Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 431 ไม่มีทางเลือก
ณ เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์เบื้องหลังหุบเขาภายในตำหนักวิหคเพลิง –
ผู้อาวุโสลำดับสามแห่งเกาะฟีนิกส์ศักดิ์สิทธิ์มู่เหยียนจัวเดินออกมา
จากตำหนักวิหคเพลิงด้วยสีหน้าบูดบึ้ง
“ท่านผู้อาวุโสลำดับสาม!”
สาวใช้คู่หนึ่งออกมานอกตำหนักวิหคเพลิงคำนับแก่มู่เหยียนจัว
มู่เหยียนจัวเพียงแค่พ่นลมหายใจครั้งหนึ่งอย่างมิพอใจ หลังจากเขา
ก้าวเดินไป 100 ก้าวจากทางเข้าของโถงหลัก มู่เหยียนจัวสะบัดแขนเสื้อ
ของเขาแล้วบินขึ้น
แม้ว่าตำหนักวิหคเพลิงมิมีกฏระบุห้ามผู้ใดบินหน้าลานกว้าง แต่
ตำหนักวิหคเพลิงก็ยังคงเป็นตำหนักมู่อี้หวงและเป็นแผนกที่มีอำนาจมาก
ที่สุด ผู้คนทั่วไปจะออกจากลานกว้างเพื่อบินแต่ว่ามู่เหยียนจัวในตอนนี้มิ
สนกฏมารยาทใดๆทั้งสิ้นเพราะการสนทนาเมื่อครู่กับมู่อี้หวงทำให้เขา
รู้สึกมิพอใจเป็นอย่างมาก
พิธีหมั้นของนักบุญหญิงที่เขาเสนอถูกตีกลับโดยข้ออ้างของมู่อวี้หวง
ทำให้ตอนนี้มันถูกยื้อออกไปอย่างไม่มีกำหนด!
ซู่วว!
ยันต์สื่อสารกระแสเสียงถูกจุดข้างหน้าของมู่เหยียนจัวติดต่อผู้อาวุโส
สูงสุดมู่ชือหั่ว
มู่เหยียนจัวขมวดคิ้ว ด้วยความสัมพันธ์ของเขากับผู้อาวุโสสูงสุดนั้น
ค่อนข้างธรรมดา การต่อสู้มากมายเพื่อแย่งอำนาจที่ซับซ้อนภายในเกาะ
ฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ มู่เหยียนจัวก็เป็นผู้อาวุโสลำดับสามและตัวแทนแผนก
สำหรับมู่ชือหั่วเอง เขายังคงเป็นตัวแทนแผนกอื่นเช่นกัน
ระหว่างแผนกใหญ่ทั้งสองแล้ว พวกเขามักจะขัดแย้งกันบ่อยครั้ง
และได้นำไปสู่ความสัมพันธ์ที่มิได้ลงรอยกันระหว่างมู่เหยียนจัวและมู่ชื
อหั่วอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
มู่เหยียนจัวได้ลังเลก่อนจะบินไปยังตำหนักจิตวิญญาณเพลิงที่ซึ่งผู้
อาวุโสสูงสุดรออยู่
“ฮ่าฮ่า น้องชายเหยียนจัว นานแค่ไหนแล้วที่พวกเรามิได้เจอกัน
เช่นนี้ ท่านเป็นอย่างไรบ้าง?” ภายนอกของตำหนักจิตวิญญาณเพลิงมู่ชือ
หั่วได้สวมชุดสีแดงรออยู่ที่นั่นด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า
“ข้าขอขอบคุณพี่ชายชือหั่วสำหรับความเป็นห่วง ข้านั้นสบายดี” มู่
เหยียนจัวร่อนลงมาและกุมมือของเขาขึ้นคำนับ
“สบายดีงั้นหรือ? ข้าเกรงว่ามันจะไม่ดีซักนิดเลยน่ะสิ!” ผู้อาวุโส
สูงสุดกล่าวด้วยรอยยิ้มจางๆ
มู่เหยียนจัวขมวดคิ้ว ไม่กล่าวปฏิเสธอันใด
“น้องชายเหยียนจัว ข้ารู้ว่าเจ้าพยายามอย่างยากลำบากกับการ
แต่งงานของชิงชู แต่ถ้าข้าพูดตรงๆ น้องชายเหยียนจัวควรลืมเรื่องนี้เสีย
ดูเหมือนว่ามู่อวี้หวงได้ตัดสินใจให้มู่เชียนหยี่แต่งงานกับหลินหมิงแล้ว
นอกจากนั้นดูเหมือนว่าด้วยความสัมพันธ์อันใกล้ชิดของมู่เชียนหยี่กับ
หลินหมิงทำให้พวกเขายินดีกับการแต่งงานนี้ และดูเหมือนอวี้หวงยังมี
แผนอื่นในอนาคตอีก!”
