Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 458 พายุระทึกขวัญ
ในความยิ่งใหญ่และไร้สิ้นสุดของทะเลทางใต้ คลื่นทะเลโหมกระหน่ำ
ด้วยความปั่นป่วน ในส่วนลึกใจกลางของทะเลทางใต้มีคลื่นที่สูงหลายพัน
ก้าวสูงถึงท้องฟ้ากวาดหมู่เมฆออกไป ในทะเลที่คลุ้มคลั่งเช่นนี้ แม้แต่
มังกรที่ยาว 1000 ก้าวก็ราวกับใบไม้ท่ามกลางพายุ
ความลึกของทะเลเป็นสิ่งที่ยากจะคาดเดา ในอดีตกาล มันมีอสูร
ศักดิ์สิทธิ์เช่นวาฬยักษ์ที่มีร่างกายยาวนับหมื่นลี้อาศัยอยู่ในทะเลทางใต้
ดังนั้น จึงเห็นได้ว่าทะเลทางใต้นั้นลึกเป็นอย่างยิ่ง
ภายใต้ทะเลลึกก็ยังมีภูเขาที่ยาวนับหมื่นลี้ ภายในแนวของหุบเขา
เหล่านี้ มันมีม่านพลังแสงสีฟ้าปกคลุมบางอย่างอยู่ สามารถที่จะมองเห็น
สิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ภายใน มีทั้งป่าไม้และจัตุรัสที่กว้างขว้าง
มีวิหารขนาดใหญ่ท่ามกลางสิ่งปลูกสร้างเหล่านั้น มีมนุษย์ 6-7คนนั่ง
อยู่บนโต๊ะ พวกเขาดูมิต่างไปจากมนุษย์ นอกจากจะปกคลุมไปด้วยเกล็ด
สีน้ำเงินเข้มและเล็บของพวกเขาที่ยาวและแหลมคมเป็นอย่างยิ่ง
พวกเราคือเหล่าผุ้ปกครองทะเลโดยรอบหลายล้านลี้ – ตระกูลมังกร
วารีทมิฬ
เหล่าชาย 6-7 คนของตระกูลมังกรวารีทมิฬต่างมีระดับการบ่มเพาะ
ที่น่าตกตะลึง นอกจากปรมาจารย์ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ช่วงปลายแล้ว ที่
เหลือล้วนอยู่ปลายขอบขั้นหลอมรวมแก่นแท้
ผู้นำของตระกูลมังกรวารีทมิฬมีเกล็ดสีเขียว 2 เกล็ดอยู่บนหน้าผาก
เขาแตะแผ่นหยกไปที่หน้าผาก ดวงตาของเขาปิดอยู่ภายในการเข้าฌาน
ขณะที่ครุ่นคิดสิ่งที่อยู่ภายใน เหล่าชนชั้นสูงโดยรอบรอคอยอย่างตั้งใจ
ครู่ต่อมา ผู้นำของตระกูลมังกรวารีทมิฬวางแผ่นหยกลงและกล่าว
ออกมาอย่างช้าๆ “มันเป็นเช่นนี้เอง ข้าสงสัยยิ่งนักว่าพวกเฒ่าชราของ
ดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ที่ได้ทำสิ่งใดมาหลายปีนี้ แต่ดูเหมือนว่า
พวกเขาจะพบทางเข้าสู้สมรภูมิรบบรรพกาล…”
ตระกูลมังกรวารีทมิฬแห่งทะเลทางใต้มีอยู่มาถึง 20,000ปี ช่วงอายุ
ของเผ่าพันธุ์พวกเขานั้นยาวนานยิ่งกว่ามนุษย์ ดังนั้น พวกเขารอบรู้อย่าง
ลึกซึ่งในทะเลทางใต้มากกว่ามากกว่ามนุษย์ เพียงแค่ผู้นำตระกูลก็มีอายุ
