Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 449 สมรภูมิบรรพกาล
“เขามีบางอย่างที่กลัวว่าผู้อื่นจะค้นพบเช่นนั้นหรือ? นักสู้ร่างผอม
ตื่นตระหนก”
“มารโลหิตผู้นั้นน่าจะมีระดับการบ่มเพาะที่อยู่ปลายขอบขั้นปราณ
ปลายฟ้าที่แข็งแกร่งใกล้เคียงเจ้า ข้าและฝันร้าย หากเขาต้องการที่จะ
สังหารพวกเรา มันจะต้องยุ่งอยากอย่างแน่นอน และหากพวกเราต้องการ
ที่จะสังหารเขา มันก็มิง่ายดายเช่นกัน! ข้าได้พบว่าเมื่อใดที่มารโลหิต
สังหารผู้อื่น เขามักจะดูดเอาปราณโลหิตไปด้วยเสมอ ราวกับว่าเขานั้นบ่ม
เพาะเคล็ดวิชาสายปีศาจ ข้าคิดไปถึงแม้กระทั่งว่าเขานั้นอาจจะเป็นคน
ของดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ที่สังหารพวกเดียวกันเพื่อเพิ่ม
ประสิทธิภาพเคล็ดวิชาสายปีศาจของตนเอง”
“หืม?” นักสู้ร่างผอมสีหน้าเปลี่ยนไป หากมันเป็นเรื่องจริง เช่นนั้น
มันก็จะเป็นปัญหาอย่างยิ่ง “งูพิษ พวกเราควรรายงานเรื่องนี้ให้เบื้องบน
รับทราบหรือไม่?”
“หึ พวกเบื้องบนไม่แม้กระทั้งสนใจพวกเรา ในหลายวันที่ผ่านมา
เหล่าผู้อาวุโสขั้นปราณปลายฟ้าต่างยุ่งอยู่กับเรื่องสำคัญบางอย่าง ส่วนมัน
เรื่องอันใดนั้น ข้าก็มอแน่ใจนัก พวกเขาย่อมไม่มีเวลามายุ่งกับเรื่อง
เล็กน้อยในเกาะแสงอุษาของพวกเราเป็นแน่” งูพิษกล่าวอย่างใจเย็น ใน
ครึ่งปีที่ผ่ามานี้ ดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ได้พัวพันอยู่กับพันธมิตร
ร่วมสงครามและยังมิได้คืบหน้าไปไหน กลับกันกองกำลังของทั้งสองฝ่าย
ต่างล้มตายเป็นจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ
เป็นที่ประจักษ์ว่าปรมาจารย์ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ที่เข้าร่วมสู้ใน
สงครามแนวหน้าลดลงเรื่อยๆ เหล่าผู้ที่เข้าสู้สนามรบมากที่สุดคือนักสู้
จากสำนักเล็ก พวกเขาได้ถูกล่อลวงโดยรางวัลจากเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์
และดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ และส่วนใหญ่ก็ได้ตกตายลงในสมรภูมิ
รบเช่นกัน
ดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ต้องการที่จะทำสิ่งใดกันแน่? หรือว่า
พวกเขาจะคิดว่าสงครามจะไม่อาจดำเนินต่อไปได้และเริ่มที่จะละทิ้ง
สงครามเช่นนั้นหรือ?
“หากเป็นเช่นนั้น การต่อสู้ที่พวกเขากำลังทำอยู่นี้ก็จะไม่มี
ความหมายอันใด พวกเขาจะสูญเสียอย่างมาก แต่จะมิได้รับสิ่งใดกับมา”
งูพิษคิ้วขมวด มิรู้ว่ามันเกิดสิ่งใดขึ้นกบสถานการณ์ในตอนนี้
………………….
