Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 470 ต่อสู้
หญิงชราผมขาวชุดสีน้ำเงินก้าวออกมาข้างหน้า ยืนอยู่ข้างหน้าของ
หลินหมิง นางคือผู้อาวุโสห้าของแผนกวิหควารี มู่ชิงอี นางเป็นผู้อาวุโสที่
ถูกส่งมาเพื่อปกป้องมู่ปิงอวิ๋น และพลังการบ่มเพาะของนางนั้นอยู่เพียง
ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ช่วงต้น
แม้ว่ามู่ชิงอีจะไม่ได้มีความสัมพันธ์อันใดกับหลินหมิง นางย่อมมิ
ปล่อยให้ผู้อื่นมารังแกศิษย์ของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ในที่สาธารณะเป็นแน่
โดยเฉพาะหลินหมิงมีพรสวรรค์ที่เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ได้ฝึกฝนให้เป็น
พิเศษ
เดิมที มู่ชิงอีนั้นมิจำเป็นต้องก้าวออกมาข้างหน้า หัวหน้าของกอง
กำลังเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์นั้นคือ มู่ชือหั่ว อย่างไรก็ตาม นางมิเคยนึกเลย
ว่าตั้งแต่ต้นจนถึงบัดนี้ เขายอมทำเมิณเฉยต่อทุกสิ่งและมิได้ตั้งใจที่จะ
แทรกแซงแม้แต่น้อย
‘ตาแก่โง่งมนั่น!’
หญิงชราชุดสีน้ำเงินเคยได้ยินมาว่า มู่ชือหั่วกับหลินหมิงนั้นเคยมี
ปัญหากันมาก่อน แต่นางไม่นึกเลยว่าพวกเขาจะเป็นปรปักษ์กันจนถึง
ขนาดนี้
ในเวลานี้ มู่ปิงอวิ๋นได้ยืนอย่างเงียบๆและเดินมาข้างๆหญิงชราชุดสี
น้ำเงิน แม้ว่าพลังการบ่มเพาะของนางจะอยู่เพียงปลายขอบขั้นปราณ
ปลายฟ้า นางก็มีความสามารถที่จะป้องกันการโจมตีของผู้เชี่ยวชาญขั้น
หลอมรวมแก่นแท้ช่วงต้น นางนั้นมิได้ด้อยไปกว่ามู่เชียนหยี่เลย
“โอ้? จะเอาเช่นนั้นใช่ไหม? และเจ้าจะเข้ามาหยุดข้า?” สีหน้าของ
เหลียนเฉิงจี๋ได้กลายเป็นเย็นชายิ่งขึ้นขณะที่เขามองไปยังหญิงชราชุดสีน้ำ
เงิน ทั่วทั้งร่างของเขาก็ปลดปล่อยจิตสังหารที่หนาและแข็งแกร่งออกมา
จิตสังหารได้มาปะทะกับออร่าสีน้ำเงินของมู่ชิงอี และทำให้เกิดเสียง
แหลม เสียงมันดังออกมาอย่างชัดเจนว่าออร่าของหญิงชรากำลังถูก
ทะลวงเข้าไป
มู่ชิงอีไม่ได้หวาดเกรง นางก้าวไปข้างหน้า แม้ว่าร่างของนางจะบอบ
บาง เผชิญหน้ากับแรงกดดันของเหลียนเฉิงจี๋ นางยังสามารถยืนหยัดได้
อย่างภูมิใจ “เขาเป็นศิษย์ของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ แล้วเหตุใดข้าจัก
ปล่อยให้เจ้านำตัวเขาไปเพียงเพราะเจ้าต้องการกัน? ช่างน่าขันเสียจริง!”
