Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 434 นั่งรูดทรัพย์
ถ้าหากพวกเขามีขั้นที่ 6 ของ ‘เคล็ดบ่มเพาะบัญญัติศักดิ์สิทธิ์
ต้องห้ามวิหคเพลิง’ พวกเขาคงจะสามารถบ่มเพาะเข้าสู่ขั้นที่ 6 ได้นาน
แล้ว แม้ว่าพื้นฐานการบ่มเพาะของพวกเขาจะแย่ แต่มันก็ยังไวกว่าการ
บ่มเพาะด้วยขั้นที่ 5 ซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า!
อย่างไรก็ตาม เหล่าผู้อาวุโสต่างมิได้หวังที่จะได้เป็นผู้ทรงพลังระดับ
จักรพรรดิ แล้วมันจะมีปัญหาอันใดกัน หากพื้นฐานการบ่มเพาะของพวก
เขาแย่?
เพื่อที่จะบรรลุขั้นหลอมรวมแก่นแท้ช่วงปลาย หรือแม้กระทั่งปลาย
ขอบจุดสูงสุดขั้นหลอมรวมแก่นแท้มันก็เป็นเป้าหมายสูงสุดในชีวิตของ
พวกเขาแล้ว
เมื่อคิดได้เช่นนี้ สายตาของทุกคนก็เริ่มกระหายและเร่าร้อน บางคน
เสียใจอย่างมากที่พวกเขาพยายามเถียงกับหลินหมิงก่อนหน้านี้ ท้ายที่สุด
การต่อสู้เพื่อปราณโลหิตวิหคเพลิงก็เป็นเรื่องของเหล่ารุ่นเยาว์ ถ้าหาก
พวกเขาสามารถทะลวงผ่านและเพิ่มความแข็งแกร่งของพวกเขาทั้งยัง
เพิ่มอายุขัยของพวกเขาอีกหลายร้อยปีได้ เช่นนั้น ไม่ว่าการต่อสู้ใดๆที่
เหล่ารุ่นเยาว์ต้องเผชิญมันก็ไม่มีอันใดสำหรับพวกเขา!
หากเทียบกับขั้นที่ 8 ของ ‘เคล็ดบ่มเพาะบัญญัติศักดิ์สิทธิ์ต้องห้าม
วิหคเพลิง’ ปราณโลหิตของวิหคเพลิงทั้ง 10 หยด มันก็ไม่มีอันใดต้องพูด
ถึงด้วยซ้ำ!
สายตาของทุกคนต่างจ้องมองไปยังหลินหมิงอย่างจริงจัง
ตามกฏของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ ทุกสิ่งที่ได้มาจากด่านทดสอบหล่อ
หลอมในแดนเร้นลับฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์นั้นจะเป็นของผู้ที่ได้ครอบครองมัน
ไม่เพียงแต่พวกเขาสามารถแลกเปลี่ยนมันกับนิกายได้ แต่พวกเขายัง
สามารถนำมันไปแลกเปลี่ยนกับผู้อาวุโสได้เช่นกัน ตราบใดที่มันเป็น
ข้อเสนอที่ทำให้ทั้ง 2 ฝ่ายพอใจกับมัน
แน่นอนว่า เหล่าผู้อาวุโสต่างมิได้คาดว่าจะได้ครองแผ่นหยกโลหิตนี้
แต่เพียงผู้เดียว มันเพียงพอแล้วหากได้เป็นผู้แรกที่ได้สนุกไปกับมัน
สำหรับแผ่นหยกนั้น มันมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น ในขณะเดียวกัน ผู้อาวุโส
แผนกวิหคเพลิงกลับมีจำนวนมาก ถ้าหากผู้อาวุโสใช้มันขณะเข้าฌาน มัน
ย่อมใช้เวลาประมาณ 1 หรือ 2 เดือน หากใช้ทุกคนมันอาจจะใช้เวลา
ประมาณ 1 หรือ 2 ปี
เหล่าผู้อาวุโสทุกคนต่างจ้องมองด้วยดวงตาเป็นประกายมาทาง
หลินหมิงราวกับว่าลืมเรื่องน่าอายก่อนหน้าไปแล้ว ชายชราผมขาวกล่าว
ถาม “หลานชายหลิน เจ้าได้วางแผนอันใดที่จะแลกแผ่นหยกอันนั้นกับ
นิกายหรือ?”
“ชายชราผู้นี้มีดอกเพลิงตะวัน 900 ปี ข้าสงสัยว่าหลายชายหลินจะ
สนใจมันหรือไม่?”
