Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 469 หยิ่งยโส
ดวงตาของเหลียนเฉิงจี๋นั้นจ้องไปยังนักสู้ขั้นปราณต้นฟ้าจากนิกาย
ไพรขจี เขาไม่เชื่อว่านักสู้ขั้นปราณต้นฟ้านั้นจะสามารถฆ่าหลานชายเขา
ได้ แต่ถ้าเขาเจอนักสู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์ได้ เช่นนั้นเขาอาจสามารถหา
ตัวฆาตกรได้
“เจ้า มาตรงนี้!”
เหลียนเฉิงจี๋ชี้ไปยังนักสู้ขั้นปราณต้นฟ้าและทั่วทั้งร่างของเขานั้นเต็ม
ไปด้วนจิตสังหาร เดิมทีเขานั้นเป็นนักสู้จากดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้
และเส้นทางในชีวิตของเขานั้นเต็มไปด้วยการสังหารชีวิตนับไม่ถ้วน จิต
สังหารของเขานั้นเกือบจะมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ถ้าหากเขาส่งจิตสังหาร
ออกไปเช่นตอนนี้ มันมิใช่สิ่งที่นักสู้ขั้นปราณต้นฟ้าจะสามารถต่อต้านมัน
ได้
มีแค่นักสู้ขั้นปราณต้นฟ้าคนเดียวที่ถูกเรียกโดยเหลียนเฉิงจี๋
แม้กระทั่งนักสู้ขั้นปราณปลายฟ้าบางส่วนยังตกใจ พวกเขาต่างมองต่ำลง
และไม่กล้าแม้แต่จะหายใจในบรรยากาศกดดันเช่นนี้
“หึ!” เมื่อเห็นนักสู้คนนั้นขาอ่อน เหลียนเฉิงจี๋ก็เค้นเสียงอย่างเย็นชา
และก้าวไปข้างหน้า เขายื่นมือออกไปและแรงดึงดูดมหาศาลก็ปรากฏต่อ
หน้า พุ่งตรงไปจับนักสู้ขั้นปราณต้นฟ้าคนนั้นมาอยู่ในมือ
“อ้าา!”
ศิษย์คนนั้นกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว ใบหน้าของเขาขาวราวกับ
หิมะ!
ฟรุป!
ด้วยเสียงเบานี้ เหลียนเฉิงจี๋ได้หยิบรูปภาพออกมา ในรูปนั้นคือ
เหลียนเจี๋ย
“เจ้าเคยเห็นเขาไหม?”
เสียงของเหลียนเฉิงจี๋นั้นเย็นชาขณะเขาหยิบรูปขึ้นมาให้ศิษย์คนนั้น
ดู
ศิษย์ผู้โง่เขลาคนนั้นตกใจ ทั่วทั้งร่างของเขาสั่นและแม้กระทั่งเสียง
ของเขาก็สั่นขณะกล่าว “ไม่… ไม่ ข้าไม่เคยเจอ…”
“เจ้าไม่เคยเจอ? ฮ่าฮ่า เช่นนั้นเจ้าอย่าได้โทษข้าเลย!”
เหลียนเฉิงจี๋ตบลงไปที่หัวของศิษย์คนนั้น และทันใดนั้นปราณแท้ก็
ปะทุไหลเข้าไป และฉีกกระชากทะเลแห่งจิตวิญญาณของศิษย์คนนั้น
โดยตรง มันคือทักษะค้นหาดวงจิต
ทักษะค้นหาดวงจิตนั้นถือเป็นหนึ่งในทักษะที่โหดเหี้ยมที่สุดและเป็น
ทักษะลับของวิถีมาร เมื่อมันถูกใช้ออกมา มันจะทำให้คนผู้นั้นกลายเป็น
คนปัญญาอ่อน หรืออาจจะฆ่าคนผู้นั้นไปในทันที
ศิษย์คนนั้นจับไปยังมือของเหลียนเฉิงจี๋ ร่างของเขาก็เริ่มสั่นอย่าง
รุนแรงจนราวกับชักกระตุก ใบหน้าของเขากลายเป็นสีขาวราวกับ
กระดาษ และก็มีโลหิตสองสายไหลออกมาจากจมูก
ขณะที่ศิษย์คนอื่นๆเห็นเช่นนี้ พวกเขาก็ซีดด้วยความหวาดกลัว แต่
ผู้คนเหล่านั้นจากนิกายไพรขจีนั้นมิกล้าแม้แต่ทำเสียง บรรพบุรุษผู้อาวุโส
ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ของพวกเขาก็ได้ตายไปแล้วภายในป่าโลหิตเมื่อครู่ที่
ผ่านมา! ในโลกที่ล่มสลายนี้ ปราณแท้นั้นถูกยับยั้งไว้ พวกเขาสามารถ
ใช้ได้เพียง 20 % ส่วนของความแข็งแกร่งเดิมของพวกเขาเท่านั้น ถ้าคนผู้
นั้นมิอาจบินได้ เช่นนั้นการหนีก็เป็นเรื่องยาก ดังนั้น ผู้อาวุโสขั้นหลอม
รวมแก่นแท้ได้ตายเพราะเหตุนี้!