“ฮี่ฮี่ ตั้งแต่ที่ชายชราผู้นี้ต้องการจะนำตัวเขาไป ข้าย่อมต้องมีเหตุผล
ของข้าอยู่แล้ว ยามที่หลานชายข้าตาย ข้ารู้เพียงว่าตอนนั้นมีนักสู้ขั้น
ปราณต้นฟ้าอยู่ขณะนั้น แล้วในหมู่รุ่นเยาว์ขั้นปราณต้นฟ้าที่อยู่ในขณะนี้
เจ้าหนุ่มนี่น่าสงสัยที่สุด ไม่เพียงแค่นั้น แต่ข้ารู้สึกได้ถึงบางสิ่งแปลกๆ
เกี่ยวกับความผันผวนของปราณแท้จากใบหน้าของเขา บางทีเขาคงจะใช้
เคล็ดวิชาเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์เป็นแน่! ช่างเป็นเคล็ดวิชาเปลี่ยนแปลง
รูปลักษณ์ที่ยอดเยี่ยมยิ่งนัก! แม้กระทั่งชายชราผู้นี้ยังเกือบถูกหลอกเลย
ถ้าเขาไม่ได้รู้สึกผิด แล้วเหตุใดเขาถึงได้ใช้มัน!? ดังนั้น การที่ข้าจะนำตัว
เขาไปสอบปากคำ มันก็เป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว! ท่านผู้อาวุโสชือหั่ว ท่าน
คิดเช่นไร?” เหลียนเฉิงจี๋เหลือบมองไปยังมู่ชือหั่ว
มู่ชือหั่วขมวดคิ้ว มิใช่ว่าเขานั้นไม่ต้องการจะกล่าว แต่เพราะว่า
ตอนนี้นั้นเขามิอาจทำอันใดได้ เขามองไปยังหลินหมิงและกล่าวอย่างเย็น
ชา “ในเมื่อเจ้ามีหลักฐาน ข้าอาจจะให้เจ้าสอบปากคำเขา แม้ว่าเขาจะ
เป็นศิษย์ของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ของข้า ถ้าเขาฆ่าหลานชายของเจ้าจริง
เช่นนั้นชายชราผู้นี้จะไม่ช่วยเขา”
เมื่อมู่ชือหั่วกล่าวจบ เขาก็สบัดแขนเสื้อและจับไม้เท้าในมือของเขา
และไปยืนอยู่ด้านข้าง
มู่ชิงชูอยากจะหัวเราะเมื่อเขาได้ยินมู่ชือหั่วกล่าวเช่นนี้ เขานั้น
เพลิดเพลินไปกับโอกาสของเหลียนเฉิงจี๋อย่างชอบใจ ขณะที่จิตสังหาร
ของเหลียนเฉิงจี๋นั้นปกคลุมหลินหมิง เขารอไม่ไหวที่จะได้เห็นหลินหมิงก
ลายเป็นคนปัญญาอ่อนแล้ว เขาตัดสินใจว่าหลังจากทะเลแห่งจิตวิญญาณ
ของหลินหมิงแตกสลาย เขาจะให้โอสถกับหลินหมิงเพื่อรักษาดวงจิตของ
เขา เพื่อที่เขาจะมิได้ตายหลังจากนั้น เขาต้องการให้หลินหมิงใช้ชีวิตที่
เหลือของเขาในฐานะคนปัญญาอ่อน
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ก็ทำให้ความคิดของเขาราบลื่นแล้ว มันเยี่ยมเสียยิ่ง
กว่าการได้ครอบครองมู่เชียนหยี่!
‘หึ ด้วยเหลียนเฉิงจี๋ที่อยู่ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ช่วงกลาง ก็เพียงพอ
จะรับมือพวกเขาได้แล้ว โดยไม่ต้องกล่าวถึงว่ายังมีผู้อาวุโสสายเลือด
ตระกูลเหลียนคนอื่นๆ หากไม่มีผู้อาวุโสสูงสุดมู่ชือหั่ว มู่เชียนหยี่ มู่ปิงอวิ๋น
และมู่ชิงอีแล้วก็ไม่มีผู้ใดช่วยเขาได้ หลินหมิงจะตายที่นี่!’
‘เจ้าหนู สำหรับเจ้าผู้แส่หาเรื่องให้ตนเองถือว่าเจ้าโชคร้ายเสียแล้ว
สวรรค์มีตา วางใจได้เมื่อเจ้าตาย ข้าจะดูแลมู่เชียนหยี่แทนเจ้าเอง! แม้ว่า
นางจะเกลียดข้า นางย่อมมิอาจขัดคำสั่งจากนิกายได้ ข้าจะย่อมต้องเป็น
ผู้ได้รับสายเลือดมาจากร่างอันบริสุทธ์ของนาง!’