ขณะที่ผู้อาวุโสคนอื่นๆพูดสอดขึ้นมา ทุกคนต่างมองไปยังเขาด้วย
สายตาดูถูก
แลกดอกเพลิงตะวันที่อายุ 900 ปีที่เทียบค่าไม่ได้เนี่ยนะ? ชายชราผู้
นี้คงจะบ้าไปแล้วที่เอาสิ่งเช่นนั้นออกมาแลก?
บรรยากาศก็เริ่มรุนแรงยิ่งขึ้น แม้กระทั่งผู้อาวุโสสูงสุดอย่างมู่ชือหั่วก็
ยังมีใบหน้าที่น่ารังเกียจ แน่นอนว่าเขาก็ต้องการที่จะเรียนรู้ขั้นที่ 8 ของ
‘เคล็ดบ่มเพาะบัญญัติศักดิ์สิทธิ์ต้องห้ามวิหคเพลิง’ เช่นกัน แต่ว่าหลินห
มิงจะให้เขาหรือไม่?
มู่ชือหั่วขบฟันและกล่าวกับหลินหมิง “หลินหมิง! เจ้าต้องการอันใด
สำหรับการแลกกับมัน!?”
หลินหมิงยิ้มเจือนๆ “ก่อนหน้า ข้าก็ว่าจะให้มันฟรีๆแก่เกาะฟีนิกซ์
ศักดิ์สิทธิ์ แต่ตอนนี้ ข้าเปลี่ยนใจแล้ว! ข้าจะให้เกาะฟีนิกซ์ยืมมันเพียง
100 วันเท่านั้น และนั่นน่าจะเพียงพอสำหรับค่าปราณโลหิตวิหคเพลิง 10
หยด!”
“อันใดกัน!?”
ใบหน้าของมู่ชือหั่วสลดลงทันทีเมื่อได้ยิน หลินหมิงกล่าวว่าจะให้ยืม
แผ่นหยก ‘เคล็ดบ่มเพาะบัญญัติศักดิ์สิทธิ์ต้องห้ามวิหคเพลิง’ แก่เกาะ
ฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์เพียง 100 วันเท่านั้น!
การวิเคราะห์แผ่นหยกผ่านการเข้าฌานนั้นเป็นไปได้ช้ามาก เพื่อที่จะ
เข้าใจมัน การเข้าฌานเป็นเวลา 1 หรือ 2 เดือนนั้นมิใช่เรื่องแปลก ถ้า
หากหลินหมิงให้ยืมเพียง 100 วัน อย่างมากที่สุดมันก็มีเวลาเพียงพอจะ
ให้ 3 คนเรียนรู้มันได้!
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะกล่าวเช่นนั้น ก่อนหน้าที่หลินหมิงจะได้ครอบ
แผ่นหยกนี้ ถ้าหากเหล่าผู้อาวุโสรู้ว่าพวกเขาสามารถแลกปราณโลหิตวิหค
เพลิง 3 หยด เพื่อเรียนรู้ ‘เคล็ดบ่มเพาะบัญญัติศักดิ์สิทธิ์ต้องห้ามวิหค
เพลิง’ ทั้ง 8 ขั้นได้เป็นเวลา 1 เดือน พวกเขาคงจะรีบคว้าโอกาสนั้นมา
เสียแล้ว
แต่ว่าบัดนี้ หลินหมิงได้นำแผ่นหยกกลับมาด้วย ผู้อาวุโสได้ถือว่า
แผ่นหยกนี้เป็นทรัพย์สินของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ การจะให้แลกปราณ
โลหิตวิหคเพลิง 10 หยดเพื่อยืมมันเป็นเวลา 100 วัน แล้วพวกเขาจะ
ยอมรับมันได้เช่นไรกัน?!
หลินหมิงดูเหมือนจะไม่ได้รับผลกระทบกับเรื่องนี้ เขากล่าวอย่างไม่
เร่งรีบ “ข้ายังกล่าวมิจบเลย หลังจากนี้ 100 วัน มิว่าเวลาไหนก็ถตาม ถ้า
หากผู้อาวุโสท่านใดต้องการมัน ท่านสามารถมาเจรจาเงื่อนไขกับข้าได้ ถ้า
หากเงื่อนไขนั้นเป็นที่น่าพอใจเช่นนั้นข้าก็จะให้ยืมต่อไป”
เงื่อนไขใดหรือ?
