Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 453 ชั่วเวลา 10 ลมหายใจ
ช่วงเวลาสำคัญเช่นนี้ ทุกคนต่างตะหนักถึงว่าพวกเขากำลังจะ
กลายเป็นอาหารสัตว์ และไม่มีผู้ใดกล้าที่จะยืนหยัด นักสู้บางคนกำลังถือ
อาวุธของพวกเขาอยู่ ปราณแท้ของพวกเขาไหลออกมาๆบางๆ
สายตาของชายหนุ่มผมแดงก็เปล่งประกายวาบด้วยแสง “ข้าจะให้
เวลาเจ้า ชั่วเวลา 10 ลมหายใจ มิเช่นนั้น เหล่านักสู้ขั้นปราณต้นฟ้าที่ไม่
เดินจะต้องถูกฆ่า! อย่าคิดว่าคิดว่าเจ้าจะหลบไปในความวุ่นวายได้ ข้า
สามารถจับสัมผัสถึงระดับการบ่มเพาะของพวกเจ้าทุกคนได้” เสียงอัน
เย็นชาที่เต็มไปด้วยจิตสังหารอันแข็งแกร่งอย่างมาก
ภายใต้เงาของจิตสังหารนี้ นักสู้ขั้นปราณต้นฟ้าบางคนรู้สึกหน้าผาก
ของพวกเขาหลั่งเหงื่อและเข่าอ่อน
พวกเขาเป็นเพียงนักสู้จุดสูงสุดขั้นปราณต้นฟ้าเท่านั้น เผชิญหน้ากับ
เด็กหนุ่มผมแดงผู้อยู่ปลายขอบขั้นปราณปลายฟ้าที่มาจากนิกายระดับ 5
ความเหลื่อมล้ำระหว่างพวกเขานั้นมากเกินไป
ชายหนุ่มผมแดงสามารถฆ่า 1 ในพวกเขาได้ในทันทีเพียงแค่คิด
“สิบ…!” ชายหนุ่มผมแดงหาว
ในช่วงเวลานี้ นักสู้ขั้นปราณต้นฟ้าตะโกนออกไปด้วยความโกรธ
“เจ้าฝันไปเถอะ ถ้าเจ้าคิดว่าพวกเราจะช่วยเจ้า! พวกเรายอมตายเสีย
ดีกว่า! พี่น้องข้า! มารวมกัน! ถ้าหากเป็นเช่นนี้ต่อไป เช่นนั้นพวกเราทำได้
เพียง…”
ฝันร้ายเยาะเย้ยและตั้งเพ่งความคิดของเขาพุ่งออกไป
โพละ!
ในชั่วพริบตานั้น นักสู้ขั้นปราณต้นฟ้าศีรษะระเบิดออกเหมือนดั่ง
แตงโมและตายในทันที แม้กระทั่งหลี่ว์ฮัวผู้ยืนอยู่ข้างๆเขาก็มิอาจตั้งตัวได้
ทัน ริมฝีปากของหลี่ว์ฮัวกระตุก แต่ท้ายที่สุดเขาก็ทำได้เพียงถอนหายใจ
นักสู้ทุกคนที่อยู่รอบๆต่างร้องด้วยความตกใจ คลื่นความโกรธและ
เกลียดกระจายไปทั่วทั้งหัวใจของพวกเขา มันมีคลื่นเสียงของ ‘เคล้ง เคล้ง
เคล้ง’ ขณะที่นักสู้บางเอาอาวุธของพวกเขาออกมา แต่ก็ยังไม่มีผู้ใดกล้าที่
จะทำอันใด
“เจ้าทำเกินไปแล้ว!” นักสู้ขั้นปราณปลายฟ้าช่วงต้นตะโกนด้วย
ความโกรธ
ฝันร้ายยิ้มด้วยความดูถูก “เจ้าก็อยากตายเช่นกันหรือ?”