ผู้อาวุโสของพวกเขานั้นได้ตายไปแล้ว แต่ถึงแม้ว่าเขาจะยังมีชีวิตอยู่
เขาก็คงมิใช่คู่มือของเหลียนเฉิงจี๋
ตอนนี้ ภายในกลุ่มทั้งหมดของนิกายไพรขจี คนที่แข็งแกร่งที่สุดคือ
นักสู้ปลายขอบขั้นปราณปลายฟ้า คนที่อยู่ตรงหน้าของเหลียนเฉิงจี๋ พวก
เขาไม่ได้มีค่าแม้แต่จะผายลม ไม่ว่าเหลียนเฉิงจี๋จะทำสิ่งใด ถึงแม้จะใช้
ทักษะค้นหาดวงจิตกับหนึ่งในพวกเขา พวกเขาก็ไม่มีพลังจะต่อต้านได้
พวกเขาส่วนใหญ่ได้หวังว่าเหลียนเฉิงจี๋จะเสร็จการใช้ทักษะค้นหาดวงจิต
แล้วจากไปเร็วๆ ดังนั้นภัยพิบัติจะได้ไม่เกิดขึ้นกับพวกเขาด้วย
“หึ เจ้าไม่รู้จริงๆสินะ เปลืองแรงจริงๆ!” ขณะที่เหลียงเฉิงจี๋ใช้ทักษะ
เสร็จ เขาก็โยนศิษย์คนนั้นทิ้งราวกับสุนัขที่ตายไปแล้ว ศิษย์คนนั้นเลือด
ไหลออกจากหัวและร่างของเขาก็ยังสั่นอยู่และดวงตาของเขากลายเป็นสี
ขาว เขานั้นราวกับว่าอยู่ได้อีกไม่นานแล้ว
พวกเขาไม่ได้มีผู้เชี่ยวชาญระดับเหลียนเฉิงจี๋อยู่ในขณะนี้ นักบวช
เครายาวของมหาวิหารและผู้อาวุโสระดับสูงของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์
มู่ชือหั่วยังคงเงียบอยู่ พวกเขาเมินเฉยต่อโศกนาฏกรรมครั้งนี้
“เขาจะหยิ่งเกินไปแล้ว!” ขณะที่หลินหมิงเห็นเช่นนี้ ใบหน้าของเขา
ก็เคร่งขรึม
“หลินหมิง อย่าวู่วาม” มู่เชียนหยี่ช่วยไม่ได้ที่จะเตือนหลินหมิง เข้า
ไปต่อสู้กับเหลียนเฉิงจี๋ในเวลานี้ย่อมมิใช่ตัวเลือกที่ฉลาด
“อืม ข้ารู้” หลินหมิงกล่าวตอบด้วยเสียงเรียบ แต่ในใจของเขานั้น
กำลังประเมินความแข็งแกร่งของเหลียนเฉิงจี๋ ตั้งแต่ที่เขามายังทางออก
ของป่าโลหิต เขาก็พบว่าปราณแท้ถูกยับยั้งไว้เพิ่มอีก 5 % และตอนนี้เขา
สามารถใช้ได้เพียง 20 % ขณะที่เขากำลังประเมินตนเอง เขาก็ยังมีผนึก
ดูดกลืนโลหิตขั้นหลอมรวมแก่นแท้ที่พึ่งสร้างเสร็จใหม่ๆ และผนึกดูดกลืน
โลหิตนั้นมีความสามารถที่จะเมินต่อกฏการยับยั้งปราณแท้ของโลกใบนี้
ด้วยความได้เปรียบเช่นนี้ เขาจะสามารถสู้ได้หรือไม่?
