Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 460 ทะลวงผ่านห้วงมิติ
“หนานอวิ่นหวังดูเหมือนจะสนใจเป็นอย่างยิ่ง มันดูเหมือนว่าเขานั้น
จะมั่นใจอย่างมากในการไปสมรภูมิรบบรรพกาลในครั้งนี้!” ซ่วนหวู๋จี๋
กล่าว รอยยิ้มของเขาไม่เป็นที่สังเกต ทั้งคู่ต่างเป็นผู้ทรงพลังขั้นทำลาย
ชีวิตระดับ 3 ถึงแม้เขาจะหวาดกลัวหนานอวิ่นหวัง แต่ก็มิได้มากมายอัน
ใด
หนานอวิ่นหวังเดิมทีเป็นนักสู้ที่มาจากโลกของปุถุชน ใช้ชีวิตอย่าง
อ้างว้างและเดียวดาย อย่างไรก็ตาม เขานั้นได้พบกับโชคที่ท้าทายสวรรค์
ได้รับประสบการณ์มากมายและนำไปสู่ความรุ่งโรจน์ หลังจากนั้นเขาก็ได้
เข้าร่วมกับสำนักระดับ 3 ในทะเลทางใต้
เป็นเพราะพรสวรรค์อันยอดเยี่ยมของหนานอวิ่นหวัง สำนักระดับ 3
นั้นจึงได้ให้ความสำคัญกับเขาเป็นอย่างยิ่ง มิได้หวงทรัพยากรอันใด
เพื่อที่จะส่งเสริมเขาเลย และหวังว่าวันหนึ่งเขาจะทะยานสู่ฟากฟ้าและ
นำพาสำนักให้กลายเป็นนิกายระดับ 4
อย่างไรก็ตาม… บ่อยครั้งที่โชคชชะตาของสำนักไม่เหมาะกับ
พรสวรรค์ของอัจฉริยะ
หนานอวิ่นหวังนั้นมีพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยมเกินไป อย่างไรก็ตาม เมื่อ
หนานอวิ่นหวังทะลวงเข้าสู่ขั้นปราณปลายฟ้าเขาได้ยั่วยุปรมาจารย์ขั้น
หลอมรวมแก่นแท้ไปจำนวนมาก ในที่สุดก็ได้นำพาหายนะมาสู่สำนักของ
ตน สำนักระดับ 3 นั้นได้ถูกวาดล้าง และหนานอวิ่นหวังสามารถที่จะหนี
ไปได้ เติบโตขึ้นจนเขาได้กลายเป็นผู้ทรงพลังขั้นทำลายชีวิตระดับ 3
หนานอวิ่นหวังผู้นี้ดูเหมือนจะใช้ชีวิตเยี่ยงจักรพรรดิ เขาสร้างตำหนัก
ที่เต็มไปด้วยฮาเรมนางสนมสาวงามกว่า 3,000 คน บนร่างกายของหญิง
สาวแต่ละคน เขาได้ลงอาคมยับยั้งเอาไว้ ในทุกวัน หนานอวิ่นหวังได้ให้
นางสนม 4-5 คนมายังตำหนักหลักของเขา และเมื่อออกเดินทางไปที่ใด
เขาก็จะมีผู้คุมกันเกาะทองคำคอยจัดการเส้นทางให้ และยังมีสาวใช้ผู้
งดงามคอยรับใช้ในทุกสิ่งที่เขาต้องการ
อย่างไรก็ตาม หนานอวิ่นหวังผู้นี้เป็นนักสู้ที่เดินทางสายปีศาจ ดังนั้น
ประพฤติกรรมเหล่านี้ของเขาจึงมิได้มีผลกระทบต่อหัวใจแห่งนักสู้ของเขา
“ในเมื่อทุกท่านมากันครบแล้ว มาลงมือเปิดช่องมิติกันเลยเถิด” ผู้ที่
กล่าวออกมานี้คือเจ้าอาวาสของมหาวิหารเซน นักชบวชชรานี้สวมจีวอน
สีทองและถือไม้เท้าในมือ หูขนาดใหญ่ทั้งสองของเขาห้อยเหมือนเหยือก
ใหญ่สองใบและคิ้วสีขาวยาวลงมาถึงไหล่ ไม่ว่าหนานอวิ่นหวังจะมา
หรือไม่นั้นเขาก็มิได้แสดงสีหน้าอันใด เขายังเข้าณาณปิดตาสนิทจนถึง
ตอนนี้
“มาทำตามที่ท่านผู้นั้นได้กล่าว จากนี้ไป พวกเราจะรวมพลังกันเปิด
ช่องว่างมิติ หากพวกเรายืดเวลาไปมากกว่านี้ หากจะมีปัญหาเกิดขึ้นมาก
กว่าเดิม” ซ่วนอวี่เชี่ยยิ้มแย้ม ถึงแม้นางจะเกียจพวกที่มาแย่ง