3000ปีแล้ว เขามีชีวิตอยู่ในช่วงที่มหาจักรพรรดิอเวจียังมีชีวิตอยู่
“มันดูเหมือนว่าสิ่งที่ถูกบันทึกไว้ในตำราโบราณของพวกเราจะเป็น
เรื่องจริง”
“อืม ตามที่ตำราโบราณว่าไว้ สมรภูมิบรรพกาลนั้นคือที่ซึ่งเป็นนิกาย
ระดับ 6 ตำหนักจักรพรรดิเทพปีศาจ ขนาดของมันนั้นน่าตกตะลึงยิ่งนัก
แม้แต่เมืองจักรพรรดิแห่งความเงียบงันในอดีตก็ยังมิอาจจะเทียบกับมัน
ได้! คนเผ่ามังกรวารีทมิฬอีกผู้นึงกล่าวออกมาอย่างช้า”
เหล่าผู้อาวุโสที่อายุน้อยกว่าอ้าปากค้างขณะที่ได้ยินว่าเป็นนิกาย
ระดับ 6 เพียงแค่นิกาย 5 ขั้นสูงที่สามารถเรียกตนเองว่าแดนศักดิ์สิทธิ์
สำหรับนิกายระดับ 6 นั้น ย่อมไม่อาจที่จะจินตนาการ ในนิกายระดับ 4
ผู้ปรมาจารย์ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ถือว่าเป็นผู้อาวุโสที่ทรงพลังที่สุด และ
ในนิกายระดับ 5 เหล่าปรมาจารย์ที่อยู่ปลายขอบขั้นหลอมรวมแก่นแท้ที่
สามารถเข้าสู่ขั้นทำลายชีวิตได้ถึงจะกลายเป็นผู้อาวุโส ในนิกายระดับ 6
มิใช่ว่าต้องเป็นผู้อาวุโสระดับจักรพรรดิเท่านั้นหรือ?
ระดับการบ่มเพาะของผู้ทรงพลังที่สุดของนิกาย จักรพรรดิปีศาจนั้น
อยู่ในระดับใดกัน?
มันยากที่จะจินตนาการ ในช่วงเวลาที่รุ่งโรจน์ จักรพรรดิปีศาจได้ยึด
เอาโลกอิสระที่เหลือเพียงซากนั้นเป็นนิกายตำหนักจักรพรรดิเทพปีศาจ
พวกเขามีมรดกที่ไม่อาจจินตนาการ และมีมากมายมหาศาล
เหตุใดขุมพลังที่ยิ่งใหญ่เช่นนั้นจึงได้ล่มสลายเล่า?
“ชายชราผู้นี้ได้รับข้อมูลที่ถูกต้องมา ถึงแม้โลกที่พังทลายนี้จะถูก
เปิดออก เป็นเพราะว่าพายุมิติที่น่าหวาดกลัว เหล่าเฒ่าชราของดินแดน
ปีศาจแห่งทะเลทางใต้จึงมิอาจที่จะเข้าไปได้ นี่คือโอกาสของเราตระกูล
มังกรวารีทมิฬ! เทื่อพวกเราทำสำเร็จ มันก็มีโอกาสที่พวกเราจะได้
กลายเป็นแดนศักดิ์สิทธิ์!”
ด้วยคำกล่าวเหล่านี้ ผู้อาวุโส 6-7 คนในวิหารก็มีสีหน้าที่หลากหลาย
ต่างกันไป และบางคนกระทั่งกังวล
ตระกูลมังกรวารีทมิฬเป็นตระกูลระดับต่ำในบรรดาตระกูลระดับ 5
มรดกของพวกเขานั้นมีเพียงพอ ตราบใดที่สามารถทำให้ผู้ทรงพลังระดับ
จักรพรรดิถือกำเนิดขึ้นมาได้ พวกเขาก็เพียงแค่ต้องเพิ่มจำนวนผู้ทรงพลัง
ขั้นทำลายชีวิตให้มากขึ้น จากนั้นก็จะสามารถกลายเป็นแดนศักดิ์สิทธิ์ได้!
อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ครั้งอดีตกาล โอกาสมักจะมาพร้อมกับความ
อันตราย นี่คือพายุลูกใหญ่ที่จะโหมกระหน่ำในทะเลทางใต้ พวกเขามิรู้ว่า
จะมีผู้ทรงพลังมากเพียงใดที่จะมารวมตัวกันในครั้งนี้ คงมิอาจที่จะ
หลีกเลี่ยงข้อพิพาทได้ หากพวกเขาอ่อนแอเกินไป พวกเขาก็จะถูกกลืนกิน
โดยมิเหลือแม้แต่กระดูก
ไม่เพียงแค่นั้น แต่ผู้ใดจะรู้บ้างว่าจะมีสิ่งอันตรายอันใดอยู่ภายในโลก
ที่ล่มสลายนี้บ้าง?
แต่สิ่งล่อใจเช่นตำหนักจักรพรรดิเทพปีศาจนั้นมาหมายยิ่งนัก มิต้อง
กล่าวถึงเพียงแค่กลุ่มของตระกูลมังกรทมิฬ เหล่าผู้อาวุโสต่างก็คิดถึงเพียง
ตนเอง หากพวกเขาได้พบกับโชคดี พวกเขาก็จะสามารถข้ามผ่านขั้น
ทำลายชีวิตไปได้และยังช่วงอายุของพวกเขาขั้นไปอีกหลายร้อยปี
หลายครั้ง เหตุผลที่ปรมาจารย์ที่อยู่หลายขอบขั้นหลอมรวมแก่นแท้
ได้เสี่ยงชีวิตเพื่อที่จะก้าวผ่านขั้นทำลายชีวิต มิใช่เพื่อต้องการความ
แข็งแกร่ง แต่เพื่อยืดอายุของตนเองออกไป
ปรมาจารย์ที่อยู่หลายขอบขั้นหลอมรวมแก่นแท้มิเป็นตัวตนที่ยอด
เยี่ยมหรือ? หากพวกเขาต้องการให้ฝนตก ฝนก็ต้องตก หากต้องการเรียก
ลม ลมย่อมเกิดขึ้น แล้วบุคคลเช่นนั้นตะต้องการตายได้อย่างไรเล่า? พวก
เขาบ่มเพาะมาทั้งชีวิต เพียงแค่เพื่อการเป็นฝุ่นผงในท้ายที่สุดหรือ? พวก
เขาย่อมไม่ยอมเป็นเช่นนั้น!
………
ขณะเดียวกัน ทางเหนือของของภูมิภาคเขตแดนทางใต้ – ณ ภูมิภาค
มหาเซน
*นิกายเซนในพุทธศาสนา
ภูมิภาคมหาเซนนั้นใหญ่ยิ่งกว่าพื้นที่ของภูมิภาคเขตแดนทางใต้และ
ภูมิภาคเขตแดนห้ารวมกันเสียอีก ในภูมิภาคมหาเซน เป็นที่ซึ่งนิกายพุทธ
รุ่งเรืองและยิ่งใหญ่ นิกายระดับ 5 ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในที่แห่งนั้นก็คือ นิกาย
มหาวิหารเซน พวกเขาคือการรวมตัวของเหล่าสำนักระดับ 3 และนิกาย
ระดับ 4 สร้างเป็นพันธมิตรที่ยึดมั่นในคุณธรรม ในอดีต นิกายมหาวิหาร
เซนได้เคยมีส่วนร่วมในการบุกเมืองจักรพรรดิปีศาจแห่งความเงียบงัน
ในตอนนี้ ในเจดีย์ลึกลับในมหาวิหารเซน มีนักบวชที่สูงส่ง สวมใส่จี
วอนสีทอง เขาได้ถือจดหมายที่ถูกส่งมาจากแดนไกลร่วมล้านลี้