หลินหมิงยังไม่มั่นใจ อย่างไรก็ตาม เหลียนเฉิงจี๋นั้นเป็นเพียง
ผู้เชี่ยวชาญขั้นหลอมรวมแก่นแท้ช่วงกลาง และเขายังมีพื้นฐานที่มั่นคง
ส่วนขีดจำกัดของความแข็งแกร่งของเขานั้นยากจะกล่าว!
“วางใจได้ มันเป็นไปไม่ได้สำหรับเหลียนเฉิงจี๋ที่จะตามหาพวกเรา
ด้วยการคาดเดา แม้ว่าเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ในขณะนี้จะอ่อนแอเสียยิ่ง
กว่าดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ ถ้าพวกเราต้องสู้กันจริงๆ ดินแดน
ปีศาจแห่งทะเลทางใต้เองย่อมเกรงกลัวพวกเราเช่นกัน แต่ที่นี่ยังมีมหา
วิหารเซนที่พยายามจะลอบโจมตีพวกเขาอยู่อีก ถ้าพวกเราสู้กัน ผู้ได้ที่
ผลประโยชน์ย่อมมิใช่พวกเขาอย่างแน่นอน – และไม่มีทางที่พวกเขาจะ
ทำเช่นนั้น” มู่เชียนหยี่กล่าว แต่แม้กระทั่งนางก็ยังไม่รู้ว่าเหลียนเฉิงจี๋นั้น
พบเบาะแสเกี่ยวคนระดับพลังการบ่มเพาะที่ของฆ่าหลานชายเขาแล้ว
หากนางรู้ นางคงไม่มีทางผ่อนคลายเช่นนี้เป็นแน่
ครานี้ เหลียนเฉิงจี๋เปลี่ยนเป้าหมายไปเป็นนักสู้ขั้นปราณต้นฟ้าจาก
นิกายปฐพีอเวจี ศิษย์ผู้นั้นตื่นตระหนกและหน้าซีดในทันที “ศิษย์พี่ อภัย
อภัยให้ข้าด้วยเถิด เจ้าคนไร้ประโยชน์ผู้นี้ไม่รู้เรื่องใดเลยจริงๆ ข้ามิเคย
เห็นชายผู้นั้นมาก่อน!”
เหลียนเฉิงจี๋กล่าวเย้ยหยัน “มิว่าเจ้าจะเคยเห็นหรือไม่ ข้าจะค้นหา
มันเองจากดวงจิตของเจ้า!”
“อ้าาา!”
ศิษย์ผู้นั้นกรีดร้องด้วยความสิ้นหวัง จากนั้นก็หันหลังและพยายามที่
จะหนี อย่างไรก็ตาม ต่อหน้าของผู้เชี่ยวชาญขั้นหลอมรวมแก่นช่วงกลาง
การพยายามหนีไปจากเขานั้นเป็นเรื่องโง่เง่าสิ้นดี
เหลียนเฉิงจี๋ยื่นแขนออกไปและทันใดนั้นก็จับศิษย์จากนิกายปฐพี
อเวจีผู้นั้น จากนั้นเขาก็ใช้ทักษะค้นหาดวงจิต!
นักสู้จากนิกายปฐพีอเวจีคนอื่นๆต่างไม่กล้าที่จะก้าวออกไปเพื่อ
ปกป้องศิษย์ร่วมนิกายของพวกเขา แม้กระทั่งผู้ที่ความสัมพันธ์อันใดกับ
ศิษย์ผู้นั้นต่างนิ่งเฉย อากาศอันหนาวเย็นเข้าปกคลุมและสายตาของพวก
เขาต่างมองไปข้างๆ พวกเขากลัวว่าถ้าพวกเขาถูกลากเข้าไปยังปัญหานี้
เช่นนั้นคนต่อไปที่จะตายย่อมเป็นพวกเขา!
