Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 45 เส้นทางอันน่าอัปยศอดสู
ตอนนี้ทั่วทั้งร่างของหวังหยานเฟิงเต็มไปด้วยพลังปราณอันพุ่งพล่าน
ร้อนแรง เขาไม่คิดจะรอให้เสียเวลาอีกแม้แต่น้อย ในขณะนี้ดาบขนาด
สามก้าวของเขาก็ค่อยๆเปล่งประกายแสงออกมา มันมีอักขระทั้งสิ้น10ตัว
อักขระ และในตอนนี้เขาสามารถทำให้มันเปล่งแสงสีเขียวออกมาได้ถึง9
อักขระ อีกหนึ่งที่เหลือนั้นสำหรับเหล่าปรมาจารย์เท่านั้นที่จะควบคุมมัน
ได้
เพลงดาบ“สัจธรรมทั้งเก้า” ที่สือทอดมาจากตระกูลจะถูก
ครอบครองโดยผู้นำตระกูลหวังเท่านั้น ซึ่งจักรพรรดิองค์แรกผู้ได้มอบมัน
ให้กับตระกูลหวังแห่งเมืองเยว่ลู่ และสืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่น ซึ่งพลังของ
หวังหยานเฟิงในตอนนี้ที่ฝึกฝนถึงขั้นที่สาม กลับสามารถเบิกอักขระได้ถึง
9อักขระ น่าประทับใจมิใช่น้อย!!
สำหรับผู้เฒ่าหลายๆคนที่ดูอยู่ พวกเขาก็เองได้ผ่านประสบการณ์มา
มากมาย และทำให้พวกเขาสามารถสัมผัสพลังอันรุนแรงของหวังหยาน
เฟิงได้ในทันที
‘สัจธรรมทั้งเก้า’ จะสามารถแสดงพลังที่แท้จริงออกมาได้ก็ต่อเมื่อใช้
รวมกับอาวุธหายาก ซึ่งสำหรับตระกูลขุนนางแล้ว การมีทั้งกระบวนท่า
ลับและอาวุธหายากที่มีมูลค่ามหาศาลย่อมได้เปรียบอย่างเห็นได้ชัด
“หลินหมิงต้องแย่แน่ๆ เขาเป็นเพียงแค่เด็กยากจนคนหนึ่ง เขาไม่มี
ทางที่จะรับมือกับ ‘สัจธรรมทั้งเก้า’ได้”
ขณะที่ยืนอยู่บนเวที ดวงตาของหลินหมิงก็ส่องประกายขณะที่มอง
ไปยังอักขระบนดาบของหวังหยานเฟิง ก่อนที่เขาจะได้เรียนเกี่ยวกับการ
จารึก เขาได้ศึกษากฎแห่งจิตวิญญาณจนเข้าใจลึกซึ้งอย่างถ่องแท้ และ
พัฒนามันต่อในแบบของเขาเอง ด้วยความเข้าใจที่ลึกซึ้งในกฎแห่งจิต
วิญญาณและ กฏแห่งจิตวิญญาณอีกส่วนหนึ่งจากความทรงจำในลูกบาศก์
ศักดิ์สิทธ์‘ครอบงำวิญญาณ’ ทำให้ในตอนนี้หลินหมิงสามารถสัมผัสได้ถึง
การไหลเวียนของพลังที่อยู่ภายในดาบนั้นได้อย่างชัดเจน ตราบใดที่เขายัง
มีจิตวิญญาณอยู่ เขาก็สามารถรับรู้ได้ถึงทุกสรรพสิ่ง
“มันคงกำลังใช้กระบวนท่าบางอย่าง แม้ข้าจะไม่เคยเห็นมาก่อนและ
ไม่ใช้เรื่องง่ายที่จะหาจุดอ่อนของมัน แต่หากเป็นเรื่องการจารึกแล้ว ไม่มี
ทางที่จะมีมนุษย์ผู้ใดในอาณาจักรแห่งนี้เก่งเกินข้าไปได้ เขาเข้าใจมัน
อย่างถ่องแท้”
ขณะที่หลินหมิงกำลังคิดเพลินๆอยู่หวังหยานเฟิงก็จับดาบพุ่งตรงเข้า
มาหาเขา เมื่อเข้ามาใกล้ถึงระยะที่พอเหมาะมันก็ได้ใช้ ‘สัจธรรมทั้งเก้า’
และทันที ในเวลาต่อมา ตัวปัญหาที่มีชื่อว่า “ไอ้หลินหมิง” ก็จะถูกจัดการ
และทำให้หวังหยานเฟิงได้เป็นอันดับหนึ่งสีชื่อเสียงโด่งดังในชั่วข้ามคืน
พลังปราณถูกรวมไว้ในดาบจนเกิดพลังอันรุนแรง สิ่งนี้เองที่เป็นข้อดี
ของการมีอาวุธหายาก ทันทีที่มุ่งสมาธิถ่ายเทพลังปราณ มันจะเพิ่มพลัง