ห่างไปหลายร้อยลี้ เกาะจันทราทมิฬ –
เกาะจันทราทมิฬเป็นดวงตาของทะเลทางใต้ที่มีปราณหยิน มัน
ตำนานในอดีตเล่าว่า สงครามครั้งยิ่งใหญ่ได้ปะทุขึ้นที่นี่และผู้ทรงพลัง
จำนวนนับไม่ถ้วนได้ตกตายลง สายลมเย็นยะเยือกพัดรอบเกาะจันทรา
ทมิฬอยู่ตลอดปี และในอากาศเต็มไปด้วยหมอกทมิฬ สายพันธุ์แปลก
ประหลาดและภูติผีกำเนิดขึ้นบนเกาะแห่งนี้
เกาะนี้แตกต่างจะเกาะใกล้เคียงเช่นเกาะปีศาจโลหิต มันไม่มีแห่ง
กำเนิดหินลมปราณในที่แห่งนี้ มีเพียงอันตรายและกับดักที่ไร้สิ้นสุดดังนั้น
จึงไม่มีผู้ใดที่ต้องการจะมายังเกาะจันทราทมิฬ
ในอดีต สำนักคว้าจันทร์ได้ซ่อนสมบัติของพวกตนไว้บนเกาะจันทรา
ทมิฬเพราะมันมีความปลอดภัยสูง ไม่เพียงแค่ไม่มีผู้ใดอยากที่จะไปยัง
เกาะจันทราทมิฬ แต่ยังมีปรากฏการณ์ประหลาดบนเกาะอีกด้วย นั่นก็
คือหมอกทมิฬได้ปิดกั้นจิตสัมผัสของนักสู้ ตราบใดที่ซ่อนเส้นทางไว้อย่าง
ลับๆแม้แต่ปรมาจารย์ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ก็มิอาจที่จะหามันพบ
ปรากฏการณ์ประหลาดนี้เคยกลายเป็นที่สนใจของผู้เชี่ยวชาญหลาย
คน และพวกเขาได้มายังที่แห่งนี้เพื่อสำรวจและหาถึงเหตุผลที่ซ่อนอยู่
เบื้องหลัง อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็มิพบสิ่งใด จึงได้ปล่อยเรื่องนี้ไป
ขณะที่กาลเวลาผ่านไป ทุกคนก็กลายเป็นเคยชินกับปรากฏการณ์
ประหลาดนี้ ไม่ว่าจะเป็นนักสู้ระดับใด ก็ไม่มีผู้ใดต้องการมายุ่งเกี่ยวกับ
ดินแดนนี้
อย่างไรก็ตามในตอนนี้ กลุ่มของเงาแอบซ่อนอยู่ภายในหมอกทมิฬที่
หนาแน่นนี้ มีชายชราชุดคลุมสีดำ 7-8 คน และบนเสื้อคลุมมีลวดลายสี
น้ำเงินเข้ม มันคือลวดลายเสาของเผ่าปีศาจยักษ์
ชายชราเหล่านี้มีระดับการบ่มเพาะอย่างน้อยขั้นหลอมรวมแก่นแท้
ช่วงกลาง และมีแม้ผู้ที่อยู่ปลายขอบขั้นหลอมรวมแก่นแท้
ด้านหลังของกลุ่มชายชราที่มีชายร่างใหญ่นับสิบ ทั่วร่างเต็มไปด้วย
กล้ามเนื้อ มีผิวสีน้ำเงินอ่อน เห็นได้ชัดว่าพวกเขามีสายเลือดที่เกี่ยวข้อง
กับเผ่าปีศาจยักษ์ อย่างไรก็ตาม ยังห่างจากสายเลือดที่แท้จริงของเผ่า
ปีศาจยักษ์อยู่มาก เหล่าผู้ติดตามยิ่งมีสายเลือดที่ห่างไกลจากเผ่าปีศาจ
ยักษ์ยิ่งกว่า เปรียบเทียบกับมหาจักรพรรดิอเวจีเมื่อครั้งอดีต พวกเขายิ่ง
ห่างไกลกว่านัก
เหล่าผู้ติดตามนับ 10 มีระดับการบ่มเพาะขั้นปราณปลายฟ้าช่วง
ปลาย แบกหอกมหึมาพาดอยู่บนบ่าของพวกเขา หอกมหึมายาวกว่า 200
ก้าวมีความหนาเท่าโถน้ำ มิอาจรู้ได้ว่าหอกนี้ทำมาจากวัสดุอันใด แต่
ปลายหอกนั้นบางราวกับสว่าน
“มันอยู่ที่นี่มาเริ่มกัน!” ผู้อาวุโสถือแผ่นผนึกค่ายกลเอาไว้ในมือ
หลังจากที่ยืนยันตำแหน่ง เขาก็ตัดสินใจว่าเป็นตำแหน่งตรงนี้
หลังจากที่ผู้อาวุโสกล่าวจบ ผู้อาวุโสขั้นหลอมรวมแก่นแท้ 2 คนก็
โบกมือ และปราณแท้ก็ได้ห่อหุ้มปลายหอกมหึมา
หวืดด!
