Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 444 ผีดิบพิทักษ์
ชายชุดเกราะดำกำลังมองดูสมุนไพรภายในตะกร้าของทาสที่ได้รับ
เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เขาได้ยิ้มและกล่าวว่า “พี่ใหญ่ ครั้งนี้พวกเราช่างโชคดี
จริงๆ ที่นี่มีสมุนไพรมากกว่าที่พวกเราได้คาดคิดเสียอีก ครั้งเมื่อพวกเรา
กลับไป พวกเราจะได้รับแต้มความสำเร็จของกองทัพจำนวนมาก มิเพียง
แค่นั้น พวกเราพี่น้องยังได้เก็บไว้อีกจำนวนหนึ่งด้วย! เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว
สถานะของพี่ใหญ่ภายในตระกูลจะต้องเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน!”
“อ่า! พวกเราอยู่แดนขี้นกนี่มาครึ่งปีแล้ว ในที่สุดพวกเราก็สามารถ
ทำบางอย่างสำเร็จได้บ้างแล้ว!”
“เมื่อพวกเรากลับไป ข้ามิสามารถทนรอที่จะเห็นสีหน้างี่เง่าของพวก
เฒ่าอาวุโสเหล่านั้นจะเป็นเช่นไร!”
ชายเกราะดำทั้งหลายต่างพูดคุยกัน พวกเขาต่างมาจากตระกูลนักสู้
ขั้นสามที่อยู่ภายใต้การปกครองของดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ที่ราย
ล้อมไปด้วยเกาะน้อยใหญ่จำนวนนับไม่ถ้วน และที่นั่นมีหลากหลาย
เผ่าพันธุ์ ที่นั้นมีสำนักระดับ 3 และตระกูลนักสู้อยู่นับสิบ และส่วนหนึ่ง
ของสำนักขั้นสามมีจุดที่น่าสะพรึงกลัวที่พวกเขาก้าวข้ามสำนักหุบเขา
นกยูงจนใกล้ที่จะได้เป็นนิกายระดับ 4
ในสงครามใหญ่ระหว่างดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้กับเกาะฟีนิกซ์
ศักดิ์สิทธิ์ครั้งนี้มียิ่งใหญ่และแผ่ขยายขอบเขตมากยิ่งขึ้น เหล่าสำนักเล็กๆ
ทั้งหมดภายในดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ต่างเข้าร่วมเพื่อรับส่วนแบ่ง
ที่สมควรได้
นี่หมายถึงนักสู้ขั้นปราณปลายฟ้าจำนวนมากได้เข้าสู่สนามรบทะเล
ทางใต้ หน่วยจำนวนมากถูกก่อตั้งขึ้นสำหรับสงครามครั้งนี้และหนึ่งในนั้น
มิได้เป็นส่วนหนึ่งของฝ่ายใด พวกเขาเป็นเอกเทศและเข้าร่วมเพื่อแสวงหา
ความมั่งคั่งจากสงคราม สำหรับเหล่านักสู้มือใหม่ แม้เศษอาหารที่เหลือ
จากเหล่าผู้ทรงอำนาจก็เพียงพอสำหรับพวกเขาที่จะมีชีวิตอยู่ต่ออีกหลาย
ปี
………………..