ให้กับอาวุธและผู้ใช้เป็นอย่างมาก สำหรับคนที่ไม่มีอาวุธในระดับเดียวกัน
แล้วก็จะรับรู้ได้ทันทีว่าไม่มีทางที่จะรับมือกับสิ่งเหล่านี้ได้เลย แต่ถ้าหาก
อยากจะลองแล้วละก็ ผลลัพธ์ก็คงจะเศษซากอาวุธของพวกเขาเองก็แตก
ละเอียดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยด้วยการปะทะเพียงครั้งเดียว
“หลินหมิง แกเตรียมตัวตายซะ”
หวังหยานเฟิงแหกปากในขณะที่อักขระทั้ง9ตัวอักษร เริ่มเปล่งแสงสี
เขียวเจิดจ้าออกมา มันใช้ดาบฟันมาตรงหน้าหลินหมิง ทำให้เขารู้สึกได้ถึง
แรงลมที่ปะทะเข้ากับไหล่ของเขา แววตาของหลินหมิงเบิกกว้างและใช้
เท้ายันพื้นอย่างรุนแรง และสามารถหลบไปได้อย่างฉิวเฉียด
ปังงงง!!
ขณะที่ดาบของหวังหยานเฟิงผ่าแยกเวทีออกเป็นสองส่วน แรง
ระเบิดก็ได้ทำให้เศษหินกระจัดกระจายไปในอากาศ ซึ่งหินที่ใช้สร้างเวที
นั้นถูกปกคลุมด้วยพลังเวทย์ที่แข็งแกร่ง แต่ด้วยพลังของ‘สัจธรรมทั้งเก้า’
และดาบหายากของเขากลับสามารถฝากรอยแตกร้าวลึกลงไปกว่าครึ่ง
ก้าวไว้ได้อย่างง่ายดาย
ถึงแม้ดาบของเขาจะฟันเฉี่ยวหลินหมิงไป แต่หวังหยานเฟิงก็ไม่ได้
ผิดหวังอะไรมากนัก แต่เขากลับหัวเราะออกมาแทน “ฮ่าๆไอ้หลินหมิง
หนีเข้าไปอีกไอ้หมาน้อย แกอยากจะเล่นวิ่งไล่จับกับข้ารึ มีความเร็วเพียง
เต่าคลาดแต่กลับไม่หัดเจียมเนื้อเจียมตัวมารับคำท้าจากข้า ช่างน่าสมเพช
เสียจริง!!”
“ความเร็วน่ะรึ แกต่างหากที่น่าสมเพชอย่าคิดว่าจะไล่ตามข้าได้ทัน
” หลินหมิงกล่าวตอบไปอย่างยอกย้อน
แต่ทันใดนั้นการเคลื่อนไหวของหวังหยานเฟิงก็เปลี่ยนไป กลายเป็น
ภาพเบลอๆที่ซ้อนทับกัน
“เจ็ดก้าวแห่งศรัทธา’ เคล็ดบ่มเพาะลับตระกูลหวัง! ”
“นั้นคือ.. เคล็ดบ่มเพาะลับแห่งตระกูลหวัง การย่างก้าวที่สามารถ
ปรากฏตัวและหายไปได้ดั่งใจปรารถนา ความเร็วที่เหนือกว่าทั้งภูตผีและ
เทวดาทั้งมวล เพียงการฝึกฝนขั้นที่สามมันสำเร็จเคล็ดบ่มเพาะลับนี้ได้
อย่างไร”
“อาวุธก็ระดับหายาก เคล็ดบ่มเพาะก็ทรงพลัง แม้แต่ความเร็วก็ยัง
เทียบไม่ติด การต่อสู้ในครั้งนี้มันเห็นผลชัดเจนอยู่แล้ว”
ขณะที่ผู้คนกำลังคุยกันอยู่หวังหยานเฟิงก้าวเท้าออกมาและหายวับ
ไป เพียงชั่วอึดใจมันก็ปรากฏกายอยู่ข้างหลินหมิงในทันที แสงสีเขียวที่
เปล่งประกายออกมาจากดาบปรากฏให้เห็นอีกครั้ง จุดหมายปลายทาง
ของดาบเล่มนั้นก็คือแขนของหลินหมิง ดูจากลักษณะของดาบแล้วหวังห
ยานเฟิงคงคิดจะตัดแขนของหลินหมิงให้ขาดกระจุดในดาบเดียวอย่าง
แน่นอน
แม้มันจะผิดต่อกฎของสำนักที่จะฆ่ากันในระหว่างการประลองของ
สำนักเจ็ดแก่นแท้ หวังหยานเฟิงจึงทำได้เพียงตัดแขนของหลินหมิง
เท่านั้น แม้ว่าจะไม่ถึงตายแต่ก็สามารถทำลายเส้นเอ็นและกระดูกให้ไม่
สามารถกลับมาใช้งานได้ แม้จะมียาโอสถล้ำค่าก็มิอาจรักษาให้หาย
กลับมาสมบูรณ์ได้เหมือนเดิม
นี่เป็นดาบที่เต็มไปด้วยจิตมุ่งร้ายอย่างแท้จริง