ผลประโยชน์ของนาง แต่นางก็ไม่อาจที่จะปฏิเสธความช่วยเหลือจากพวก
เขาได้ หากมีเพียงแค่คนของดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ มันย่อม
เป็นไปไม่ได้ที่จะเปิดเข้าไปยังตำหนักจักรพรรดิปีศาจ
ผู้อาวุโสขั้นหลอมรวมแก่นแท้และขั้นทำลายชีวิตมากกว่า 30 คนบิน
ขึ้นไป ร่อนลงไปยังศูนย์กลางพายุมิติของเกาะแสงอุษา
วังวนมิติที่สามารถฉีกนักสู้ที่อยู่จุดสูงสุดขั้นปราณต้นว่าเป็นชิ้นๆได้
ราวกับเป็นเพียงลมแรงสำหรับผู้อาวุโสขั้นหลอมรวมแก่นแท้และขั้น
ทำลายชีวิต มันเพียงแค่ทำให้ชุดของพวกเขาสะบัดเพียงเท่านั้น
หลังจากที่ผู้ทรงพลังเข้าไป เหล่าผู้ที่เป็นศิษย์ระดับสูงจากทั้ง
ภูมิภาคเขตแดนทางใต้ 7 นิกาย เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ ดินแดนปีศาจแห่ง
ทะเลทางใต้ต่างก็ลงไปตามๆกัน
โลกที่พังสลายนี้คือนิกายระดับ 6 ที่ล่มสลายไปแล้ว โดยปกติ มัน
จะต้องมีสมบัติอยู่มากมายมหาศาลเหลือทิ้งเอาไว้ สิ่งเหล่านั้นจะกระจาย
ไปอยู่ไปทั่วทุกที ดังนั้น หลายแผนกของนิกายจึงได้ใช้โอกาสนี้ให้รุ่นเยาว์
ของตนเขาไปผจญภัยหาประสบการณ์ภายในด้วย
ทุกนิกายได้จำกัดจำนวนศิษย์ที่เข้าไปได้ตามจำนวนขุมอำนาจ เกาะ
ฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ได้รับ 30 คน หลินหมิงและมู่เชียนหยี่ก็เป็นหนึ่งในนั้น
“หลินหมิง หยี่เอ่อร์พวกเจ้าทั้งสองคนระวังตัวด้วย อย่าแยกจากกัน
ดูแลกันและกันให้ดี ในการเข้าไปยังสมรภูมิบรรพกาลนี้ อาจมีการต่อสู้ที่
ถึงตายเกิดขึ้น!” มู่ออี้หวงกล่าวกับทั้งสองผ่านกระแสเสียงปราณแท้
ขณะที่นางได้ลงไปในพายุมิติ นางได้กล่าวคำเหล่านี้อยู่หลายครั้ง เพื่อให้
พวกเขาระวังตัวให้ดี
“เข้าใจแล้วท่านอาจารย์” ผู้ที่ตอบกลับคือหญิงสาวที่สวมชุดสีฟ้าที่
บอบบาง ซึ่งดูมิได้งดงามเท่าใด ซึ่งก็คือมู่เชียนหยี่
นี่คือเคล็ดวิชาเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ที่หลินหมิงได้ให้กับนาง ในช่วง
5 วันที่ผ่านมานี้ หลินหมิงมิได้ทำสิ่งใดนอกจากสอนเคล็ดวิชานี้ให้กับมู่
เชียนหยี่
เคล็ดวิชาเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์นี้ได้ถูกพบในซากโบราณ ถึงแม้มัน
จะค่อนข้างแปลก แต่มันก็มิได้ยากที่จะเรียนรู้ อย่างน้อยด้วยพรสวรรค์
ของมู่เชียนหยี่และความสามารถในการเรียนรู้ที่น่าทึ่งของนาง เพียงไม่กี่
วันนางก็สามารถที่จะเรียนรู้พื้นฐานของวิชานี้ได้แล้ว
มู่เชียนหยี่มีสถานะที่สูงส่งอย่างยิ่ง มีนักสู้จากดินแดนปีศาจแห่ง
ทะเลทางใต้หลายคิดร้ายกับนาง ต้องการที่จะครอบครองนาง มันจะง่าย
อย่างยิ่งที่นางจะตกเป็นเป้าหมาย หลังจากที่เปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ มัน
จะช่วยแก้ปัญหาไปได้มากเลยทีเดียว
“ศิษย์น้องหลิน ไปกันเถอะ!”