ในป่ามืดมิดที่เต็มไปด้วยต้นไม้ ห่างจากนักสู้ดินแดนปีศาจไปราว 7-
8 ลี้ ฟองเย็นได้หยุดเท้าลง “ข้าเจอพวกมันแล้ว ที่นั้นมีผู้ทรงอำนาจราว
7-10 คน และยังมีคลื่นความผันผวนของชีวิตที่อ่อนแอ – น่าจะเป็นของ
คนเก็บสมุนไพร”
เป็นปกติที่ผู้ที่อยู่ในหน่วยและมีการรับรู้ที่ดีเยี่ยมจะเป็นคนแข็งแกร่ง
ที่สุดด้วย อย่างไรก็ตามหน่วยขวานเพลิงถือเป็นข้อยกเว้น ฟองเย็นที่มี
ความสามารถที่ดีในด้านนี้ สำหรับขวานเพลิงแม้ว่าเขาจะแข็งแกร่ง แต่
การรับรู้ของเขากลับเป็นจุดอ่อนที่ใหญ่ที่สุดของเขา
“อืม ดีมาก เตรียมซุ่มโจมตีพวกเขา พิรุนม่วง เจ้ากับข้าจะหยุดยั้ง
ผู้เชี่ยวชาญขั้นปราณปลายฟ้า ส่วนคนที่เหลือมุ่งไปปิดบัญชีนักสู้จุดสูงสุด
ขั้นปราณต้นฟ้า พวกเราจะทำตามแผนเดิมเหมือนกับที่เคยทำมาก่อน
ง้าวคลั่ง นี่เป็นครั้งแรกของเจ้าที่ได้เข้าสนามรบกับพวกข้า ดังนั้นเจ้ามิ
ต้องไปอยู่แนวหน้า จงรอโอกาสดีๆเพื่อโจมตีซะ!” ขวานเพลิงเหลือบมอง
ไปยังหลินหมิงขณะเขาพูด ปกติแล้วสำหรับมือผู้สมัครใหม่จะเลี่ยงมิได้ที่
จะถูกโจมตีครั้งแรกในสนามรบและมันจะนำไปสู่อาการหวั่นวิตก ถึงแม้
พวกเขาจะเคยผ่านศึก พวกเขาก็ยังคงเป็นภาระเนื่องมาจากสิ่งนี้ ครั้งนี้
เขาจะหลินหมิงได้ปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ก่อน ไม่มีใครคาดหวังว่าเขา
จะทำได้ดี
“ฮ่าฮ่า มิต้องกังวลไป นี่เป็นครั้งแรกของเจ้าที่เข้ามายังสนามรบ จง
พึ่งพาความแข็งแกร่งของพวกเราเถอะ” ชายเคราใหญ่ที่มีหนวดเครา
หัวเราะขณะตบไหล่ของหลินหมิง
หลินหมิงยิ้ม “ตกลง”
“ทุกคนเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้!” ขณะที่ขวานเพลิงออกคำสั่ง
ทุกคนต่างดึงอาวุธของพวกเขาขึ้นมา “ไป!”
วูซซ!
เก้าคนได้วิ่งออกไป ภายใต้ความเร็วเต็มที่ของผู้เชี่ยวชาญ ทำให้มันดู
ไม่ใช่ระยะที่ไกลเลย!
“หืม? มีศัตรูอยู่กำลังมุ่งหน้ามาที่นี่!”
หัวหน้าหน่วยแปดทหารเกราะดำหันกลับมาและสีหน้าเปลี่ยนไป
ในทันที “เตรียมรับมือพวกมัน!”
เคล้ง! เคล้ง! เคล้ง!
ปลายหอกทั้งแปดหันไปทางหน่วยขวานเพลิง แต่ในจุดนี้หัวหน้า
หน่วยขวานเพลิงได้มาถึงด้านหน้าและใช้วิชาออกไป “ขวานทลายภูผา!”
ปัง –
เพลิงสีแดงระเบิดขึ้นราวกับภูเขาไฟปะทุ ขวานของขวานเพลิงที่สับ
ลง ความแข็งของเขาปะทุออกมาจนถึงขีดสุด นี่วิธีการต่อสู้ของขวาน
เพลิงที่กวาดศัตรูทั้งหมดด้วยความแข็งแกร่งทั้งหมดที่ทุ่มเทลงไป
เคล้ง!
หัวหน้าหน่วยทหารเกราะดำใช้หอกของเขาปัดป้องการโจมตีของ
ขวานเพลิง อย่างไรก็ตาม การโจมตีของขวานเพลิงแข็งนั้นแข็งแกร่งอย่าง
มาก ทำให้ทหารเกาะดำต้องถอยหลังโดยเท้าของเขาได้จมลงไปในดิน
“ตายซะ!”