ด้วยคำพูดเหล่านี้ เหล่าผู้อาวุโสในขณะนี้ต่างต้องการที่จะเจรจากับ
หลินหมิง การกระทำของเขาในครั้งนี้ใจดำเกินไป! เขาไม่แลกแผ่นหยกนี้
แต่เขาให้ยืมมันเท่านั้น! จากนี้ไป ถ้าหากผู้อาวุโสต้องการที่จะเข้าฌาน
และบ่มเพาะด้วยเคล็ดนี้ พวกเขาคงจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนมาก
ผู้อาวุโสสูงสุดเค้นเสียงและกล่าว “เจ้าคงคิดเรื่องนี้ไว้เป็นอย่างดีเลย
ทีเดียว! แดนเร้นลับฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์นั้นเป็นส่วนหนึ่งของเกาะฟีนิกซ์
ศักดิ์สิทธิ์ของข้า! การที่เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ของข้าจะแลกมันกับแผ่น
หยกที่เจ้านำมาจากแดนเร้นลับฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์มันก็แสดงถึงความใจกว้าง
และทำทุกสิ่งเพื่ออำนวยความสะดวกแก่เจ้า แต่เจ้าก็ยังมิรู้จักพอ ‘ได้คืบ
จะเอาศอก’? เจ้าคิดว่าเพียงแค่เจ้านั่งอยู่เฉยๆที่นั่นก็สามารถรูดทรัพย์ได้
ตามต้องการเลยเช่นนั้นหรือ?”
หลินหมิงยิ้มอย่างเย็นชาและกล่าว “ตามที่ข้ารู้ ‘แดนเร้นลับฟีนิกซ์
ศักดิ์สิทธิ์’ นั้นคือ ‘ด่านทดสอบหล่อหลอม’ ซึ่งถูกสร้างโดยตระกูลฟีนิกซ์
โบราณ แต่ศิษย์ของ ‘เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์’ นั้นมิใช่คนของตระกูลฟีนิกซ์
โบราณ ในทางกลับกัน ยามที่ข้าได้เข้าไปยังโถงหลักฟีนิกซ์โบราณ ข้า
ได้รับอนุญาติจาก ‘จิตวิญญาณแห่งตำหนัก’ ก่อน ดังนั้นการที่ข้าจะได้รับ
แผ่นหยก ‘เคล็ดบ่มเพาะบัญญัติศักดิ์สิทธิ์ต้องห้ามวิหคเพลิง’ ทั้ง 8 ขั้นมา
มันก็ยากจะบอกได้ว่าผู้ใดเป็นเจ้าของ ‘แดนเร้นลับฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์’ อย่าง
น้อยที่สุด แม้ว่า ‘แดนเร้นลับฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์’ จะเป็นของเกาะฟีนิกซ์
ศักดิ์สิทธิ์ ข้าก็ยังอยากจะถามว่า ยามที่ท่านอาวุโสสูงสุดยังเยาว์ ท่านผู้
อาวุโสสูงสุดเคยเข้าไปยัง ‘แดนเร้นลับฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์’ หรือไม่ แล้วท่าน
ผู้อาวุโสสูงสุดได้รับสิ่งใดกลับมาหรือ?”
ขณะที่หลินหมิงกล่าวอย่างใจเย็น มันก็ราวกับการแทงเข็มใส่ผู้นั้นจน
โลหิตไหลออกมา โดยเฉพาะคำถามสุดท้ายนั่น มันทำให้ใบหน้าของผู้
อาวุโสสูงสุดกลายเป็นสีแดง ยามที่ผู้อาวุโสสูงสุดได้เข้าไปยัง ‘แดนเร้นลับ
ฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์’ เขาก็โชคดีบ้าง แต่หากเทียบกับ ‘เคล็ดบ่มเพาะบัญญัติ
ศักดิ์สิทธิ์ต้องห้ามวิหคเพลิง’ ทั้ง 8 ขั้นแล้ว มันย่อมมิต่างอันใดกับการ
ผายลม
“ทั้ง 8 ขั้นแรกของ ‘เคล็ดบ่มเพาะบัญญัติศักดิ์สิทธิ์ต้องห้ามวิหค
เพลิง’ นั้นอยู่ในโถงหลักฟีนิกซ์โบราณมาตลอดกว่า 3,000 ปี และถูก
ป้องกันโดย ‘จิตวิญญาณแห่งตำหนัก’ มีคนมากมายพยายามเอามันไป
ถ้าหากมีใครคิดว่าพวกเขาก็สามารถเอามันมาได้ เช่นนั้นพวกเขาเหล่านั้น
ก็มิมีอันใดนอกจากพวกโง่เขลาที่พ่นคำพูดไร้สาระ! ตั้งแต่ที่ท่านผู้อาวุโส
สูงสุดกล่าวว่า ‘แดนเร้นลับฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์’ เป็นของ ‘เกาะฟีนิกซ์
ศักดิ์สิทธิ์’ ข้าสงสัยว่าหากท่านผู้อาวุโสมีศิษย์ส่วนตัวที่สามารถเข้าไปยัง
‘แดนเร้นลับฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์’ ได้ ทำไมถึงยังมิได้ครอบครอง ‘เคล็ดบ่ม
เพาะบัญญัติศักดิ์สิทธิ์ต้องห้ามวิหคเพลิง’ ทั้ง 8 ขั้นแรกเล่า?”