เมื่อเห็นเช่นนี้ ใบหน้าของหลินหมิงก็เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง สอง
ครั้งติดๆ เหลียนเฉิงจี๋ได้มองหานักสู้ขั้นปราณต้นฟ้าจากนิกายเล็ก เขา
ที่มาจากนิกายเล็กนั้นเข้าใจดี แต่เขาเขาก็มิกล้าที่จะไปตอแยกับผู้คนจาก
นิกายใหญ่ แต่เหตุใดเขาจึงมองหาแต่เพียงนักสู้ขั้นปราณต้นฟ้าจากนิกาย
เล็ก?
หรือจะเป็น…
หลินหมิงอ้าปากค้าง ก่อนหน้าเขานั้นได้รู้ว่าอาคมนั้นสามารถบันทึก
รูปลักษณ์ แต่ถ้าอาคมนี้สามารถบันทึกการบ่มเพาะได้ด้วยหรือ?
หลินหมิงนั้นไม่ได้มีทักษะที่จะปิดบังพลังการบ่มเพาะของเขา
แม้กระทั่งต่อหน้าของเหลียนเฉิงจี๋ผู้ถูกยับยั้งปราณแท้ไว้เหลือ 20 %
สภาพเคล็ดวิชาเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ของเขาเกือบคงสภาพไว้ไม่ได้
ขณะที่เขาหันมามองมู่เชียนหยี่ นางก็ตระหนักถึงมัน ใบหน้าของนาง
เคร่งขรึมในทันที
“หึ นี่ก็เหมือนกันกัน!” เหลียนเฉิงจี๋โยนศิษย์จากนิกายปฐพีอเวจีผู้
นั้นที่กลายเป็นคนปัญญาอ่อนทิ้งไปข้างๆ จากนั้นเขาก็หันไปมองฝั่งเกาะ
ฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์และมหาวิหารเซน
พวกเขานั้นเหลือนักสู้ขั้นปราณต้นฟ้าอีกเพียง 3 คน และพวกเขานั้น
เป็นคนของสองขุมพลัง
สองขุมพลังนั้นยากที่จะต่อกร โดยเฉพาะมหาวิหารเซน ความ
แข็งแกร่งของพวกเขาโดยรวมนั้นไม่ได้ด้อยไปกว่าดินแดนปีศาจแห่งทะเล
ทางใต้เลย!
สำหรับเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์นั้น ความแข็งแกร่งของพวกเขานั้นเพียง
ครึ่งเดียวของดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ ดังนั้นเขายังคงสามารถตอแย
ได้ด้วยความแข็งแกร่งของเขา
ไม่เพียงแค่เหลียนเจี๋ยนั้นเป็นหลานชายของเหลียนเฉิงจี๋ แต่เขายัง
เป็นคนที่มีพรสวรรค์มากที่สุดในสายเลือดตระกูลเหลียนเช่นเดียวกัน มัน
เป็นไปไม่ได้ที่เหลียนเฉิงจี๋จะปล่อยให้เขาตายไปไม่ยุติธรรมเช่นนี้ ตอนนี้มี
นักสู้ขั้นปราณต้นฟ้าเหลืออยู่อีกเพียง 5 คนเท่านั้น แล้วเหตุใดเขาจะมิ
อาจหาตัวฆาตกรที่หลายชายของเขาได้กัน?
เขาหันไปทางเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ และสายตาของเขาก็มองไปยัง
หลินหมิง “เจ้า เจ้าเคยเห็นคนในภาพนี่ไหม?”
เผชิญหน้ากับออร่ากดดันนี่ หลินหมิงก็ยังคงไม่ขยับ ด้วยพลังออร่า
เพียง 20 % ของที่เหลือนี่ แม้ว่ามันจะถูกปลดปล่อยออกมาโดย
ผู้เชี่ยวชาญขั้นหลอมรวมแก่นแท้ช่วงกลาง มันก็ไม่มีอันใดต่อหลินหมิง!
ใบหน้าของเขายังคงเหมือนเดิมขณะที่เขากล่าว “ข้ามิเคยเห็นหรือ
รู้จัก!”