จดหมายนี้มาจากเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ และเป็นจดหมายที่มู่เฟิง
เซียนส่งมาด้วยตนเอง
นักบวชอ่านจดหมายอย่างเงียบงัน จากนั้นก็พับแล้วนำกลับใส่ซอง
จดหมาย เขานั้นได้นั่งเข้าฌานมาเป็นเวลานานและพึมพำออกมา “มันคือ
ชะตากรรมอย่างแท้จริง เมื่อ 3000 ปีก่อน ท่านบรรพบุรุษได้ร่วมกับเหล่า
พวกพ้องบุกเมืองจักรพรรดิปีศาจแห่งความเงียบงันในตอนนี้ 3000ปี
ต่อมา ข้าก็ได้รับจดหมายนี้จากมู่เฟิงเซียน มันดูเหมือนว่าข้านั้นจะต้อง
ออกผจญภัยเผชิญหน้าและขจัดเหล่าปีศาจร้ายที่หลงเหลือจากเมือง
จักรพรรดิปีศาจแห่งความเงียบงันเสียแล้ว นี่เป็นโชคดีของภูมิภาคเขต
แดนทางใต้ เมื่อมู่เฟิงเซียนได้ส่งจดหมายมาหาชายชราผู้นี้ มันก็ดู
เหมือนว่านางนั้นจะสูญเสียการควบคุมทะเลทางใต้ไปเรียบร้อยแล้ว!”
มหาวิหารเซนและเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์นั้นอยู่ห่างไกลกันเป็นอย่าง
ยิ่ง แม้จะมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้น มันก็ยากที่จะสามารถรับข่าวได้อย่าง
ทันท่วงที มันย่อมเป็นไปมิได้ที่เครือข่ายหน่วยข่าวกรองของมหาวิหารเซน
จะกระจายไปทั่วทั่งพื้นที่อันกว้างใหญ่ของพวกเขาได้ หากมิใช่เพราะมู่
เฟิงเซียนแจ้งข่าวมาตั้งแต่ที่นางได้คาดการณ์ทุกสิ่งเอาไว้ มหาวิหารเซนก็
คงจะไม่มีทางได้รู้เรื่องนี้เป็นแน่
มันยังหมายความอีกด้วยว่ามู่เฟิงเซียนไม่แข็งแกร่งพอที่จะเอาชนะ
สงครามนี้ได้ นางจึงต้องพึงพาพันธมิตรที่ยึดมั่นในคุณธรรมเช่นมหาวิหาร
เซนเพื่อจัดการปัญหาสมรภูมิบรรพกาล แม้จะไม่มีสิ่งใดถูกค้นพบ ตราบ
ใดที่มหาวิหารเซนสามารถกดดันดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ได้และทำ
ให้พวกเขาสูญเสียผู้อาวุโสไปหลายคน นี่ตะสามารถช่วยให้เกาะฟีนิกซ์
ศักดิ์สิทธิ์ไม่ถูกทำลาย!
นี่คือการเดิมพันของมู่เฟิงเซวียน
……………….
บนทะเลทางใต้ พื้นที่กว้างใหญ่ของเกาะแสงอุษาพังทลายลง มันมี
คลื่นเล็กและใหญ่นับไม่ถ้วนก่อตัวขึ้น
สายลมที่รุนแรงพุ่งพล่านไปทั่วทุกทิศทาง ในตอนนี้เอง วังวนน้ำ
ขนาดใหญ่ก็ได้พ่นบางอย่างออกมา และนั้นก็คือกลุ่มของนักสู้ที่ได้ถูกวัง
วนน้ำพ่นออกมา!