ริมฝีปากของหวังหยานเฟิงเผยให้เห็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสะใจ
“แกมีความสามารถแค่นี้เองรึ ด้วยดาบนี้จะเปลี่ยนเส้นทางในชีวิตของแก
ไปอย่างสิ้นเชิง ดูซิว่าแกจะยังกล้ามาท้าสู้กับข้า”
นี่เป็นเหตุผลของการลงดาบรึ เขาเองก็คิดว่าเขาจะไม่แพ้เช่นกัน
หลินหมิงคำรามออกมาแล้วปล่อยหมัดที่เต็มไปด้วยพลังของเขาออกมา
หมัดนี้มิได้เป็นเพียงหมัดธรรมดา แต่เป็นหมัดที่มีพละกำลังถึง 3000
จิน
ตูมมมม!!
หมัดของเขาปะทะเข้ากับคมดาบของหวังหยานเฟิงอย่างรุนแรง เขา
พยายามเล็งและปล่อยหมัดไปที่ซึ่งเป็นจุดที่เปราะบางที่สุดบนดาบเล่ม
นั้น
ด้วยความเร็วที่หวังหยานเฟิงฟันลงมา แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเล็ง
ปะทะที่จุดๆนั้นได้อย่างแม่นยำ หากเขาไม่ได้ผ่านการฝึกสุดโหดที่เขา
ฝึกฝนการเคลื่อนไหวและความแม่นยำแล้วก็คงยากที่จะทำได้ และถ้า
หากไม่ได้โจมตีไปที่จุดๆนี้เขาก็ไม่มีทางจะรับดาบเล่มนี้ได้
ในช่วงเวลาขณะนั้นหวังหยานเฟิงสัมผัสได้ถึงแรงกระแทกอันรุนแรง
ที่ไหลผ่านเข้ามาในร่างกาย ถ้าพลังในดาบของเขาเปรียบเสมือนอสรพิษ
แล้วละก็ หมัดของหลินหมิงก็เปรียบได้กับมีดที่ตัดหัวของอสรพิษให้ขาด
สะบั้น
เป็นไปได้อย่างไร!!!
ทันทีที่พลังปราณเริ่มลดลง หวังหยานเฟิงก็เริ่มได้ถึงความเจ็บปวดที่
กำลังกัดกินร่างกายของเขาอยู่ ก่อนที่เขาทันได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเขา
หลินหมิงก็ใช้เท้าเตะไปที่หัวของหวังหยานเฟิงอย่างรุนแรงอีกครั้ง
ทุกๆวันในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ หลินหมิงได้ฝึกการเคลื่อนไหวขา
ของเขากับตอไม้ ดังนั้นความเสียหายที่หลินหมิงทำนั้นก็คงจะเหมือนกับ
เอาเหล็กไปทุบกับแก้ว ด้วยพลังที่น่ากลัวจากการฝึก ‘ชีพจรปราณเทพ
คลั่ง’ มันไม่ต่างจากโดนแรงระเบิดที่หัวเลย
ขาของหลินหมิงเปรียบเสมือนหางของมังกรที่ตวัดออกมา แม้หวังห
ยานเฟิงจะมึงงงอยู่บ้าง มันก็ยังรู้สึกได้ มันพยายามยกแขนขึ้นมาเพื่อ
ป้องกันการโจมตีนั้น
แต่ถึงอย่างนั้น การเตะของหลินหมิงก็ทำให้หวังหยานเฟิงรู้สึก
เหมือนกับโดนเหล็กหวดเข้าที่แขน แขนของเขาชาจนไร้ความรู้สึก มัน
แทบจะทำให้เขาหมดสติลงจากการโจมตีในครั้งนี้
หัวใจของหวังหยานเฟิงตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม นี่มันไม่ใช่พละกำลังของ
คนที่ฝึกฝนในขั้นที่สองแล้ว
จากการพลิกผันกระแสของการต่อสู้ ผู้เฒ่าที่ดูอยู่หลายๆคนเป็นต้อง
ตกตะลึงไปตามๆกัน หมัดนั้นไม่ธรรมดาเลย ผู้ทดสอบคนอื่นๆอาจจะไม่
สามารถรับรู้ได้ถึงพลังของมัน แต่สำหรับเหล่าอาจารย์ขั้นปราณต้นฟ้า
แล้ว พวกเขารู้ได้ทันทีว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง
หลินหมิง ทำแบบนั้นได้อย่างไร!!