นักสู้หยุดนิ่ง เขาหวาดกลัวที่จะเผชิญหน้ากับฝันร้าย ฝันร้ายนั้นเป็น
นักสู้ผู้เชี่ยวชาญในด้านการโจมตีทางจิตวิญญาณ เขาสามารถทำลาย
ทะเลจิตวิญญาณของศัตรูและสามารถทำได้แม้กระทั่งระเบิดหัวของศัตรู
เพียงแค่ใช้พลังจิตของเขา นี่ยังเป็นต้นกำเนิดของชื่อเล่น ‘ฝันร้าย’ เขา
สามารถฆ่านักสู้ระดับต่ำได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่ชั่พริบตาเขาก็สามารถ
ฆ่านักสู้ได้แล้ว และมันเป็นไปไม่ได้ที่จะมีใครช่วยพวกเขา
นักสู้ขั้นปราณปลายฟ้าช่วงต้นกัดฟันแน่น แต่ในท้ายที่สุดก็มิได้พูด
อันใดออกไป ในช่วงเวลานี้ ในหัวของเขาก็เต็มไปด้วยความรู้สึกของความ
อัปยศ เขาเกลียดที่เขาไม่มีพลังอันใดที่จะยืดหยัดต่อหน้าสัตว์ประหลาด
เหล่านี้เลย
ชายหนุ่มผมแดงไม่ได้แม้แต่สังเกตเห็นว่ามีสิ่งใดเกินขึ้นบ้าง เขานับ
ต่อไปเรื่อยๆ “เก้า…”
ด้วยแรงกดดันที่มองไม่เห็นกำลังกดพวกเขาลงอยู่ มีนักสู้ขั้นปราณ
ต้นฟ้าอยู่หลายคนที่ถูกแรงกดดันกดไว้ พวกเขาเกือบจะไม่สามารถทนได้
“แปด…!”
“เจ็ด…!”
ทุกๆลมหายใจนั้นเต็มไปด้วยเสียงอันเย็นชา!
“พวกเราจะทำเช่นไรดี?” ขวานเพลิงกล่าวถามหลินหมิงด้วยปราณ
แท้สื่อสาร แม้กระทั่งขวานเพลิงผู้ปกติจะเยือกเย็นยังลนลานเมื่อเขาอยู่
ในสถานการณ์เช่นนี้
หลินหมิงยังคงเงียบ เขาแข็งแกร่งขึ้นมากในหลายวันที่ผ่านมานี้ แต่ก็
ยังมิได้มั่นใจว่าจะชนะพวกนี้ได้หรือไม่
ตัวตนเช่นชายหนุ่มผมแดงนั้นย่อมมิอาจนำมาเทียบกับผู้คนเช่น
โอวหยางโอวหยางเฉินซิ่วได้ ไม่เพียงแค่นั้น แต่เขายังมี 3 ผู้ยิ่งแห่ง
ดินแดนปีศาจอยู่ฝ่ายเขา เพียงแค่ 1 ในนั้นก็เก่งกาจเสียยิ่งกว่าโอวหยาง
เฉินซิ่วแล้ว
และด้วยศิษย์จำนวนมากของดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้รวมเข้า
ไปอีก นี่ย่อมเป็นการต่อสู้ที่โหดเหี้ยมจนต้องหลั่งเลือดแน่นอน!
….
….
….
“หก…!”
“ห้า…!”
“สี่…!”
ชายหนุ่มผมแดงนับอย่างใจเย็น แต่หลินหมิงนั้นกำลังเตรียมความ
อย่างเงียบๆ ดวงตาของเขาสาดประกายขณะที่เขาจ้องไปยังชายหนุ่มผม
แดง ทั่วทั้งร่างของเขาเริ่มที่จะเดือดพล่านไปด้วยจิตต่อสู้!
“สาม…!”
