Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 454 นามของมารโลหิต
ท่ามกลางสนามรบ หลินหมิงถือง้าวโลหิตล้างผลาญที่ยาว 10 ก้าว
ขอบของใบมีดที่ยาว 2 ก้าวสาดประกายแสงที่น่าหวาดหวั่น
ในตอนนี้ หลินหมิงยืนอยู่ดั่งง้าวมฤตยู ออร่าของเขาปะทุออกมาราว
กับน้ำหลากมันเต็มไปด้วยจิตสังหารที่น่าหวาดหวั่น!
เหล่านักสู้ที่อยู่โดยรอบสั่นสะท้านที่เห็นเช่นนี้ หากหลินหมิงแทบจะ
ไม่สามารถป้องกันการโจมตีธรรมดาของซ่วนฉางได้ พวกเขาก็คงจะ
ยอมรับได้ แต่ซ่วนฉางได้ใช้เคล็ดวิชาโจมตีออกไป แต่หลินหมิงกลับ
สามารถที่จะป้องกันเอาไว้ได้ แล้วซ่วนฉางยังเป็นฝ่ายถูกผลักดันกลับมา
อีก นี่เป็นสิ่งที่ไม่น่าเชื่อเป็นอย่างยิ่ง
ต้องรู้ด้วยว่าระดับการบ่มเพาะขั้นหลินหมิงห่างกับซ่วนฉางมากกว่า
1 ขั้น!
บุคคลเช่นนี้ไม่เป็นที่รู้จักได้อย่างไรในตลอดเวลาที่ผ่านมา?
พิรุนม่วงกัดริมฝีปาก ดวงตาสาดประกาย “หัวหน้า ง้าวคลั่งซ่อน
ระดับการบ่มเพาะเอาไว้เช่นนั้นหรือ?”
ขวานเพลิงอยู่ในความเงียบ ซ่อนระดับการบ่มเพาะเช่นนั้นหรือ?
หากง้าวคลั่งต้องการที่จะซ่อนระดับการบ่มเพาะต่อหน้าพวกเขา นั่นมี
ความเป็นไปได้อย่างเดียวว่าระดับการบ่มเพาะของง้าวคลั่งจะต้องสูง
อย่างยิ่ง แต่ในตอนนี้ มันดูเหมือนว่าแม้แต่ ซ่วนฉางก็ยังเห็นง้าวคลั่งอยู่
เพียงแค่ขั้นปราณต้นฟ้าเช่นกัน หรือง้าวคลั่งจะเป็นผู้อาวุโสขั้นหลอมรวม
แก่นแท้เช่นนั้นหรือ? แล้วเหตุใดปรมาจารย์ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ซึ่งต้อง
มาซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางพวกเขาด้วยเล่า?
ขวานเพลิงดวงตาสาดประกายขณะที่มองไปยังง้าวโลหิตล้างผลาญ
บนมือของหลินหมิง เขาพึมพัมออกมา “บางทีง้าวคลั่งอาจจะเป็นมาร
โลหิต…”
ได้ยินสมมติฐานของขวานเพลิงเช่นนี้ พิรุนม่วงกลายเป็นตกตะลึง
มารโลหิตหรือ?
ใช่แล้ว ความแข็งแกร่งของง้าวคลั่งในตอนนี้นั้นอาจจะพอๆกับความ
แข็งแกร่งของมารโลหิตตามข่าวลือ ง้าวคลั่งและมารโลหิตเองก็ปรากฏตัว
ขึ้นบนเกาะแสงอุษาแทบจะในเวลาเดียวกัน หากนำทั้งสองอย่างที่
คล้ายกันนี้มาคิดดู มันหมายความว่า ง้าวคลั่งและมารโลหิตคือคนๆ
เดียวกัน!
ในตอนนี้ ไม่เพียงแค่ขวานเพลิงเท่านั้นที่เดาเช่นนี้ แต่ 3 ผู้ยิ่งใหญ่
แห่งแดนปีศาจก็คิดเช่นกัน หลี่ว์ฮัวและนักสู้ที่โดดเด่นเองก็คิดเช่นนี้
ดวงตาอของหลี่ว์ฮัวสาดประกาย หากง้าวคลั่งคือมารโลหิตจริง
เช่นนั้นมันก็เป็นไปได้ที่จะให้ง้าวคลั่งเป็นผู้นได้ศึกครั้งนี้ได้หรือไม่?
