Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 48 บททดสอบนักจารึก
“พี่หลิน พี่หลินหลิง มาเปิดประตูให้ข้าเร็ว”
หลินหมิงยิ้มออกมาทันทีเมื่อรู้ว่าใครเป็นเจ้าของเสียงนั่น
“สุดยอด พี่หลินเป็นความภาคภูมิใจของตระกูลหลินโดยแท้”
หลินเสี่ยวตงไม่ได้ไปถึงการทดสอบที่สองด้วยซ้ำ ดังนั้นเขาจึงไม่รู้ว่า
หลินหมิงไปเจออะไรมาบ้าง ได้ยินก็แต่ข่าวที่ลือกันออกมาเท่านั้น
“อืมม ข้าก็แค่แสดงผลของการฝึกออกมาได้ดีเท่านั้นเอง ข้าถึงได้
เป็นอันดับหนึ่งอยู่นี่ไง ”
“ไปกันเถอะ อย่ามัวแต่เสียเวลาอยู่เลย เราคงต้องฉลองกันหน่อย
แล้ว”
“เป็นความคิดที่ดี แต่ข้ายังไม่มีเวลาสำหรับมื้ออาหารหรอกนะ ข้ามี
บางอย่างต้องไปเอามาก่อน”
หลินหมิงหยิบเอาแผ่นกระดาษออกมาและเขียนสิ่งที่เขาต้องการ
สำหรับการจารึกยาโอสถ มันต้องการวัสดุหลากหลายชนิดทีเดียว แต่
หลินหมิงก็ได้เลือกทำวิธีที่ง่ายที่สุดซึ่งเป็นขั้นแรกของการจารึกโอสถ
‘อาคมรักษาวิญญาณระดับล่าง’ ซึ่งยาสองชนิดเหล่านี้ หากมันได้ไปอยู่ใน
แดนเทวะแล้ว มันก็จะถูกพิจารณาให้เป็นยาระดับล่างเท่านั้น ซึ่งใน
สายตาของนักรบในแดนเทวะ ยาเม็ดไขกระดูกมังกรทองและยาโอสถ
พญางูทองคำ ที่แทบจะไม่มีทางหามาได้ในอาณาจักลิขิตฟ้าก็เป็นได้เพียง
แค่ยาระดับล่างเท่านั้นเอง
ด้วยพลังของหลินหมิงในตอนนี้การจะใช้ ‘อาคมรักษาวิญญาณระดับ
ล่าง’ ก็เป็นเรื่องยากอย่างยิ่งสำหรับเขาแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น วัตถุดิบที่ใช้ทำ
ยาพวกนั้นหลินหมิงก็ยังไม่เคยได้ยินชื่อของพวกมันเลยซักอย่าง
แม้แต่วัตถุดิบที่ใช้สำหรับการจารึกยาโอสถอย่างง่ายก็มีหลายอย่างที่
อยู่ในขั้นหายากสุดๆและอีกหลายอย่างที่เขายังไม่รู้จักหรือเคยได้ยินชื่อ
ของมันมาก่อน
ถึงแม้ว่าหลินเสี่ยวตงจะไม่ได้รู้อะไรมากเกี่ยวกับการจารึก แต่เมื่อ
เขาเห็นสิ่งที่หลินหมิงเขียน เขาก็พอรู้เกี่ยวกับมันอยู่บ้าง เช่น ‘เลือดของ
สัตว์ดุร้ายระดับสี่’
“พี่หลินท่านต้องการหาซื้อ ‘เลือดของสัตว์ดุร้ายระดับสี่’ จริงๆอย่าง
นั้นหรือ ”
เป็นที่รู้กันดีว่ามังกรทองก็ถือเป็น ปีศาจระดับสี่เช่นกัน มันเก่งพอๆ
กับปรมาจารย์ขั้นปราณฟ้าขั้นต้นเลยทีเดียว ถึงแม้มันจะไม่มีขายใน
อาณาจักรแห่งนี้ แต่มันก็ยังสามารถหาซื้อจากภายนอกได้ในราคาที่แพง
มากๆ แค่หลอดสองหลอดก็มีราคาสูงถึงหลังพันๆเหรียญทอง
หลินหมิงยังคงเขียนต่อไป ยิ่งมากขึ้นๆ หลินเสี่ยวตงก็รู้สึกหวั่นๆ จน