ข้อโต้แย้งของหลินหมิงทำให้มู่ชือหั่วกลายเป็นฉงน! เหล่าผู้อาวุโสคน
อื่นๆต่างเงียบ พวกเขายังคงมองหลินหมิงและตั้งความหวังที่จะไม่ยอมแพ้
ที่จะได้เป็นผู้บ่มเพาะ 3 คนแรก
หลินหมิงเย้ยหยันในใจเขา ต่อหน้าเหล่าผู้อาวุโสในขณะนี้ เขาก็ยื่น
แผ่นหยกโลหิตไปยังมู่อวี้หวง “ท่านอาจารย์ ศิษย์ผู้นี้ยุ่งอยู่กับการฝึกฝน
ดังนั้นขอฝากไว้กับท่านอาจารย์ชั่วคราวก่อน หากมีผู้ใดต้องการที่จะยืม
มัน ท่านอาจารย์อาจจะต้องทำเช่นนั้นต่อหน้าศิษย์ ได้หรือไม่?”
หลินหมิงกังวลอย่างมากว่าหยกแผ่นนี้ที่สำคัญอย่างมากสำหรับเกาะ
ฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ ตามกฏของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ หยกแผ่นนี้ย่อมถูก
ควบคุมโดยหลินหมิง อย่างไรก็ตาม ของสิ่งนั้นเป็นของสำคัญ เช่นนั้นการ
ทำตามกฏย่อมมิอาจเป็นไปได้
ดังนั้นหลินหมิงจึงวางแผนที่จะส่งมันให้กับมู่อวี้หวงที่มีอำนาจเพื่อ
รับมือกับปัญหาแทนเขา และนางยังสามารถกำหนดเงื่อนไขที่ควรจะ
เป็นได้ด้วย มันเพียงพอแล้วที่เขาจะได้รับส่วนของการแลกเปลี่ยน
ไม่เพียงแค่นั้น แต่มันยังเทียบได้กับการแสดงความมีน้ำใจอันยิ่งใหญ่
ให้แก่มู่อวี้หวง ถ้าหากมู่อวี้หวงเป็นผู้ควบคุมหยกแผ่นนี้ เช่นนั้น นางย่อม
มีอำนาจต่อรอง มันเป็นเท่าตัวกับการกุมจุดอ่อนของเหล่าผู้อาวุโส แล้ว
จะยังมีผู้ใดกล้าต่อต้านมู่อวี้หวงอีกเล่า?
ส่วนผู้อาวุโสสูงสุด ถ้าหากเขาต้องการที่จะก่อปัญหา เพื่อที่จะทำ
เช่นนั้นเขาคงจะต้องเผชิญกับคนที่แข็งแกร่งกว่าเขา ซึ่งก็คือมู่อวี้หวงที่
เป็นผู้ถือแผ่นหยก มันย่อมยากมากๆที่เขาจะตั้งพันธมิตรเพื่อต่อต้านนาง
ไม่มีผู้ใดกล้าขัดใจมู่อวี้หวงในเวลานี้ได้
ไม่เพียงแค่นั้น แต่ถ้าผู้อาวุโสสูงสุดต้องการที่จะฝึก 8 ขั้นแรกของ
‘เคล็ดบ่มเพาะบัญญัติศักดิ์สิทธิ์ต้องห้ามวิหคเพลิง’ เขาคงจะต้องขอ
อนุญาตจากมู่อวี้หวงกับหลินหมิงก่อน เมื่อคิดได้เช่นนี้ มู่ชือหั่วรู้สึกท้องไส้
ปั่นป่วนราวกับว่าเขากินแมลงวันเข้าไป