ขวานเพลิงสับขวานของเขาลงไปอีกครั้ง!
ครั้งนี้ ดาบทมิฬ พิรุนม่วง และที่เหลือได้ติดอยู่กับการต่อสู้ ดาบ
ทมิฬเป็นนักสู้ขั้นปราณปลายฟ้าลำดับ 3 ของหน่วยขวานเพลิง ระดับการ
บ่มเพาะของเขาอยู่ในขั้นปราณปลายฟ้าช่วงต้น และอาวุธเป็นดาบหนัก
เหล็กทมิฬ
ขณะที่พิรุนม่วงนางมิได้ใช่อาวุธใดๆ แต่มือของนางสาดประกาย
สายฟ้าสีม่วง และร่างกายของนางถูกห่อหุ้มไปด้วยตาข่ายสายฟ้า เพียง
สัมผัสทหารเกราะดำสัมผัสก็ชาจนขยับไม่ได้ พลังของสายฟ้าที่เข้าไปสู่
เส้นชีพจรของพวกเขาทำให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรง!
ฝ่ามือของพิรุนม่วงพุ่งเข้าไปยังจุดระหว่างคิ้วของศัตรู
“เพียงแค่ผู้หญิง ข้าจะเป็นคู่มือให้เจ้าเอง!”
จิตสังหารที่รุนแรงเออล้นออกมาจากร่างของเขา นักสู้เกาะดำแทง
หอกเข้าไปหน้าอกของพิรุนม่วงบังคับให้นางต้องถอยกลับไปหลายก้าว ผู้
ที่กำลังโจมตีนางเป็นผู้เชี่ยวชาญขั้นปราณปลายฟ้าของหน่วยแดนปีศาจ
หน่วยเกราะดำมีนักสู้ขั้นปราณปลายฟ้าสองคนซึ่งน้อยกว่าหน่วย
ขวานเพลิงหนึ่งคน
เพราะเช่นนี้จึงไม่มีผู้ค่อยหยุดยั้งดาบทมิฬ
“อ่า!”
ด้วยเสียงกรีดร้องอย่างน่าสงสาร ทหารเกราะดำที่อ่อนแอที่สุดถูก
แทงเข้าที่กระเพาะด้วยดาบทมิฬ กระบี่ได้ถูกบิดเกรียวทำให้ตันเถียนของ
เขาแหลกละเอียด และตกตายไป
จากแปดทหารเกราะดำ หนึ่งในนั้นตายด้วยการลอบโจมตีและตอนนี้
เหลือเพียงแค่ 7 แต่ทางหน่วยขวานเพลิงมี 9 คน และพวกเขายังเป็นมี
ขั้นปราณปลายฟ้าที่มากกว่า 1 คน ความเหลื่อมล้ำด้านกำลังรบระหว่าง
พวกเขาชัดเจนขึ้นแล้ว
ชายเคราใหญ่ของหน่วยขวานเพลิงและคนที่เหลือก้าวไปขวางหน้า
ทหารเกราะดำปิดกั้นเส้นทางหลบหนีของพวกเขา แม้พวกเขาจะมิ
สามารถสังหารพวกมันทั้งหมดได้ แต่สังหารได้อย่างน้อยซักครึ่งหนึ่งก็ยัง
ดี!
“เจ้าคิดจริงๆหรือว่าพวกข้าเป็นเพียงปลาในบ่อ หืม!?” หัวหน้าของ
ทหารเกราะดำเช็ดเลือดที่ริมฝีปากของเขาและยิ้มอย่างโหดเหี้ยม ดู
เหมือนเขามิสนใจว่าใครจะซุ่มโจมตีพวกเขา ตั้งแต่ที่เขารับภารกิจมาบน
เกาะแสงอุสาทางใต้ เขาก็รู้ว่าทุกช่วงเวลาเป็นช่วงการตัดสินความเป็น
ความตาย ไม่ว่าตอนไหนก็เป็นไปได้ว่าพวกเขาจะถูกล้อมและถูกซุ่มโจมตี
ทหารทุกคนต่างพร้อมสู้ตลอดเวลาและทราบถึงความตายที่สามารถคืบ
คลานเข้ามาได้ทุกเมื่อ
“เจ้าพวกหนูสกปรกที่เป็นพันธมิตรร่วมสงคราม ตั้งแต่ที่พวกเจ้าได้
เข้ามาวันนี้ พวกเจ้าก็จะไม่มีทางที่จะออกไปได้อีก!”