“อืม!”
หลงัจากที่ศิษย์ของนิกาสยต่างๆจมหายไปในพายุมิติราวกับปลาใน
น้ำ หลินหมิงและมู่เชียนหยี่ก็ได้แฝงตัวเข้าไปด้วย
ฮึม ฮึม ฮึม –
ขณะที่หลินหมิงได้กลับเข้ามาด้านในเป็นครั้งที่สอง เขาก็ได้ยินเสียง
ฝนตกเป็นอย่างแรก มันราวกับน้ำตกที่ไหลลงมา
ในอากาศเต็มไปด้วยหมอกที่มีรสชาติของเกลือ น้ำที่ถูกดูดเข้ามาใน
นี้นั้นท่วมสูงหลายก้าวแล้ว โลกแห่งหมอกมหาศาลเหล่านี้ให้ความมรู้สึกที่
กดดันเป็นอย่างยิ่ง
“นี่มัน…” ขณะที่มมู่เชียนหยี่ได้เห็นฉากนี้ นางก็ตกตะลึง
“นี่คือน้ำทะเลที่ถูกดูดเข้ามาโดยพายุมิติ” หลินหมิงคาดคิดเรื่องนี้
เอาไว้แล้ว มงไปด้านหน้า เขาสามารถมองเห็นวังวนน้ำหมุนทั้งใหญ่และ
เล็ก พวกมันดูดกลืนราวกับกระเพาะของอสูรดุร้าย หลินหมิงรู้ว่าใต้วังวน
น้ำเหล่านี้ก็คือรอยแตกของมิติที่น่าหวาดกลัว
โลกใบเล็กนี้เต็มไปด้วยรอยแตกของมิตินับไม่ถ้วน บางแห่งพังทลาย
ลงไปเรียบร้อยแล้ว
มันมีน้ำทะเลจำนวนมากที่เข้ามาทางพายุมิติหลัก หากในโลกเล็ก
หลายใบมิได้มีความสมดุลในการถ่ายเทซึ่งกันและกัน มิเช่นนั้น ในช่วง 4-
5 วันที่ผ่านมานี้ โลกใบเล็กแห่งนี้คงจะเต็มไปด้วยน้ำทะเลจนหมด
ในฝนที่ตกหนักนี้ วิสัยน์ทัศน์นั้นคับแคบ แต่เหล่านักสู้ที่เข้ามายังที่นี่
ล้วนแต่เป็นอัจฉริยะจากหลายนิกาย มันมีไม่ผลกับจิตสัมผัสของพวกเขา
เลยสักนิด
ท่ามกลางม่านฝนมีรัศมีสลัวปรากฏ เหมือนดั่งตะเกียงในสายฝนยาม
ค่ำคืน หลินหมิงแนบกระดาษอักขระใส่ตนเอง และแสงสีแดงห่อหุ้มเขา
กระจายรัศมีออกไป 50 ก้าวโดยรอบ
กระดาษอักขระเหล่านี้มิใช่สิ่งพิเศษหรือล่ำค่า แต่ในโลกที่พังทลายนี้
มันเป็นสมบัติช่วยชีวิต เมื่อผู้ใดเข้าใกล้รอยแตกของมิติ แสงรัศมีเหล่านี้ก็
จัเกิดความปั่นป่วน และผู้ใช้ก็จะสามารถมองเห็นความปั่นป่วนนี้ได้ทันที
หลังจากที่ใช้กระดาษอักขระนี้ ตราบใดที่พวกเขาค่อยๆเคลื่อนที่ไป
ก็จะมิเกิดอันตรายกับพวกเขาขึ้น
ท่ามกลางผู้คนเหล่านี้ มีผู้ทรงพลังกว่า 30 คนนำทาง สำหรับพวก
เขา รอยแตกของมิติมิใช่เรื่องใหญ่ ผู้อาวุโสเหล่านี้หากรวมพลังกัน