แม้จะมีมารโลหิตอยู่ฝ่ายพวกเขา การสู้ก็ยังไม่แน่ว่าฝ่ายใดจะ
เหนือกว่า ทั้งสองฝ่ายอาจะล้มตายไปมาก!
แต่หากพวกเขามิเลือกที่จะสู้ พวกเขาจะเลือกยอมรับการกดขี่แทน
เช่นเช่นนั้นหรือ?
ฝันร้ายขยับปากขณะที่ส่งการแสเสียงปราณแท้ไปหาซ่วนฉาง
ซ่วนฉางกลายเป็นคิ้วขวด มารโลหิตเช่นนั้นหรือ?
เขามิได้พอใจกับสิ่งที่ได้ยินเลย มารโลหิตมาจากที่ใด? อัจฉริยะเช่นนี้
จะโผล่ออกมาจากอากาศธาตุได้อย่างไรกัน? เขาน่าจะต้องมีเบื้องหน้า
นอกจากจะเป็นนักสู้ที่มาจากดินแดนห่างไกล จนไม่มีผู้ใดรู้จัก
เคล็ดบ่มเพาะของมารโลหิตย่อมเป็นระดับที่สูงอย่างยิ่งในสายปีศาจ
การปะทะกันเมื่อครู่ของเขา พลังปราณมิได้มหาศาลเกินไป แต่พลังแปลก
ประหลาดเป็นสิ่งที่เขามิอาจขัดขืนได้ มันเกิดกว่าเคล็ดบ่มเพาะของ
ดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้เสียอีก!
หากเขาลองถ่อยกลับมาคิดดู ก็มีเพียงผู้มีพรสวรรค์เพียงคนเดียวของ
ดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ที่สามารถเทียบเท่ากับมารโลหิตที่อยู่
ตรงหน้าของเขาได้ และนั่นก็คือหลินหมิงแห่งเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ ทั้งคู่
ยังมีระดับการบ่มเพาะขั้นปราณต้นฟ้าเช่นเดียวกัน และความสามารถใน
การต่อสู้ข้ามขั้นก็ยัง….
อืม อาจจะเป็น…
เมื่อคิดได้เช่นนี้ดวงตาของซ่วนฉางก็เบิกกว้าง
ขณะที่เขาคิดเกี่ยวกับหลินหมิงอยู่นี้ ซ่วนฉางยังรู้สึกหวาดกลัว เมื่อปี
ก่อน หลินหมิงได้เอาชนะซวนจี๋ ผู้ที่ถูกเรียกว่าเหล่ยมู่ไป่เมื่ออยู่ที่นี่!
ซ่วนจี๋ เป็นผู้ที่มีพรสวรรค์โดดเด่นที่สุดของดินแดนปีศาจแห่งทะเล
ทางใต้ในรอบหลายร้อยปี เขาทะลวงเข้าสู่ขั้นปราณต้นฟ้าเมื่ออายุเพียง
17 ปี และยังมีสายเลือดของปีศาจยักษ์ที่บริสุทธิ์กว่าผู้อื่น มีพรสวรรค์
เกือบจะถึงระดับ 8 และยังมีความสามารถในการผสานธาตุจำเพาะ
สายฟ้าที่สูงอย่างยิ่ง เขาฝึกฝนเคล็ดบ่มเพาะปีศาจบรรพกาล และทั้งที่ยัง
อยู่เพียงขั้นปราณต้นฟ้า ก็สามารถเอาชนะนักสู้ขั้นปราณปลายฟ้าช่วงต้น
ได้แล้ว!
ในการเผชิญหน้ากับซ่วนจี๋ ซ่วนฉางมิได้มีความมั่นใจเลยสักนิดว่าจะ
สามารถเป็นคู่มือให้เขาได้ แต่สัตว์ประหลาดเช่นนั้นกับพ่ายแพ้ให้กับ
หลินหมิง ผู้ที่สู้ข้ามขั้นได้ยิ่งกว่า!