เมื่อคิดได้เช่นนี้ มุมปากของมู่ชิงชูก็ยกขึ้นกลายเป็นรอยยิ้มอันชั่วร้าย
หลังจากเหลียนเฉิงจี๋ได้ยินมู่ชือหั่วกล่าวว่าเขาจะไม่ยุ่งกับเรื่องนี้ เขา
ก็ยิ้มขึ้น มันเหมือนกับว่าเจ้าหนุ่มนี่มิได้เป็นที่ชื่นชอบของผู้คนจริงๆ
เขามองไปยังมู่ชิงอีและกล่าว “เจ้ามิได้ยินผู้อาวุโสชือหั่วกล่าวหรือ
อย่างไร? ข้าแนะนำให้เจ้าทำตัวให้ฉลาดและไม่ต้องมาสู้อย่างไร้
ความหมายเช่นนี้ดีกว่า มิเช่นนั้นกระดูกเก่าๆของเจ้าย่อมมิอาจทนต่อการ
ถูกข้าโยนไปมาได้!”
ขณะที่เหลียนเฉิงจี๋กล่าว ออร่าฆ่าฟันของเขาก็เริ่มหนาแน่นยิ่งขึ้น ใน
เวลานี้ ผู้อาวุโสขั้นหลอมรวมแก่นแท้ทั้ง 3 ต่างยืนขึ้น พวกเขานั้นเป็นคน
ของตระกูลเหลียนจากดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้
ส่วนคนตระกูลอื่นๆของดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ มิได้มีผู้ใดยืน
ขึ้น เรื่องระหว่างตระกูลของดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้นั้นมีความ
ขัดแย้งในผลประโยชน์บางอย่าง เหลียนเจี๋ยนั้นเป็นรุ่นเยาว์ผู้มาก
พรสวรรค์ของตระกูลสายเลือดเหลียน ดังนั้นจึงเป็นธรรมดาที่สถานการณ์
เช่นนี้จะถูกแก้ไขโดยเหลียนเฉิงจี๋ หากเรื่องนี้กลายเป็นเรื่องของสงคราม
ระหว่างความเป็นความตาย ผู้คนอาวุโสจากตระกูลอื่นๆย่อมเคลื่อนไหว
อย่างแน่นอน
ขณะที่ผู้อาวุโสขั้นหลอมรวมแก่นแท้ช่วงต้นทั้ง 3 ยืนขึ้น รวมกับ
เหลียนเฉิงจี๋ที่อยู่ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ช่วงกลาง กลายเป็น 4 คน ขณะที่
ออร่าของพวกเขาปะทุออกมา มันก็ทำให้เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์เกือบมิอาจ
ต้านทานไว้ได้
ขณะที่ผู้อาวุโสนิกายอื่นๆเห็นสถานการณ์เริ่มตรึงเครียดมากขึ้น ก็ไม่
มีผู้ใดกล้าที่จะส่งเสียง ส่วนเผ่ามังกรวารีทมิฬและนิกายตราประทับ
สายฟ้า พวกเขาต่างถอยออกมาและเตรียมเพลิดเพลินไปกับเรื่องน่าสนุก
นี้
“ฮี่ฮี่ เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ดวงซวยจริงๆครั้งนี้ จากคำกล่าวของ
เหลียนเฉิงจี๋ ดูเหมือนว่าหลานชายของเขาจะถูกฆ่าโดยเกาะฟีนิกซ์
ศักดิ์สิทธิ์!”
“เจ้าหนุ่มนั่นตาย แต่เขาก็คงจะมีทักษะบางอย่างแน่ๆ เมื่อ
เผชิญหน้ากับแรงกดดันอย่างเต็มที่ของเหลียนเฉิงจี๋ เขาไม่แม้แต่จะขยับ
แต่เมื่อเรื่องเป็นเช่นนี้แล้ว มันก็หมายความว่าเขาจะตายเร็วยิ่งขึ้น” หนึ่ง
ในผู้อาวุโสนิกายตราประทับสายฟ้ากล่าว เขาเป็นหนึ่งในผู้ที่ได้เข้าไปยัง
งานเลี้ยงฉลองวันเกิดของปรมาจารย์ศักดิ์สิทธิ์เทียนกวาง
เหล่าผู้คนของนิกายตราประทับสายฟ้าที่ได้เข้ามายังโลกที่ล่มสลายนี้
ศิษย์ส่วนใหญ่นั้นได้เข้าร่วมงานเลี้ยงฉลองวันเกิดของปรมาจารย์ศักดิ์สิทธิ์
เทียนกวาง หนึ่งในพวกเขาพึมพำ “เหลียนเฉิงจี๋คิดว่าเจ้าหนุ่มนี้ใช้เคล็ด
วิชาเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์งั้นหรือ? เขาเป็นเพียงนักสู้ขั้นปราณต้นฟ้าช่วง
ปลาย แต่ความแข็งแกร่งของเขายากจะหยั่งถึง ถ้าหากเขาเปลี่ยนแปลง
รูปลักษณ์ล่ะก็ เช่นนั้นความแข็งแกร่งเช่นนี้คงมีเพียงผู้เดียว ซึ่งก็คือ
หลินหมิงมิใช่หรือ?