สามารถที่จะเปิดช่องว่างมิติได้ด้วยซ้ำ
อย่างไรก็ตาม ในเมื่อพวกเขาต้องคอยดูแลเหล่ารุ่นเยาว์ด้านหลัง
พวกเขาจึงไม่อาจที่จะบินเร็วเกินไปได้
โลกใบเล็กมิได้ใหญ่มาก แม้ว่าพวกเขาจะบินช้าๆ ก็ยังไปถึงจุดหมาย
ได้ภายในชั่วโมงเดียว
ที่นี่ มันสามารถที่จะมองเห็นน้ำทะเลจำนวนมากที่จู่ก็หายไป ราว
กับบมันถูกตัดด้วยกระบี่ที่คมกริบ
“ตรงนี้!” หนานอวิ่นหวังกล่าว เขานั่งอยู่บนพรมบิน และสองแขน
กอดสาวงาม
“หากดูตามตำแหน่งของพวกเรา มันก็ไม่น่าจะผิดพลาด” ซ่วนหวู๋จี๋
กล่าว หลังจากที่เขาได้สนมนากันมาก่อนหน้านี้หลายวัน พวกเขาก็ได้คุย
กันถึงพื้นที่ดีที่สุดในการเข้าไป หากพวกเขาสร้างช่องมิติขึ้นที่นี่ พวกเขาก็
จะประหยัดพลังไปได้มาก
ผู้นำเผ่ามังกรวารีบินไปอีกเล็กน้อยและโบกมือขึ้น เสาน้ำขนาดใหญ่
จำนวนมากพุ่งขึ้นมาในอากาศ กลายเป็นรูปลักษณ์ของมังกรวารีและพุ่ง
ออกไป
ด้วยเสียงระเบิด มังกรวารีปะทะกับกำแพงที่มองไม่เห็นและมังกร
วารีก็ได้พังทลายลงในทันที!
“ทุกคน เริ่มได้! เหล่าผู้ทรงพลังขั้นทำลายชีวิตระดับ 3 อยู่
ด้านหน้า!” จากในกลุ่มซ่วนหวู๋จี๋ก้าวออกมา สีหน้าของเขาว่างเปล่า
“ตามเขาไป นักบวชคิ้วขาวเองก็ก้าวออกมา บินขึ้นไปในอากาศ”
“ฮ่าฮ่า” หนานอวิ่นหวังก้าวออกมาพร้อมทั้งกอดหญิงสาวในอ้อมอก
“เด็กน้อย เจ้ารอข้าอยู่ข้างนอก”
หนานอวิ่นหวังหันพรมอย่างขี่เกียจและบินไปทางซ่วนหวู๋จี๋
นักบวชคิ้วขาวจากมหาวิหารเซน ซ่วนหวู๋จี๋จากดินแดนปีศาจแห่ง
ทะเลทางใต้และตามมาด้วยหนานอวิ่นหวัง
จาก 30 ผู้ทรงพลังที่รวมตัวกันที่นี่ มีเพียงแค่ 3 ตนเท่านั่นที่เป็นผู้
ทรงพลังขั้นทำลายชีวิตระดับ 3
สำหรับซ่วนอวี่เชี่ยและผู้นำเผ่ามังกรวารีทมิฬ พวกเขาอยู่ขั้นทำลาย
ชีวิตระดับ 2
ในบรรดา 30 กว่าคน มันมีขั้นทำลายชีวิตระดับ 2 อยู่เพียงไม่กี่คน –
พวกเขามีเพียง 7 คนเท่านั้น ที่เหลือก็อยู่เพียงระดับ 1 หรือต่ำกว่า มู่
เพียงเซียนเองก็เป็นหนึ่งในนั้น
มันจะต้องรู้ด้วยว่าเหล่าผู้ที่มานี้ล้วนแต่มาจากนิกายระดับ 5 นิกาย
นิกายระดับ 8 นิกายและเป็นนักสู้อิสระจากหลายที่ แต่ก็ยังมีผู้ที่อยู่ขั้น
