Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 443 ป่าจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์
“พวกเขาถูกกำจัดหมดแล้ว?” พิรุนม่วงกล่าวถาม
“ใช่ พวกเขาพบศพ 7 คน บางส่วนกลายเป็นบ่อโลหิต พวกเขาถูก
กำจัดจนสิ้นซาก! มันมิใช่แค่หน่วยนั้น แต่หน่วยที่อยู่ใกล้ๆก็ถูกกำจัด
เช่นกัน ไม่ต้องสงสัยเลยว่า พวกเขาทั้งหมดถูกสังหารแล้ว ทั้ง 2 หน่วยถูก
ฆ่าเช่นเดียวกับอีกหน่วย ลักษณะการตายก็คล้ายกัน”
ขวานเพลิงมิอาจทำใจเชื่อในคำพูดที่เขากล่าวออกมาได้ ถ้าหากพวก
เขาได้เผชิญหน้ากับศัตรูแข็งแกร่งเช่นนี้และรู้ว่าพวกเขามิอาจเอาชนะได้
พวกเขาบางส่วนอาจจะเลือกหนีไป เว้นเสียแต่ว่า ความแตกต่างของ
ความแข็งแกร่งนั้นมากเกินไปจนไม่อาจหนีไปได้สักคนเดียว
ยกตัวอย่างเช่น หน่วยหนึ่งที่ถูกนำโดยนักสู้ขั้นปราณปลายฟ้าช่วง
ปลาย 2 หรือ 3 คนย่อมอาจจะทำมันได้สำเร็จ
ภายในหน่วยของเกาะแสงอุษา ที่นั่นมีเพียง 2 หน่วยเท่านั้นที่
สามารถฆ่า 2 หน่วยของดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ได้ และไม่เพียงแค่
ฆ่าเท่านั้น แต่ยังกวาดล้างอย่างสิ้นซาก อย่างไรก็ตาม 2 หน่วยนั้นไม่
จำเป็นต้องปกปิดการกระทำของพวกเขา
“ผู้ใดเป็นคนทำมันกัน? ไม่มีผู้ใดมารับแต้มความสำเร็จจากกองทัพ
เลยหรือ?” เงาเจ้าเสน่ห์กล่าวถาม
ขวานเพลิงส่ายหัว ถ้าหากมีผู้ใดมารับแต้มความสำเร็จจากกองทัพ
มันคงจะไม่มีอะไรน่าสงสัยเช่นนี้
…………
ในตอนนี้ ภายในศูนย์บัญชาการของ ‘กองทัพพันธมิตรร่วมสงคราม’
ชายชราผู้กำลังถือข้อมูลรายงานล่าสุดอยู่ กำลังขบคิดอะไรบางอย่าง
ชายชราผู้นี้เป็นผู้รับผิดชอบสำหรับสำหรับภารกิจของพันธมิตรบน
เกาะแสงอุษา ในความจริงนั้น เหล่าผู้มีอำนาจนั้นมิได้มีความแข็งแกร่ง
มากนัก บ่อยครั้งที่พวกเขาเหล่านั้นถูกจำกัดโดยพรสวรรค์ แต่พวกเขาก็
ยังมีประสบการณ์และความรู้อย่างกว้างขวางเฉกเช่นชายชราผู้นี้
“ผู้เฒ่าหลี่ว์ มีข่าวกรองจากการตรวจสอบอันแปลกประหลาดของ