การเตะในครั้งนี้ทำให้ร่างกายของหวังหยานเฟิงลอยกระเด็นถอย
หลังออกไป แต่ก่อนที่มันจะทันได้สูดลมหายใจในครั้งถัดไป มันก็เห็น
หลินหมิงโผล่มาอยู่ต่อหน้ามันอีกครั้ง
เป็นไปไม่ได้!!
“เจ็ดก้าวแห่งศรัทธา” หวังหยานเฟิงขยับเท้าของมัน ทำให้ร่างของ
มันทำลายหายวับไปในทันที มันหายไปจากระยะหมัดของหลินหมิงได้ใน
พริบตา แต่ด้วยอาการบาดเจ็บที่มันได้รับมาก่อนหน้านี้ทำให้มันควบคุม
พลังของ ‘เจ็ดก้าวแห้งศรัทธา’ไว้ได้ไม่นานและเผยร่างของมันออกมาใน
ที่สุด หวังหยานเฟิงสำลักเลือดออกมาจากปาก ตอนนี้หวังหยานเฟิงรู้สึก
ได้ถึงความหวากกลัวที่ผุดขึ้นภายในจิตใจของมัน มันเริ่มจะคิดได้แล้วว่า
พลังของมันอ่อนลงอย่างชัดเจนตั้งแต่การใช้ ‘สัจธรรมทั้งเก้า ’ต่อสู้กับ
พวกปีศาจในชั้นสี่สองตัวนั้น มันคิดว่าถ้าหากมันมีดาบหายากเล่มนี้แล้ว
มันก็จะสามารถผ่านไปชั้นห้าได้อย่างง่ายดาย และคงจะฆ่าปีศาจในชั้นได้
หลายตัวแน่ๆ แต่ตอนนี้มันกลับถูกไล่ต้อนโดยหลินหมิง หลินหมิงสามารถ
ฆ่าปีศาจบนชั้นที่ห้าได้ด้วยอย่างนั้นหรือ
ท่า ‘สัจธรรมทั้งเก้า’และ ‘เจ็ดก้าวแห่งศรัทธา’ ที่เขาภาคภูมิและทำ
ให้เขาได้อวดดีมาตลอดกำลังถูกโค่นงั้นหรือ เพียงแค่คิดก็ทำให้หวังหยาน
เฟิงรู้สึกอัปยศและสิ้นหวัง แต่ก่อนที่มันจะได้รู้สึกอะไรไปมากกว่านี้
หลินหมิงก็พุ่งเข้าไปหามันอีกครั้ง ในครั้งนี้หลินหมิงได้มาพร้อมกับมีดแร่
เนื้อคู่กาย
“ข้าจะทำลายมีดของเจ้าซะให้แหลกละเอียด ”
คงเป็นเพราะความเหนื่อยล้าจากการใช้พลังปราณ ก่อนหน้านี้ ทำให้
ในตอนนี้หวังหยานเฟิงสามารถใช้พลังปราณได้อีกเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น
หวังหยานเฟิงไม่มีเวลาพอที่จะใช้พลังของ ‘สัจธรรมทั้งเก้า’ แล้ว
ในตอนนี้มันทำได้แค่รวบรวมพลังที่เหลืออยู่ทุ่มลงไปในดาบเพื่อใช้มัน
ป้องกันมีดของหลินหมิง มันคาดการณ์เอาไว้ว่าถ้าหากมันใช้ดาบหายาก
ของมันรับมีด หลินหมิงจะต้องชักมีดเก็บไปแน่นอน ไม่อย่างนั้นมีดของ
หลินหมิงจะต้องแตกเป็นเสี่ยงๆ
แต่หลินหมิงกลับไม่ได้ทำอย่างที่หวังหยานเฟิงได้คาดการณ์เอาไว้
เขาใช้มีดแร่เนื้อปะทะกับดาบหายาก!!!