หอกขนาดมหึมาที่ผู้ติดตามแบกไว้ลอยขึ้นไปบนอากาศ
หลังจากลอยขึ้นไปถึงพันก้าว ปลายหอกก็ได้หมุนวนเป็นเกลียวและ
พุ่งลงมาบนพื้นราวกับอุกกาบาต
ปังงงง!
ปฐพีสั่นสะเทือน รอบแตกปรากฏขึ้นบนพื้นราวกับแผ่นดินไหว หิน
ระเบิดออก หอกมหึมา 200 ก้าวจมลงไปในพื้นกว่าครึ่ง
“หมุน แล้วขุดไปเรื่อยๆ!”
ชายชราชุดดำกล่าวออกมาอย่างสงบ
ชายร่างใหญ่นับสิบ ดึงแท่งเหล็กออกมาจากหลังมันหนาเท่าแขน ใส่
มันเข้าไปบนรูที่ตัวหอก!
“ย๊ากก!”
ชายร่างใหญ่นับสิบ ตะโกนออกมาพร้อมกัน กล้ามเนื้อทั่วร่างของ
พวกเขาพลองโตขึ้น ปราณแท้ได้โคจรจนถึงขีดสุดขณะที่พวกเขาออกแรง
ผลักแท่งเหล็กหนาด้วยพลังทังหมด อย่างช้าๆ หอกเริ่มที่จะหมุน
แครกก แครกก แครกก –
เกิดเสียงหินระเบิดและแตกออกด้วยหอกมหึมาที่เจาะลงไป มัน
ค่อยๆหมุนลงไปเรื่อยๆ
แม้จะมีนักสู้ขั้นปราณปลายฟ้าถึง 10 คนที่โคจรปราณแท้จนถึงขีด
สุด มันก็ยังคงทำได้เพียงเจาะลงไปอย่างช้าด้วยความลำบาก
ขณะที่ชายชรากำลังมองดูเขาก็ยิ้มและกล่าว “เตียงหินที่นี่นั้น
แข็งแกร่งยิ่งนัก แม้แต่หอกที่สร้างมาจากเหล็กทำลายโลหะก็ยังแทบจะไม่
อาจเจาะลงไปได้”
“จดหมายของจักรพรรดิปีศาจเป็นเรื่องจริง!”
ขณะที่หอกเจาะหมุนลงไปอย่างยากลำบากขึ้นเรื่อยๆ เหล่าผู้อาวุโส
ปรมาจารย์ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ก็เริ่มที่จะใช้ทักษะพิเศษเพื่อช่วยให้หอก
สามารถเจาะหมุนทะลวงลงไป อย่างช้าๆ หินแตกออก ของเหลวสีดำซึม
ออกมาจากพื้นดิน ของเหลวนี้ก็คือโลหิต
ตั้งแต่เริ่มมีเพียงมีเพียงโลหิตซึมออกมาเล็กน้อย แต่นานเข้าโลหิตก็
พุ่งขึ้นมาราวกับบ่อน้ำพุ ในที่สุดมันก็พุ่งขึ้นมาราวกับบ่อน้ำพุร้อนขนาด
ใหญ่ พุ่งขึ้นหลายสิบก้าวในอากาศ แม้แต่เศษหินก็ยังถูกพัดกระเด็น
ออกไปด้วยคลื่นโลหิต
“ผนึกอยู่ที่นี่อย่างแท้จริง ผลึกบ่อโลหิตและโลหิตจากบ่อนี้ดูดซับมา
จากสมรภูมิบรรพกาลที่กว่างใหญ่แห่งนี้ มันเต็มไปด้วยกลิ่นอายโลหิต
เป็นเพราะว่าหินทมิฬได้ปิดกั้นสัมผัสรับรู้ จึงไม่มีผู้ใดรู้ล่วงรู้ แม้จะผ่านไป
หลายปี”
“มันน่าจะมีอยู่เช่นนี้ 6 บ่อ พวกเราจะขุดและเปิดมันออกทั้งหมด
และทำตามวิธีการที่บันทึกไว้ในจดหมายเพื่อทำการเปิดผนึกอย่างถูกวิธี
โลหิตที่จะใช้สังเวยน่าจะเพียงพอ…”
“หากมันยังมู่เพียงพอ พวกเราก็จะบุกโจมตีรวบรวมโลหิตมา และ
ทำให้มันเพียงพอ!”