ทนไม่ไหวและถามขึ้นมา “พี่หลิน ท่านมีเงินพอจะซื้อของทั้งหมดนี้เลย
หรือ”
หลินหมิงพยักหน้า “ท่านมู่อี้ ให้ข้ามา 15,000 เหรียญทองเมื่อไม่กี่
วันก่อน สำหรับซื้อแผ่นจารึก ‘อาคมล้มล้าง’ ล่วงหน้า ข้าแค่ต้องเอาแผ่น
จารึกไปให้เขาทีหลังเท่านั้น”
“15000..ให้ตายเถอะ!!!” หลินเสี่ยวตงกลืนน้ำลายดังเอื๊อก ครั้งที่
แล้วก็ 9000 เหรียญทองครั้งนี้ 15000 เหรียญทอง นี่มันยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ
มีสถานที่แห่งหนึ่งในเมืองลิขิตฟ้าซึ่งมีการซื้อขายวัสดุการจารึกมาก
ที่สุด มันไม่ใช่หอร้อยสมบัติหรือร้านค้าสวยหรูใดใดทั้งนั้น แต่มันคือ
สมาคมจารึก
ที่แห่งนั้นขายวัตถุดิบมีค่ามากมายหลายชนิดที่หาซื้อจากที่อื่นไม่ได้
ทั้งราคาของมันก็ยังถูกกว่าในตลาดอีกเล็กน้อยด้วย
“ว่าอย่างไรนะ มีที่แบบนั้นอยู่ด้วยอย่างนั้นหรือ ” หลินเสี่ยวตงรู้สึก
ไม่อย่างจะเชื่อหูตัวเอง แม้ว่าจะได้ยินมันจากปากของหลินหมิงก็ตาม
หลินหมิงยักไหล่ “ข้าเองก็ได้ยินมาเช่นนั้น”
พวกเขาใช้เวลาไปกับการดูหาสิ่งของที่ตลาดแต่ก็ไม่สามารถหา
วัตถุดิบที่เขาต้องการได้เลย
“ข้าว่าเราคงต้องไปที่สมาคมจารึกกันแล้วละ”
“อืม..เหมือนว่าจะเหลืออีกแค่ตัวเลือกเดียวละนะ”หลินหมิงสงสัยว่า
การซื้อของที่แห่งนั้นต้องใช้ฐานะที่สูงๆอะไรแบบนั้นหรือไม่ จนกว่าเขาจะ
ฝึกจนถึงขั้นที่เขาตั้งใจเอาไว้ เขายังไม่อยากเปิดเผยพลังของเขาให้ใครต่อ
ใครได้รับรู้ เพราะมันอาจจะเป็นการสร้างปัญหาให้เขาในอนาคต แม้ว่า
เขาจะมีมู่อี้คุ้มหัวให้อยู่ก็ตาม แต่เขาก็ไม่อยากสร้างปัญหาให้กับมู่อี้มาก
นัก
“ไม่ใช่แค่ต้องมีใบรับรองนักจารึก แต่ยังต้องมีแต้มนักจารึกอีกหรือ”
หลังจากที่หลินหมิงได้มาถึงที่สมาคมจารึก เขาก็ถามผู้เฒ่าหญิงคนหนึ่ง
เกี่ยวกับการซื้อขายวัตถุดิบในที่แห่งนี้ และนั่นก็คือคำตอบที่เขาได้รับ
“ข้าว่าแล้วเชียว ไม่มีทางที่ของดีๆราคาถูกอยู่จริงเลยจริงๆ” หลิน
เสี่ยวตงยืนกอดอก มันเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว
“แล้วแต้มนักจารึกคืออะไร” หลินหมิงถาม
“อืม..ดูเหมือนอาจารย์ของเจ้าจะไม่ใช่นักจารึกซินะ” ผู้เฒ่าหญิงที่
กำลังจัดการกับโต๊ะอยู่พูดขึ้น ขณะที่นางคิดว่าหลินหมิงมาที่นี้เพื่อซื้อของ
ให้อาจารย์ของเขา “แต้มนักจารึกก็ได้มาจากการตามหน้าที่ที่เขียนอยู่