หากหลินหมิงคือมารโลหิต…
“มันมิน่าจะเป็นไปได้ หลินหมิงนั้นใช้หอกและมารโลหิตใช้ง้าว ไม่
เพียงแค่นั้น แต่สิ่งที่แตกต่างกันที่สุดคือเคล็ดบ่มเพาะของมารโลหิตนั้น
เป็นสายมารระดับสูง แต่หลินหมิงฝึกฝนเคล็ดบ่มเพาะของเกาะฟีนิกซ์
ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งต่างกันอย่างสิ้นเชิง…”
‘ไม่ว่าคนผู้นี้จะมาจากที่ใด ตราบใดที่ข้าสามารถสังหารเข้าได้ในวันนี้
ข้าก็จะมีอนาคตที่รุ่งโรจน์!’ เมื่อซ่วนฉางคิดได้เช่นนี้ เขาก็โคจรปราณแท้
ทั่วร่าง
เคล็ดปีศาจอเวจี – โลหิตสงครามผ่าปฐพี!
เคล็ดปีศาจอเวจีนั้นเป็นเคล็ดบ่มเพาะดั่งเดิมที่มหาจักรพรรดิอเวจี
เคยใช้จนกลายเป็นผู้มีชื่อเสียงในอดีต ถึงมันจะด้วยกว่า เคล็ดบ่มเพาะ
ปีศาจพรรพกาล แต่ก็มิได้ด้อยกว่ามากจนเกินไป ด้วยระดับการบ่มเพาะ
ของซ่วนฉางที่อยู่ปลายขอบขั้นปราณปลายฟ้า มิต้องสงสัยเลยว่าเขา
สามารถที่จะแสดงถึงความทรงพลังของเคล็ดปีศาจอเวจีได้อย่างลึกซึ้ง
ทันใดนั้น คลื่นโลหิตที่พรั่งพรู่ปรากฏออกมา พื้นที่โดยรอบเต็มไป
ด้วยพลังโลหิตที่หนาแน่น และนักสู้ผู้ที่อ่อนแอรู้สึกกระอักกระอวนเป็น
อย่างยิ่ง
หากคลื่นรุนแรงมากพอ การเผชิญหน้ากับมันโดยตรง จะน่า
หวาดกลัวจนคาดไม่ถึง
วิสัยทัศน์ของหลินหมิงนั่นดีเป็นอย่างยิ่ง เขากระตุ้นปราณแท้จากไข
กระดูกจนถึงขีดสุด ในการต่อสู้นี้ เขาจะออมมือไม่ได้เด็ดขาด บางทีเขา
อาจจะกระทั่งเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงออกมา
ซ่วนฉางกวัดแกว่งง้าว ปราณแท้ห่อหุ้มคลื่นโลหิต พุ่งไปยังหลินหมิง
กวาดล้างทุกสิ่งที่ขว้างหน้า
“ผนึกโลหิตเกลียวคลื่นสังหาร!”
หลินหมิงกัดฟันของตนและพุ่งง้าวโลหิตล้างผลาญออกไปด้วยพลังที่
ยากจะหยุดยั้ง! บนปลายของง้าว 13 ผนึกโลหิตหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง
มันยังเป็นเพียงพลังหมุนเช่นเดิม เพียงแต่ว่าครั้งนี้ มันหมุนอยู่ด้าน
นอกอย่างรุนแรง
การโจมตีนี้มีพลังหมุนที่คล้ายกับเข็มบางๆจำนวนมากที่ฉีกกระฉาก
คลื่นโลหิตออก สลายพวกมันหายไปทั้งหมด นี่เป็นรูปแบบทักษะที่อยู่
ภายในของ ‘เคล็ดบ่มเพาะง้าวโลหิตล้างผลาญ’ หากมิใช้เพราะพลังหมุน
ของผนึกดูดกลืนโลหิต หลินหมิงก็คงต้องใช้ปราณแท้ถึง 2 เท่าเพื่อทำลาย
คลื่นโลหิตนี้
“หืม? รูปแบบเช่นนี้…!”