เปล้งงง!!
ด้วยแรงปะทะอันรุนแรงได้ทำให้มีแร่เนื้อแต่ออกเป็นเสี่ยงๆ
หวังหยานเฟิงไม่มีเวลาแม้แต่จะได้ตกใจ ขณะที่มีกแร้เนื้อของหลินห
มิงแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ
ด้วยระยะที่ใกล้ขนาดนั้นและความตกใจจากการที่อาวุธแตกกระจุย
ออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ทำให้หวังหยานเฟิงไม่ทันคิดแม้แต่จะหลบเศษ
ของมีเหล่านั้น แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังพยายามจะใช้ ‘เจ็ดก้าวแห่งศรัทธา’
เพื่อที่จะหลบ
“อ๊ากกกก”
หวังหยานเฟิงร้องออกมาอย่างน่าเวทนาทั้งไหล่ ท้อง แขน ขา ทั่วทั้ง
ร่างของมันถูกฝังด้วยเศษคมมีดที่แตกเป็นชิ้นเล็กออกมา เลือดในร่างกาย
พุ่งสาดกระเซ็นไปทุกทิศทุกทาง เศษมีดเหล่านั้นบ้างก็ทะลุผ่านร่างกาย
ของมันไป บ้างก็ยังคงฝังอยู่ในร่างกายของมัน
โดยไม่รอให้เสียเวลาหลินหมิงยกเตะไปที่หน้าอกของหวังหยานเฟิง
อีกครั้ง ทำให้หวังหยานเฟิงเลือดพุ่งออกจากปากขณะที่กลิ้งลอยไปกลาง
อากาศอย่างหมดสภาพ
“หยุด!! พอได้แล้ว”
ขณะที่หลินหมิงเตะหวังหยานเฟิงลอยออกไป ผุ้เฒ่าซูก็พุ่งตรงไปราว
กับพยัคฆ์ ทำให้เก้าอี้ที่เขาเคยนั่งอยู่ก็ถูกทำลายกลายเป็นเสี่ยงๆด้วยพลัง
ปราณ
ผุ้เฒ่าซูพุ่งขึ้นไปกลางเวทีและรับหวังหยานเฟิงเอาไว้ได้ เขาได้หยิบ
ขวดยาสมุนไพรออกมาจากแขนเสื้อและป้อนให้กับหวังยางเฟิงในทันที ผู้
เฒ่าซูเป็นเพื่อนเก่าเพื่อนแก่กับพ่อของหวังหยานเฟิงเป็นธรรมดาที่ผู้
เฒ่าซุจะรักหวังหยานเฟิงเหมือนบุตรหลานคนหนึ่ง
หลังจากที่ให้ยาไปแล้ว ผุ้เฒ่าซูก็มองตรงไปหาหลินหมิงอย่างดุดัน
“เจ้าเด็กนรก การกระทำของเจ้าช่างโหดเหี้ยมยิ่งนัก”
ขณะที่ ผุ้เฒ่าซูพูดออกมา คำพูดแต่ละคำเต็มไปด้วยพลังปราณ
ประดุจคลื่นเสียงคำรามดังก้องกังวานไปทั่ว
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคลื่นเสียงอันทรงพลังเช่นนี้ หลินหมิงหรี่ตาลง
และโคจรพลัง‘ชีพจรปราณเทพคลั่ง’ อย่างลับๆ และกล่าวขึ้นมา “ถ้า
หากจะว่าข้าว่าโหดเหี้ยม สิ่งที่มันพยายามจะทำกับข้าก่อนหน้านี้ไม่
โหดเหี้ยมกว่าหรอกหรือ มันพยายามจะตัดแขนของข้า ข้าคงจำเป็นต้อง
ปล่อยให้มันเขาตัดแขนของข้าไปสินะ ถ้าหากข้าไม่โต้ตอบด้วยหมัดนั้น
แขนข้าก็คงจะขาดออกไปแล้ว เช่นนั้นแล้วหวังหยานเฟิงเองก็เป็นคน
โหดเหี้ยมด้วยใช่หรือไม่ ”
“แก… แกกล้าย้อนคำพูดของข้างั้นรึ ” ผุ้เฒ่าซูก้าวออกมาข้างหน้า
พร้อมกับจิตสังหารที่ราวกับจะลุกเป็นไฟในทุกขณะ เช่นเดียวกับพยัคฆ์ที่
กำลังจะสังหารเหยื่อและพร้อมที่จะกระโจนเข้าไปขย้ำได้ทุกเมื่อ