ด้านล่างเหล่านั้น เขาก็จะได้รับแต้มนักจารึกมาหรือจะทำงานเป็น
พนักงานก็ได้ แน่นอนว่าเจ้าสามารถแลกเปลี่ยนแต้มนี่กับคนอื่นๆได้ มันมี
หลายวิธีเลยที่จะได้แต้มนั่นมา ถ้าอาจารย์ของเจ้าสนใจจะเข้าร่วมแล้วละ
ก็ ข้าก็ยินดีอย่างยิ่ง”
สมาคมจารึกก็เหมือนองค์กรแห่งหนึ่งนักจารึกหลายๆคนที่สนใจใน
ด้านความรู้ ส่วนใหญ่ก็เป็นคนที่ไม่ค่อยมีความสัมพันธ์กับคนอื่น ถ้าเขาไม่
ก่อตั้งระบบแต้มจารึกขั้นมา สมาคมการจารึก ก็มาถึงจุดๆนี้ไม่ได้หรอก
หลินหมิงเปิดดูกฎของสมาคมการจารึก ถ้าเขาเข้าร่วม เขาจะได้รับ
แต้มบริจาค 100 แต้มในทันที แล้วก็ยังมีอีกหลายวิธีที่เขาจะได้รับแต้ม
พวกนั้น ขายอุปกรณ์หายากหรือวัตถุดิบล้ำค่าให้กับสมาคมจารึก
“เหอะ ถ้ามีของหายากแล้วละก็ น่าจะเก็บไว้ใช้เองสิ จะขายให้คน
อื่นๆไปทำไม” หลินเสี่ยวตง พูดด้วยสีหน้าบึ้ง
หลินหมิงตอบว่า “ในบางครั้งพวกเขาก็มีอุปกรณ์เยอะเกินไป ถ้า
ปล่อยทิ้งไว้ก็เสียดายแย่ การขายก็น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า ถึงอย่างนั้น
มันก็ไม่ใช่แนวของข้าเลย ดูเหมือนต้องไปทำภารกิจอย่างเดียวละนะ”
หลินหมิงหันแผ่นกระดาษไปให้ผู้เฒ่าหญิงดู“ท่านผู้เฒ่า ข้าจะไปทำ
ภารกิจได้ที่ไหนได้บ้างหรือ”
“ถ้าจะทำภารกิจ เจ้าต้องไปที่หอภารกิจ แต่เจ้าจะทำได้ก็ต่อเมื่อเจ้า
มีใบรับรองแล้วเท่านั้น ถ้าอาจารย์เจ้าสนใจ ข้าก็ขอแนะนำให้เขามารับ
ภารกิจด้วยตัวเอง พวกเจ้าจะได้ผลประโยชน์หลายอย่างจากการเข้า
ร่วมกับเรา”
หลินหมิงคิดอยู่พักหนึ่งแล้วถามต่อ “แล้วที่แห่งนี้เก็บข้อมูลของ
สมาชิกเอาไว้รึเปล่า”
“ก็ต้องอยู่บ้าง แต่ถ้าอาจารย์ของเจ้าต้องการความส่วนตัว ทางเราก็
สามารถเก็บเป็นความลับให้ได้”
“อืมม.. แล้วท่านพาข้าเข้าไปได้หรือเปล่า”
“หือ..”ผู้เฒ่าหญิงจ้องหลินหมิงตาไม่กระพริบ
หลินหมิงยักไหล่แล้วพูดว่า “ข้านี่แหละ ผู้เชี่ยวชาญการจารึก ”
ผู้เฒ่าหญิงถอยห่างออกมาแล้วมองดูหลินหมิงตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า
แล้วถามว่า “เจ้าอายุเท่าไหร่”
“15”
“15ปี?!” เมื่อได้ยินก็ถึงกับอึ้ง ตอนแรกเขาเดาว่าเด็กคนนี้คงจะมี
อาจารย์เป็นผู้เชี่ยวจารการจารึก แต่อายุ 15 ปี เป็นผู้เชี่ยวจารการ
จารึกเนี่ยนะ มันออกจะโม้เกินไปหน่อยรึเปล่า ใน80ปีที่ผ่านมา คนที่อายุ
น้อยที่สุดยังต้องมีอายุ 18 ปี
ซึ่งคนที่ว่านั่นก็คือฉินซิงเซวียนแห่งคฤหาสน์จอมพลกับหวังยู้ฮา
นแห่งสมาคมจารึก