ซ่วนฉางตกตะลึง แม้แต่ทักษะที่อยู่ภายในเคล็ดบ่มเพาะปีศาจบรรพ
กาลก็ยังมีสามารถทำเช่นนี้ได้
ขณะที่ซ่วนฉางเห็นหลินหมิงยังคงพุ่งง้าวที่เต็มไปด้วยพลังหมุนตรง
เข้ามา เขาจึงได้รีบยกง้าวของตนขึ้นมาเพื่อป้องกัน แต่ในตอนนั้นเอง ก็
เกิดบางอย่างที่น่าตกตะลึงขึ้น ง้าวของหลินหมิงราวกับทะลุผ่านมิติมา
มันปรากฏที่ด้านหน้าของซ่วนฉางอย่างคาดไม่ถึง!
‘อะไรกัน!?’
ซ่วนฉางสีหน้าเปลี่ยนไปในทันที ในช่วงเวลาวิกฤตแห่งชีวิตนี้ เขากัด
ลงไปบนลิ้นของตน “ระเบิด!”
บึมมม!
คลื่นโลหิตหลายลูกจู่ๆก็ระเบิดออกไปในทันที นักสู้หลายคนที่อยู่
โดยรอบกระเด็ดออกไปด้วยแรงอัดกระแทก บางคนเมื่อตกลงมาบนพื้น
ถึงกับสำลักโลหิตออกมา
“ระวัง!”
“ต้านมันไว้ให้ได้! อย่าถ่อย!”
เมื่อได้รับค่ำสั่งนักสู้หลายคนโคจรปราณขึ้นมาป้องกันในทันที
ในตอนนี้ ทุกคนต่างเลือกที่จะทนต่อแรงอัดกระแรงขแงระเบิดโลหิต
ดีกว่าการแตกกลุ่มออกไป เพราะมิรู้ว่ารอยแตกของมิติที่มองไม่เห็นจะอยู่
ที่ใดบ้าง หากก้าวพลาดไปชนกับมัน มันก็หมายถึงความตายสำหรับพวก
เขา!
หมอกโลหิตกระจายไปในอากาศ ล้อมรอบหลินหมิงและซ่วนฉาง ไม่
มีผู้ใดสามารถที่จะเห็นหรือได้ยินสิ่งที่อยู่ภายใน แม้แต่จิตสัมผัสก็ยังถูกตัด
ขาด
นักสู้ทุกคนต่างรู้สึกว่าหัวใจของตนเองเต้นรั่วด้วยความกังวล
“ตายซะ!”
ภายในหมอกโลหิต ซ่วนฉางพุ่งง้าวเข้าหาหลินหมิง!
หลินหมิงมิได้กล่าวอันใดเพียงแค่พุ่งง้าวเข้าปะทะเช่นกัน
ผนึกดูดกลืนโลหิตทั้ง 13 พุ่งออกไปก่อน!
13 ผนึกโลหิตพุ่งไปป้องกันใบมีดง้าวของซ่วนฉางเอาไว้
“หืม? นี่มัน…” ซ่วนฉางรู้สึกราวกับว่าง้าวของเขาถูกตรึงไว้ ง้าวของ
เขาถูกหยุดเอาไว้ได้โดยผนึกดูดกลืนโลหิต
ในตอนนี้ หลินหมิงได้ใช้โอกาสนี้พุ่งง้าวไปยังร่างของซ่วนฉาง
“หึ! ระเบิดออก”
บึมมม!
ปราณแท้ของเขาปะทุ กวาดผนึกโลหิตของหลินหมิงที่ตรึงง้าวของ
เขาเอาไว้ ซ่วนฉางตะโกนออกมา ยกง้าวขึ้นและฟันลงไปยังหลินหมิงที่พุ่ง
เข้ามา!
เคล้ง!
ง้าวทั้งสองผสานกัน หลินหมิงรู้สึกได้ถึงพลังที่รุนแรงไหลผ่านมาบัง
เขา ขาซ้ายของเขาจมลงบดขยี้หินที่เหยียบอยู่ เขาถูกผลักถอยมาหลาย
ก้าว โลหิตภายในร่างปั่นป่วน
แกว้กก!