“เป็นเช่นนี้เอง…” เหลียนเฉิงจี๋กล่าวเย้ยหยัน แต่เขานั้นตกตะลึง
อย่างลับๆ เจ้าหนุ่มผู้นี้ไม่หวาดกลัวออร่าของเขาแม้แต่น้อย?
นักสู้สองคนก่อนหน้าต่างหวาดกลัวจนขาสั่นเข่าอ่อน เหลียนเฉิงจี๋
นั้นอยู่บนวิถีแห่งการฆ่าฟัน และจิตสังหารของเขานั้นหนาแน่นและมัน
ไม่ใช่สิ่งที่นักสู้ขั้นปราณต้นฟ้าจะต่อต้านมันได้!
แต่หลินหมิงยังคงกล่าวออกด้วยความสงบนิ่ง!
เจ้าหนุ่มนี่!
เหลียนเฉิงจี๋กัดฟัน เขารู้ได้ลางๆถึงความผิดปกติของสีหน้าของ
หลินหมิง เหมือนกับว่ามันมีบางสิ่งมาปิดกั้นการรับรู้ของเขา
หืม? มันต้องมีอะไรน่าสงสัยเกี่ยวกับเจ้าหนุ่มนี่อย่างแน่นอน!
เหลียนเฉิงจี๋สังหรณ์ใจว่าเจ้าหนุ่มนี้ต้องเกี่ยวข้องกับการตายของ
หลายชายเขาอย่างแน่นอน!
“หึ! มิว่าเจ้าจะรู้หรือไม่ มันไม่สำคัญ มากับชายชราผู้นี้ ชายชราผู้นี้
จะตัดสินใจเกี่ยวกับเจ้าเอง!”
เมื่อเผชิญหน้ากับเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ เหลียนเฉิงจี๋ไม่กล้าที่จะใช้
ทักษะค้นหาดวงจิตอย่างซี้ซั้ว แต่ แม้จะต้องถอยกลับ เขาจะนำหลินหมิง
ไปด้วย
ความจริงนั้นนี่เป็นการให้ทางเลือกกับผู้อาวุโสของเกาะฟีนิกซ์
ศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น เมื่อหลินหมิงกลับไปกับเขา เขาย่อมตายอย่างแน่นอน
เหลียนเฉิงจี๋นั้นใช้ความได้เปรียบของความแข็งแกร่งและอำนาจของ
เขาบีบบังคับให้เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ส่งหลินหมิงมาให้เขา
ต่อหน้าฉากเช่นนี้ ผู้อาวุโสระดับสูง มู่ชือหั่วนั้นกำไม้เท้าของเขาแน่น
และกมหัวครุ่นคิด สำหรับผู้อาวุโสสาม มู่เหยียนจัวนั้น เขากวาดสายแต่
แต่เขามิได้ต้องการเข้าไปแทรกแซง
สำหรับที่มู่ชิงชู ยามที่เขาได้เห็นฉากนี้ หัวใจของเขาตื่นเต้นไปด้วย
ความสุข!
เขาไม่เคยฝันมาก่อนว่าบางสิ่งที่โชคดีเช่นนี้จะเกิดขึ้น เหลียนเฉิงจี๋ผู้นี้
ได้เลือกหลินหมิง!
มันช่างเป็นความฝันที่ยอดเยี่ยมยิ่ง!
‘ค้นดวงจิตเขาซะ! แล้วทำให้เขากลายเป็นคนปัญญาอ่อน!’
‘ค้นหาดวงจิตของมันซะ! เขาจะต้องค้นหาดวงจิตของมันอย่าง
แน่นอน! ทำให้มันตาย! ทำให้มันรู้สึกมีชีวิตแย่เสียยิ่งกว่าความตาย!’
มู่ชิงชูนั้นเกลียดหลินหมิงสุดๆ เขานั้นกรีดร้องอยู่ในใจ เขานั้นทำได้
แม้กระทั่งเต็มใจจะแลกอายุไข 50 ปีของเขาเพื่อทำให้หลินหมิงกลายเป็น
คนปัญญาอ่อน!