เช้านี้หรือไม่?” มีเสียงกล่าวอย่างใจเย็นดังออกมา ผู้ที่กำลังกล่าวอยู่นั้น
คือนักสู้วัยกลางคนขั้นปราณปลายฟ้าช่วงปลาย
“อืม ใครก็ตามที่เป็นคนสังหารนักสู้เหล่านั้น แต่มิได้มารับแต้ม
ความสำเร็จจากกองทัพ เขาน่าจะเป็นผู้เชี่ยวชาญที่มีพื้นหลังยิ่งใหญ่
เพราะฉะนั้นเขาจึงมิได้สนใจต่อรางวัลของพวกเรา”
“บางที หรือว่ามันจะเป็นผู้เชี่ยวชาญที่อยู่ปลายขอบขั้นปราณปลาย
ฟ้าที่ผ่านทางมาและตัดสินใจที่จะช่วยเหลือพวกเรา” สนามรบทะเลทาง
ใต้นั้นกว้างขวาง ถ้าหากแหล่งกำเนิดหินลมปราณแท้ระดับกลางของเกาะ
แสงอุษาถูกเทียบกับสถานที่แห่งอื่นของสนามรบทะเลทางใต้ มันก็ไม่ถือ
ว่าสำคัญอย่างมาก ดังนั้นไม่ว่าจะเป็น ‘เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์’ หรือ
‘ดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้’ ไม่มีใครวางกำลังหลักไว้ที่นี่เลย
“ข้าพบสิ่งประหลาดจากข้อมูลที่ข้าได้รับ ผู้ใดที่ทำมันย่อมต้องมี
เคล็ดบ่มเพาะวิถีนอกรีต เหล่านักสู้วิถีมารนั้นต่างตายโดยถูกดูดปราณ
โลหิตจนแห้งเหือด…”
“โอ้?” นักสู้วัยกลายคนตกตะลึงเล็กน้อย “หรือว่าจะเป็นการต่อสู้
แก่งแย่งอำนาจของฝ่ายปีศาจหรือ?”
“ข้ามิอาจกล่าวได้ เหล่านักสู้อิสระของ ‘กองทัพพันธมิตรร่วม
สงคราม’ มันมิใช่เรื่องแปลกอันใดที่พวกเขาจะฝึกเคล็ดบ่มเพาะของวิถี
มาร”
ภายในภูมิภาคเขตแดนทางใต้ ต่างให้ความเคารพต่อเคล็ดบ่มเพาะที่
มีความแข็งแกร่ง แม้ว่าเคล็ดบ่มเพาะวิถีมารจะเป็นที่รู้กันว่ามันคือวิถีนอก
รีต แต่ก็ยังมีอีกหลายนิกายฝึกมัน ยกตัวอย่างเช่น แผนกลงทัณฑ์ของหุบ
เขาเจ็ดแก่นแท้ที่ฝึกทักษะวิถีมาร พวกเขาจะไม่ฝึกอะไรบางอย่างที่น่า
เบื่อเหมือนที่คนอื่นๆเขาทำกัน เหล่านิกายที่ฝึกเคล็ดบ่มเพาะวิถีมาร พวก
เขาต่างถูกทำให้ไขว้เขวโดยอารมณ์อย่างง่ายดายและแม้กระทั่งถูกยั่วยุให้
ฆ่าและทำลายล้างผู้อื่น
“มิว่าเขาจะเป็นใคร ต่างมิใช่ทั้งมิตรและศัตรู พวกเราจะดำเนิน
ภารกิจตามแผนต่อ และดูว่าสถานการณ์จะเป็นเช่นไร…”
……….