มู่ชือหั่วกล่าวคำพูดที่รุนแรงด้วยสีหน้าที่เย็นชา มู่ชือหั่วได้กล่าวอย่าง
ชัดเจนซึ่งมู่เหยียนจัวก็ได้เข้าใจเรื่องนี้ดี แต่เขายังคงมิอยากยอมรับมัน
(เพิ่มจากจีน ตรงนี้ในอังกฤษไม่มี แต่ทีมงานแอดไปเทียบมาเลยเอา
มาใส่เพิ่มครับ)
“เจ้าต้องการกล่าวถึงสิ่งใด?” มู่เหยียนจัวเปิดประตูมองไปยังภูเขา
เขารู้ว่าที่ผู้อาวุโสสูงสุดถามมาในครั้งนี้มิใช่เพียงแค่การกล่าวลอยๆแน่
มู่ชือหั่วยิ้มและกล่าวว่า “น้องชายเหยียนจัวคือผู้มีไหวพริบ ก่อน
หน้านี้ มันมีปัญหาระหว่างพวกเราเกิดขึ้นก็จริง แต่ในท้ายที่สุดแล้วพวก
เราทั้งคู่ต่างก็อยู่สกุลมู่ ตลอด3000ปีมานี้ เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์มีศิษย์ต่าง
สกุลมากมายได้เข้าร่วม แต่ในท้ายที่สุด พวกเขามิได้เป็นผู้อาวุโสที่มีสกุล
เดียวกัน ข้าเกรงว่าในอนาคตนั้นหลินหมิงจะกลายเป็นผู้อาวุโส! สถานะ
ของหลินหมิงจะค่อยๆมีความสำคัญมากขึ้นไปอีก หากในอนาคตถ้าเขา
แต่งงานกับมู่เชียนหยี่แล้วละก็ เขาอาจจะได้กลายเป็นจ้าวนิกายแห่งเกาะ
ฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์”
มู่เหยียนจัวกล่าว “ในช่วงเวลาตลอด 3000 ปีนั้น มิเคยมีผู้ใดที่มิใช่
สกุลมู่กลายเป็นจ้าวนิกาย นี่มิต่างจากการมอบเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ให้แก่
ผู้อื่น ทางสภาผู้อาวุโสไม่มีทางยอมรับเรื่องนี้เป็นแน่ ผู้ใดจะสามารถ
รับประกันได้ว่าบุคคลภายนอกจะมิได้เก็บงำเจตนาชั่วร้ายไว้?”
เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์เป็นนิกาย แต่ที่จริงแล้วพวกมันเป็นมรดกทาง
สายเลือดที่สำคัญมาก ผู้อาศัยส่วนมากของเกาะคือสกุลมู่และมันเป็น
เหมือนกับพรรคตระกูล
ตระกูลจะไม่มีทางยกตำแหน่งผู้ปกครองให้บุคคลภายนอก ดังนั้นผู้
อาวุโสของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์จะไม่มีทางยอมรับคนต่างสกุลเป็นจ้าว
นิกาย
“ฮะฮะ นั้นมันอาจมิจำเป็น มู่เฟิงเซียนโปรดปราณหลินหมิงมาก
และมู่อวี้หวงเองก็ได้ให้ความสำคัญกับเขาเหมือนกัน อีกทั้งศักยภาพที่น่า
กลัวของหลินหมิงที่น้องชายเหยียนจัวมิอาจทราบแต่ตอนนี้เขาได้บุกเข้าสู่
หุบเขาเจ็ดแก่นแท้ไปยังแผนกลงทัณฑ์และต่อสู้กับอาวุโสทั้งเจ็ดหรือแปด
ของแผนกลงทัณฑ์ด้วยตัวเขาเองอีกทั้งเขายังจัดการล้มผู้อาวุโสที่อยู่
ปลายขอบจุดสูงสุดขั้นปราณปลายฟ้าผู้นำแผนกลงทัณฑ์ได้อีกด้วย!”
“ว่าอย่างไรนะ!?” มู่เหยียนจัวเปลี่ยนสีหน้า “ท่านกล่าวว่าหลินหมิง
ที่เป็นเพียงขั้นปราณต้นฟ้าช่วงปลายได้จัดการล้มผู้เชี่ยวชาญปลายขอบ
จุดสูงสุดขั้นปราณปลายฟ้าได้งั้นหรือ!?”
“ใช่! นี่คือระดับความสามารถเฉพาะที่จักรพรรดิในอนาคตควรมี
ดังนั้นนั่นคือทำไมข้าจึงกล่าวว่าในอนาคตหลินหมิงจะกลายเป็นจ้าวนิกาย
แห่งเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ แม้แต่การปกครองเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมด
ก็มิใช่เรื่องเป็นไปไม่ได้ ตอนนั้นเองพวกเราจะไม่เหลือที่ให้ไป!”
มู่เหยียนจัวทำหน้าไม่พอใจมาก เขากัดฟันแน่น “หากเป็นเช่นนั้น
ชายชราผู้นี้ก็ไม่มีสิ่งใดจะพูด ความแข็งแกร่งของหลินหมิงที่เพิ่มขึ้นจนมิ
อาจหยุดยั้งได้ ข้าจะลองแนะนำให้ชิงชูยกเลิกการหมั้นและมุ่งไปที่การฝึก
ตน หากความสามารถของเขาด้อยกว่าผู้อื่นแล้วเขาก็มิอาจทำอะไรได้
นอกจากยอมรับในโชคชะตานี้! แม้ในอนาคตข้าจะต้องอยู่ภายใต้การ
ควบคุมของผู้อื่นและอิทธิพลของข้าจะค่อยๆลดลง แต่ยังคงรักษาชีวิตอยู่
ได้ดีกว่าดับสูญไป! ข้าขอให้ท่านพี่ชือหั่วมิต้องกังวลเรื่องหลินหมิง! การ
เติบโตของเขานั้นน่ากลัวเป็นอย่างมาก! หากมีผู้ใดกล้าขัดใจเขา พวกเขา
คงจะมีความตายที่น่าสังเวชอย่างแน่นอน!”
มู่ชือหั่วได้กล่าวอย่างดูถูก “น้องชายเหยียนจัว ทำไมเจ้ามิลอง
ปกป้องตัวเองดูเล่า? พวกเรารับมือเขาด้วยกัน!”
“หืม คงมีเพียงแค่พี่ชายชือหั่วเท่านั้นที่รับมือเขาได้ พี่ชายชือหั่ว
เปรียบเหมือนน้ำและไฟของจ้าวนิกายอวี้หวง ข้ามู่เหยียนจัวมิกล้า
พอที่จะสู้กับอำนาจของผู้อื่น พี่ชายชือหั่วมิควรดึงข้าไปยุ่งด้วย!”