“ท่านปู่ ถ้าหากพวกเขาเกิดสู้กันขึ้นมา อย่าไปช่วยเด็ดขาด ปล่อยให้
หลินหมิงกลายเป็นคนปัญญาอ่อนไป!” ใบหน้าของมู่ชิงชูขณะกล่าวปราณ
แท้สื่อสารนั้นน่าเกลียดอย่างมาก เป็นเพราะถูกจำกัดโดยสัญญาโลหิต
เขาจึงมิอาจะต่อกรโดยตรงกับหลินหมิงได้ แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ การไม่
ทำอันใดถือเป็นการกระทำที่ดีที่สุด อย่างไรก็ตาม ถ้าเขาได้สังเวยหลินห
มิงเพื่อปกป้องนิกายแล้วนั่นจะนับว่าเป็นการทรยศนิกายได้เช่นไร?
ขณะที่เขากำลังคิดเกี่ยวกับอนาคตของหลินหมิงที่มิอาจกินหรือเยี่ยว
หรืออึได้ด้วยตัวเองแล้ว เขาก็ปิติยินดี มู่ชิงชูมิอาจยับยั้งความรู้สึกนี้ที่
กำลังพรั่งพรูออกมาจากใจของเขาได้
มู่เหยียนจัวเหลือบตามองไปยังหลานชายของเขาเหมือนกับว่าเขา
ต้องการจะกล่าวอะไรบางอย่าง แต่ก็ยังคงเงียบต่อไป วันนี้ ถ้าเขาปล่อย
ให้เหลียนเฉิงจี๋ได้ทำตามใจเพื่อจัดการกับหลินหมิง เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์
ย่อมไม่เหลือหน้าไว้เป็นแน่ แต่ถ้าเขามิทำอันใดเลย เขาย่อมสามารถลบ
หลินหมิงที่เป็นศัตรูออกไปได้ และหลายชายของเขาอาจจะได้ครอบครอง
สายเลือดในกายของมู่เชียนหยี่ เมื่อเป็นเช่นนี้ การเสียหน้ามันก็ไม่ได้แย่
เสียทีเดียว
ไม่เพียงแค่นั้น การสังเวยหลินหมิงนั้นก็เป็นสิ่งยุติธรรม ในด้านความ
แข็งแกร่ง พวกเขาย่อมด้อยกว่าดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ นี่อาจถือ
ว่าสิ่งที่ช่วยไม่ได้
สำหรับอนาคตเมื่อหลินหมิงได้กลายเป็นผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิ
และนำเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ให้กลายเป็นแดนศักดิ์สิทธิ์ มู่เหยียนจัวนั้น
มิได้ใส่ใจอันใด มิต้องกล่าวถึงโอกาสที่จะเป็นเช่นนั้น แม้ว่าจะเป็นเช่นนั้น
และฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์กลายเป็นแดนศักดิ์สิทธิ์ มันย่อมถูกชี้นำโดยสายเลือด
ของหลินหมิงและมู่อวี้หวง แล้วพวกเขาจะได้อะไรจากมัน? ภายใต้เงา
ของหลินหมิง แผนกของเขาย่อมมีเพียงแต่จะอ่อนแอลงเรื่อยๆ จนกระทั่ง
ถึงวันหนึ่งที่พวกเขาถูกทำลายลงอย่างย่อยยับ!
มู่เหยียนจัวมิได้หวังจะได้เห็นฉากเช่นนี้
ในช่วงเวลานั้น มู่เหยียนจัวได้ตัดสินใจ – เขาจะไม่ช่วยเหลือ
“เหลียนเฉิงจี๋ อย่าทำให้เรื่องมันเกินเลยไปยิ่งกว่านี้!”
ขณะที่เสียงทุ้มลึกดังขึ้น ออร่าสีแดงก็ปรากฏขึ้นมาระหว่างหลินหมิง
กับเหลียนเฉิงจี๋และป้องกันออร่าของเหลียนเฉิงจี๋ อย่างไรก็ตาม มันก็
เกือบจะไม่สามารถกันได้ มันแน่นอนอยู่แล้วว่าคนผู้นี้นั้นมีระดับการบ่ม
เพาะต่ำกว่าเหลียนเฉิงจี๋