ชุดฉีกขาด เผยให้เห็นถึงกล้ามเนื้อของเขา มีชั้นโลหิตเกาะติดที่
ผิวหนังพลังพยายามกัดกร่อนร่างกายของเขา
มันคือหมอกโลหิต… หลินหมิงใช้ปราณแท้สั่นสะเทือนจากภายใน
สลายชั้นหอกโลหิตออกไปได้ เขามองไปข้างหน้าและเห็นซ่วนฉางถูกแรง
ปะทะผลักออกไปเช่นกัน แต่เขามีสภาพที่ดีกว่าหลินหมิง
กลับกัน หากหลินหมิงมิได้เปิดใช้ปราณเทพทรราชคลั่ง เช่นนั้นใน
ด้านของพลังก็คงจะไม่ด้อยกว่าซ่วนฉาง อย่างไรก็ตาม เผชิญหน้ากับศัตรู
หลายคนในคราวเดียวกัน หลินหมิงจึงมิกล้าที่จะเปิดใช้ปราณเทพทรราช
คลั่งที่เป็นไพ่ตายของเขาออกมาเร็วเกินไป
“ช่างยุ่งยากนัก!”
หลินหมิงคิ้วขมวด เขามีได้มีไพ่ตายในมืออยู่มาก แต่ก็มิกล้าที่จะใช้
ออกไป เพราะแต่ละท่าของเขาล้วนใช้พลังปราณจำนวนมาก หากเขาใช้ก็
ต้องมั่นใจว่าจะทำให้ซ่วนฉางได้บาดเจ็บสาหัส เพราะหากไม่แล้วเขาย่อม
กลายเป็นฝ่ายตกอยู่ในอันตราย
ซ่วนฉางมองไปยังหลินหมิงด้วยความกระวนกระวายใจ ‘นี่มันเคล็ด
บ่มเพาะอันใดกัน? เป็นเคล็ดบ่มเพาะที่มาจากนิกายปีศาจที่ยิ่งใหญ่จากที่
ใหญ่สักแห่งเช่นนั้นหรือ?’
‘รูปแบบโลหิตปีศาจนี้แปลกประหลาดยิ่ง มันคล้ายกับเคล็ดบ่มเพาะ
ปีศาจบรรพกาล แต่ดูเหมือนว่ามันจะแข็งแกร่งยิ่งกว่าเคล็ดบ่มเพาะปีศาจ
บรรพกาลเสียอีก!’
เมื่อคิดได้เช่นนี้ ซ่วนฉางก็จิตใจสั่นสะท้านในทันที!
หรือว่าจะเป็น…
ขณะที่เขามองไปยังง้าวโลหิตล้างผลาญในมือของหลินหมิง มันก็ดู
คล้ายกับของซ่วนจี๋อย่างมาก ไม่เพียงแค่นั้น แต่เคล็ดบ่มเพาะที่เป็นโลหิต
ปีศาจยังมิได้แตกต่างจากเคล็ดบ่มเพาะปีศาจบรรพกาลมากนัก มัน
คล้ายกันเป็นอย่างยิ่ง! มันราวกับว่า… เป็นเช่นนั้นเดียวกับเคล็ดบ่มเพาะ
ปีศาจบรรพกาล แต่มีระดับที่สูงยิ่งกว่า!
หรือว่ามันจะเป็น… หลินหมิงที่ได้รับโลหิตล้างผลาญและเคล็ดบ่ม
เพาะปีศาจบรรพกาลขั้นที่ 1 มาจากซวนจี๋ และจากนั้นก็ได้ฝึกฝนและรู้
ความลับของมันจนมาถึงขั้นนี้หรือ???
สวรรค์!
เขาสามารถที่จะพัฒนาเคล็ดบ่มที่เหนือยิ่งกว่าที่ผู้อาวุโสสูงสุดทำไว้
อีกเช่นนั้นหรือ? สัตว์ประหลาดที่มีความสามารถในการเรียนรู้อันใดกันจึง
สามารถทำเช่นนี้ได้?