“ฮ่าฮ่า” มู่ชือหั่วเยาะเย้ย “น้องชายเหยียนจัวไร้เดียงสาเกินไปแล้ว
น้องชายเหยียนจัวเจ้ารู้ไหมว่าเหตุใดหลินหมิงลงไปแผนกลงทัณฑ์แห่งหุบ
เขาเจ็ดแก่นแท้?”
มู่เหยียนจัวนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งแล้วหายใจออกเฮือกใหญ่โดยมิตอบสิ่ง
ใด เขามิทราบสถานการณ์ระหว่างหลินหมิงและโอวหยางปั่วเยี่ยน ที่เกาะ
ฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ เรื่องเล็กๆน้อยๆที่เกิดขึ้นภายในอาณาจักรลิขิตฟ้า
มิต่างไปจากการต่อสู้กันของมด มันมิเพียงพอที่จะกระตุ้นความสนใจของ
เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ มิต้องพูดถึงเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ที่ได้เข้าไปยุ่ง
วุ่นวายจากสงครามที่พวกเขาได้นำมา
มู่ชือหั่วหัวเราะแล้วกล่าวว่า “หลายเดือนก่อนข่าวการตายของ
หลินหมิงส่งผ่านไปยังหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ หนึ่งในศัตรูของหลินหมิง
ต้องการใช้โอกาสนี้เข้าล้างแค้นเพื่อจะระบายความขุ่นเคือง พวกเขาได้
ตอบโต้เพื่อเข้ากำจัดตระกูลหลินและอีกทั้งยังบังคับให้หญิงสาวของ
หลินหมิงเข้าสู่ขอบเหวแห่งความตายด้วย บุคคลผู้นี้ได้อยู่ที่แผนกลงทัณฑ์
แห่งหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ นี่เป็นเหตุให้หลินหมิงมุ่งไปสู่แผนกลงทัณฑ์ ใน
ความจริงผู้คนที่เขาฆ่าทั้งหมดคือผู้อาวุโสของแผนกลงทัณฑ์ผู้เชี่ยวชาญ
ขั้นปราณปลายฟ้า”
“แล้วเรื่องนั้นมันเกี่ยวกันอย่างไรละ?”
“นี่ๆ ดูเหมือนว่าน้องชายเหยียนจัวจะยังมิเข้าใจ น้องชายเหยียนจัว
คิดซักนิด ถ้าตระกูลของหลินหมิงและพวกถูกผลักให้อยู่ขอบเหวแห่ง
ความตาย ทำไมพวกเขาจะมิร้องขอความช่วยเหลือจากเกาะฟีนิกซ์
ศักดิ์สิทธิ์กัน? หลังจากที่พวกเขารู้ว่าหลินหมิงและมู่เชียนหยี่เป็นเพื่อนกัน
แต่อย่างไรก็ตามเรื่องที่โชคร้ายที่ตามมาคือมู่เชียนหยี่ได้อยู่ด้วยกันกับ
หลานมู่ชิงชู ต่อมามิทราบด้วยเหตุใด หลานชายของท่านได้เผาจดหมายที่
ส่งไปยังมู่เชียนหยี่ เป็นความจริงที่เขาเผาจดหมายหลายฉบับและมิยอม
มอบพวกมันให้แก่มู่เชียนหยี่ ภายหลังนี่เกือบเป็นเหตุให้หญิงสาวที่มี
ความสัมพันธ์กับหลินหลิงต้องเกือบตายลงในสนามรบ”
ขณะที่มู่ชือหั่วพูดอย่างช้าๆ สีหน้าของมู่เหยียนจัวก็ไม่มีการ
เปลี่ยนแปลงใดๆ มู่เหยียนจัวจะไม่หลอกลวงเรื่องแบบนี้ และนั่นมีโอกาส
สูงที่เรื่องนี้จะเป็นความจริง มู่ชือหั่วตระหนักถึงบุคลิกของมู่ชิงชูและมันมี
แนวโน้มว่าเขาจะทำอะไรเช่นนี้
คิ้วของมู่เหยียนจัวขมวดมากยิ่งขึ้น เขาจ้องไปที่ผู้อาวุโสสูงสุดและ
กล่าวอย่างเย็นชาว่า “ท่านได้ส่งคนมาสืบเรื่องการเตรียมการของข้า
หรือ?”