3 วันต่อมา –
หลินหมิงได้เดินทางไปกับหน่วยขวานเพลิงเพื่อเริ่มการต่อสู้ครั้งแรก
รวมหัวหน้าหน่วยขวานเพลิงและอีก 9 คน พวกเขาขี่จิตวิญญาณเรือ
ขนาดเล็กไปยังป่าจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ และใช้ความได้เปรียบของความ
มืดยามค่ำคืน
ในป่าลึกไร้สิ้นสุดเวลากลางคืน ดูเหมือนว่าจิตวิญญาณเรือขนาดเล็ก
ดูไม่เป็นจุดสนใจ
“ระหว่างภารกิจนี้ พวกเรากำลังจะตัดกำลังและฆ่าคนของขบวน
ขนส่งของดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ มันน่าจะเป็นช่วงระหว่างเที่ยง
คืนกับเช้ามืด”
ขณะที่ขวานเพลิงกล่าว เขาก็ดูเวลาด้วยเช่นกัน
ท้ายที่สุด เหตุผลสำหรับการทำสงครามครั้งนี้ก็คือการแย่งชิง
ทรัพยากร 2 แหล่งทรัพยากรใหญ่ของเกาะแสงอุษานั้นคือ แหล่งกำเนิด
หินลมปราณ เช่นเดียวกับป่าจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์
ดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ได้โจมตีและเข้าครอบครองส่วนหนึ่ง
ของเกาะแสงอุษา โดยปกติ พวกเขาย่อมขนทรัพยากรมหาศาลที่พวกเขา
ได้รับกลับไป
กองทัพพันธมิตรร่วมสงครามได้รับข่าวกรองเกี่ยวกับคืนนี้ที่จะมี
หน่วยขโมยต้นไม้อยู่ภายในป่าจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ ที่กำลังจะขนทุกสิ่งที่
สะสมมากลับไป ขวานเพลิงได้รับภารกิจนี้เพื่อหยุดขบวนขนส่งนี้
“ข่าวนี้เชื่อได้หรือไม่?”
“มันน่าจะเชื่อถือได้ มันถูกส่งโดย ‘หยิ่น’ ”
(隐=หยิ่น=ซ่อนเร้น)
‘หยิ่น’ ที่ขวานเพลิงกล่าวถึงนั้นเป็นสายลับที่กองทัพพันธมิตรร่วม
สงครามได้ส่งเข้าไปในดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ ‘หยิ่น’ เป็นเพียง
นามแฝง นอกเหนือจากตัวตนระดับสูงสุดของกองทัพพันธมิตรร่วม
สงคราม ไม่มีผู้ใดรู้ว่าใครคือ ‘หยิ่น’ หรือแม้กระทั่งเขาเป็นมนุษย์หรือเป็น
ใครบางคนจากดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้หรือไม่
แน่นอนว่า มันย่อมมีสายลับของดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้
ภายในกองทัพพันธมิตรร่วมสงครามเช่นกัน ในสงคราม งานข่าวกรองนั้น
ถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างมาก มิเช่นนั้น หน่วยย่อมตาบอด บนเกาะใหญ่
เช่นเกาะแสงอุษานี้ มันย่อมเป็นไปไม่ได้ที่จะตามรอยความเคลื่อนไหว
ของศัตรู
“พวกเราจะถึงเร็วๆนี้ เมื่อไปถึงแล้ว ห้ามทำอะไรดึงดูดความสนใจ
เด็ดขาด” ขวานเพลิงกล่าว
“รับทราบ” คนที่รับผิดชอบขับนาวาจิตวิญญาณนั้นคือ ‘ฟองเย็น’
เขาเป็นคนขับนาวาจิตวิญญาณ และพวกเขาก็มุ่งหน้าเข้าไปในป่าอย่าง
รวดเร็ว
หลินหมิงกำลังยืนอยู่ใกล้กับหน้าต่าง ขณะที่เขามองไปยังป่าจิต
วิญญาณศักดิ์สิทธิ์ยามค่ำคืน เขาช่วยไม่ได้ที่จะอ้าปากค้าง ‘ป่านี่มัน…
ใหญ่เกินไปแล้ว!’