เมื่อชายหนุ่มผมแดงนับถึง 3 เขาก็หยิบง้าวออกมาจากแหวนมิติ
อย่างช้าๆ ง้าวโลหิตนี้ยาว 10 ก้าวและเปล่งประกายสีแดง มันเป็นง้าว
โลหิตล้างผลาญจำลอง อย่างไรก็ตาม คุณภาพของมันก็ยังด้อยกว่าของ
เหล่ยมู่ไป่ แม้ว่าชายหนุ่มผมแดงจะแข็งแกร่งกว่าเหล่ยมู่ไป่ สถานะของ
เขาภายในดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้อยู่ในระดับต่ำกว่า
ง้าวโลหิตปลดปล่อยพลังงานโลหิตออกมา ขณะที่นักสู้ขั้นปราณต้น
ฟ้าหลายคนเผชิญหน้ากับออร่านี้ พวกเขาช่วยไม่ได้นอกจะสั่นสะท้าน
พวกเขาส่วนใหญ่เดินออกจากกลุ่ม เมื่อเผชิญหน้ากับง้าวโหลิตนี้ พวกเขา
นั้นไร้ความกล้าที่จะต่อต้านมัน
ถ้าพวกเขาไม่ออกมา พวกเขาย่อมตายอย่างแน่นอน แต่ถ้าพวกเขา
ออกไปเดินนำและสำรวจอย่างระมัดระวัง พวกเขาอาจมีโอกาสเพียง
เล็กน้อยที่จะรอด
“สอง!”
ชายหนุ่มผมแดงนับช้าลงเล็กน้อย จิตสังหารที่แผ่ออกมาจากตัวเขา
นั้นเริ่มควบแน่นยิ่งขึ้น
นักสู้ขั้นปราณต้นฟ้าจำนวนมากตระหนักได้ถึงชะตากรรมของพวก
เขาและเดินออกมา พวกเขาซีดราวกับเปลวเพลิงที่ริบหรี่ ขณะที่นักสู้ขั้น
ปราณปลายฟ้าของกองทัพพันธมิตรร่วมสงครามเห็นเช่นนี้ พวกเขาทำได้
เพียงเสียใจอย่างเงียบๆ
ในโลกที่แปลกและไม่รู้จักนี้อาจมีอันตรายที่มากยิ่งกว่ารอยแตกของ
มิติอยู่ เมื่อนักสู้ขั้นปราณต้นฟ้าตายหมด ต่อไปก็ถึงคราวของพวกเขา
“หนึ่ง….!”
ขณะที่ชายหนุ่มผมแดงนับถึงเลขสุดท้าย ทันใดนั้นก็หัวเราะออกมา
“ช่างมีความกล้ายิ่งนัก! พวกเจ้าช่างไม่กลัวตายเสียจริง!”
ทันใดนั้น สายตาของเขาก็ตกลงที่หลินหมิง ในความเป็นจริงนั้น เขา
สังเกตเห็นหลินหมิงตั้งแต่ครู่ก่อนแล้ว พลังการบ่มเพาะของเขานั้นไม่ได้
สูง แต่ปราณแท้ของเขานั้นหนาแน่นจนมันไม่น่าจะใช่นักสู้ขั้นปราณต้น
ฟ้าธรรมดาๆควรจะเป็น
“น่าสนใจ! ช่างน่าสนใจยิ่งนัก!”
ขณะที่ชายหนุ่มผมแดงเดินเข้ามาใกล้ทีละเก้า ข้างหลังเขานั้นยังมี
‘กระดูกโลหิต’ ‘ฝันร้าย’ ‘งูพิษ’ ด้วยชื่อเสสียงที่โด่งดังของพวกเขาและ
ยังมีชายหนุ่มผมแดงที่เห็นได้ชัดว่าแข็งแกร่งกว่าพวกเขา ทั้ง 4 ได้
ปลดปล่อยออร่าออกมากดดันจนไม่มีคนของพันธมิตรสงครามผู้ใดกล้าขัด
ขืน ไม่กล้าแม้กระทั่งสบตาอีกด้วย
หลินหมิงมองไปยังชายหนุ่มผมแดงขณะที่เขากำลังเดินเข้ามาอย่าง
ใจเย็นและยืนอยู่หน้าหน่วยของขวานเพลิง เบื้องหลังของหลินหมิงนั้นมี
‘เงาเจ้าเสน่ห์’ และ ‘เคราใหญ่’ กำลังกำอาวุธในมือของพวกเขาไว้แน่น
ฝ่ามือของพวกเขานั้นเต็มไปด้วยเหงื่อ
หัวหน้าหน่วยขวานเพลิงก็มีใบหน้าที่น่าเคร่งขรึม ในสถานการณ์
อันตรายเช่นนี้ แม้กระทั่ง ‘พิรุณม่วง’ ผู้เยือกเย็นยังมีประกายสายฟ้าสี
ม่วงแล่นออกมาระหว่างนิ้วของนางด้วยความตื่นกลัว
ชายหนุ่มผมแดงเมินขวานเพลิงและคนอื่นๆ เขามองเพียงหลินหมิง
คนเดียว “เจ้าหนุ่ม เจ้าค่อนข้างดี เจ้ายืนต่อหน้าออร่าของข้าแต่ก็ยังคง
เยือกเย็นอยู่ได้!”
