอที่จะยื่นมือเข้าไปเปิด
ประตูพายุที่ชื่อว่า แผนกลงทัณฑ์
หลินหมิงจับหอกแห่งดาวหางม่วง ปลายหอกชี้ไปทางพื้นสนาม ผม
ยาวของเขาสยายตามแรงลมจากพลังอัดกระแทกของปราณแท้ที่ยัง
หลงเหลืออยู่จากการระเบิดเมื่อครู่ ตอนนี้ท่าทางของเขามิต่างไปจากเทพ
สงคราม
ขณะที่โอวหยางกวางเผชิญหน้ากับหลินหมิง เขาถอยหลังกลับหลาย
ก้าวโดยมิรู้ตัว ริมฝีปากสั่น ความกลัวลึกๆเกิดขึ้นจากความคิดที่ยุ่งเหยิง
ของเขา
ความแข็งแกร่งนี่มนุษย์มีได้จริงหรือ? อายุเพียง 17 ปี หลินหมิงคนนี้
ต้านทานการโจมตีจากการร่วมกันจากห้าผู้อาวุโสขั้นปราณปลายฟ้า! มิ
เพียงแค่นั้นสามในนั้นยังได้รับบาดเจ็บสาหัส!
“ตาย!” หลินหมิงตั้งใจจะมิให้พวกเขาทำสิ่งใดแม้แต่โอกาสที่จะ
หายใจของพวกเขา เท้าของเขากดลงบนพื้นดินและพุ่งไปข้างหน้า หอก
ของเขาพุ่งเข้าหาโอวหยางปั่วเยี่ยน!
สีหน้าที่เคยเย็นชาและมืดมนของโอวหยาวปั่วเยี่ยน ตอนนี้มีเพียงแค่
ความรู้สึกหวาดกลัวบนสีหน้าของเขา เขาตระหนักว่าหากวันนี้เป็นวันที่
เขาโชคร้าย เขาอาจจะต้องตายลงที่นี่!
ภายใต้การคืบคลานของความตายที่ใกล้เข้ามา โอวหยางปั่วเยี่ยนชก
ตัวเองเข้าที่อกบังคับให้โลหิตไหลออกและพ่นลงบนกระบี่สมบัติของเขา
กระบี่สมบัติแต่เดิมมีสีน้ำเงินได้กลายเป็นสีแดงโลหิตที่น่าขนลุกหลังจาก
ดูดซับโลหิตไป
นี่เป็นกระบวนท่าจาก ‘เคล็ดบ่มเพาะทัณฑ์สวรรค์ศักดิ์สิทธิ์’ ซึ่งจะ
สร้างความเสียหายส่วนหนึ่งของการบ่มเพาะและต้องจ่ายด้วยที่ราคาสูง
ลิบของปราณโลหิตเพื่อใช้งาน! หากใช้มันไปครั้งหนึ่ง มันยากที่จะฟื้นตัว
อย่างน้อยหนึ่งปีในการฟื้นฟู แต่สำหรับปราณโลหิตส่วนนึงของเขานั้นได้
หายไปตลอดกาล
โอวหยางปั่วเยี่ยนมิได้มีปราณโลหิตวิหคเพลิง เขามิได้ฝึกเทคนิคลับ
ของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์เพื่อถ่ายเทปราณโลหิต ซึ่งหากเขาสูญเสียปราณ
โลหิตไปครั้งหนึ่งแล้วละก็เขาจะมิมีวันที่จะฟื้นฟูมันได้!
หลังจากใช้กระบวนท่าที่เขาต้องจ่ายส่วนหนึ่งของชีวิตและการบ่ม
เพาะ ท่าทางของโอวหยางปั่วเยี่ยนนั้นดูดุร้ายและมืดมนอย่างยิ่ง ใบหน้า
ของเขาแดงเข้มราวกับเขาถูกสิงโดยปีศาจ
โอวหยางปั่วเยี่ยนเกลียดหลินหมิงเข้ากระดูกดำ เขาปรารถนาที่จะ
สังหารเขาให้เร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ โดยไม่สนอันใดอีกต่อไป!
“หลินหมิง เจ้าต้องตายที่นี่!”
กระบี่ถูกสะบัดออกไป คมกระบี่กลายเป็นสีแดงสว่างมากยิ่งขึ้นราว
กับมันเป็นหยดโลหิตสดๆ เกิดเสียงกรีดร้องที่น่าสยดสยองทั่วทั้งอากาศ
พลังของกระบี่ทำให้คลื่นโลหิตมหึมาเข้าปกคลุมท้องฟ้า!