หากผู้อาวุโสสูงสุดนี้มิได้ซ่อนสายลับไว้ภายในคนของเขาแล้ว เขาจะ
มิมีทางรู้เรื่องเล็กๆน้อยๆเช่นนี้
“ฮ่าฮ่า น้องชายเหยียนจัวอย่ากล่าวเช่นนั้นเลย มันเป็นเรื่องที่ดีใน
การหาวิธีกับความโกรธของหลินหมิง หลินหมิงผู้นี้จะล้างแค้นกับความไม่
พอใจใดๆที่เขามีดั่งเช่นครั้งหนึ่งที่เขาได้ไปจัดการแผนกลงทัณฑ์อย่างน่า
สังเวช เมื่อหลินหมิงกลับมาที่เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ เขาจะสืบเบาะแสเรื่อง
นี้อย่างหลีกเลี่ยงมิได้ ในอดีตที่หลานของท่านได้คิดว่าหลินหมิงตายไป
แล้ว ดังนั้นเขาจึงได้กระทำอย่างไม่ระมัดระวังโดยมิได้ลบร่องลอยของเขา
ถ้าหากหลินหมิงตรวจสอบเรื่องนี้มันก็ไม่ยากที่จะสืบว่าใครเป็นคนทำ
ด้วยความสามารถของหลินหมิงในปัจจุจัน เขาจะยังมิอาจเป็นภัยแก่ชิงชู
ได้ แต่ในหลังจากหลินหมิงไปถึงขั้นหลอมรวมแก่นแท้ น้องชายเหยียนจัว
ยังจะสามารถปกป้องชิงชูได้อยู่อีกหรือ? เมื่อถึงตอนนั้น บางทีชิงชูคง…”
ขณะมู่ชือหั่วกล่าวเขาก็เริ่มส่ายศีรษะ มู่เหยียนจัวทำหน้าบึ้ง มู่ชิงชู
คือสายเลือดของเขาที่โดดเด่นที่สุด หากนั้นไม่มีเหตุการณ์ผิดพลาดใดๆ
เกิดขึ้น เขาก็จะกลายเป็นผู้อาวุโสในอนาคตและสืบทอดตำแหน่งต่อจาก
เขา
ตำแหน่งของผู้อาวุโสมีความสำคัญอย่างมาก หากแผนกใดไม่มีผู้
อาวุโส พวกเขาจะไม่มีอำนาจเบื้องบนภายในนิกาย ผลลัพธ์คือพวกเขาจะ
ค่อยๆล่มสลายไปอย่างช้าๆ
หากนี้คือความขัดแย้งทั่วๆไปมู่เหยียนจัวจะยอมทำขออภัย แต่เรื่อง
ที่เกิดขึ้นมานี้ แม้มู่เหยียนจัวจะยอมรับ หลินหมิงคงอาจจะไม่มีวันลืม!
สีหน้าของมู่เหยียนจัวเปลี่ยนไปมาหลายครั้ง ในที่สุดเขาได้ถามด้วย
น้ำเสียงที่จริงจัง “พี่ชายชือหั่วมีแผนหรือไม่?” ในความเห็นของมู่เห
ยียนจัว ด้วยความสามารถและความแข็งแกร่งของหลิงหมิง และด้วยการ
สนับสนุนของมู่เฟิงเซียน มันเป็นไปมิได้ที่จะต่อต้านหลินหมิงแม้เขาจะ
ร่วมมือกับชือหั่ว
“น้องชายเหยียนจัว มิต้องกังวลเรื่องนั้นไป มันมีทางออกอยู่เสมอ
น้องชายเหยียนจัว พวกเราจะกลับเข้าไปในตำหนักวิญญาณเพลิงแล้ว
ค่อยๆคุยเรื่องนี้ดีหรือไม่?”