หลินหมิงนั้นนิ่งไม่ไหวติง เขานั้นทำเพียงควานหาง้าวที่อยู่ในแหวน
มิติของเขา – ง้าวโลหิตล้างผลาญ!
เผชิญหน้ากับชายหนุ่มผมแดงจากนิกายระดับ 5 รวมทั้ง 3 ผู้ยิ่งใหญ่
ของดินแดนปีศาจและนักสู้ขั้นปราณปลายฟ้านับไม่ถ้วนที่อยู่เบื้องหลัง
พวกเขา หลินหมิงนั้นเตรียมตัวทุ่มสุดตัว เขาย่อมมิอาจซ่อนความ
แข็งแกร่งของเขาได้ การต่อสู้นี้เป็นการสู้เสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย!
พลังอันแข็งแกร่งทำให้นักสู้ทุกคนถอยออกมา พวกเขาส่วนใหญ่ต่าง
มีสีหน้าโศกเศร้า “จบแล้ว… หน่วยขวานเพลิงจบสิ้นแล้ว ขวานเพลิง
สามารถเผชิญหน้ากับนักสู้ขั้นปราณปลายฟ้าช่วงปลายทั่วไปได้เท่านั้น
แต่เขาย่อมถูกฆ่าได้โดย 1 ใน 4 คนเหล่านี้ภายในชั่วพริบตาเป็นแน่ แม้ว่า
เจ้าหนุ่มขั้นปราณต้นฟ้าช่วงปลายจะมีออร่าคุกคาม แต่มันก็ไม่มีอันใดที่
เขาสามารถทำได้ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับความแตกต่างของพลังการบ่ม
เพาะ”
“พวกเราควรทำเช่นไร? พวกเราต้องช่วยพวกเขาหรือไม่?”
“ถ้าพวกเราช่วยพวกเขา พวกเราได้ตายแน่! พวกมันสามารถฆ่าพวก
เราได้ในทันทีโดยไม่ทันตั้งตัว!”
“แต่ถ้าหากพวกเราไม่ต่อต้านพวกเขา พวกเราจะรอดหรือไม่ก็ขึ้นอยู่
กับความเมตตาของพวกเขา…” ชายคนนั้นไม่ได้กล่าวอันใดต่อ มันย่อม
ดีกว่าที่จะตายอย่างมีเกียรติในการต่อสู้แทนที่จะกลายเป็นตายอย่างน่า
สมเพช
ชายผู้เป็นคนพูดก่อนหน้าได้ถอนหายใจ และมิได้กล่าวอันใดอีก พวก
เขานั้นมีเพียง 3 ส่วนของจำนวนศัตรู และพวกเขายังอ่อนแอกว่า แล้ว
พวกเขาจะทำอันใดได้? มันก็เหมือนกับการทุบหินด้วยไข่
นี่คือสิ่งที่นักสู้ของกองทัพพันมิตรร่วมสงครามกำลังคิด อีกด้านหนึ่ง
คือทหารของดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ สำหรับพวกเขา พวกเขาเป็น
เพียงการรวมของนักสู้อิสระ
ชายหนุ่มผมแดงได้มาถึงภายในระยะ 50 ก้าวของหลินหมิง ใบหน้า
ของเขาเต็มไปด้วยความยกย่อง “เยี่ยม! เยี่ยมมาก! ข้าขอนับถือที่ผู้คน
เหล่านี้มิได้กลัวตาย แต่ไม่ใช่ว่าการไม่กลัวตายเป็นเรื่องที่ดี เพราะว่าผู้คน
เหล่านี้มักจะตายกันอย่างง่ายดาย!”