“ฮ่าฮ่า ยัยแก่มู่เฟิงเซียน นางไม่รู้ว่ามีความลับที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ซ่อนอยู่
ในเกาะจันทราทมิฬ! สำหรับเป้าหมายที่แท้จริงของสงครามทะเลทางใต้
นางก็จะมิสามารถจินตนาการถึงมันได้เลย”
ผู้อาวุโสขั้นหลอมรวมแก่นแท้หลายคนสนทนากันด้วยกระแสเสียง
ปราณแท้
หากผู้ใดบินขึ้นไปแสนก้าวจนถึงชั้นสวรรค์บรรพกาลแห่งกลียุคและ
มองลงมา พวกเขาก็จะเห็นสงครามทะเลทางใต้เป็นวงกลม และที่อยู่
ศูนย์กลางก็คือเกาะจันทราทมิฬและเกาะปีศาจโลหิต!
ในจดหมายของจักรพรรดิปีศาจกล่าวไว้ว่าทางเข้าสู่สมรภูมิบรรพ
กาลตั้งอยู่ระหว่างเกาะจันทราทมิฬและเกาะปีศาจโลหิต
อย่างไรก็ตาม เป็นเพราะเรื่องเวลาในการเปิดค่ายกล สมรภูมิบรรพ
กาลนั้นต้องใช้เวลามากเป็นอย่างยิ่ง เช่นนั้น ดินแดนปีศาจแห่งทะเลทาง
ใต้จึงต้องเลือกทำสงครามกับเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ ความจริงแล้ว เหล่านัก
สู้ที่ตกตายลงในสนามรบมิได้มีอันใดไปมากกว่าหมากที่ถูกใช้ในการสังเวย
โลหิตจำนวนมาก! นี่ก็เป็นเหตุให้พวกเขายืดเยื้อการต่อสู้เป็นเวลานาน
ค่ายกลขนาดใหญ่นี้สร้างขึ้นตามสภาพของเกาะโดยการใช้โลหิตใน
การล่อเลี้ยงผนึก ด้วยวิถีการที่เศษที่บันทึกอยู่ในจดหมายของจักรพรรดิ
ปีศาจ
ในนามแห่งสงคราม พวกเขาก็จะสามารถหาโลหิตได้จำนวนมากเพื่อ
สังเวย มิเช่นนั้น ดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ก็คงไม่อาจที่จะหานักสู้ขั้น
ปราณต้นฟ้าและนักสู้ขั้นปราณปลายฟ้าจำนวนมากมาเพื่อสังเวยได้
ไม่เพียงแค่นั้น แต่หลังจากที่สมรภูมิบรรพกาลเปิดออก พวกเจาก็จะ
พึ่งพาสิ่งนี้ในการกวาดล้างเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ สงครามนี้อาจกล่าวได้ว่า
เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์จะหมดกำลังเมื่อไรก็ขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น มันเป็น
แผนที่จะสังหารนก 2 ตัวด้วยหินก้อนเดียว
ผู้อาวุโสขั้นหลอมรวมแก่นแท้ช่วยไม่ได้ที่จะถอนหายใจและกล่าวว่า
“หากดูจากจดหมายของจักรพรรดิปีศาจ สมรภูมิบรรพกาลถูกผนึกไว้ใน
โลกอิสระ ข้าคิดไม่ออกเลยว่าตัวตนที่เหนือธรรมชาติมากเพียงใดและต้อง
มีความแข็งแกร่งเพียงใดที่จะสามารถสร้างโลกอิสระขึ้นมาได้ ”
“บางทีเรียกมันว่าโลกที่พังทลายน่าจะเหมาะกว่า โลกนี้ได้รับความ
เสียหายจากสงครามเมื่อครั้งบรรพกาล มันอาจจะอยู่ได้เพียงอีกแค่ไม่กี่
พันปี”
“อีกแค่ไม่กี่พันปีก็เพียงพอสำหรับข้าและคนของข้า ข้านั้นอยากทีจะ
เห็นยิ่งนักว่าผู้อาวุโสที่สร้างมันขึ้นมานั้นจะยอดเยี่ยมและน่าเกรงขาม
เพียงใด!”
ถึงแม้ประวัติศาสตร์จะกลายเป็นฝุ่นผงไปตามกาลเวลาและไม่อาจที่
จะพิสูจน์ได้ แต่มีความจริงอย่างหนึ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลง และนั้นก็คือนักสู้
ในยุคบรรพกาลนั้นลึกล้ำทรงพลังมากกว่าที่พวกเขาในปัจจุบัน ในช่วง
เวลาที่ผ่านมา มีทั้งมหาจักรพรรดิ นักบุญและบุคคลระดับต่างๆปรากฏ
ตัวขึ้น ตัวตนเหล่านี้สามารถที่จะก่อให้เกิดภัยพิบัติด้วยมือของพวกเขา
ทำลายสวรรค์และปฐพี!