มู่เหยียนจัวพยักหน้า เขาเองไม่มีทางอื่นอีกแล้ว
………………………..
บนเกาะห่างจากเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ 1000 ลี้ แนวปะการังและคลื่น
ซัดเข้าสู่ชายหาด
กลุ่มศิษย์แห่งเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ลาดตระเวนเป็นประจำ ก่อนเที่ยง
ผู้นำกลุ่มขั้นปราณปลายฟ้ามองเห็นเปลวไฟที่ฟากฟ้าห่างไกลออกไป
สายตาของเขาดีเป็นพิเศษดังนั้นเขาจึงเป็นคนแรกที่เห็นวิหคเพลิง!
และยังเป็นวิหคเพลิงโตเต็มวัยอีกด้วย!
เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์มีเพียงวิหคเพลิงโตเต็มวัย ผู้ที่สามารถขี่วิหค
เพลิงออกเดินทางได้ส่วนใหญ่ก็คือเหล่าผู้อาวุโส
พวกเขาได้ใช้ยันต์สื่อสารกระแสเสียงส่งออกไปในทันที
…………………..
ที่ใจกลางของเกาะเล็ก ในเรือนเล็กสง่างาม มู่เชียนหยี่กำลังรดน้ำ
ต้นไม้
หลายวันมานี้มู่เชียนหยี่ดูดีอย่างมาก เมื่อนางมีเวลาว่างนางจะปลูก
ดอกไม้และต้นไม้บางส่วน
มู่ชิงชูยืนอยู่บนลานอย่างเงียบๆมองดูมู่เชียนหยี่กำลังรดน้ำต้นไม้
ในหลายวันที่ผ่านมา ท่าทางของมู่เชียนหยี่ที่ปฏิบัติต่อเขานั้นดูดีกว่า
แต่ก่อนมาก แต่ว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นมิได้ทำให้มู่ชิงชูมีความสุข
ตั้งแต่ที่มู่ชิงชูได้รับรู้ว่าหลินหมิงยังคงมีชีวิตอยู่ เขาได้มีสีหน้าที่น่า
สงสารยิ่งนัก มิใช่เพราะว่าหลินหมิงยังคงมีชีวิตอยู่ แต่เพราะระดับการบ่ม
เพาะของหลินหมิงยังได้ไปถึงขั้นปราณต้นฟ้าช่วงปลายอีกด้วย
เพียงอายุ 17 ปีระดับการบ่มเพาะก็อยู่ขั้นปราณต้นฟ้าช่วงปลายนั้น
ได้ก้าวข้ามมู่เชียนหยี่เมื่อนางอายุเท่ากันเสียอีก
นี่เป็นเหตุให้มู่ชิงชูรู้สึกถึงวิกฤตอยู่ลึกๆ ถ้ายังคงความเร็วเช่นนี้ต่อไป
ภายในไม่กี่ปีความแข็งแกร่งของหลินหมิงจะก้าวข้ามตนเองไป
เมื่อเวลานั้นมาถึง เขาจะไม่สามารถทำอันใดได้เลย
ในช่วงไม่กี่ปีนี้จะเป็นโอกาสสุดท้ายของเขา
มู่ชิงชูได้รับโอกาสครั้งสุดท้ายโดยปู่ของเขา แม้ว่าความเป็นไปได้จะมิ
สูงนัก แต่เขาก็ยังคงมีหวังอยู่แม้เพียงน้อยนิด นั่นเพราะเขายังมีข้อ
ได้เปรียบหลินหมิงคือเขามีสกุลมู่ของเขา
ในตอนนั้นเองได้เกิดเปลวไฟสว่างขึ้นตรงหน้าของมู่ชิงชู
“หืม? มีบางคนกำลังมุ่งหน้ามายังที่แห่งนี่ด้วยวิหคเพลิงเช่นนั้น
หรือ?”