ปัง!
ชายหนุ่มผมแดงระเบิดปราณแท้ออกจากร่างของเขา ผมสีแดงของ
เขาสยายไปตามคลื่นปราณแท้ เขาถือง้าวยาว 10 ก้าว คลื่นพลังโลหิตอัน
รุนแรงได้ปะทุออกมา การเผชิญหน้ากับเขานั้นราวกับการเผชิญหน้ากับ
กองทัพที่กำลังกู่ร้อง!
“นามของข้าคือ ซ่วนฉาง! บัดนี้เจ้าสามารถตายโดยรู้นามของคนที่
ฆ่าเจ้าได้แล้ว!”
หลินหมิงไม่ได้ปริปากพูดแม้แต่คำเดียว – เขาเงียบมาตลอดตั้งแต่
แรกและเตรียมพร้อมอยู่ตลอด! ทั่วทั้งร่างของเขานั้นโคจรพลังจนถึงขีด
สุดและจนแทบจะกั้นมันเอาไว้ไม่ได้อีกแล้ว ปราณแท้อันบ้าคลั่งพรั่งพรู
อยู่ภายใน ‘เมล็ดพันธุ์แห่งเทพทรราช’ และผนึกโลหิตทั้ง 13 ก็โคจรอยู่
ในเส้นชีพจรของเขาอย่างรวดเร็ว พร้อมที่จะระเบิดออกมาได้ทุกเมื่อ!
จิตสังหารที่เต็มอยู่ในอากาศราวกับว่าจะสามารถมองเห็นได้
“ตาย!”
ซ่วนฉางตะโกนและก้าวไปข้างหน้าขณะที่เขาฟันง้าวโลหิตลงมา
ทันใดนั้นพื้นที่เขายืนอยู่ก็แตกออกและง้าวโลหิตก็ปลดปล่อยเสียงร้อง
โหยหวนออกมา
ทันใดนั้น หลินหมิงก็กดลงบนแหวนมิติของเขา หลังจากเกิดประกาย
แสงแล้ว ง้าวโลหิตล้างผลาญก็ปรากฏออกมาพร้อมกับจิตวิญญาณที่เรือง
แสงอยู่รอบๆมันทั้ง 13 มันดูเหมือนกับมังกรโลหิตที่ปรากฏอย่าง
กระทันหันและกวาดล้างทุกสิ่ง!
อาวุธนี้เป็นอาวุธแบบเดียวกับซ่วนฉางใช้ เพียงแต่ว่ามันปลดปล่อย
พลังงานโลหิตออกมามากยิ่งกว่า!
เคล้ง!
ง้าวทั้ง 2 ปะทะกัน หินรอบๆก็ระเบิดออก! นักสู้ที่อยู่ใกล้ๆพบว่า มัน
ยากที่พวกเขาจะคงความสมดุลเนื่องจากลมที่พัดใส่พวกเขา เท้าของ
หลินหมิงจมลงไปในพื้น ด้วยง้าวโลหิตล้างผลาญในมือของเขา เขาก็
สามารถป้องการโจมตีของซ่วนฉางได้
“อันใดกัน!?”
ใบหน้าของซ่วนฉางนั้นเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ – เจ้าหนุ่มนี่
ป้องกันการโจมตีของเขาได้?
นักสู้คนอื่นๆต่างตกตะลึง รวมทั้ง 3 ผู้ยิ่งใหญ่ของดินแดนปีศาจ ซ่วน
ฉางได้โจมตีอย่างลวกๆ แต่การโจมนี้ก็ยังไม่ใช่สิ่งที่นักสู้ขั้นปราณต้นฟ้า
ช่วงปลายน่าจะสามารถต้านรับมันได้
สำหรับง้าวโลหิตในมือของเขา มันเกือบจะเหมือนกับอันที่ซ่วนฉาง
ถืออยู่ในมือ เพียงแต่ว่าออร่ามันน่าสพรึงกลัวกว่าเสียจนเพียงแค่เหลือบ
ตามมองมันก็ทำให้รู้สึกราวกับว่าวาระสุดท้ายกำลังใกล้เข้ามา!