หลินหมิงไม่ได้หมายถึงว่าต้นไม้ภายในป่าจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์มัน
ใหญ่เกินไป ไม่ใช่พื้นที่เช่นกัน ต้นไม้ที่นี่เติบโตอยู่ในระดับที่น่าสะพรึงกลัว
ต้นไม้เพียงต้นเดียวย่อมใช้เวลาหลายสิบปี หากมิมีสิ่งใดขัดขวางการ
เติบโตของมัน มันย่อมเติบโตสูงนับพันก้าวจนทะลุท้องฟ้า
กิ่งไม้และใบไม้ที่กระจายออกไปทั่ว ราวกับเมืองขนาดเล็กในอากาศ
กิ่งไม้ที่บางที่สุดยังหนากว่าถังน้ำเสียอีก และใบไม้กว้างหลายก้าว ถ้า
ใบไม้ถูกวางบนน้ำ มันอาจจะใช้เป็นแพขนาดเล็กได้เลย
ในป่าที่ใหญ่ผิดปกตินี้ จิตวิญญาณเรือกว้าง 50 ก้าว เหมือนกับปลา
ในน้ำขณะมันแล่นไป มุ่งหน้าไปอย่างชาญฉลาด ยามใดที่มันเผชิญกับกิ่ง
ไม้หรือใบไม้ ‘ฟองเย็น’ จะจัดการจิตวิญญาณเรืออย่างชาญฉลาดและ
เคลื่อนไหวผ่านสิ่งกีดขวาง ผู้คนต่างช่วยไม่ได้ที่จะยกย่องในทักษะการขับ
ของเขา
“ง้าวคลั่ง นี่เป็นครั้งแรกที่เจ้าได้มายังป่าจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้น
ข้าจะสรุปสถานการณ์ให้เจ้าฟัง” ขวานเพลิงกวักมือเรียกหลินหมิง
“มีเพียง 5 ส่วนของเกาะนี้เป็นป่าจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ ที่เหลืออยู่
บนทะเล มีสัตว์อสูรระดับสูงมากมายที่นี่ เพียงแค่ตัวเดียวแข็งแกร่ง
เทียบเท่านักสู้ที่อยู่ปลายขอบขั้นปราณปลายฟ้า”
“แข็งแกร่งถึงเพียงนั้นเลยหรือ?” หลินหมิงตะลึง โดยปกติ เขามิได้
กลัวสัตว์อสูรปลายขอบขั้นปราณปลายฟ้า แต่หน่วยทั่วไปย่อมมิอาจ
ต่อกรกับมันได้
“ฮ่าฮ่า พี่ชายง้าวคลั่งน่าจะรู้สึกโล่งใจได้เลย มันมีเพียงไม่กี่ชนิดของ
สัตว์อสูรและพวกเรารู้ถึงพฤติกรรมและนิสัยของมัน โดยปกติพวกเราจะ
หลีกเลี่ยงพวกมัน” ชายเคราใหญ่หัวเราะขณะกล่าว เขาคิดว่าหลินหมิ
งคงจะเริ่มกลัวเมื่อได้ยินเรื่องของสัตว์อสูรที่อยู่ปลายขอบขั้นปราณปลาย
ฟ้าที่อาศัยอยู่บริเวณนี้
หลินหมิงพยักหน้า สัตว์อสูรนั้นมีสติปัญญาที่จำกัด ตราบใดที่พวก
เขารู้จักนิสัยของมัน มันย่อมเป็นเรื่องง่ายที่จะหลีกเลี่ยงพวกมัน
“ใช่แล้ว ถ้าหากพวกเราเจอกับสัตว์อสูรระดับสูง หน่วยของพวกเรา
ก็ทำได้เพียงหลบหนีเข้าไปในป่า มิต้องกล่าวถึงพวกเราแม้แต่ 3 ผู้ยิ่งใหญ่
แห่งแดนปีศาจเจอกับมัน มันย่อมกลายเป็นสถานการณ์ที่ยุ่งยากเช่นกัน”
ขวานเพลิงยิ้มขณะที่เขากล่าว
“มันน่าจะมี 7 หรือ 8 หน่วยของดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้
ประจำการอยู่ในป่าจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ อย่างไรก็ตาม พวกเขาคงจะอยู่