“นี่เจ้าหนุ่มน้อย ถ้าเจ้าอยากเข้าร่วมการทดสอบนักจารึก เจ้าต้อง
เตรียมสมบัติและวัตถุดิบมาเอง” ผู้เฒ่าเตือนด้วยความหวังดี โดยทั่วไป
แล้วจะให้นักจารึกหน้าใหม่ประทับจารึกระดับต่ำลงไปในของหายากมันก็
กระไรอยู่ แม้ว่าสมาคมจารึกจะร่ำรวยก็จริง แต่ก็ไม่อาจแบกรับความ
ฟุ่มเฟือยในส่วนนั้นได้ ดังนั้น ผู้เข้าทดสอบจึงต้องใช้อุปกรณ์ของตนเอง
“อืมม ถ้าหากเป็นไปได้ข้าก็อยากจะซื้อของเพื่อใช้ในการทดสอบครั้ง
นี้ ข้าว่าข้ามีเงินพอนะ” ว่าแล้วหลินหมิงก็ล้วงกระเป๋าและหยิบปึกตั๋วเงิน
ออกมา ซึ่งแต่ใบมีค่า 1000 เหรียญทอง
เมื่อเห็นหลินหมิงมีเงินเยอะขนาดนี้ ผู้เฒ่าหญิงก็มองด้วยความ
ประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง เงินทั้งหมดนั่น แม้แต่ลูกขุนนางชั้นสูงก็ไม่มีทาง
มีไว้ในครองครองได้
นางมองไปยังหลินหมิง และรู้ได้ว่าหลินหมิงไม่ได้ล้อเล่น “ถ้าเจ้าว่า
เช่นนั้น ก็ตามข้ามา”
หลินหมิงเดินตามไปและเข้าไปยัง ส่วนในของสมาคมจารึกซึ่งหลิน
เสี่ยวตงก็ตามเข้าไปด้วย ขณะที่พวกเขาผ่านหอภารกิจเขาก็ได้เห็น
อักขระ สัญลักษณ์ต่างๆตามกำแพงหลินเสี่ยวตงรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก
การตกแต่งในสมาคมจารึกนั้นไม่ได้เลิศหรูมากนัก แต่มีพื้นที่
กว้างขวาง ไม่มีอะไรตกแต่งผนังกำแพงเลย แต่มันกลับมีอักขระอยู่
มากมาย ให้ความรู้สึกที่เก่าแก่โบราณมากทีเดียว
“เรามาถึงแล้ว” ผู้เฒ่าหญิงเปิดประตูเข้าไป
นี่เป็นห้องแห่งหนึ่งในสมาคมจารึก และก็เป็นสถานที่ซึ่งใช้ในทดสอบ
ด้วยเช่นกัน
“ขอบใจมากท่านผู้เฒ่า”
ขณะที่หลินหมิงเดินเข้ามา เขาพบกับห้องกว้าง100ก้าว และมีแท่น
หินอยู่เต็มไปหมด และตรงกลางก็มีแท่นหินที่ถูกปกคลุมไปด้วยวัตถุดิบ
มากมาย ซึ่งถัดไปอีกก็คือ สาวคนหนึ่งที่อายุประมาณ 15-16ปี ที่กำลัง
วาดอักขระขึ้นมาอยู่
หญิงสาวคนนี้มีหุ่นที่ผอมเพรียว และกำลังใช้นิ้วมือของนางวาดไปใน
อากาศ ตาของนางจดจ้องอยู่กับอักขระที่นางกำลังวาดอยู่ นางไม่รู้สึกถึง
การมาเยือนของหลินหมิงเลยด้วยซ้ำ และดูเหมือนว่านางจะเป็นผู้ที่
ชำนาญด้านการจารึกเป็นอย่างดีด้วย
และข้างๆนางก็เป็นตาแก่อีกคนหนึ่ง เขานั่งอยู่ข้างหลังนางบนเก้าอี้
ไม้ตัวเล็กๆ ขณะที่เขากำลังทำสมาธิอยู่ แต่หลินหมิงเห็นมากกว่านั่น
วิญญาณของชายแก่คนนั่นกำลังช่วยเหลือหญิงสาวคนนั่นอยู่ อักขระแต่
ละตัวที่นางวาดล้วนมาจากชายแก่คนนั้นทั้งสิ้น