ทำลายชีวิตระดับ 2 เพียงไม่กี่คน จากตรงนี้จะเห็นได้ว่ามันยากเย็น
เพียงใดในการก้าวผ่านประตูแห่งความตายของขั้นทำลายชีวิต
ปรมาจารย์ที่อยู่ปลายขอบขั้นหลอมรวมแก่นทุกคนต้องผ่านทางนี้อย่าง
ช่วยไม่ได้ก่อนที่จะทะลวงเข้าสู่ขั้นเทพสมุทร
นักบวชคิ้วขาวสะบัดมือและไม้เท้าของเขาลอยออกไป ซ่วนหวู๋จี๋เอา
สมบัติกระบี่ดำออกมา สำหรับหนานอวิ่นหวัง เขาเอาไม้บันทัดหนาสีดำ
ออกมาจากแหวนมิติ
หนานอวิ่นหวังมองไปยังสมบัติกระบี่ของซ่วนหวู๋จี๋และหัวเราะคิกคัก
“น้องชายหวู๋จี๋ ข้าได้ยินมาจากสักที่ว่าไม่กี่ปีก่อน เจ้าได้รับสมบัติระดับ
สวรรค์มา เอามันออกมาในวันนี้เป็นอย่างไร ให้ข้าได้เห็นว่ามันจะมีดีสัก
เพียงใดดีหรือไม่?”
ซ่วนหวู๋จี๋มองไปยังหนานอวิ่นหวังและกล่าวอย่างราบเรียบว่า
“ตั้งแต่ครั้งอดีต สมบัติสวรรค์นั้นเหมาะสำหรับตัวตนระดับจักรพรรดิ ข้า
ยังมิได้พบกับโชคมหาศาลพอที่จะไปถึงระดับนั้นและควรค่าแก่การนำมัน
มาใช้!”
“ฮ่าฮ่า ใช่แล้ว?” หนานอวิ่นหวังหัวเราะ แฝงไปด้วยความไปพอใจ
เล็กน้อย
นอก 3 ตัวตนที่ยิ่งใหญ่นี้ เหล่าผู้อาวุโสคนอื่นต่างก็ได้นำสมบัติของ
ตนออกมาเช่นกัน สมบัติเหล่านั้นต่างงดงามหรือไม่ก็น่าเกรงขามพอๆกัน
“เริ่มได้!”
ด้วยเสียงตะโกนของนักบวชคิ้วขาว ผู้ทรงพลังกว่า 30 คนร่วมกัน
โจมตีผสานไปยังมิติตำแหน่งเดียวกัน!
ความสง่างามของวิชา พลังของธาตุ พายุและสายฟ้า สิ่งเหล่านี้
สามารถที่จะสั่นสะเทือนโลก!
เหล่านักสู้รุ่นเยาว์จากนิกายต่างๆได้ล่าถอยออกไปหลายฟันก้าว แต่
ถึงกระนั้น พวกเขาก็สามารถสำผัสได้ถึงความรุนแรงมหาศาลของพายุ
ปราณแท้ที่แผ่กระจายออกไปได้
คลื่นขนาดมหึมาก่อตัวขึ้นในทะเล พื้นมิติสั่นสะเทือน ลำแสงหลากสี
สว่างจ้าออกมา พร้อมกับเกิดเสียงที่ดังกระหึ่มราวกับสายฟ้าฟาดออกมา
พลังของทั้ง 30 ปรมาจารย์รวมกันโจมตีนั่นแน่นอนว่าแข็งแกร่งจน
น่าตกตะลึง แต่การที่จะทำลายให้เกิดช่องมิตินั่นก็เป็นเรื่องยาก ด้วย ทุก
การโจมตี พวกเขาก็ได้สูญเสียพลังไปอย่างมาก และผู้อาวุโสหลายคนเริ่ม
ที่จะเหงื่อตก