หัวหน้าเกราะดำได้ใช้แหวนมิติและปรากฏโรงไม้ใบใหญ่ 2 ใบ กล่อง
ไม้เหล่านั้นคือโรงศพ
ขณะที่โรงศพกระแทกกับพื้นดินพวกมันก็เริ่มสั่นอย่างรุนแรง มีเสียง
ของบางสิ่งกำลังขูดดังออกมาจากภายในเหมือนกับผีดิบกำลังข่วนโรงศพ
ด้วยกรงเล็บของพวกมัน
“ผีดิบพิทักษ์หรือ?”
สีหน้าของขวานเพลิงเปลี่ยนไปในทันที ภายในเคล็ดบ่มเพาะวิถีมาร
การทำศพของคนตายกลายใสเป็นเป็นผีดิบพิทักษ์ของตนนั้นนั้นเป็นเรื่อง
ที่น่าเลวร้ายเป็นอย่างยิ่ง
“พวกเจ้าทั้งหมดจะตายที่นี่!” โฉมหน้าของทหารเกราะดำเปล่ง
ประกายไปด้วยรอยยิ้มที่บ้าคลั่ง
โรงศพค่อยๆสั่นสะเทือนรุนแรงยิ่งขึ้น หมอกดำ 2 กลุ่มห่อหุ้มโรงศพ
ก่อตัวเป็นผีดิบอยู่ด้านใน มันกรงเล็บแหลมคม กรงเล็บพวกนั้นเป็นสีดำ
สนิทแล้วคมราวกับกระบี่ มือของพวกมันที่เต็มไปด้วยหินปูนและตุ่ม
หนองที่น่าสะอิดสะเอียน
หลังจากที่กรงเล็บได้ขยายออก พวกมันก็ฉีกโรงศพเพื่อเปิดออกมา ผี
ดิบพิทักษ์สองตนยืนขึ้นจากโรงศพ
ขณะที่ดวงตาที่แห้งเหี่ยวได้เปิดขึ้น ก็ได้เผยให้เห็นถึงดวงตาแดงเข้ม
ทั้งสองดวง ในตอนกลางคืนพวกมันดูเจิดจ้าเป็นอย่างยิ่ง
หัวใจของหลินหมิงสั่นสะท้านขณะเขาได้เห็นผีดิบพิทักษ์ทั้งสอง
‘เป็นเช่นนี้เอง แผนกหุ่นเชิดของหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ได้บ่มเพาะวิถีมารเพื่อ
สร้างผีดิบพิทักษ์เช่นเดียวกัน’
การปรับแต่งศพให้เป็นหุ่นเชิดก็คือการสร้างผีดิบพิทักษ์ที่แท้จริง มู่กู๋
ปู่ยี่ได้เปลี่ยนส่วนหนึ่งของร่างกายเขาเป็นของผีดิบพิทักษ์ มิต้องสงสัยเลย
ว่ามู่กู๋ปู่ยี่ได้เติบโตมาและมีสภาพที่น่าขนลุกเช่นมัมมี่
“ผีดิบพิทักษ์ขั้นปราณปลายฟ้าช่วงต้น!”
สีหน้าของขวานเพลิงสลด ตอนนี้จำนวนผู้เชี่ยวชาญขั้นปราณปลาย
ฟ้าของฝั่งศัตรูมากกว่าพวกเขา 1 คน!