ด้วยคำกล่าวนั้น ผู้คนโดยรอบต่างตกตะลึง หลิงหมิงงั้นรึ!?
เหลียนเฉิงจี๋เค้นเสียงอย่างเย็นชาและก้าวไปข้างหน้า ที่แขนขวาของ
เขาปรากฏกงเล็บขึ้น และทั่วทั้งร่างของเขานั้นปลดปล่อยคลื่นแห่งโลหิต
“เจ้าคิดว่าเจ้าสามารถหยุดข้าได้ด้วยตัวเจ้าเพียงคนเดียวงั้นรึ? ช่างน่า
ขัน!”
ปัง!
พื้นดินแตกกระจายและคลื่นทรายโลหิตก็กระจัดกระจายในอากาศ
มู่ชิงอีรู้สึกถึงเพียงแค่แรงปะทะอันรุนแรงของโลหิตรูปร่างเกลียวรอบๆ
นาง
“บงกชครามบานสพรั่ง!”
มู่ชิงอีตวัดดาบลง และมันก็เกิดเป็นเส้นทางของผลึกเยือกแข็งสีคราม
ปรากฏอยู่ในอากาศพุ่งใส่ค้อนโลหิตที่กำลังรอให้ถูกตัด
อย่างไรก็ตาม ช่องว่างระหว่างการบ่มเพาะก็เริ่มปรากฏให้เห็น
เหลียนเฉิงจี๋กวาดแขนขวาออกไป แล้วกรงเล็บสีแดงก็ก่อตัวขึ้นจากปราณ
แท้ในอากาศฟาดลงไปที่มู่ชิงอี
กงเล็บโลหิตนั่นดูเหมือนราวว่ามันได้ดูดโลหิตมาจากทุกหนแห่ง ด้วย
พลังอันแข็งแกร่งนี้ ทำให้ใบหน้าของมู่ชิงอีซีด ในเวลานี้ก็มีเสียงดังขึ้นใกล้
หูของนาง
“กระบี่วิหควารี เสี้ยวเมฆาเยือกแข็ง!”
มู่ปิงอวิ๋นก้าวไปข้างหน้าด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ กระบี่วิหควารียาว 4
ก้าวในมือของนางได้ฟันไปข้างหน้า นอกจากนี้ยังมีเสียงของผลึกแตก
ขณะที่ระลอกคลื่นน้ำแข็งสีน้ำเงินปรากฏขึ้นเต็มอากาศอยู่เหนือดาบ ดั่ง
ระลอกคลื่นในทะเลสาบ
ในขณะเดียวกัน มู่เชียนหยี่ก็เคลื่อนตัว ด้วยเสียงกู่ร้องของฟีนิกซ์ที่
ดังก้องกังวาล ส่งคลื่นเปลวเพลิงร่อนลงมา ทำให้อากาศเต็มไปด้วยปราณ
แท้ธาตุจำเพาะอัคคี
ขณะที่ปราณแท้ของผู้เชี่ยวชาญปะทะกัน ก็เกิดเสียงดังสนั่นขึ้น
ขณะที่นักสู้ที่อ่อนแอเห็นเช่นนี้ พวกเขาก็เริ่มถอยห่างออกไป!