ครึนนน!
โอวหยางปั่วเยี่ยนสะบัดด้วยกระบี่ของเขา กระบี่สีแดงเข้มได้ก่อเกิด
พายุสีแดงขึ้น กระเบื้องหินอ่อนใต้เท้าของเขาแตกอีกครั้งลอยขึ้นไปใน
อากาศ สายลมหมุนรอบกระบี่ เกิดเส้นสายสีแดงยาวพุ่งตรงมาที่หลินห
มิง
หลินหมิงเค้นเสียงเยาะเย้ย เข็มเหล็กปีศาจศักดิ์สิทธิ์ผสานเข้ากับ
หอกแห่งดาวหางม่วง หอกและสายฟ้ากลายเป็นหนึ่งเดียว สายฟ้าคดไป
มาและสาดกระจายอย่างบ้าคลั่ง!
“สายฟ้าปีศาจแห่งโลหิตทำลายล้าง!”
หลินหมิงพุ่งหอกออกไปเช่นกันและร่างกายของเขาส่งเสียงแตก
ออกมา หอกแห่งดาวหางม่วงมีอสรพิษสายฟ้าสีแดงหนาพันรอบ มันกู่
ร้องออกมาเมื่อปะทะเข้ากับพายุสีแดงเข้ม
บึมม! บึมม! บึมม! บึมม! บึมม!
ระเบิดที่เกิดขึ้นเป็นชุดได้ฉีกอากาศ พายุสีแดงเข้มถูกฉีกขาด
ออกเป็นเสี่ยงๆด้วยพลังของสายฟ้า ในเวลาเดียวกันอสรพิษสายฟ้าสีแดง
ได้สลายไปด้วย โอวหยางปั่วเยี่ยนที่ผลาญปราณโลหิตของตนเองในการ
โจมตีครั้งนี้ แต่ก็ยังมิใช่คู่มือของหลินหมิงอยู่ดี
“หืม?”
หลินหมิงประหลาดใจเล็กน้อย พายุที่ถูกฉีกนั้นยังคงไม่ได้ถูกทำลาย
สมบูรณ์ ส่วนที่ฉีกขาดยังคงมุ่งหน้ามาทางเขา หลินหมิง ดึงหอกกลับมา
และสายฟ้าปีศาจแห่งโลหิตทำลายล้างก็สั่น มันกลับเข้าไปในเข็มเหล็ก
ปีศาจศักดิ์สิทธิ์ จากนั้นมันก็พุ่งผ่านรอยแยกพายุเพลิงที่ถูกฉีก!
ขณะที่หลินหมิงและโอวหยางปั่วเยี่ยนกำลังต่อสู้ติดพัน พายุสีแดง
โลหิตก็พุ่งเข้าหาหลินหมิงซึ่งมันได้ถูกเผาจนหมดสิ้นโดยพลังอันรุนแรง
ของเพลิงอุกกาบาตถล่มปฐพีที่หลินหมิงใช้ออกมา
ขณะเดียวกันเข็มเหล็กปีศาจศักดิ์สิทธิ์ก็พุ่งมาถึงด้านหน้าของโอวห
ยางปั่วเยี่ยน
ขณะที่โอวหยางปั่วเยี่ยนเห็นประกายแสงขนาดเล็กนี้ ในใจของเขาก็
ตื่นตระหนกเป็นอย่างยิ่ง เขาโคจรโล่ป้องกันปราณแท้จนถึงขีดจำกัดและ
เปลวเพลิงสีม่วงก็ปรากฏออกมาจากร่าง เข้าปกคลุมเขาเอาไว้
ที่จุดนี้ เข็มเหล็กปีศาจศักดิ์สิทธิ์แทงเข้าไปยังเปลวเพลิงสีม่วง ด้วย
สายฟ้าที่เจาะเข้าไป มันทะลุผ่านการป้องกันของเปลวเพลิงสีม่วงได้อย่าง
ง่ายดาย!
ขณะนั้นโอวหยางปั่วเยี่ยนรู้สึกเหมือนจิตวิญญาณหลุดออกจากร่าง
เขาสามารถรู้สึกถึงความตายที่เข้ามาใกล้เขา!