จักรพรรดิปีศาจเองก็เป็นหนึ่งในตัวตนที่ยิ่งใหญ่ สำหรับสมรภูมิ
บรรพกาลมันยิ่งเก่าแก่ยิ่งกว่าจักรพรรดิปีศาจยิ่งนัก สมรภูมิบรรพกาล
เป็นโลกที่พังทลายซึ่งเป็นที่ซ่อนของจักรพรรดิปีศาจ เมื่อเขามายังที่แห่งนี้
เขาคงจะให้พลังความแข็งแกร่งของตนยึดเอาที่นี่เป็นของตนเอง
หลังจากที่บ่อโลหิตได้เปิดออก มันก็ได้เผยให้เห็นถึงรูปแบบค่ายกล
จากนั้น กลุ่มของชายชราก็เคลื่อนย้ายไปเปิดบ่อโลหิตอีกแห่ง
ทั้งวัน จาก 6 บ่อได้ถูกเปิดไป 4 บ่อแล้ว
ขณะที่เปิดบ่อที่ 5 พวกเขาก็ได้ล้มเหลว
ผู้อาวุโสชุดดำไม่เหลือแรงที่จะกล่าวออกมาแล้วขณะที่เขามองไปยัง
บ่อสุดท้าย เขาก็พึมพัม “หลังจากผ่านมาเป็นหมื่นปี แต่รูปแบบค่ายกล
บ่อโลหิตโดยอาศัยพลังธรรมชาติ มันก็ยังไม่เหือดแห้ง ออกมาไม่รู้จักจบ
สิ้น”
“อืม ทำการโจมตีต่อไปเรื่อยๆ!”
………………………..
หลินหมิงนั่งอยู่ภายในถ้ำใกล้กับศูนย์บัญชาการพันธมิตรร่วม
สงคราม ตรงหน้าของเขามี 13 ผนึกดูดกลืนโลหิตที่ลอยอยู่รอบๆ ตราบ
ใดที่หลินหมิงยังไม่ตาย แม้ผนึกดูดกลืนโลหิตจะถูกทำลาย เขาก็จะ
สามารถสร้างมันขึ้นมาใหม่ได้
หลินหมิงเอาง้าวโลหิตล้างผลาญจำลองออกมา หลังจากที่เขาสังหาร
เหล่ยมู่ไป่ได้ เขาก็มิได้เคยใช้มันจริงๆจังๆเสียที ผนึกดูดกลืนโลหิต
กลายเป็นตื่นเต้นชนกันและกันหมุนรอบง้าวโลหิตล้างผลาญ ส่งเสียง
ออกมา
“มันดูเหมือนว่าแม้จะเป็นเพียงง้าวโลหิตล้างผลาญจำลองก็ยัง
สามารถที่จะเพิ่มพลังได้จาก ‘เคล็ดบ่มเพาะง้าวโลหิตล้างผลาญ’ มันเป็น
สิ่งที่แม้แต่หอกแห่งดาวหางม่วงยังมิอาจทำได้”
ถึงแม้หอกแห่งดาวหางม่วงจะเป็นอาวุธระดับสูง มันเพียงแค่สามารถ
เพิ่มพลังของเพลิงและสายฟ้าได้
ง้าวพุ่งออกไป อากาศโดยรอบราวกับจะบิดเบี้ยว มันจึงยากที่จะ
มองเห็นตำแหน่งของง้าวโลหิตล้างผลาญได้
ฟริ้ว! ฟริ้ว!
หลินหมิงร่ายร่ำกระบวนท่าด้วยง้าวโลหิตล้างผลาญ หินทั้งหมดในถ้ำ
กระเด็นลอยขึ้นมาหมุนวนในคลื่นหลังงานลอยอยู่ในอากาศ
แต่ในตอนนี้ จู่ๆหลินหมิงก็ได้ยินเสียงดังมาจากด้านนอก ราวกับมี
การระเบิดที่รุนแรงเกิดขึ้น
หลินหมิงดวงตาเบิกกว้าง เขารีบพุ่งไปยังปากถ้ำ และก็ได้ประหลาด
ใจในสิ่งที่พบ ในสายตา เขาเห็นนักสู้แดนปีศาจรวมตัวกันเผชิญหน้ากับ
ศูนย์บัญชาการพันธมิตรร่วมสงคราม!