ห่างกันมาก ตราบใดที่พวกเราจบการต่อสู้อย่างรวดเร็ว พวกเราจะไม่ถูก
ล้อม”
ภายในสนามรบทะเลทางใต้ เหตุผลที่หน่วยเล็กๆเป็นหน่วยรบ
แทนที่จะเป็นหน่วยรบขนาดใหญ่นั้นเพื่อวัตถุประสงค์เพียงอย่างเดียวของ
การแย่งชิงทรัพยากร
หน่วยอาจเป็นเหมือนดั่งตั๊กแตน – พวกเขากระจายตัวออกไปและ
รวบรวมทรัพยากรอย่างรวดเร็ว สำหรับกองทัพขนาดใหญ่ พวกเขาจะใช้
เพียงเพื่อโจมตีและเข้ายึดฐานที่มั่นของนิกายเท่านั้น อย่างไรก็ตาม มันไม่
เหมาะสำหรับกองทัพพันธมิตรร่วมสงคราม สิ่งที่เหล่านักสู้ต้องการนั้นคือ
ทรัพยากร มิใช่อาณาเขต
นิกายนั้นผลาญทรัพยากรในระดับที่น่าประหลาดใจ แม้กระทั่งสำนัก
ขนาดเล็กอย่างหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ก็ยังมีนักสู้ขั้นปราณปลายฟ้าหลายคน
แต่ก็ยังน้อยกว่านิกายระดับ 5 อย่างดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้
ไม่เพียงแค่นั้น แต่ดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ยังมีนิกายย่อย
มากมายอยู่ภายใต้การควบคุม ถ้ารวมพวกเขาเหล่านั้นเข้าด้วยกัน พวก
เขาคงจะกลายเป็นกองทัพอันยิ่งใหญ่
ด้วยจำนวนนักสู้มากมายเช่นนั้นย่อมต้องใช้ทรัพยากรจากทะเลทาง
ใต้อย่างมหาศาล โดยปกติแล้วทรัพยากรเหล่านั้นย่อมหมดลงเรื่อยๆ
นั่นคือเหตุผลว่าทำไมยังมีหน่วยรบอีกมากมายที่กระจายตัวไปทั่วทั้ง
เกาะแสงอุษาเช่นนี้ มันก็เพื่อรวบรวมทรัพยากรเพิ่มนั่นเอง
หัวกลุ่มย่อมต้องมีพลังขั้นปราณปลายฟ้า ผู้เชี่ยวชาญขั้นปราณปลาย
ฟ้านั้นเป็นกำลังหลักของมหาสงครามนี้ แม้ว่าผู้เชี่ยวชาญขั้นหลอมรวม
แก่นแท้จะน่าเกรงขาม แต่พวกเขาก็มีจำนวนน้อยมาก พวกเขาจึงสู้ใน
การต่อสู้ชี้ขาดเท่านั้น โดยปกติ พวกเขาย่อมมิออกมาสนใจการต่อสู้ระดับ
ต่ำโดยทำให้ผู้อื่นเกรงกลัว
ขณะที่พวกเขามาถึงสถานที่ภารกิจของพวกเขา จิตวิญญาณเรือก็
เริ่มช้าลง ฟองเย็นปลดปล่อยจิตสัมผัสของเขาและเริ่มตรวจสอบโดยรอบ
นักสู้ที่สามารถรับรู้ได้ถึงอันตรายนั้นสำคัญอย่างมากต่อหน่วย พวกเป็น
ดั่งหูและตาของหน่วย ถ้าความสามารถของพวกเขาด้อยกว่าศัตรู พวก
เขาก็จะถูกเจอก่อนและถูกโจมตีก่อน ถ้าพวกเขาถูกซุ่มโจมตี พวกเขาจะ
เสียเปรียบไปโดยปริยาย และมันหมายถึงความพ่ายแพ้
“หัวหน้า มันน่าจะไม่มีการซุ่มโจมตีอยู่โดยรอบบริเวณนี้”
ภายในเกาะแสงอุษา ทุกๆภารกิจนั้นมีโอกาสที่จะถูกซุ่มโจมตี
อย่างไรก็ตาม หน่วยขวานเพลิงนั้นมีหัวหน้าและสมาชิกที่โดดเด่นอยู่ การ