“พิรุนม่วง เจ้าไปรับมือผีดิบพิทักษ์ พลังสายฟ้าของเจ้ากำราบพวก
คนตายได้ดีที่สุด!” แม้ปัจจุบันสถานการณ์จะได้เปลี่ยนไปแล้วแต่ขวาน
เพลิงก็ยังคงสงบสติได้ “ง้าวคลั่ง เจ้าดูเหมือนจะเป็นนักสู้ที่มีธาตุจำเพาะ
สายฟ้า ไปสนับสนุนนางจากระยะไกลแล้วอย่าเข้าใกล้ละ!”
ขวานเพลิงถอนหายใจ ‘เมื่อคิดคิดถึงการต่อสู้ครั้งแรกของเขาอาจจะ
โหดร้ายเกินไป นี้จะเป็นบททดสอบที่โหดร้ายสำหรับง้าวคลั่ง“ไปซะ!”
ขวานเพลิงตะโกนขึ้นและจับขวานของเขาวิ่งเข้าหาหัวหน้าเกราะดำ
เขาโคจรปราณแท้ทั่วร่างจนถึงขีดสุด หากเขาสามารถฆ่าหัวหน้าของศัตรู
ลงได้การต่อสู้จะจบลงด้วยชัยชนะที่ดี!
เคล้ง เคล้ง เคล้ง!
ขวานเพลิงและนักสู้เกราะดำต่อสู้อย่างดุเดือด ขวานเพลิงแข็งแกร่ง
กว่าเล็กน้อย แต่การที่จะเอาชนะคู่ต่อสู้ในช่างเวลาสั้นๆนั้นแทบเป็นไป
ไม่ได้
พิรุนม่วงขมวดคิ้ว นางกล่าวกับหลินหมิงด้วยเสียงต่ำ “ตามข้ามา
อย่าออกไปจากตาข่ายสายฟ้าป้องกันของข้า มิเช่นนั้นข้าคงมิอาจจะ
ช่วยเหลือเจ้าได้!”
ขณะพิรุนม่วงกล่าวออกมา นางก็ได้ยิงสายฟ้าไปทางผีดิบพิทักษ์ทั้ง
สอง ตาข่ายสายฟ้าสีม่วงของนางกว้างขึ้นทำให้หลินหมิงสามารถเคลื่อ
ไหวได้รอบๆ
หลินหมิงได้เคลื่อนไหวตามอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าเขาจะรู้จักผู้คน
เหล่านี้เพียงไม่กี่วันแต่สมาชิกในหน่วยก็ปฏิบัติต่อเขาดีอย่างมาก
ส่วนสมาชิกหน่วยขวานเพลิงคนอื่นๆ พวกเขาทั้งหมดต่างยุ่งอยู่ใน
การต่อสู้ที่ดุเดือดกับทหารเกราะดำคนอื่นๆ
ดาบทมิฬกำลังเผชิญหน้ากับนักสู้เกราะดำขั้นปราณปลายฟ้าอีกคน
ถึงแม้เขาจะอ่อนแอกว่าเล็กน้อย แต่ว่าเขาจะไม่พ่ายแพ้ง่ายๆอย่าง
แน่นอน
ส่วนคนอื่นๆต่างจับคู่กับผู้ที่มีพลังสูสีกัน แต่แรงกดดันที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
อยู่ที่พิรุนม่วง เพราะหน่วยเกราะดำในตอนนี้มีผู้เชียวชาญขั้นปราณปลาย
ฟ้ามากกว่าพวกเขา 1 คน นางเผชิญหน้ากับศัตรูทั้งสองภายเพื่อปกป้อง
หน่วยที่อยู่ด้านหลังของนาง
แม้ว่าพลังของสายฟ้าจะให้ผลที่ดีในการต่อต้านพลังงานของศพ แต่
ว่า 1 ต่อ 2 ก็ยังคงเป็นงานที่ยากลำบากอย่างยิ่ง
ด้านหน้าของหลินหมิง พิรุนม่วงชักกระบี่สีฟ้าออกมา สายฟ้าสีม่วง
บนกระบี่สีฟ้าสาดประกายออกมามันราวกับดอกไม้ที่เบ่งบานยามค่ำคืน!