“พวกเขากำลังจะสู้กัน”
“ความแข็งแกร่งของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์นั้นไม่เพียงพอ และยังมี
ความขัดแย้งภายในอีกด้วย ข้าคิดว่าเจ้าเด็กนั่นต้องจบสิ้นแล้ว
“ช่างน่าสงสาร แม้ว่าเขาจะเป็นอัจฉริยะ แต่เขาพลังการบ่มเพาะ
ของเขาก็อยู่เพียงขั้นปราณต้นฟ้า”
ขณะที่ศิษย์ของนิกายอื่นๆเริ่มที่จะพูดคุยเกี่ยวกับสถานการณ์ใน
ขณะนี้ พวกเขาก็รู้สึกสงสาร ส่วนผู้ที่ได้เข้าร่วมงานเลี้ยงฉลองวันเกิดของ
ปรมาจารย์ศักดิ์สิทธิ์เทียนกวาง พวกเขาต่างเงียบ มีคำถามหนึ่งอยู่ใน
ความคิดของพวกเขาคือ ‘เจ้าหนุ่มนี่คือหลินหมิงเช่นนั้นหรือ?’
“มาผสานการโจมตีกันเถอะ!”
“หึ! ในเมื่อพวกเจ้าต้องการที่จะเริ่มการต่อสู้อันไร้ความหมายนี้
เช่นนั้นข้าค่อยค้นดวงจิตเขาที่หลังก็ได้!”
เหล่าผู้อาวุโสทั้ง 4 ของสายเลือดตระกูลเหลียนได้ร่วมมือกันโจมตี!
“นี่เจ้าจะไม่ทำอันใดเลยหรืออย่างไร!?” มู่ชิงอีตะโกนออกไปอย่าง
โกรธเกรี้ยวขณะที่นางฟาดฟันปราณกระบี่ออกไป ในหมู่ผู้อาวุโสของเกาะ
ฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ที่ได้เข้ามายังโลกที่ล่มสลายนี้ นอกจากมู่เหยียนจัว มู่ชือ
หั่ว และมู่ชิงอีแล้ว ยังมีผู้อาวุโสคนอื่นๆอีก 2 คนที่อยู่ขั้นหลอมรวมแก่น
แท้ในขณะนี้
พวกเขาต่างมิได้มีความสัมพันธ์อันใดกับหลินหมิง พวกเขารอดู
สถานการณ์ว่าจะเป็นเช่นไรและหวังว่าจะไม่ต้องเข้าร่วมการต่อสู้ในครั้งนี้
แต่บัดนี้ เรื่องได้บานปลายขนาดนี้แล้ว พวกเขาทำได้เพียงมองดูการต่อสู้
คลื่นทรายโลหิตและคลื่นปราณแท้พุ่งออกไป ด้วยการที่ 2 นิกาย
ใหญ่ต่อสู้กัน ผู้เชี่ยวชาญขั้นหลอมรวมแก่นแท้เกือบ 10 คนต่อสู้ระยะ
ประชิด ช่างเป็นฉากที่น่ากลัวยิ่ง!
เหลียนเฉิงจี๋ได้ต่อสู้กับการรวมกำลังกันของ มู่ชิงอี มู่ปิงอวิ๋น และมู่
เชียนหยี่ด้วยตัวเขาเอง
“เจ้าหนุ่ม ข้าอยากจะเห็นยิ่งนักว่าผู้ใดจะสามารถปกป้องเจ้าได้ใน
การต่อสู้นี้!” ในการต่อสู้ระยะประชิด ผู้อาวุโสของดินแดนปีศาจแห่ง
ทะเลทางใต้ก็ได้เข้าโจมตีหลินหมิง โดยที่ทั้งสองมือของเขานั้นมีกงเล็บ
ปรากฏขึ้นมา และคลื่นโลหิตที่เดือดพล่านรอบตัวเขา
“ระวังตัวด้วย!” มู่ชิงอีส่งเสียงเตือน อย่างไรก็ตาม นางมิอาจออก
ห่างจากการต่อสู้ในขณะนี้ได้
ส่วนมู่ชิงชู เขามีดวงตาที่เบิกกว้างด้วยความสุข นี่เป็นช่วงเวลาที่เขา
รอคอย! หัวใจของเขาก็ส่งเสียงร้องออกมา ‘ฆ่ามัน! ปล่อยให้มันตาย!
ทำลายมันซะ!’