ที่พวกเขาจะถูกซุ่มโจมตีนั้นจึงเป็นเรื่องยาก และถึงแม้ว่าพวกเขาจะถูก
ซุ่มโจมตี พวกเขาก็ยังมีความสามารถเพียงพอจะรับมือกับมัน
ขณะที่จิตวิญญาณเรือสัมผัสกับพื้น ฟองเย็นเป็นคนแรกที่กระโดดลง
จากจิตวิญญาณเรือ และตรวจสอบโดยรอบของเขาอย่างระมัดระวังเพื่อ
มองหาสิ่งที่ผิดปกติ
หลินหมิงนั้นกำลังแสดงพฤติกรรมตามปกติของเขา อย่างไรก็ตาม
ความจริงแล้วเขารู้สึกได้ถึงความผันผวนของพลังงานอันน่ากลัวที่อยู่ห่าง
ออกไปหลายลี้ หากตัดสินใจจากพลังงานนี้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าพวกมันคือ
นักสู้ของดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้
มันเป็นไปได้ที่จะเป็นหน่วยดินแดนปีศาจที่ระบุอยู่ในรายงานข้อมูล
ที่กำลังขนย้ายวัตถุดิบทางการแพทย์
………………
ภายในป่ามืด หมาป่าคลั่งหลายสิบตัวขนาดเท่าลูกวัวกำลังเดิน
ลาดตระเวนไปมา ดวงตาสีเขียวของพวกมันกำลังส่องประกายในความมืด
ทุกตัวต่างส่งเสียงคำรามต่ำ ทำให้ผู้คนที่ได้ยินเสียงมันต่างรู้สึกราวกับว่า
หัวใจหยุดเต้น
ภายในกลุ่มของหมาป่าหิวโหยพวกนี้นั้นมีนักสู้สวมเกราะสีดำที่กำลัง
ถือหอกอยู่ 8 คน เบื้องหน้าของพวกเขานั้นมีชายหนุ่มหลายสิบคนที่มี
ตะกร้าที่เต็มไปด้วยโอสถอยู่บนหลังของพวกเขา หลังจากขุดต้นโอสถ
ขึ้นมา มันย่อมดีที่สุดที่จะเก็บมันไว้ในตะกร้าโอสถเพื่อที่จะให้มันเก็บ
รักษาความสามารถจนถึงขีดสุดของโอสถไว้ ถ้าต้นไม้เหล่านี้ถูกเก็บไว้ใน
แหวนมิติ พวกมันย่อมตายอย่างรวดเร็ว ภายในมิติขนาดเล็กของแหวน
มิติย่อมมิอาจรักษาชีวิตของมันได้
ต้นโอสถเหล่านั้นถูกค้นพบเมื่อหลายวันก่อน แม้ว่าพวกมันจะยัง
ไม่ได้โตเต็มที่จนแสดงผลสูงสุดได้ แต่ก็ไม่มีผู้ใดใส่ใจในสิ่งเหล่านั้นใน
สงคราม ถ้าหากพวกเขาไม่เก็บมันไปเพื่อพวกเขาแล้ว มันก็มิได้
หมายความว่ามันจะเหลือมันไว้ให้ศัตรู
“เร็วเข้า เร็วกว่านี้!” เสียงของหัวหน้าของเหล่าทหารติดเกราะสีดำ
ตะโกนเสียงดัง
เหล่าเด็กชายและหญิงที่มาเก็บโอสถนั้นคือทาสจากดินแดนปีศาจ
แห่งทะเลทางใต้ พวกมันส่วนใหญ่นั้นอยู่เพียงขั้นที่ 1 หรือขั้นที่ 2 ของ
การผันเปลี่ยนกายเท่านั้น พวกเขาแข็งแรงพอที่จะอดทนต่อการใช้งานที่
หนักและทรหด แต่พวกเขาก็อ่อนแอเสียจนมิอาจต่อต้านได้ พวกเขาคือ
ทาสในอุดมคติอย่างยิ่ง
หลังจากถูกตะโกนโดยทหารเกราะดำ เหล่าชายและหญิงเหล่านั้นก็
ก้มหัวลงและเพิ่มความพยายามที่จะเก็บสมุนไพร พวกเขากลัวว่าพวกเขา
จะถูกลงโทษถ้าพวกเขาเก็บมาได้ไม่มากพอ