ซู่วว!
กระบี่ของพิรุนม่วงฟันไปที่กรงเล็บของผีดิบพิทักษ์ พลังของสายฟ้า
เผาซากศพจนทำให้เกิดควันสีดำขึ้นเพียงเล็กน้อย
พิรุนม่วงคิ้วขมวด – นางมิสามารถตัดมันได้!
ผีดิบพิทักษ์ขั้นปราณปลายฟ้าช่วงต้นถูกผสานเข้ากับโลหะตั้งแต่หัว
จดเท้า ร่างกายของมันเปรียบดั่งสมบัติระดับสูง แม้ว่าพลังของพิรุนม่วง
จะสามารถเผาผลาญพลังของศพรอบๆผีดิบพิทักษ์ได้ แต่การจะทำลาย
มันก็อีกเรื่อง!
“แฮ่!”
ผีดิบพิทักษ์ร้องโหยหวนออกมาและถูกบังคับให้ถอยออกไปโดยพิรุน
ม่วง ผีดิบพิทักษ์อีกตัววิ่งไปด้านหน้าของพิรุนม่วงและใช้กรงเล็บพุ่งไปยัง
หน้าอกของนาง
พิรุนม่วงได้ตะโกนออกมาและเกิดสายฟ้าสีม่วงปะทุขึ้นรอบตัวนาง
อย่างรุนแรง กระบี่ของนางเกิดเป็นรูปร่างของนกสายฟ้าสีน้ำเงินขนาด
ใหญ่ปรากฏขึ้น
“กระบี่สายฟ้าฟาด!”
กระบี่ยาวสามก้าวปกคลุมไปด้วยนกสีน้ำเงินฟันลงบนผีดิบพิทักษ์ ผี
ดิบพิทักษ์ถูกห่อหุ้มไปด้วยนกสีน้ำเงินเกิดไฟสีม่วงเผาไหม้ประทุขึ้นทั่วร่าง
ของมัน และมันสั่นอย่างรุนแรงพร้อมทั้งกระเด็นลอยออกไป!
แต่ตอนนั้นเองผีดิบพิทักษ์อีกตัวก็มุ่งเข้าไปด้านหน้าของพิรุนม่วง
กรงเล็บสีดำของมันยาวมากกว่าก้าวและปล่อยแสงสีดำที่น่า
สะอิดสะเอียน หากนางถูกมันเสียบ ย่อมเกิดรูเลือดที่ 5 ขึ้นบนร่างของ
นางอย่างแน่นอน
สีหน้าของพิรุนม่วงเปลี่ยนไป นางไม่มีเวลามากพอที่จะเรียกกระบี่
กลับมาป้องกันการโจมตีนี้ นางทำได้เพียงใช้ขาของนางเตะผีดิบพิทักษ์
ออกไปแทน!
นางจะใช้ร่างกายเปล่ารับกรงเล็บของผีดิบพิทักษ์! เมื่อพวกมันปะทะ
กัน พิรุนม่วงย่อมได้รับบาดเจ็บแน่!
คิ้วของหลินหมิงได้ขมวดขึ้น เขาขยับนิ้วของเขาและสายฟ้าสีม่วง
สองเส้นได้ยิงเข้าที่ดวงตาของผีดิบพิทักษ์ทันที หลินหมิงจงใจยับยั้งพลัง
ของเขา แต่ถึงอย่างนั้นพลังสายฟ้าที่มีจิตวิญญาณสายฟ้าปีศาจศักดิ์สิทธิ์มิ
ใช้สิ่งที่ดวงตาอ่อนแอของผีดิบพิทักษ์สามารถต้านทานได้อยู่ดี
ผีดิบพิทักษ์กระตุกและเคลื่อนไหวได้ช้าลง แต่ช่วงเวลานี้เองทำให้พิ
รุนม่วงก็มีเวลามากพอที่จะใช้เท้าเตะเข้าที่ใบหน้าของผีดิบพิทักษ์โดยมิได้
โดนกรงเล็บของมันเขา!