เมื่อคิดได้เช่นนี้ สีหน้าของซ่วนฉางก็เปลี่ยนไปในทันที และมีเหงื่อ
ไหลลงมาจากหน้าผากของเขา เขานั่นตกตะลึงอย่างแท้จริงด้วยพรสวรรค์
ที่ท้าทายสวรรค์ของหลินหมิง
ฝันร้าย กระดูกโลหิตและงูพิษต่างมิแน่ใจว่าซ่วนฉางมีสีหน้า
เปลี่ยนไปอย่างฉับพลันเพราะเหตุใด มันราวกับว่าเขานั้นได้ค้นพบบางสิ่ง
ที่น่าหวาดกลัวเมื่อครู่ก่อน…
เหล่านักสู้โดยรอบต่างก็มิได้เข้าใจว่าเกิดสิ่งใดขึ้นกันแน่
สีหน้าของซ่วนฉางกลายเป็นเคร่งขรึมมากยิ่งขั้นเรื่อยๆ หากมาร
โลหิตผู้นี้เป็นหลินหมิงจริง เช่นนั้นเขาก็ต้องสังหารมารโลหิตให้ได้ตอนนี้!
มิเช่นนั้น ด้วยความสามารถที่ท้าทายสวรรค์เกินผู้ใดเช่นนี้ ในอีก 6 เดือน
ข้างหน้า แม้แต่เขาก็คงถูกหลินหมิงสังหารอย่างง่ายดาย!
บุคคลเช่นนี้ จะปล่อยให้มีชีวิตไม่ได้เด็ดขาด
แต่ สิ่งสำคัญในตอนนี้คือ – เขาจะสังหารหลินหมิงได้แน่หรือ?
ถึงแม้ซ่วนฉางจะมีไม้ตายอยู่มาก แต่เขาก็เกรงว่าหลินหมิงจะมีเยอะ
ยิ่งกว่า!
หากเขาแข็งแกร่งยิ่งกว่าหลินหมิงเล็กน้อย เช่นนั้นด้วยการช่วยเหลือ
ของผู้ใต้บังคับบัญชา 3 คนก็น่าจะสามารถกดดันหลินหมิงได้มากพอ แต่
หากหลินหมิงเลือกที่จะหลบนี้ ในโลกที่มีรอยแตกของมิติทั่วทุกที่เช่นนี้
การทีจะไล่ตามไปคงเป็นเรื่อ’ยากและอันตราย!
หากเขามิสามารถไล่ตามและสังหารหลินหมิงได้ และหลินหมิงพบ
กลับทางออก หลังจากนั้นก็บ่มเพาะอีกไม่กี่ปี ในระหว่างนั้นซ่วนฉางก็
จะต้องอยู่ด้วยความหวาดกลัว จนกลัวจะถึงวันที่หลินหมิงมาสังหารเขา!
ซ่วนฉางพบว่าตนเองได้กระโดดขี่หลังเสือและไม่สามารถลงมาได้
เขาจะทำเช่นไรดีเล่า?
ฝันร้ายที่เห็นซวนฉางสีหน้ากลายเป็นน่าเกลียด เขาจึงช่วยมิได้ที่จะ
ส่งกระแสเสียงปราณแท้ไปถาม “ท่านราชทูต ชายผู้นี้ค่อนข้างจัดการยาก
ท่านต้องการให้ข้าช่วยอย่างลับๆหรือไม่? ถึงแม้ข้าจะไม่สามารถต่อกรกับ
เขาได้ด้วยตัวคนเดียว ข้าก็สามารถที่จะใช้พลังจิตวิญญาณโจมตีไปยัง
ทะเลจิตวิญญาณของเขาได้อย่างลับๆ ข้ามีความมั่นใจอย่างยิ่งว่าจะ
สามารถที่จะหยุดการเคลื่อนไหวของเขาเอาไว้ได้ เมื่อโอกาสนั้นมาถึง
ท่านก็จะสังหารเขาได้ง่ายขึ้น!”
จิตใจของซ่วนฉางสะท้าน ฝันร้ายนั้นมีความสามารถด้านการโจมตี
ทางจิตวิญญาณที่ดีเยี่ยม แผนดีก็ค่อนข้างดีอีกด้วย หากเขาทำสำเร็จ ก็
จะสามารถหยุดหลินหมิงจากการหลบหนีได้ แต่… มันคือการเดิมพัน เขา
จะเดิมพันนี้ดีหรือไม่?