กลุ่มแรก กลุ่มที่สองและกลุ่มที่สามพุ่งออกมาเว้นช่วงกัน เหล่านักสู้
ส่วนใหญ่ต่างมัสีหน้าซีดและบาดแผลเต็มไปหมด
ในช่วงเวลาธูปหนึ่งดอก นักสู้หลายคนก็ได้ออกมา พุ่งขึ้นไปยัง
ท้องฟ้าเหนือทะเลอันกว้างใหญ่ พวกเขาหลายคนเต็มไปด้วยความสุขและ
รู้สึกขอบคุณที่ตนสามารถรอดพ้นจากหายนะครั้งนี้มาได้
“ในที่สุดข้าก็สามารถออกมาได้!” มันเป็นดั่งที่หลินหมิงได้คาดการไว้
ว่ามีทางออกอยู่บนอากาศ
หลินหมิงชำเลืองมองไปยังเหล่านักสู้ที่ลอยอยู่บนท้องฟ้า มีหลาย
ร้อยคนที่หายไป ในครั้งที่ 2 ที่พุ่งออกมามีนักสู้ที่อยู่จุดสูงสุดขั้นปราณต้น
ฟ้าสาบสูญไป
หลินหมิงถอนหายใจ หากพวกเขาเหล่านี้เป็นนักสู้ที่อยู่จุดสูงสุดขั้น
ปราณต้นฟ้าในโลกของปุถุชน พวกเขาก็จะสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมี
เกียรติและความรุ่งโรจน์ มิเพียงแค่พวกเขาจะมีอายุขัยถึง 200ปี และ
ความต้องการที่จะก้าวผ่านไปยังขั้นปราณปลายฟ้า ซึ่งสามารถเพิ่ม
อายุขัยขึ้นไปได้อีก 400-500ปี นั่นจึงเป็นเหตุผลให้พวกเขาตกตายลงที่นี่
ผู้ชนะพุ่งทะยานสู่ท้องฟ้า และผู้แพ้ไม่เหลือสิ่งใดนอกจากกระดูก…
หลังจากที่ออกมาจากหุบเหวแห่งความตายได้สำเร็จ ทั้งสองฝ่ายต่าง
มิได้สนใจที่จนต่อสู้กันอีกต่อไป พวกเขาแยกทางกันไป นักสู้จากแดน
ปีศาจก็บินไปยังศูนย์บัญชาการของดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้
สำหรับพันธมิตรร่วมสงคราม พวกเขามิรู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี
ศูนย์บัญชาการของพวกเขาก็ถูกทำลายไปแล้ว และยังมีแต้ม
ความสำเร็จของกองทัพที่ไม่สามารถแลกเปลี่ยนได้ เหตุผลที่พวกเขามายัง
ทะเลทางใต้ก็เพื่อแต้มความสำเร็จของกองทัพ พวกเขาต้องการที่จะ
รวบรวมมันให้มากพอที่จะสามารถนำไปแลกเปลี่ยนเป็นโอสถเปิดทาง
สวรรค์ แต่ในตอนนี้ศูนย์บัญชาการของพันธมิตรร่วมสงครามพวกเขาก็ถูก
ทำลายไปแล้ว แล้วพวกเขาจะไปแลกเปลี่ยนมันที่ใด? บางทีมันแม้กระทั่ง
ไม่มีบันทึกอีกต่อไป…
เมื่อนักสู้คิดเรื่องนี้ พวกเราก็มึนงง ความรู้สึกมีความสุขในการรอด
ชีวิตมาจากหายนะลดลงอย่างยิ่ง
แม้แต่สมาชิกหน่วยขวานเพลิงก็ดูเหมือนจะไม่มีความสุข
เมื่อหลินหมิงเห็นเช่นนี้ เขาก็ถอนหายใจ นี่เป็นเส้นทางที่ยากลำบาก
ของนักสู้จากสำนักเล็ก มันยังดีกว่านักสู้ธรรมดามากนัก แต่พวกเขาก็ยัง
ได้พึ่งพากำลังและความสามารถของตน
หลินหมิงมองไปยังกำแหวนมิติจำนวนมากออกมา และกล่าวว่า
“หัวหน้าขวานเพลิง…”
“น้องชายง้าวคลั่ง” ขวานเพลิงหันมามองหลินหมิง “น้องชายง้าว
คลั่งวางแผนอย่างไรต่อจากนี้ไป”
“ข้าจะท่องโลกเพื่อทักษะต่อสู้”
“ท่องโลกหรือ? น้องชายง้าวคลั่งวางแผนที่จะจากไป?”