ร่างกายของเขาปกป้องด้วยปราณแท้สามารถต้านทานได้เพียงชั่วครู่
หนึ่งเท่านั้น จากนั้นมันถูกเผาจนสลายไปอย่างสิ้นเชิงด้วยพลังของสายฟ้า
ช่วงเวลาที่สำคัญนี้ โอวหยางปั่วเยี่ยนได้ตะโกนออกมาและเอื้อมมือ
ออกไปจับเข็มเหล็กปีศาจศักดิ์สิทธิ์
“อ๊ากกกก!”
ขณะที่โอวหยางปั่วเยี่ยนเอื้อมมือซ้ายจับเข็มเหล็กปีศาจศักดิ์สิทธิ์
มือซ้ายของเขาถูกเผาไหม้กลายเป็นสีดำทันที เลือดและพลังงานภายใน
มือของเขาถูกดูดกลืนอย่างรวดเร็วโดยจิตวิญญาณสายฟ้าปีศาจศักดิ์สิทธิ์
ผ่านเส้นชีพจรของเขา ในขณะนั้น มือซ้ายของโอวหยางปั่วเยี่ยนได้แห้ง
เหี่ยวลงไปในทันที
ดวงตาของโอวหยางปั่วเยี่ยนเต็มไปด้วยเลือดคลั่ง โดยไม่ลังเล เขา
ตัดแขนซ้ายตนเอง โลหิตพุ่งออกมาในทันที
ฟรุป!
แขนที่แห้งเหี่ยวตกลงบนพื้นเหมือนกับแผ่นเนื้อที่ขาดจากกัน
ขณะทุกคนบนเกาะเห็นสิ่งนี้ พวกเขาตกอยู่ในความเงียบงัน
แขนขาด!
โอวหยางปั่วเยี่ยนเป็นคนพิการแล้ว!
การบาดแผลสาหัสและการพิการมีสองอย่างนั้นแตกต่างกันโดย
สิ้นเชิง ในหลายกรณี สำหรับนักสู้แล้ว เมื่อแขนพวกเขาถูกตัด มันก็ไม่
ต่างกับการฆ่าพวกเขา!
ก่อนหน้านี้ ผู้คนทั้งหลายต่างคิดว่าคงมีการต่อสู้และพูดคุยเพียง
เล็กน้อยเกิดขึ้น แม้หลินหมิงจะได้แสดงถึงความแข็งแกร่งออกมา สุดท้าย
เขาคงจะมิสามารถทำอันตรายโอวหยางปั่วเยี่ยนได้มากนัก แต่ตอนนี้ มัน
ดูเหมือนว่างานเลี้ยงกลับกลายเป็นสนามรบแห่งการนองเลือดไปเสียแล้ว!
หลินหมิงเค้นเสียงเย็นชา เพื่อที่จะหยุดปราณโลหิตที่ไหลออกจาก
ร่างกายของเขา โอวหยางปั่วเยี่ยนถึงกับตัดแขนของตัวเอง นักสู้จาก
แผนกลงทัณฑ์มีความเด็ดขาดอย่างแท้จริงเมื่อมันเกี่ยวข้องกับความเป็น
ความตายของพวกเขา
“แต่เจ้าจะป้องกันการโจมตีครั้งต่อไปของข้าได้หรือไม่?”
หลินหมิงสะบัดนิ้ว เข็มเหล็กปีศาจศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถทำให้โอวหยาง
ปั่วเยี่ยนจำต้องตัดแขนของเขา ปรากฏขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ด้วยการสะบัดนิ้ว
หลินหมิงมันก็พุ่งไปหาโอวหยางปั่วเยี่ยนอีกครั้ง!
ในตอนนี้เอง เส้นผมของโอวหยางปั่วเยี่ยนดูยุ่งเหยิง มือซ้ายของเขา
ไม่มีอีกแล้วและแขนข้างที่ขาดถูกเผ่าไหม้มีโลหิตหยดลงมา ขณะที่เขา
เห็นเข็มเหล็กปีศาจศักดิ์สิทธิ์ปรากฏขึ้นในสายตาของเขาอีกครั้ง สายตา
ของเขากลายเป็นสิ้นหวัง
หากโดนเข็มนี้แทงเข้าอีกครั้ง เขาจะตายอย่างแน่นอน!
แต่ในตอนนั้นเอง เกิดเสียงตระโกนที่ราวฟ้าผ่าดังออกมา
“หยุด!”