ง้าวนั่นมันอันใดกัน?
“เจ้า…” ซ่วนฉางมองไปยังหลินหมิงและใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป
ภายในดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้นั้นยังมีง้าวโลหิตล้างผลาญจำลอง
อีก ซ่วนฉางนั้นนึกไม่ออกว่าง้าวโลหิตในมือของหลินหมิงนั้นเป็นอัน
เดียวกันกับที่เหล่ยมู่ไป่เคยใช้ แต่เขาสามารถบอกได้เลยว่า วิธีหลอมง้าว
โลหิตนี้ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันมาจากดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ แต่ว่า
มันไปอยู่ในมือชายหนุ่มผู้นี้ได้เช่นไร? เขาเป็นใครกัน?
“บ้าจริง!” ต่อหน้าผู้คนมากมาย การโจมตีของซ่วนฉางนั้นถูก
ป้องกันโดยนักสู้ขั้นปราณต้นฟ้าช่วงปลาย ตอนนี้เขาได้เสียหน้าอย่างมาก
สิ่งที่เขารู้สึกในตอนนี้นั้นมีเพียงความโกรธ “ผนึกขุนเขาโลหิต!”
ขณะที่เขานำผนึกออกมาด้วยมือของเขา เขาวางมันไว้บนง้าวโลหิต
ทันใดนั้นทั่วทั้งง้าวโลหิตก็ระเบิดกลายเป็นแสง มันเป็นทักษะที่ซ่วนฉาง
เคยใช้
ผนึกขุนเขาโลหิตนั้นเป็นเคล็ดบ่มเพาะที่สืบทอดต่อกันมาภายใน
ดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้กว่า 3000 ปี แต่มันก็ไม่ใช่เคล็ดบ่มเพาะ
ปีศาจบรรพกาลฉบับเต็ม แม้ว่าพลังของมันจะด้อยกว่าเคล็ดบ่มเพาะ
ปีศาจบรรพกาล แต่ซ่วนฉางก็ได้ใช้มันบ่มเพาะมานานหลายปีและเขา
มั่นใจว่าเขาสามารถทำลายได้แม้กระทั่งการป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุด!
ดวงตาของหลินหมิงสาดประกายไปด้วยแสง พลังขั้นผสานไขกระดูก
ของเขาปะทุออกมาทั้งหมด! ผนึกกลืนโลหิตทั้ง 13 ส่งเสียงกรีดร้อง
ออกมาขณะที่มันระเบิด “ง้าวบรรพกาลจู่โจม!”
ด้วยการพุ่งออกของง้าวในมือของเขา วังวนสีแดงก็ก่อขึ้นที่ปลายคม
ของง้าว! มิติโดยรอบราวกับมันบิดไปรอบๆง้าวนี้ พลังของง้าวจู่โจมในครั้ง
นี้นั้นได้สัมผัสถึงปลายขอบแห่งกฏ
ขณะที่ง้าวทั้ง 2 ปะทะกันอีกครั้ง มันราวกับว่าตะวันโลหิตนั้นได้
ปรากฏขึ้นในโลกอันมืดสลัวนี้ ซ่วนฉางรู้สึกแปลกๆและพลังการหมุนอัน
น่าประหลาดใจกระจายมาถึงเขา เขาเกือบจะกระเด็นออกไป!
เขาโคจรปราณแท้และบังคับให้ตัวเขาหยุด แต่เขาก็ยังถูกบังคับให้
ถอยออกไป 7 หรือ 8 เก้า!
“เจ้า! เจ้าเป็นใครกัน!?” ดวงตาของซ่วนฉางแดงก่ำ สายตาของเขา
สาดประกายขณะที่เขาจ้องไปยังหลินหมิงราวกับชายผู้ถูกกัดโดยอสูรดุ
ร้าย