ขวานเพลิงนั้นมิได้รู้ว่าตัวตนที่แท้จริงของหลินหมิง รู้เพียงว่าเขาคือ
มารโลหิตชายเคราใหญ่ พิรุนม่วงและเงาเจ้าเสน่ห์มองไปยังหลินหมิงด้วย
สีหน้าที่ซับซ้อน ทั้งเศร้าและหดหู่ ความจริงคือพวกเขานั้นรู้ถึง
สถานการณ์ดี สำหรับบางคนเช่นหลินหมิง มันเป็นไปมิได้ที่เขาจะยังอยู่
กับกลุ่มของตน
“อืม เหตุผลที่ข้ามายังทะเลทางใต้ก็เพื่อผจญภัยและหา
ประสบการณ์ แต่ในตอนนี้มีบางอย่างเกิดขึ้นและข้ามิรู้ว่าจะมีสิ่งใด
เปลี่ยนแปลงไปอีกบ้าง ข้าจะต้องไปหาที่หลบซ่อนและดูว่าจะมีสิ่งใด
เกิดขึ้น มีบางอย่าง… มันเป็นของจากสงครามที่ข้าได้สะสมมาตลอดเดือน
ข้ามิสามารถใช้ประโยชน์จากมันได้ เช่นนั้นข้าจึงควรให้มันกับพวกท่าน”
ขณะที่หลินหมิงกล่าวออกมา เขาก็แบมือออก มันมีแหวนมิติมากกว่า 20
วง
“นี่…” ขวานเพลิงและสมาชิกหน่วยตกตะลึงชั่วครู่ แหวนมิติเหล่านี้
เป็นระดับมนุษย์ขั้นสูงหรือเหนือกว่า มิต้องกล่าวถึงสิ่งที่อยู่ภายในเพียง
แค่แหวนมิติเหล่านี้ก็ขายได้หินลมปราณจำนวนมากแล้ว
จากที่ดู หลินหมิงนั้นโยนแหวนมิติระดับกลางทิ้งและเก็บไว้เพียง
แหวนมิติระดับสูง
“นี่มันล้ำค่าจนเกินไป ข้ามิอาจรับมันไว้ได้”
หลินหมิงกล่าว “ข้าจะทิ้งหินลมปราณไว้ด้วย เอาไปได้ตามที่
ต้องการ สิ่งของข้างในเป็นเพียงสมบัติธรรมดา โอสถและสิ่งต่างๆ กล่าว
ตามตรง ข้ามิอาจขายพวกมันได้นอกจากรวบรวมมันเป็นจำนวนมากและ
ขายในครั้งเดียว แต่ข้าก็มิได้มีเวลาที่จะทำเช่นนั้น แต่สำหรับท่าน
ทรัพยากรเหล่านี้จะมีความหมายและใช้ประโยชน์ได้มากกว่า”
ถึงแม้หลินหมิงจะมิได้อยู่ร่วมกับหน่วยขวานเพลิงเป็นเวลานานนัก
หลินหมิงก็ยังประทับใจต่อสมาชิกในหน่วยที่เป็นมิตรและค่อยดูแลเขา
ด้วยความอบอุ่นในหัวใจนี้ หากหลินหมิงได้มีโอกาสที่จะช่วยเหลือพวก
เขา เขาย่อมทำเช่นนั้นแน่ อย่างน้อยสมบัติเหล่านี้ก็มิได้มีประโยชน์ต่อเขา
มากนัก