ทันใดนั้น ทรายโลหิตรอบตัวหลินหมิงก็ลอยขึ้นโดยปราณแท้ ก่อตัว
กลายเป็นพายุสีแดงรอบตัวเขา หลินหมิงรู้สึกได้ว่าตัวเขาของเบาลง
ขณะที่แรงดึงดูดมหาศาลกระทบกับตัวเขา ราวกับว่าต้องการที่จะฉีก
กระชากร่างของเขาให้ขาด
ภายใต้พายุนี้ หลินหมิงยังคงใจเย็น สายตาของเขานั้นราวกับดวง
ดาราที่ทอประกายอยู่ลึกลงไปในนรกเก้าชั้น การจ้องมองของเขานั้นราว
กับจะทำให้หยุดลมหายใจ
*เป็นการเปรียบเทียบของ ‘แสงที่เปล่งประกายในที่มืดที่ไม่มีแสง
ส่องถึง’
“ง้าวบรรพกาลจู่โจม!”
ร่างของเขานั้นเบา และมือของเขานั้นจับง้าวอยู่ แล้วพุ่งมันออกไป!
ในเวลานี้ ‘ง้าวโลหิตล้างผลาญ’ ดูเหมือนกับมันกลายเป็นอสรพิษโลหิตที่
ดุร้ายขณะที่มันพุ่งออกไปข้างหน้า! ผนึกกลืนโลหิตทั้ง 14 ก็กู่ร้องออกมา
เหนือคมมีดของง้าว ก่อตัวกลายเป็นคลื่นพลังอันบ้าคลั่งสีแดงฉาน!
ในหมู่ผนึกกลืนโลหิตทั้ง 14 หนึ่งในนั้นเปล่งแสงราวกับเพลิง เป็น
แสงสีแดงที่งดงาม ผนึกกลืนโลหิตนี้เป็นอันที่ถูกสร้างขึ้นมาจากปราณ
โลหิตของชายชราชุดดำ และในโลกที่ล่มสลายนี้ พลังของผนึกกลืนโลหิต
มิได้ถูกสะกดไว้ด้วยกฏแห่งการยับยั้งของโลกใบนี้นี้!
คลื่นพลังบรรพกาลที่มาพร้อมกับพลังในการกลืนกิน มันได้ปะทะกับ
พายุโลหิต!
ตู้ม!
มันเกิดเป็นเสียงระเบิดที่ดังมากขณะที่พื้นดินถูกทำลายย่อยยับ
ทรายโลหิตได้พุ่งขึ้นไปในอากาศเหมือนกับภูเขาไฟระเบิด พุ่งขึ้นไปสูงกว่า
1000 ก้าว! พายุโลหิตที่ผู้อาวุโสของดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ได้
สร้างขึ้นนั้นถูกกลืนอย่างสมบูรณ์โดยคลื่นหมุนวนอันน่ากลัวของหลินห
มิง!
“อะไรกัน!?”
ผู้อาวุโสของดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้คิดว่าเพียงแค่การโจมตี
ธรรมดาๆของเขาย่อมสามารถทำลายหลินหมิงได้อย่างง่ายดาย แต่เขามิ
เคยนึกมาก่อนเลยว่าการโจมตีของเขาจะถูกป้องกันได้เช่นนี้แทน! เขา
ถึงกับแข็งค้างไปชั่วขณะ!
“ตายซะ!”
หลินหมิงยังคงโจมตีต่อไปโดยมิได้หยุด ‘ง้าวโลหิตล้างผลาญ’ ที่มี
‘ผนึกดูดกลืนโลหิต’ และ ‘สายฟ้าปีศาจแห่งโลหิตทำลายล้าง’ การโจมตี
นี้ได้ตัดผ่านห้วงมิติ!
ในช่วงเวลานั้น ผมของหลินหมิงได้สยายออกไป ขณะที่ไหมสีดำได้
กระพือรอบตัวเขา เขานั้นเหมือนกับเทพผู้ทำลายล้างโลกในสงครามนี้!
“เจ้าสารเลว!” ผู้อาวุโสของดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ได้ฟื้นจาก
การตกตะลึงเมื่อครู่ ในความวุ่นวายนี้ เขาได้ฟาดฟันออกไปด้วยกระบี่ของ
เขา!
ปัง!
แผ่นดินทรุดตัวและพายุปราณแท้ก็พุ่งขึ้นไปในอากาศ สายฟ้าสีแดง
ได้พุ่งออกไปทุกทิศทาง
ทุกคนซึ่งอยู่ในที่นั้นรู้สึกไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้เห็น โล่ป้องกัน
ปราณแท้ของผู้อาวุโสของดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ได้แตกออก เขา
กระอักโลหิต และร่างของเขาปลิวลอยกระเด็นออกไป…